Connect with us

Hi, what are you looking for?

Other News

Huawei จัดเต็ม! ด้วยการเปิดตัวเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Mate S และรุ่นระดับกลางอย่าง G8

เป็นอีกค่ายผู้ผลิตหนึ่งที่มาแรงแซงโค้งไม้แพ้กันครับกับ Huawei ที่ในอดีตที่ผ่านมานั้นใช้วิธีดำเนินธุรกิจแบบ play safe ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนในระดับกลางร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายซะเป็นส่วนใหญ่

เป็นอีกค่ายผู้ผลิตหนึ่งที่มาแรงแซงโค้งไม้แพ้กันครับกับ Huawei ที่ในอดีตที่ผ่านมานั้นใช้วิธีดำเนินธุรกิจแบบ play safe ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนในระดับกลางร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายซะเป็นส่วนใหญ่ ทว่าหลังจากที่ชื่อแบรนด์เริ่มติดตลาดนั้นทาง Huawei ก็จัดเต็มมาเลยครับด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับหรู สเปคสูงที่มาพร้อมกับวัสดุโลหะทั้งตัวอย่าง Mate s และ G8 สำหรับตลาดระดับบนและตลาดระดับกลางโดยเฉพาะครับ

Huawei Mate S

huawei mate s 600 01

เริ่มกันที่รุ่นระดับเรือธงอย่าง Huawei Mate S ที่มีสเปคดังต่อไปนี้ครับ

  • หน้าจอขนาด 5.5 นิ้วแบบ AMOLED รองรับความละเอียดที่ระดับ 1080 x 1920 pixels
  • หน่วยประมวลผล Hisilicon Kirin 935(Octa core 4*2.2GHz + 4*1.5GHz 64-bit)
  • หน่วยความจำ(RAM) ขนาด 3 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในความจุ 32 GB / 64 GB / 128 GB
  • กล้องหลังความละเอียด 13 MP พร้อม OIS RGBW AF และ dual -tone flash
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 MP FF BSI พร้อม soft light สำหรับการถ่าย Selfie
  • รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE
  • ใช้การเชื่อมต่อแบบ micro USB 2.0
  • วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งตัว
  • ขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ Height : 149.8 mm Width : 75.3 mm Depth : 7.2 mm
  • น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 156 g(รวมแบตเตอรี่แล้ว)
  • แบตเตอรี่ความจุ 2,700 mAh
  • มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android 5.1 Lollipop ครอบด้วย EMUI 3.1
  • มาพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint Sense 2.0 และ Knuckle Sense 2.0
  • มีให้เลือก 3 สีได้แก่ Luxurious Gold, Titanium Grey และ Mystic Champagne

huawei mate s 600 02

สำหรับราคาวางจำหน่ายนั้นอาจจะดูสูงไปหน่อยครับเพราะในรุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลความจุ 32 GB นั้นจะมีราคาอยู่ที่ 650 euros หรือประมาณ 26,500 บาท ส่วนในรุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลความจุ 64 GB นั้นจะมีราคาอยู่ที่ 700 euros หรือประมาณ 28,500 บาท ซึ่งราคาในระดับนี้ก็เทียบกับรุ่นเรือธงของฝั่ง Samsung หรือ Apple เลยทีเดียวครับ

ทั้งนี้ Huawei Mate จะเริ่มวางจำหน่ายใน 30 ประเทศทั่วโลกก่อนเช่น China, France, Germany, Israel, Japan, Spain, South Africa และ the United Arab Emirates ส่วนลูกค้าในยุโรปตะวันตกจะสามารถเริ่มทำการ pre-order ได้ตั้งแต่ในวันที่ 15 กันยายนนี้เป็นต้นไปครับ ส่วนในเมืองไทยนั้นจะเข้ามาเมื่อไรคงต้องคอยดูกันต่อไปครับ

Huawei G8

Huawei G8 600 01

ต่อกันที่รุ่นระดับกลางที่ถึงแม้ว่าจะเป็นระดับกลางแต่ทว่าก็ยังคงมาพร้อมกับจุดเด่นหลายๆ อย่างที่คล้ายกับรุ่นเรือธงอย่าง Mate S ครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุโลหะทั่วทั้งตัวรวมไปถึงระบบสแกนลายนิ้วมือทางด้านหลังของเครื่องที่สามารถใช้งานได้หลายอย่างตั้งแต่ใช้ในการปลดล๊อคเครื่อง, ใช้ในการรับสายหรือสั่งการต่างๆ เป็นต้นครับ

สำหรับสเปคของ Huawei G8 มีดังต่อไปนี้ครับ

  • หน้าจอขนาด 5.5 นิ้วแบบ LCD TFT รองรับความละเอียดที่ระดับ Full-HD 1080p
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 615 64-bit octa-core
  • ชิปกราฟิก Adreno 405
  • หน่วยความจำ(RAM) มีให้เลือกทั้งรุ่นที่มาพร้อมกับขนาด 2 GB และ 3 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลภายในสำหรับรุ่นที่มาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 2 GB จะมีความจุอยู่ที่ 16 GB ส่วนรุ่นที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ 3 GB จะมีความจุอยู่ที่ 32 GB
  • สามารถเพิ่มแหล่งเก็บข้อมูลผ่าน microSD Card ได้สูงสุด 64 GB
  • กล้องหลังความละเอียด 13 MP พร้อม PureCel sensor และ dual-LED flash
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 MP
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE Category 4
  • ใช้การเชื่อมต่อแบบ micro USB 2.0
  • วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งตัว
  • ขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ Height : 152 mm Width : 76.5 mm Depth : 7.5 mm
  • น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 167 g(รวมแบตเตอรี่แล้ว)
  • แบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh
  • มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android 5.1 Lollipop ครอบด้วย EMUI 3.1
  • มาพร้อมระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • มีให้เลือก 3 สีได้แก่ White, Gold และ Black

Huawei G8 600 02

ทั้งนี้ในเมืองไทยเราคงต้องร้องเพลงรอไปก่อนนะครับเพราะ Huawei G8 นั้นจะวางจำหน่ายในประเทศจีนเป็นที่แรกสนนราคาโมเดลที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ 2 GB อยู่ที่ $370 หรือประมาณ 13,135 บาท ส่วนโมเดลที่มาพร้อมกับหน่วยความจำ 3 GB อยู่ที่ $434 หรือประมาณ 15,410 บาท โดยหลังจากในจีนแล้วคาดว่าที่ต่อไปที่จะมีการวางจำหน่าย Huawei G8 ก็คือในอินเดียครับ

ที่มา : androidpoliceandroidpolicetechnodify

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Huawei นั้นเรียกได้ว่าในช่วงที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงเวลาของความยากลำบากจริงๆ หลังจากที่โดนรัฐบาลเก่าของสหรัฐฯ สั่งแบนจนทำให้ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสายต่างๆ ตกลงเป็นอย่างมากนั้น เรื่องยังคงลามมาถึงเรื่องซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะไม่สามารถใช้งานของทางสหรัฐอเมริกาได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นทาง Huawei ก็ได้แก้ไขปัญหาด้วยการพัฒนาระบบปฎิบัติการของตัวเองออกมา พร้อมด้วยระบบให้บริการของตัวเองอย่าง Huawei Mobile Services ที่ไม่ได้เอาไว้ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเท่านั้นเพราะมันจะถูกนำเอาไปใช้งานกับอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ ด้วย Huawei Mobile Services พร้อมให้พัฒนาแอปฯลงอุปกรณ์สวมใส่ของบริษัทได้แล้ว แน่นอนว่าเมื่อทาง Huawei ไม่สามารถใช้งานระบบปฎิบัติการของ Google...

How to

ก่อนจะซื้อโน๊ตบุ๊คมาใช้งานสักเครื่องหนึ่ง นอกจากสเปคแล้วหลายคนก็ต้องหาข้อมูลว่าศูนย์บริการโน๊ตบุ๊คแบรนด์นั้น ๆ ให้บริการดีหรือเปล่าและรอเคลมสินค้านานหรือทำงานเร็วตามเว็บบอร์ดหรือโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างแน่นอน จะได้รับรู้ประสบการณ์ตรงจากผู้ใช้ด้วยกันว่าแบรนด์นั้น ๆ ให้บริการดีและรวดเร็วหรือไม่อย่างไร ปัจจุบันนี้หลายแบรนด์ก็มีวิธีการดูแลหลังการขายและการส่งซ่อมที่ง่ายขึ้นเรื่อย ๆ ช่วยให้ลูกค้าที่อุดหนุนสินค้าของทางบริษัทสามารถรับบริการดูแลเครื่องได้สะดวกขึ้นเรื่อย ๆ โดยในบทความนี้รวมวิธีการส่งเคลมโน๊ตบุ๊คแบรนด์ต่าง ๆ ฉบับง่ายและรวดเร็วให้เพื่อน ๆ ได้ใช้บริการกัน มีปัญหาก็ยกเข้าศูนย์ให้เขาดูแลกันไป ก่อนยกเครื่องไปศูนย์บริการโน๊ตบุ๊ค เตรียมของให้พร้อมด้วย อุดหนุนใครมาก็กลับไปร้านนั้นเลยก็ได้ ง่ายดีเหมือนกันก็แค่นานหน่อย อันที่จริงการเคลมโน๊ตบุ๊คแต่ละแบรนด์นั้นเราสามารถนำเครื่องของเราไปส่งเคลมหน้าร้านที่เราซื้อเครื่องมาเลยก็ได้ แต่ก็จะเสียเวลาเนื่องจากทางหน้าร้านต้องทำตามขั้นตอนการรับเคลมสินค้าตามขั้นตอนและนโยบายของทางบริษัท ซึ่งอาจต้องผ่านไปตามขั้นตอนกว่าจะถึงศูนย์รับซ่อมของแบรนด์นั้น...

Buyer's Guide

คนทำงานที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คติดตัวไปไหนมาไหนเหมือนเป็นอวัยวะอีกชิ้นของร่างกาย ดังนั้นโน๊ตบุ๊คบางเบา 2021 พกพาง่ายในงบประมาณไม่แพงมากน่าจะเป็นตัวเลือกเด่นในใจของผู้ใช้ที่ต้องพกโน๊ตบุ๊คไปติดต่องานอยู่เป็นประจำแล้วไม่อยากให้เมื่อยหลังหรือปวดไหล่แล้วเกิดปัญหาสุขภาพหลังตามมาในภายหลังอย่างแน่นอน ส่วนผู้ใช้ที่หาซื้อโน๊ตบุ๊คน้ำหนักเบาในงบประมาณ 25,000 บาท ถือเป็นช่วงราคาที่ไม่ถูกหรือแพงเกินไปและได้สเปคที่ดีพร้อมใช้ทำงานต่าง ๆ ได้สบาย ๆ และงบประมาณระดับนี้ก็มีตัวเลือกให้ผู้ใช้หาซื้อได้หลายรุ่นทีเดียว ซึ่งทำให้งบประมาณที่เหลือของเราเอาไปใช้ซื้ออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ได้อีกด้วย ถ้าเครื่องเบาเราจะไม่เจ็บไหล่และพกของเพิ่มได้อีกเยอะเลย หาโน๊ตบุ๊คบางเบา 2021 ได้ง่าย ๆ ในระบบหาโน๊ตบุ๊คของ Notebookspec การเลือกโน๊ตบุ๊คบางเบา 2021...

Other News

เนื่องจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา สร้างความลำบากให้บริษัทเทคโนโลยีจีนอย่างมากโดยเฉพาะ Huawei ที่ไม่สามารถสั่งซื้อชิปจาก TSMC ได้ จึงไม่สามารถผลิตชิป Kirin มาใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ของทางบริษัทได้จนต้องพึ่งพาชิปจากบริษัทอื่นภายในประเทศด้วยกัน เมื่อเทียบแล้วชิปที่พัฒนาภายในประเทศจีนก็มีคุณภาพไม่สูงนักเมื่อเทียบกับบริษัทคู่แข่งจากต่างประเทศ เพราะนี่เป็นปัญหาร่วมของบริษัทจีนหลายแห่ง ทางกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของประเทศจีน (MIIT) จึงเผยว่าตอนนี้ หัวเว่ย, SMIC และบริษัทจีนอื่นรวม 90 แห่งได้ร่วมลงนามก่อตั้งคณะกรรมการมาตรฐานการผลิตชิปแห่งชาติ (National Integrated Circuit...