Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

กล้องบน Nexus 5X และ Nexus 6P ได้รับการปรับปรุงพัฒนาขึ้นดีกว่าเดิมมากเป็นกอง

ตลอดระยะเวลาซีรีส์ Nexus ของ Google ทำตลาดมานั้นมีข้อเสียใหญ่อยู่ข้อหนึ่งที่ผู้ใช้งานและสื่อหลายๆ สำนักต่างให้ความเห็นตรงกันคือเรื่องของการถ่ายภาพที่ทำออกมาไม่ค่อยจะดีเท่าไรครับ

ตลอดระยะเวลาซีรีส์ Nexus ของ Google ทำตลาดมานั้นมีข้อเสียใหญ่อยู่ข้อหนึ่งที่ผู้ใช้งานและสื่อหลายๆ สำนักต่างให้ความเห็นตรงกันคือเรื่องของการถ่ายภาพที่ทำออกมาไม่ค่อยจะดีเท่าไรครับ (จะมีเว้นก็แต่ในรุ่น Galaxy Nexus ที่ร่วมทำกับ Samsung ซึ่งผู้ใช้บางรายบอกว่าสามารถถ่ายภาพออกมาได้ดีพอสมควร)

Nexus 5X and 6P camera improve 600 01

Advertisement

ดูเหมือนว่าข้อเสียดังกล่าวนี้ Google จะรับไปพิจารณาและก็ทำการปรับปรุงกับ Nexus รุ่นล่าสุดอย่าง 5X และ 6P เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ด้วยการใช้กล้องที่มีความละเอียดอยู่ที่ 12.3 MP โดยใช้เซนเซอร์ของ Sony ที่มีขนาดเซนเซอร์อยู่ที่ 1.55 micron pixels พร้อมกับอf/2.0 lens, laser autofocus และ dual LED flash แถมกล้องหน้าก็ได้รับการปรับปรุงโดยในรุ่น 6P นั้นมาพร้อมกับเซนเซอร์ความละเอียด 8 MP ส่วนรุ่น 5X มาพร้อมกับเซนเซอร์ความละเอียด 5 MP ครับ

Google ไม่เพียงแต่อัพเกรดในส่วนของฮาร์ดแวร์ให้ดูดีกว่าเดิมครับ เพราะตัวแอปพลิเคชัน camera ก็ได้รับการอัพเกรดเพิ่มฟีเจอร์มากกว่าเดิมด้วยเช่นเดียวกันทั้งบนรุ่น 5X และ 6P โดยในรุ่น 5X นั้นจะรองรับการถ่ายวีดีโอที่ความเร็ว 120 FPS ส่วนรุ่น 6P นั้นจะรองรับการถ่ายวีดีโอที่ความเร็ว 240 FPS ซึ่งที่ความเร็วระดับนี้ทำให้สามารถถ่ายวีดีโอแบบ slow motion ที่ปัจจัย 5@ 48 FPS ได้ครับ

แอพลิเคชัน camera ใหม่นั้นยังมาพร้อมกับโหมด HDR+ ใหม่ที่ได้รับการอัพเกรดจากเดิมโดยจะสามารถทำการตรวจจับได้ว่าเมื่อไรที่ควรจะใช้ฟีเจอร์ high-dynamic-range แบบอัตโนมัติโดยอาศัยการตรวจจับจากสถานการณ์ของความสว่างในสิ่งแวดล้อมที่ทำการถ่ายครับ ทาง Google ยืนยันว่าเซนเซอร์ของตัวกล้องใหม่นี้จะให้ประสิทธิภาพด้านการจัดเก็บแสงได้ดีกว่าใน Nexus 6 ถึง 92% เลยทีเดียว(เมื่อเทียบกับการใช้ซอฟต์แวร์ HDR+ แบบเดิม) ซึ่งทำให้ภาพที่ได้จาก Nexus รุ่นใหม่ทั้ง 2 รุ่นนั้นรับแสงได้ดีกว่าและมีอาการเบลอของการเคลื่อนไหวน้อยกว่าเดิมครับ

นอกไปจากนั้นแล้วบน Nexus 6P ยังได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่าง Smart Burst เข้ามาด้วยครับ โดยฟีเจอร์นี้นั้นจะทำให้ผู้ใช้สามารถที่จะทำการกดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้เพื่อทำการถ้ายภาพแบบ bursts photos ที่ 30 FPS และยังสามารถนำเอาภาพดังกล่าวนี้ไปทำการสร้างรูปเคลื่อนไหวแบบไฟล์ GIF หรือจะใช้ในการเลือกรูปที่ดีที่สุดก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันครับ

ลองมาดูกันครับว่าภาพที่ได้จาก Nexus รุ่นใหม่อย่าง 5X และ 6P จะเป็นอย่างไรบ้างครับ

Nexus 5X and 6P camera improve 600 02

Nexus 5X and 6P camera improve 600 03

Nexus 5X and 6P camera improve 600 04

Nexus 5X and 6P camera improve 600 05

Nexus 5X and 6P camera improve 600 06

Nexus 5X and 6P camera improve 600 07

Nexus 5X and 6P camera improve 600 08

Nexus 5X and 6P camera improve 600 09

Nexus 5X and 6P camera improve 600 10

Nexus 5X and 6P camera improve 600 11

ที่มา : androidpolice

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Qualcomm และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ผ่านการผสานแพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบ AI ของ Google อย่าง Gemini เพื่อเร่งพัฒนารถยนต์ยุคใหม่ในรูปแบบ Software-Defined Vehicle อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถูกยกระดับขึ้นจากการเป็นพาร์ตเนอร์ด้าน AI...

IT NEWS

Google ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดมีรายงานว่าบริษัทกำลัง ทดสอบโมเดล AI สร้างภาพรุ่นใหม่ ภายใต้ชื่อ Nano Banana 2 Flash ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็นโมเดลที่ “เร็วที่สุด” ในสายงาน image generation ของ Google ณ ตอนนี้ โมเดลใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูล Gemini...

IT NEWS

Project Zero คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ Project Zero คือทีมวิจัยด้านความปลอดภัยของ Google ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก หน้าที่หลักคือค้นหาช่องโหว่ความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นในผลิตภัณฑ์ของ Google เอง หรือซอฟต์แวร์จากบริษัทอื่น เช่น Microsoft, Apple และโครงการโอเพนซอร์สต่าง ๆ แนวทางการทำงานของ Project Zero ค่อนข้างชัดเจน คือเมื่อพบช่องโหว่...

IT NEWS

Google เดินหน้าพัฒนา Google Translate อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเพิ่มฟีเจอร์ แปลเสียงพูดแบบเรียลไทม์ผ่านหูฟังทุกชนิด โดยใช้พลังของ Gemini AI รุ่นใหม่ ทำให้การสื่อสารข้ามภาษาเป็นเรื่องง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่จำเป็นต้องใช้หูฟังเฉพาะทางอีกต่อไป ขอแค่มีสมาร์ตโฟน Android กับหูฟังทั่วไป ก็สามารถใช้งานได้ทันที ฟีเจอร์ใหม่นี้เริ่มเปิดให้ใช้งานในรูปแบบเบต้าแล้วในบางประเทศ และถือเป็นก้าวสำคัญของ Google ในการยกระดับการแปลภาษา จากเดิมที่เน้นข้อความและเสียงแบบพื้นฐาน ไปสู่การแปลเสียงที่ “ฟังเป็นธรรมชาติ”...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก