Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Special Story

บริษัทที่อยู่เบื้องหลังการดีไซน์ UI ของภาพยนตร์ Iron Man และ Samsung รวมถึงงานอื่นๆ อีกมากมาย

เรื่องการออกแบบ UI หรือส่วนต่อประสานรวมไปถึงเทคนิด Visual Effect(เอฟเฟคเสมือนจริง) ในภาพยนตร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ นั้นหากจะว่าจำไปแล้วหล่ะก็มีหลากหลายบริษัทมากมายเลยทีเดียวหล่ะครับ

เรื่องการออกแบบ UI หรือส่วนต่อประสานรวมไปถึงเทคนิด Visual Effect(เอฟเฟคเสมือนจริง) ในภาพยนตร์หรืออุปกรณ์อื่นๆ นั้นหากจะว่าจำไปแล้วหล่ะก็มีหลากหลายบริษัทมากมายเลยทีเดียวหล่ะครับ แต่ในวันนี้นั้นเราจะแนะนำให้คุณได้รู้จักกับบริษัทที่พึ่งฝากผลงานไว้กับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Avengers : Age of Ultron ครับ

Advertisement

หากท่านใดได้ดูภายนตร์เรื่องนี้น่าจะพอจำกันได้ว่ามีฉากสำคัญๆ อย่างเช่น Tony Stark ที่สวมบทเป็น Iron Man นั้นตอนที่เขาสวมชุดจะมีหน้าจอ UI ที่เอาไว้สั่งการ AI ที่ชื่อว่า Jarvis หรือในเรื่องจะมีฉากที่ Tony ใช้สมาร์ทโฟนที่ดูลักษณะเหมือนจะเป็นแก้วโปร่งใสเอาไว้สั่งการ Iron Man(รวมถึงใช้งาน) และมีโต๊ะกาแฟที่โปร่งใสแล้วมีเอฟเฟค UI เผยขึ้นมาให้เห็น รวมไปถึงฉากต่อสู้ปิดเรื่องที่มันอย่าบอกใคร ซึ่งบริษัทที่รับผิดชอบการทำเอฟเฟคเสมือนจริงของภาพยนตร์เรื่องนี้มีชื่อว่า “Perception” ครับ

Perception visual FX company 600 01

Perception เป็นบริษัทที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในเมืองนิวยอร์กซึ่งไม่เพียงแค่จะรับผิดชอบในการสร้างเอฟเฟคเสมือนจริงให้กับภาพยนตร์เท่านั้น ทว่าบริษัท Perception นั้นยังเป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบ UI รวมถึงเอฟเฟคเสมือนจริงให้กับบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Samsung, Microsoft ไปจนกระทั่งบริษัทรถยนต์อย่าง Ford อีกด้วยครับ

จะว่าไปแล้วนั้น Perception ถือเป็นบริษัทหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากที่นำเอาเอเฟตเสมือนจริงที่ในอดีตกาลนั้นเรามักจะได้เห็นกันเฉพาะในภาพยนต์เท่านั้นมาสู่อุปกรณ์เครื่องใช้ของเราผ่านทางบริษัททางด้านเทคโนโลยีอย่างที่บอกครับ เพราะว่าวิธีการออกแบบ UI และเอฟเฟคเสมือนจริงของบริษัท Perception ไปเตะตาเข้าให้กับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ดังกล่าวหลายบริษัทจนทำให้วงจรของการออกแบบนั้นครบวงจรคือจากภาพยนตร์ที่เราอาจจะเตะต้องไม่ได้ ได้เข้ามาสู่อุปกรณ์ยุคไฮเทคโดยมีแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ครับ

Perception นั้นก่อตั้งโดย Danny Gonzalez และ Jeremy Lasky ในปี 2001 โดยเป้าหมายหลักในตอนแรกของบริษัทนั้นก็เพื่อที่จะก้าวเข้ามาเป็นบริษัทสำหรับทำกราฟิกเคลื่อนไหวระดับสูง(high-end motion graphics) ซึ่งในตอนแรกนั้นงานของบริษัทจะเป็นการสร้างเอฟเฟคเสมือนจริงให้กับสตูดิโอออกอากาศทางโทรทัศน์และภาพยนตร์โฆษณาต่างๆ ภาพยนตร์เป็นส่วนใหญ่

หลังจากทีเก็บประสบการณ์ได้สักระยะหนึ่งแล้ววงการเอฟเฟคเสมือนจริงเริ่มมีการใช้ภาพโฮโลแกรมเข้ามาเพิ่มเติมในการสร้างเอฟเฟค ทางบริษัทก็เริ่มที่จะทำการพัฒนาตัวเองไปใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเช่นเดียวกัน โดย John LePore ผู้อำนวยการสร้างของบริษัท Perception ได้บอกเอาไว้ว่าเมื่อคุณได้เห็นโฮโลแกรมหรืออินเตอร์เฟซที่แปลกประหลาดในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ขอให้ทุกท่านรู้ได้เลยว่าเรื่องใสดก็ตามที่อยู่ภายใต้การทำงานของเรา เราได้นำเอาวิสัยทัศน์ของอนาคตไปใส่ไว้ในภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ และเรา(หมายถึงทางบริษัท) ยอมที่จะเสียเวลาครึ่งหนึ่งของการทำงานทั้งหมดเพื่อที่จะสร้างแนวคิดสำหรับเทคโนโลยีในยุคอนาคตสำหรับ UI หรือส่วนต่อประสานสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปอีกด้วยครับ

หลังจากที่ทาง Perception ได้เข้าร่วมงานกับทาง Marvel ในการทำหนังแผ่นภาพยนตร์การ์ตูน 2 – 3 เรื่อง ทางสตูดิโอก็ได้ความไว้วางใจจนได้รับมอบหมายให้ดูงานเอฟเฟคเสมือนจริงของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Iron Man 2 ซึ่งในตอนแรกนั้นทางบริษัทได้ถูกให้รับผิดชอบให้สร้างอินเตอร์เฟซสำหรับหน้าจอใหญ่ที่อยู่ในงาน Stark Expo ตอนช่วงเริ่มต้นของเรื่อง ทว่าหลังจากที่ทางทีมงานได้ประชุมกับทาง Marvel แล้ว ทางทีมงานก็ได้ยินบางอย่างเกี่ยวกับ “glass phone” ที่ Tony Stark อยากจะถือติดตัวไปไหนมาไหนตลอดเวลาในภาพยนตร์ครับ

Perception visual FX company 600 02 Perception+fullbleed

เริ่มต้นจากไอเดียหลักดังกล่าว ทางทีมงาน Perception ได้ทำการสร้างตัวต้นแบบตามวิสัยทัศน์ของ “glass phone” ในรูปแบบของตัวเอง(และแอบทำในสำนักงานของตัวเองไม่ได้ให้ทาง Marvel ได้รู้) จากคำพูดของ LePore ได้เผยออกมาว่าพวกเขาเลื่อยกระจกออกมาให้อยู่ในรูปแบบของมือถือเยอะมากและใช้มันในการสร้างวีดีโอสำหรับสาธิตให้ทาง Marvel ได้ดู ในท้ายที่สุดผลของการทำงานดังกล่าวก็ส่งผลให้ทาง Perception กลายเป็นบริษัทที่ได้รับผิดชอบในส่วนของการสร้างเอฟเฟคเสมือนจริงให้กับอุปกรณ์การใช้งานของ Tony Stark เกือบจะทั้งหมดซึ่งนั่นรวมไปถึงโต๊ะกาแฟแบบโปร่งแสงและหน้าจอการใช้งานที่ลอยไปมาทุกหนทุกแห่งเต็มบ้านของ Stark ครับ

หากคุณสังเกตดีๆ แล้วหล่ะก็คุณจะสามารถมองเห็นสไตล์ที่พบได้บ่อยทั่วทุกหนทุกแห่งผ่านอินเตอร์เฟซดังกล่าวข้างต้นครับ ซึ่งนั่นถือได้ว่าเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งเลยทีเดียวก็ว่าได้เพราะว่าอินเตอร์เฟซที่ทาง Perception ทำออกมานั้นช่างดูทรงพลังและค่อนข้างที่จะโอ้อวดไปบ้าง แต่นั่นก็สื่อถึง Tony Stark ชายผู้ร่ำรวยที่บ้าเทคโนโลยีและสร้าง Iron Man พร้อมกับมีปัญญาประดิษฐ์ใช้เป็นของตัวเองได้เป็นอย่างดีเลยครับ จากสิ่งที่ได้เห็นนั้น Perception ไม่เพียงแต่สร้างกราฟิกที่สวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเขายังได้ใส่ข้อมูลเชิงลึกเข้าไปในอินเตอร์เฟซที่ทำให้ผู้ดูอย่างเราๆ ท่านๆ เมื่อเห็นแล้วเข้าถึงได้ทันทีว่าอินเตอร์เฟซดังกล่าวนั้นใครเป็นคนใช้งานครับ(ในที่นี้ก็คือเห็นปุ๊บรู้ว่าเป็นของ Tony Stark ปั๊บครับ)

Iron Man 2 เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นที่รุ่งเรืองของบริษัทครับ เพราะหลังจากนั้นมาแล้ว Marvel ก็มีความไว้วางใจใน Perception มากขึ้นจนให้ Perception ออกแบบอินเตอร์เฟซและเอฟเฟคเสมือนจริงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อีกหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น Captain America: The Winter Soldier(พัฒนาอินเตอร์เฟซของ windshield ที่อยู่ในรถของ Nick Fury)

รวมไปถึงไว้ใจถึงขั้นให้ทำการลำดับภาพตัดต่อ(***** ข้อความต่อไปนี้มีสปอยเพื่อท่านที่ยังไม่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ข้ามในส่วนนี้ไปได้เลยนะครับ******) —- ในการเปิดเผยระดับความลึกในการแทรกซึมขององค์กร Hydra เข้าไปยังองค์กรของรัฐระดับโลก —- นอกไปจากนั้นแล้วทางบริษัทยังได้รับผิดชอบในการสร้างออกแบบอินเตอร์เฟซซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนซึ่งใช้ในการแสดงตัวตนของ Arnim Zola ที่ในตัวภาพยนตร์เราจะเห็นผ่านหน้าจอมอนิเตอร์รุ่นเก่าๆ หน่อยเป็นตัวเขียวๆ นั่นแหละครับ

Perception visual FX company 600 03 Armin+Zola+screen

LePore บอกเอาไว้ว่าในการออกแบบอินเตอร์เฟซซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนซึ่งใช้ในการแสดงตัวตนของ Arnim Zola นั้นต้องทำให้สื่อออกมาว่าจิตวิญญาณของเขายังอยู่ภายในเครื่องจักรดังกล่าวอยู่แถมต้องผ่านอุปกรณ์ที่มาในลักษณะของเครื่องรุ่นเก่ามากทำให้ลักษณะการออกแบบอินเตอร์เฟซซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนซึ่งใช้ในการแสดงตัวตนของ Arnim Zola นั้นแตกต่างไปจากการออกแบบอินเตอร์เฟซของ Tony Stark อย่างสิ้นเชิงจากการที่พวกเขาออกแบบอินเตอร์เฟซตามตัวตนของผู้ใช้ กลับกันสำหรับการออกแบบอินเตอร์เฟซซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนซึ่งใช้ในการแสดงตัวตนของ Arnim Zola นั้นต้องทำให้อินเตอร์เฟซเป็นตัวตนที่มีบุคลิกภาพซะเอง

ผลงานต่างๆ ของ Perception ที่ทำให้กับบริษัทผลิตภาพยนตร์นั้นได้ไปเตะตาบริษัททางด้านเทคโนโลยีใหญ่ๆ สาขาอื่นๆ เข้าด้วยครับ ตัวอย่างเช่นในตอนนี้นั้น Perception ก็ได้รับผิดชอบให้ทำการออกแบบแนวคิดอินเตอร์เฟซรุ่นถัดไปให้อุปกรณ์ของทาง Samsung อยู่(โดยมีความเป็นไปได้สูงมากว่าแนวคิดอินเตอร์เฟซแบบใหม่ดังกล่าวนี้จะถูกใส่เพิ่มเติมเข้าไปบน TouchWiz interface ที่ทาง Samsung ใช้บนอุปกรณ์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตครับ)

นอกไปจากนั้นแล้วทาง Perception ยังได้ร่วมงานกับ Microsoft ในการขยายแนวคิดความสมจริงสำหรับ HoloLens ซึ่งการร่วมงานกับ Microsoft นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่ Perception จะรู้ตัวด้วยอีกครับว่าทางบริษัทนั้นกำลังร่วมพัฒนาเทคโนโลยีโฮโลแกรมภาพเสมือนจริงอันยิ่งใหญ่ของ Microsoft อยู่(น่าเสียดายที่ทางทีมงานไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าส่วนที่ทีมงานได้ทำงานร่วมกับ Microsoft นั้นเป็นจุดใดของ HoloLens กันแน่)

อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ Grid 10 tablet จาก Fusion Garage ที่มีน้อยคนมากนักที่จะทราบว่าคุณภาพการใช้งานของตัวระบบนั้นมาจากการออกแบบอินเตอร์เฟซที่เป็นตารางโดยทาง Perception เป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ทั้งหมดเลยครับ

Perception visual FX company 600 05 Ford+GT+interface

ในขณะที่การร่วมงานของ Perception กับบริษัทใหญ่ๆ หลายๆ บริษัทนั้นมักจะอยู่ในรูปแบบที่ถูกปิดกั้นข้อมูลไม่ให้คนภายนอกได้ค่อยรับรู้เท่าไรว่าทาง Perception ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบอินเตอร์เฟซ แต่ก็มีบางบริษัทครับที่ใจดีเปิดเผยออกมาโดยตรงเลยว่าพวกเขาเหล้านั้นได้ว่าจ้าง Perception ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ตัวอย่างเช่น Ford ที่ประกาศออกมาว่า Perception นั้นรับผิดชอบในการออกแบบ dashboard interface ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญของ Ford 2017 GT supercar(เช่นเดียวกับ SpaceX streams) และยังมีบริษัทอื่นๆ อีกอย่างเช่น IBM, Intel, Mercedes-Benz, BMW และอื่นๆ อีกมากมายครับ

ถ้าคุณเคยได้ยินบางบคนพูดเปรียบเทียบอินเตอร์เฟซของทางบริษัทกับสิ่งที่ปรากฎในภายนตร์เรื่อง Minority Report ของ Steven Spielberg คุณอาจจะตระหนักได้เป็นอย่างดีครับว่ามันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันระหว่างเรื่องของทางเทคนิคและภาพยนตร์ Sci-Fi อยู่ LePore บอกว่ามีหลายๆ คนที่อยู่ในวงการเทคโนโลยีที่พูดว่าอยากจะนำเอาสิ่งที่ปรากฎในภาพยนตร์ Sci-Fi ให้สามารถออกมาใช้งานได้จริงๆ ซึ่งเรื่องนี้นั้น Perception ถือว่าได้เปรียบเป็นอย่างมากเพราะพวกเขาผ่านทั้งการออกแบบสิ่งที่อยู่ได้แต่ในภาพยนตร์และในขณะเดียวกันก็ต้องออกแบบสิ่งที่สัมผัสได้จริงด้วย ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงมั่นใจว่าทีมงานของพวกเขานั้นเก่งมากพอที่จะทำเรื่องดังกล่าวให้เป็นจริงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตอนที่ต่องทำงานกับ SpaceX เป็นต้น

หาก Perception นั้นถูกจ้างงานโดยบริษัทสำหรับผลิตภาพยนตร์หลายบริษัทแล้วหล่ะก็เรื่องดังกล่าวนี้ก็ไม่ถือว่าแปลกเท่าไรนักครับ ทว่าในทางกลับกันแล้ว Perception นั้นกลายเป็นบริษัทที่มีบริษัททางด้านเทคโนโลยีสายอื่นๆ เข้ามาเป็นลูกค้าด้วยมากมายนั่นอาจจะทำให้เราได้เห็นว่าเรื่องของการออกแบบอินเตอร์เฟซนั้นก็เป็นส่วนผสมสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทใหญ่ๆ สนใจเช่นเดียวกัน หากในตอนนี้ไม่มีบริษัทใดสามารถที่จะสู้กับ Apple ทางด้านการออกแบบผลิตภัณธ์ภายนอกได้แล้ว ดังนั้นการที่ Samsung และ Microsoft เข้ามาใช้บริการของ Perception เพื่อเพิ่มความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของงานของตัวเองนั้นก็น่าจะเป็นทางออกหนึ่งที่สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเองครับ

หมายเหตุ – ลองเทียบได้จาก TouchWiz UI เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาในช่วงที่ Perception ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบแล้วคุณจะเห็นความแตกต่างมากขึ้น

Perception visual FX company 600 04 company

อย่างไรก็ตามแต่ Perception ก็ยังคงถืองานหลักในการโฟกัสไปที่งานทางด้านภาพยนตร์และโทรทัศน์มากกว่า และยังมีโครงการทางด้านเทคโนโลยีอีก 2 – 3 โครงการที่ทางบริษัทรับทำเท่านั้น ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่แฝงในทีมงานบริษัท Perception อยู่ได้อย่างมากโขเลยทีเดียวครับ จากสิ่งที่เราเห็นนั้น Perception มีความสามารถตั้งแต่ที่จะนำเสนอสิ่งที่อยู่บนจอเงินไปยังจอมือถือของคุณได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ปฎิเสธไม่ได้แล้วครับว่าอินเตอร์เฟซหรือ UI นั้นได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันเราไปแล้ว แถมมันยังเป็นตัวกำหนดอีกด้วยว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะสามารถใช้งานได้ดีด้วยหรือไม่

ที่มา : engadget

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

รีวิว Samsung

Samsung Galaxy Tab S12+ แท็บเล็ตสุดทรงพลังใหม่จากแดนโสมขาว ฟีเจอร์ครบเครื่องใช้งานดีสูสีโน้ตบุ๊ก แต่พกง่ายหยิบใช้สะดวกสุดๆ ในช่วงหลายปีมานี้จะเห็นว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายเจ้าพยายามปรับปรุงแท็บเล็ตให้ใกล้เคียงโน้ตบุ๊กยิ่งขึ้นเรื่อยๆ นำทัพโดยรุ่นเรือธงอย่าง Samsung Galaxy Tab S12+ ซึ่งได้ฮาร์ดแวร์สุดทรงพลังมาใช้พร้อมระบบ One UI ไว้ใช้งานทั่วไปไม่ว่าจะใช้งานทั่วไปหรือเพื่อความบันเทิงก็ตาม หรือสลับเป็นโหมดพีซีด้วย DeX mode เพียงแตะไอคอนคีย์ลัดแล้วเพิ่มหน้า Desktop เสริมมาได้อีก 4...

Buyer's Guide

เวลาจะซื้อของใช้ชิ้นใหม่สักชิ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์ไอทีอย่างแท็บเล็ตซึ่งหลายคนก็หวังอยากซื้อครั้งเดียวจบใช้งานได้รอบด้านจนสงสัยว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดี เพราะตอนนี้มีตัวเลือกเยอะมากจนตัดสินใจไม่ถูก ซึ่งอันที่จริงหากเริ่มกำหนดโจทย์ว่าเรากำลังจะซื้อเครื่องนี้ไปทำอะไรบ้างและเงื่อนไขสำคัญอีกสัก 2~3 เรื่อง ก็จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นแล้วตัดตัวรองออกไปได้หลายตัวจนเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นหรือได้คำตอบในทันทีก็เป็นไปได้ และอาจจะไม่ต้องจ่ายแพงอย่างที่คิดด้วย นอกจากวิธีเลือกแท็บเล็ตทั่วไปอย่างดูขนาดหน้าจอให้พอดีแล้วดูว่าชิปเซ็ตว่าได้รุ่นไหนแล้ว ก็มีประเด็นอย่างการทำงานร่วม Ecosystem และการใช้ Keyboard cover และสไตลัสทำงานได้หรือเปล่า? ซึ่งอย่างหลังนี้ถ้าใครจะใช้แท็บเล็ตทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊กแล้วใช้อุปกรณ์เสริมคู่นี้ได้ก็จะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอนAdvertisement เลือกแท็บเล็ตรุ่นไหนดีถึงจะตอบโจทย์การใช้งานของเรากันนะ? 5 แท็บเล็ตรุ่นไหนดี สเปคแรงน่าใช้ถูกใจเกมเมอร์และครีเอเตอร์ 1. Xiaomi Pad Mini...

PR-News

ตัวแรงทั้งไลน์อัป! นำโดย OLED G9 หน้าจอ 49 นิ้ว OLED G7 จอโค้ง 42 นิ้ว OLED G8 ขนาด 32 นิ้ว และ Odyssey G6 สร้างประวัติศาสตร์ด้วยอัตรารีเฟรชเรตสูงทะลุ 1,100 Hz ผนึกกำลัง...

Buyer's Guide

แท็บเล็ตราคาถูกในปัจจุบันหาซื้อง่ายมากและสมาร์ทโฟนชั้นนำเจ้าต่างๆ ก็มีกลุ่มสินค้านี้ให้เลือกซื้อมากมาย เลือกได้ว่าจะเอารุ่นหน้าจอเล็กใหญ่และหน่วยความจำเท่าใด จะซื้อรุ่น Wi-Fi ธรรมดาหรือให้ต่อเน็ต 4G LTE ใช้โทรศัพท์ได้ไหมก็มีเหมือนกัน ส่วนขนาดก็มีตั้งแต่ไซซ์เล็กพกง่ายเท่ากับหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คเล่มหนึ่งไปจนหน้าจอใหญ่ดูซีรีส์ถนัดสายตาก็ได้ เวลาทำงานก็ใช้ทำงานได้โดยเฉพาะใครที่อัดคลิปหรือทำ Podcast ก็ใช้อ่านสคริปท์หรือเปิดสไลด์นำเสนอสะดวกขึ้นไม่ต้องใช้กระดาษให้สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังใช้เป็นแท็บเล็ตเล่นเกมทั่วไปฆ่าเวลาได้ระดับหนึ่ง หากใครเล่นเกมฆ่าเวลาจะตอบโจทย์มาก เรื่องควรรู้ก่อนซื้อแท็บเล็ตราคาถูกสักเครื่อง 6 แท็บเล็ตราคาถูกน่าใช้ ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าเงิน! 1. HONOR Pad X7 LTE...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก