Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Tablet News

Google เปิดตัวแท็บเล็ตชิป Tegra X1 ที่มาพร้อมกับหน้าจอ 10.2 นิ้วอย่างเป็นทางการในชื่อ Pixel C

ในงานวันที่ 29 กันยายนที่ Google ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ Nexus รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการไปนั้น ทาง Google ยังได้มีการเปิดตัวอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งที่น่าสนใจอย่าง Pixel C

ในงานวันที่ 29 กันยายนที่ Google ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ Nexus รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการไปนั้น ทาง Google ยังได้มีการเปิดตัวอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งที่น่าสนใจอย่าง Pixel C ซึ่งเป็นแท็บเล็ตแบบ Hybrid Android ออกมาด้วยครับ โดย Pixel C นั้นถือได้ว่าเป็นแท็บเล็ตแบบ Hybrid ระบบปฎิบัติการ Android อย่างเป็นทางการตัวแรกของ Google สำหรับการใช้งาน end-to-end in-house เลยก็ว่าได้ครับ(ถ้าไม่นับรวมผลิตภัณฑ์ hybrid Android กับ Windows ที่มีของทาง ASUS เคยเปิดตัวมาก่อนหน้านี้นะครับ)

Pixel C 600 01

Advertisement

สำหรับตัวเครื่อง Pixel C นั้นจะว่าไปแล้วก็ไม่ได้แตกต่างไปจากแท็บเล็ต hybrid ของคู่แข่งอย่าง Microsoft Surface หรือ Apple iPad Pro สักเท่าไรครับ เพราะ Pixel C นั้นสามารถที่จะใช้งานได้ 2 รูปแบบด้วยกันคือในแบบแท็บเล็ตหรือโน๊ตบุ๊คก็ได้(จริงๆ แล้วผู้ผลิตบางรายก็เคยนำเอาระบบปฎิบัติการ Chrome OS ของทาง Google มาทำเป็น hybrid ก่อนหน้านี้ด้วยเหมือนกันครับ) โดยส่วนของหน้าจอนั้นจะสามารถแยกมาใช้งานแบบแท็บเล็ตได้และตัวคีย์บอร์ดก็จะมาในรูปแบบของ full-size Bluetooth keyboard ซึ่งตัวส่วนแท็บเล็ตรองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วยครับ

Pixel C 600 03

ในด้านสเปคของ Pixel C นั้นถือได้ว่า Google จัดเต็มมาเลยทีเดียวครับ โดย Pixel C มีสเปคดังต่อไปนี้ครับ

  • หน้าจอขนาด 10.2 นิ้วรองรับความละเอียดที่ระดับ 2560 x 1800 pixels มีความหนาแน่นของจุด pixel อยู่ที่ 308 PPI
  • ความสว่างของหน้าจออยู่ที่ 500 nits และรองรับช่วงสี sRGB
  • ชิปเซ็ท NVIDIA Tegra X1 ที่มาพร้อมกับ Maxwell GPU
  • หน่วยความจำ(RAM) ขนาด 3 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในมีให้เลือกที่ความจุ 32 GB และ 64 GB
  • มาพร้อมกับช่องเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
  • ใช้ระบบปฎิบัติการ Android 6.0 Marshmallow

Pixel C 600 02

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าเสียดายว่าทาง Google ยังไม่ได้เผยข้อมูลออกมาครับว่า Pixel C จะพร้อมวางจำหน่ายในช่วงใด แต่ราคาของตัวเครื่องนั้นได้มีการประกาศออกมาแล้วโดยรุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลความจุ 32 GB จะมีราคาอยู่ที่ $499 หรือประมาณ 18,000 บาท ส่วนรุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลความจุ 64 GB จะมีราคาอยู่ที่ $599 หรือประมาณ 21,600 บาท และที่น่าเสียดายอีกหนึ่งเรื่องก็คือตัวคีย์บอร์ดนั้นจะถูกแยกวางจำหน่ายเป็นอุปกรณ์เสริมไม่ได้รวมมาในชุดจำหน่ายหลักโดยจะมีราคาอยู่ที่ $149 หรือประมาณ 5,400 บาทครับ

ที่มา : vr-zone

Click to comment

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

OPPO นอกจากมีสมาร์ทโฟนที่ฟีเจอร์ดีกับสเปคแรงน่าใช้และกล้องหลังถ่ายภาพสวยเป็นพิเศษแล้ว แท็บเล็ต OPPO ก็น่าสนใจมาก เพราะทางบริษัทก็ให้สเปคและให้ฟีเจอร์มาครบเครื่องไม่แพ้แบรนด์อื่นแถมมีรุ่นย่อยไม่ซับซ้อนจึงดูเข้าใจง่ายมาก พอให้ตัดสินใจซื้อตามการใช้งานได้สะดวกแถมหลายรุ่นก็ใช้สไตลัส OPPO Pencil วาดภาพ, เขียนจดหรือเซ็นเอกสารได้แล้ว พอเคสคีย์บอร์ด Smart Touchpad Keyboard เพิ่มนอกจากปิดหน้าจอป้องกันริ้วรอยได้แล้วก็พิมพ์งานสะดวกรวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องหยิบโน้ตบุ๊คออกมาใช้ให้ยุ่งยาก เหมาะกับคนอยากได้แท็บเล็ต Android ฟีเจอร์ครบใช้ทำงานดีไม่แพ้แบรนด์เจ้าตลาดรายอื่นมาก เรื่องควรรู้ก่อนซื้อแท็บเล็ต OPPO แท็บเล็ต OPPO ปี...

Buyer's Guide

แท็บเล็ตราคาถูกในปัจจุบันหาซื้อง่ายมากและสมาร์ทโฟนชั้นนำเจ้าต่างๆ ก็มีกลุ่มสินค้านี้ให้เลือกซื้อมากมาย เลือกได้ว่าจะเอารุ่นหน้าจอเล็กใหญ่และหน่วยความจำเท่าใด จะซื้อรุ่น Wi-Fi ธรรมดาหรือให้ต่อเน็ต 4G LTE ใช้โทรศัพท์ได้ไหมก็มีเหมือนกัน ส่วนขนาดก็มีตั้งแต่ไซซ์เล็กพกง่ายเท่ากับหนังสือพ็อคเก็ตบุ๊คเล่มหนึ่งไปจนหน้าจอใหญ่ดูซีรีส์ถนัดสายตาก็ได้ เวลาทำงานก็ใช้ทำงานได้โดยเฉพาะใครที่อัดคลิปหรือทำ Podcast ก็ใช้อ่านสคริปท์หรือเปิดสไลด์นำเสนอสะดวกขึ้นไม่ต้องใช้กระดาษให้สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังใช้เป็นแท็บเล็ตเล่นเกมทั่วไปฆ่าเวลาได้ระดับหนึ่ง หากใครเล่นเกมฆ่าเวลาจะตอบโจทย์มาก เรื่องควรรู้ก่อนซื้อแท็บเล็ตราคาถูกสักเครื่อง 6 แท็บเล็ตราคาถูกน่าใช้ ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าเงิน! 1. HONOR Pad X7 LTE...

Buyer's Guide

แท็บเล็ต HUAWEI MatePad Series ณ ตอนนี้มีรุ่นย่อยให้เลือกมากมายตั้งแต่ราคาหลักพันบาทกลางเพื่อใช้งานทั่วไป ได้หน้าจอใหญ่ไปจนหลักหมื่นพร้อมสเปคแรงทรงพลังให้ใช้ทำงานได้ดีไม่แพ้กับโน้ตบุ๊คเลย ซึ่งถ้าไล่จากรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงมากจนรุ่นเรือธงในปี 2026 จะเป็นดังนี้ ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะมีจุดเด่นและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะตัวว่าดีไซน์มาเพื่อใช้ด้านความบันเทิงเป็นหลักหรือใช้ทำงานได้ตั้งแต่เปิดเว็บไซต์, ดูหนังฟังเพลง, อ่านหนังสือรวมถึงวาดเขียนไปจนใช้แทนโน้ตบุ๊คได้ในบางโอกาสด้วย แต่ก็ต้องปรับตัวจากการใช้ระบบปฏิบัติการ Android มาเป็น HarmonyOS กับแอพฯ ของ HUAWEI เองและดาวน์โหลดแอพฯ ใน HUAWEI AppGallery...

Buyer's Guide

ยุคนี้พอต้องทำงานร่วมกับชาวต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วหาเวลาเพื่อเรียนภาษาใหม่เพิ่มไม่ทัน ก็ต้องพึ่งพลังเทคโนโลยีอย่างหูฟังแปลภาษามาช่วยให้ติดต่อคุยงานกันได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งหูฟังเหล่านี้จะทำงานร่วมกับแอพฯ ของผู้ผลิตและใช้ AI ช่วยจับประโยคและสำเนียงของคู่สนทนาแล้วแปลเป็นภาษาให้เราเข้าใจได้ง่ายและเร็วระดับ Real-time ด้วยชิปเซ็ตกับอัลกอริธึ่มแบบใหม่ในตัวที่ทางผู้ผลิตพัฒนามันต่อยอดต่อเนื่องให้ทำงานได้ดีกว่าเดิมและใช้งานได้นานขึ้นด้วย พอหมดเวลาทำงานแล้วหูฟังเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากหูฟัง True Wireless ทั่วไปในชีวิตประจำวันเพราะมันแชร์พื้นฐานร่วมกันหมดทั้งการเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ 1-2 เครื่องและสลับใช้งานได้สะดวก แถมบางรุ่นรองรับ Codec เสียงคุณภาพสูงและมีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกในตัว แถมมีได้ไมโครโฟนคุณภาพดีไว้ใช้โทรพูดคุยกับผู้อื่นได้สะดวกรวดเร็วขึ้น หรือถ้าเน้นเรื่องการแปลภาษาเป็นหลักก็มีแบรนด์ที่เน้นการแปลภาษาให้เลือกเช่นกันAdvertisement เรื่องควรทราบก่อนซื้อหูฟังแปลภาษามาใช้งาน...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก