Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

Google ยื่นสิทธิบัตร “needle-free blood draw” ที่สามารถเจาะเอาเลือดของคุณเพื่อไปใช้งานได้

ไม่แน่ว่า Google อาจจะกลายเป็นอีกบริษัทหนึ่งที่สามารถใช้กรรมวิธีในการเจาะเลือดแบบใหม่ของร่างกายคุณเพื่อนำเลือดดังกล่าวใช้งานต่างๆ ได้ครับ เพราะเมื่อไม่นานมานี้นั้นทาง Google

ไม่แน่ว่า Google อาจจะกลายเป็นอีกบริษัทหนึ่งที่สามารถใช้กรรมวิธีในการเจาะเลือดแบบใหม่ของร่างกายคุณเพื่อนำเลือดดังกล่าวใช้งานต่างๆ ได้ครับ เพราะเมื่อไม่นานมานี้นั้นทาง Google ได้ทำการยื่นสิทธิบัตรชื่อ “needle-free blood draw” ซึ่งโดยทั่วไปแล้วตัวสิทธิบัตรก็จะระบุเรื่องของเการเจาะเลือดด้วยกรรมวิธีของทาง Google เองที่ถ้าหากสิทธิบัตินี้ผ่านการรับรองขึ้นมาแล้วจริงๆ หล่ะก็เราอาจจะได้เห็นอุปกรณ์สวมใส่ที่สวมข้อมือ(สมาร์ทวอทช์หรือสมาร์ทแบนด์) ไปจนกระทั่งอุปกรณ์มือถือ(สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต) มาพร้อมกับความสามารถในการเจาะเลือดจากนิ้วและส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ครับ

Google needle-free blood draw 600 01

Advertisement

สิทธิบัตรดังกล่าวนี้ได้อธิบายถึงระบบดึงเลือดว่าจะทำงานโดยการส่งการไหลของก๊าซเข้าไปในถึงที่มีอนุภาคเล็กๆ และโจมตีไปยังผิวของผู้ใช้ในลักษณะคล้ายๆ การเจาะ(หรือจะอธิบายว่าเป็นการเจาะโดยใช้ก๊าซดันอนุภาคระดับไมโครเพื่อเจาะเลือกก็ได้) เมื่อเลือดไหลออกมาจากผิวแล้วมันก็จะถูกดูดขึ้นไปเก็บไว้ในถังแรงดันลบครับ(ถังอีกส่วนหนึ่งที่เอาไว้ใช้เก็บเลือด ไม่ใช่ถังที่มีก๊าซสำหรับดันเพื่อเจาะเลือด) ซึ่งกรรมวิธีดังกล่าวนี้จะทำให้ได้เลือดไหลออกมาในจำนวนไม่มากเท่าไรนัก

ถามว่าเลือดปริมาณน้อยที่ได้มาจากการเจาะตามสิทธิบัตรของ Google ฉบับนี้นั้นสามารถที่จะนำไปใช้งานอะไรได้บ้างนั้น ทาง Google ก็ได้ยกตัวอย่างเอาไว้ด้วยครับว่าเลือดจำนวนดังกล่าวที่ไหลออกมานั้นมากพอที่จะสามารถนำไปทดสอบระดับกลูโคสในเลือดเป็นต้น ซึ่งนั่นหมายความว่าเทคโนโลยีนี้จะสามารถช่วยผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามแต่ทาง Google ได้บอกไว้ครับว่านี่ไม่ใช่วิธีการประยุกต์ใช้งานเทคโนดลยีตามสิทธิบัตรนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทาง Google ได้คิดวิธีการที่จะนำสิทธิบัตรนี้ไปใช้หลายอย่าง ซึ่งบางอย่างก็น่าจะสามารถทำให้เป็นผลิตภัณฑ์จริงในตลาดได้

Google needle-free blood draw 600 02

หากจะพูดถึงกรณีของโครงการทางด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตในปัจจุบันนั้น การที่ทาง Google จะโฟกัสสิทธิบัตรดังกล่าวไปยังผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไรครับ เพราะจริงๆ แล้วทาง Google ได้มีการพัฒนาอุปกรณ์สำหรับช่วยผู้ป่วยโรคเบาหวานในการวัดระดับกลูโคสอยู่แล้วถึง 2 อุปกรณ์คือ smart contact lenses และ a bandage-sized, cloud-connected sensor ซึ่งถ้าโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็ว(และผ่านการรับรองจากทาง FDA ด้วย) นั่นหมายความว่า Google จะสามารถเปิดธุรกิจใหม่ที่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานในสหรัฐอเมริกาได้มากถึง 29 ล้านคนเลยทีเดียวครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้นหากว่ากันตามตรงแล้วจากสิทธิบัตรดังกล่าวที่มีการเผยออกมานั้นก็ยังไม่สามารถทำการยืนยันได้อย่างแน่ชัดครับว่าทาง Google(หรือในปัจจุบันเป็น Alphabet ไปแล้ว) กำลังพัฒนาอุปกรณ์ทั้งหมดที่ได้มีการกล่าวถึงไปจริงๆ หรือไม่ ถ้าทางบริษัทตัดสินใจที่จะเดินหน้าในโครงการดังกล่าวแล้วสิ่งหนึ่งที่จะต้องปรับปรุงบนอุปกรณ์ที่อยู่ในสิทธิบัตรที่เผยออกมานี้ก็คือเรื่องของดีไซน์ของอุปกรณ์ เพราะจากสิทธิบัตรนั้นเผยให้เห็นตัวอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่กว่า Moto 360 อย่างมากเลยครับ

ที่มา : theverge

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ยุคนี้พอต้องทำงานร่วมกับชาวต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วหาเวลาเพื่อเรียนภาษาใหม่เพิ่มไม่ทัน ก็ต้องพึ่งพลังเทคโนโลยีอย่างหูฟังแปลภาษามาช่วยให้ติดต่อคุยงานกันได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งหูฟังเหล่านี้จะทำงานร่วมกับแอพฯ ของผู้ผลิตและใช้ AI ช่วยจับประโยคและสำเนียงของคู่สนทนาแล้วแปลเป็นภาษาให้เราเข้าใจได้ง่ายและเร็วระดับ Real-time ด้วยชิปเซ็ตกับอัลกอริธึ่มแบบใหม่ในตัวที่ทางผู้ผลิตพัฒนามันต่อยอดต่อเนื่องให้ทำงานได้ดีกว่าเดิมและใช้งานได้นานขึ้นด้วย พอหมดเวลาทำงานแล้วหูฟังเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากหูฟัง True Wireless ทั่วไปในชีวิตประจำวันเพราะมันแชร์พื้นฐานร่วมกันหมดทั้งการเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ 1-2 เครื่องและสลับใช้งานได้สะดวก แถมบางรุ่นรองรับ Codec เสียงคุณภาพสูงและมีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกในตัว แถมมีได้ไมโครโฟนคุณภาพดีไว้ใช้โทรพูดคุยกับผู้อื่นได้สะดวกรวดเร็วขึ้น หรือถ้าเน้นเรื่องการแปลภาษาเป็นหลักก็มีแบรนด์ที่เน้นการแปลภาษาให้เลือกเช่นกันAdvertisement เรื่องควรทราบก่อนซื้อหูฟังแปลภาษามาใช้งาน...

IT NEWS

Google ประกาศปรับรอบการออกเวอร์ชันของ Chrome ครั้งใหญ่ โดยจะเปลี่ยนจากเดิมที่ออก milestone ใหม่ทุก 4 สัปดาห์ มาเป็นทุก 2 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ การแก้บั๊ก และการปรับปรุงประสิทธิภาพมาไวขึ้นกว่าที่เคย ขณะที่ฝั่งนักพัฒนาเว็บก็จะต้องปรับตัวกับจังหวะการอัปเดตที่เร็วขึ้นตามไปด้วย การเปลี่ยนแปลงรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการ “เร่งปล่อยอัปเดต” แบบผิวเผิน แต่สะท้อนให้เห็นว่า Google...

IT NEWS

QuickLens กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของความเสี่ยงจากส่วนขยายเบราว์เซอร์ที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย แต่สุดท้ายกลับถูกใช้เป็นช่องทางปล่อยมัลแวร์ใส่ผู้ใช้จริง ข่าวนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะ QuickLens ไม่ใช่ส่วนขยายเถื่อนที่เพิ่งโผล่มาแบบไร้ที่มา แต่เป็น extension ที่เคยใช้งานได้จริง มีผู้ใช้สะสมหลายพันราย และเคยได้รับความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งมาก่อน ประเด็นสำคัญคือ หลังจากตัวส่วนขยายเปลี่ยนมือ มันถูกอัปเดตจนกลายเป็นเครื่องมือโจมตีผู้ใช้เต็มรูปแบบ ทั้งการแสดงหน้าหลอกให้อัปเดตปลอมแบบ ClickFix การขโมยข้อมูลล็อกอิน การดักข้อมูลแบบฟอร์ม และการพยายามเข้าถึงกระเป๋าคริปโตหลายบริการในเครื่องของเหยื่อAdvertisement QuickLens คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับส่วนขยายตัวนี้ เดิมที...

IT NEWS

Google ปล่อยอัปเดตฉุกเฉิน เพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ zero-day ใน Chrome รหัส CVE-2026-2441 หลังยืนยันว่า “มี exploit ถูกใช้งานจริงในวงกว้าง (in the wild)” และเริ่มทยอยปล่อยเวอร์ชันแก้ไขให้ผู้ใช้บน Stable Desktop แล้ว บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย ว่าช่องโหว่นี้คืออะไร กระทบใคร เวอร์ชันไหนปลอดภัย และควรอัปเดตอย่างไร...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก