Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Mac Corner

ล่าสุด Apple iPhone สามารถที่จะทำกำไรในตลาดสมาร์ทโฟนไปได้มากถึง 92% ทั่วโลก

เป็นระยะเวลาที่นานแล้วพอสมควรครับที่เราได้เห็นสมาร์ทโฟนจากทาง Apple ในปีละเพียงหนึ่งหรือสองรุ่นเท่านั้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ในยุคสมัยที่ Apple ยังคงกุมบังเหียนด้วย Steve Jobs

เป็นระยะเวลาที่นานแล้วพอสมควรครับที่เราได้เห็นสมาร์ทโฟนจากทาง Apple ในปีละเพียงหนึ่งหรือสองรุ่นเท่านั้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ในยุคสมัยที่ Apple ยังคงกุมบังเหียนด้วย Steve Jobs จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็น Tim Cook เราก็ยังคงเห็นกลยุทธ์การทำตลาดสมาร์ทโฟนในรูปแบบนี้มาโดยตลอด ซึ่งผลของกลยุทธ์ดังกล่าวนั้นทำให้ iPhone ไม่สามารถที่จะครองตลาดได้มากเท่ากับสมาร์ทโฟนระบบปฎิบัติการ Android ที่มีออกมามากมายให้ผู้ใช้ได้เลือกกันในตลาดได้(ถึงแม้ว่าจะมีข่าวลืออีกครั้งว่าจะมี iPhone โมเดล 6c ที่เน้นตลาดราคาระดับกลางออกมาในปีนี้)

Apple-money 600

Advertisement

และด้วยเหตุผลดังกล่าวนั่นเองก็เป็นที่รู้กันครับว่าอุปกรณ์ระบบปฎิบัติการ iOS นั้นไม่ใช่อุปกรณ์ที่ทุกๆ คน จะมีความสามารถในการเข้าถึงได้กันทั้งหมด ถ้าคุณต้องการที่จะเข้าถึง iPhone 6 Plus อย่างน้อยคุณก็ต้องจ่ายเงินเริ่มต้นที่ $749 หรือประมาณ 24,720 บาท(หรือในไทยที่ถูกที่สุดก็อยู่ที่ 28,550 บาท สำหรับเครื่องราคาศูนย์พร้อมแพ็กเกจ) ในขณะที่เคยมีรายงานจากทาง Forbes บอกเอาไว้ว่าต้นทุนของเครื่องนั้นอยู่ที่ $240 หรือประมาณ 7,920 บาทเท่านั้น จะเห็นได้ว่าส่วนต่างอยู่ที่ประมาณ 16,800 บาททีเดียว

ส่วนใน iPhone 6 ที่มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $649 หรือประมาณ 21,420 บาท(หรือในไทยที่ถูกที่สุดก็อยู่ที่ 24,600 บาท สำหรับเครื่องราคาศูนย์พร้อมแพ็กเกจ) ในขณะที่ต้นทุนของเครื่องอยู่ที่ $225 หรือประมาณ 7,425 บาทเท่านั้น จะเห็นได้ว่ามีส่วนต่างอยู่ที่ประมาณ 14,000 บาทเลยทีเดียว ดังนั้นหากจะว่าไปแล้วจึงไม่แปลกเลยแม่แต่น้อยครับที่ในเฉพาะไตรมาส 1 ของปี 2015(หรือไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2015) Apple จะมีการรายงานออกมาว่ามีรายได้จากการส่งออก iPhone 61 ล้านหน่วยถึง $13.6 billion หรือประมาณ 4.49 แสนล้านบาทเลยครับ

iPhone-6-money 600

 

ตรงนี้แหละครับที่ทำให้ถึงแม้ว่ายอดจำนวนการจัดจำหน่ายของของ iPhone จะไม่ได้มากเท่ากับสมาร์ทโฟนจากฝั่งของ Samsung แต่ตัวเลขของผลกำไรนั้นกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยทีเดียวครับ โดยทาง Canaccord Genuity ได้มีรายงานยืนยันออกมาครับว่าในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2015 ที่ผ่านมานั้นทาง Apple สามารถที่จะส่วนแบ่งกำไรจากตลาดสมาร์ทโฟนไปได้ถึง 92% ในขณะที่ Samsung สามารถที่จะทำไปได้เพียง 15% เท่านั้น(แต่ต้องไม่ลืมว่าในไตรมาสที่ 1 ของปี 2015 นั้น Samsung ยังไม่ได้เปิดตัว Galaxy S6 และ S6 Edge ออกมาครับ)

อย่างไรจากตัวเลขของทาง Apple และ Samsung ที่รวมกันได้แล้ว 107% นั้น อาจจะทำให้เราพอทราบแนวทางของตลาดได้ครับว่าในไตรมาสที่ 1 ของปี 2015 นั้นมีการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนมากกว่า 7% ซึ่งส่วนที่เหลือนั้นจะต้องทำการดูจากสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆ อีกทั่วโลกกว่า 1,000 ยี่ห้อ(ทั้งยี่ห้อระดับโลกและยี่ห้อที่ขายเฉพาะภายในประเทศตัวเอง) ว่าจะมียอดมากน้อยมากแค่ไหน

หมายเหตุ – ทาง GSMarena บอกเอาไว้ครับว่าที่ตัวเลขผลกำไรของ Apple และ Samsung รวมกันแล้วเกิน 100% ไปอย่างนี้อาจจะมีอีกสาเหตุหนึ่งว่าบริษัทคู่แข่งอื่นๆ นั้นไม่สามารถที่จะขายของจนทำผลกำไรได้หรือง่ายๆ ก็คือในไตรมาสที่ 1 ของปี 2015 นี้บริษัทอื่นๆ ถังแตกทางด้านกำไรของผลิตภัณฑ์ทางด้านสมาร์ทโฟนหล่ะครับ

หมายเหตุ 2 – หลายๆ บริษัท เช่น LG, Xiaomi, Huawei หรือ Asus ยอมที่จะขายผลิตภัณฑ์ต่ำกว่าต้นทุนเพื่อเอาจำนวนการขายได้เข้าสู้มากกว่าผลกำไรครับ

ที่มา : vr-zone, gsmarena

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

สรุปข่าว iOS 26.3 อัปเดตวันไหน มีอะไรเด่น Apple ปล่อยอัปเดตเวอร์ชัน 26.3 ครบแทบทุกระบบ พร้อมกันในวันที่ 11 ก.พ. 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งตรงกับ วันที่ 12 ก.พ. 2026 ตามเวลาไทย โดยชุดอัปเดตที่ออกพร้อมกันประกอบด้วย iOS 26.3, iPadOS...

IT NEWS

ปลายเดือน มกราคม 2026 Apple ยืนยันว่า ได้เข้าซื้อ Q.ai สตาร์ทอัปจากอิสราเอล ที่ทำเทคโนโลยี Machine Learning เพื่อให้ระบบ “เข้าใจเสียงกระซิบ” และช่วยเพิ่มคุณภาพเสียง ในสภาพแวดลล้อมที่มีเสียงรบกวน โดย Reuters ระบุว่า Apple ไม่เปิดเผยมูลค่าดีล แต่แหล่งข่าวประเมินว่าอยู่ที่ราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ...

Buyer's Guide

โน้ตบุ๊กบางเบาแบตอึดเหมาะกับคนต้องเดินทางเป็นประจำ โดยเฉพาะเซลส์ซึ่งเข้าออฟฟิศและ ไปพบลูกค้าบ้างเป็นระยะๆ จะเหมาะกับโน้ตบุ๊กประเภทนี้เป็นพิเศษ เพราะน้ำหนักเบาแบกนานๆ ก็ไม่เจ็บไหล่และมีพื้นที่เหลือไว้ใส่เอกสารสำคัญกับอุปกรณ์ทำงานได้อีกพอควร จะเก็บเมาส์, External SSD หรือใส่แท็บเล็ตติดไปด้วยก็ยังได้ แถมถ้าเทียบกับในอดีตหลายปีก่อนจะเห็นว่าโน้ตบุ๊กบางเบาเหล่านี้ราคาถูกลงมากจนคนทำงานส่วนใหญ่เริ่มซื้อได้ไม่ยากมากแล้ว เหตุผลว่าทำไมโน้ตบุ๊กบางเบาแบตอึดมีราคาถูกลง ก็เพราะซีพียูของ AMD, Intel ถูกพัฒนาให้มีสมรรรถนะดีแล้วใช้พลังงานต่ำลงเรื่อยๆ เหลือเพียงไม่กี่วัตต์เท่านั้น ยิ่งถ้าปล่อยสแตนด์บายไว้ก็แทบจะไม่ต้องต่อชาร์จเลยก็ได้ ยังไม่รวมคู่แข่งหน้าใหม่กลุ่มสถาปัตยกรรม ARM อย่างเช่น Snapdragon X Series...

Buyer's Guide

โน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 30000 บาท สำหรับบางคนก็มองว่ายังไม่คุ้มค่าทั้งเรื่องวัสดุเกรดทั่วไปและชิปเซ็ตก็ยังอยู่ระดับกลางๆ สู้เพิ่มเงินไปซื้อรุ่นพรีเมียมราคา 30,000~40,000 บาท จะคุ้มค่าและใช้ได้นานกว่าจนโน้ตบุ๊กเหล่านี้มักถูกมองข้าม แต่ตอนนี้กลับกันแล้วเพราะแบรนด์ต่างๆ เลือกเอาซีพียู AMD Ryzen และ Intel Core Ultra รุ่นใหม่มาติดตั้งแล้วปรับราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้นให้นักศึกษาทั้งเรียนอยู่และเพิ่งได้งานใหม่ซื้อไปใช้งานได้ตามชอบ ความน่าสนใจของโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 30000 บาท ตอนนี้จะเห็นว่าในแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์จะเห็น MacBook Air ชิปเซ็ต...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก