Connect with us

Hi, what are you looking for?

Special Story

Land Rover กำลังพัฒนาระบบควบคุมรถยนต์แบบรีโมทผ่านทางสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone

ท่านใดที่เป็นแฟนภาพยนตร์สายลับ 007 ภาคเก่าๆ หน่อยคงจะมีสิ่งหนึ่งที่ชื่นชอบอยู่ในซีรีส์นี้อีกเพราะนอกจากอาวุธที่ทันสมัยและสาวๆ ที่เซ็กซี่ยั่วยวนใจแล้ว(ซึ่งส่วนใหญ่จะตกเป็นของพี่เจมส์ บอนด์ทั้งหมด)

ท่านใดที่เป็นแฟนภาพยนตร์สายลับ 007 ภาคเก่าๆ หน่อยคงจะมีสิ่งหนึ่งที่ชื่นชอบอยู่ในซีรีส์นี้อีกเพราะนอกจากอาวุธที่ทันสมัยและสาวๆ ที่เซ็กซี่ยั่วยวนใจแล้ว(ซึ่งส่วนใหญ่จะตกเป็นของพี่เจมส์ บอนด์ทั้งหมด) อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้ชื่นชอบเทคโนโลยีละสายตาไปไม่ได้เมื่อมันออกมาโลดแล่นอยู่บนหน้าจอก็คือรถยนต์คู่ใจพี่บอนด์ที่มักจะมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนสุดหรูซึ่งสามารถใช้ควบคุมตัวรถยนต์ได้ครับ

แน่นอนว่าเรื่องในภาพยนตร์นั้นก็คงจะใช้เทคนิคพิเศษเข้าช่วยในการถ่ายทำเพื่อให้ดูเหมือนกับว่าพี่บอนด์ของเรานั้นสามารถที่จะใช้สามารถโฟนควบคุมรถให้ขับเคลื่อนที่ได้อย่างสะดวกสบาย แต่ในความเป็นจริงแล้วการจะใช้อุปกรณ์เล็กๆ อย่างสมาร์ทโฟนในการรีโมทเพื่อบังคับรถยนต์ในสมัยนั้นยังคงเป็นเพียงความฝันของนักพัฒนาหลายๆ คนเท่านั้นครับ

Advertisement

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 01

เทคโนโลยีนี้จะไม่อยู่ในภาพยนตร์อีกต่อไปแล้วครับเมื่อทางนักวิจัยของทาง Land Rover ได้เริ่มต้นทำการพัฒนาระบบนี้ขึ้นมาแล้ว แถม ณ เวลาปัจจุบันนี้ยังมีรถต้นแบบที่พร้อมจะใช้ iPhone ในการบังคับขับเคลื่อนรถยนต์ให้ผ่านอุปสรรค์ต่างๆ ให้เราได้เห็นอีกต่างหาก(เพียงแต่ว่ายังไม่สามารถลงใช้งานบนถนนจริงๆ ได้ก็เท่านั้น)

ภาพทางด้านบนนี้เป็นภาพที่ทาง Land Rover ถ่ายไว้โดยมีนักวิจัยใช้ iPhone ในการบังคับขับเคลื่อนรถยนต์ 4×4 อยู่ข้างๆ ผ่านอุปสรรค์ ซึ่งภายในรถยนต์นั้นไม่มีคนนั่งอยู่ด้วยแต่อย่างใดครับ สถานที่ที่มีการนำระบบนี้ไปทำการทดสอบก็คือพื้นที่ทดสอบว่างๆ ข้าง Jaguar Land Rover ใกล้กับ Warwick ใน England

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 02

สิ่งหนึ่งที่แว๊บเข้ามาก็คือเขาทำอย่างไรจึงสามารถที่จะทำการควบคุมที่ปกติเราใช้คลื่นสมองในการบังคับมือเพื่อควบคุมพวงมาลัยของรถและทำไมที่นั่งของรถจึงกลายเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นในการใส่ใจในวิธีการนั่งของคุณเพื่อที่จะทำการขับรถยนต์ครับ การกระทำดังกล่าวถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เลยทีเดียวครับที่สามารถจะย้ายไปอยู่บนสมาร์ทโฟน(ซึ่งในที่นี้คือ iPhone) ได้

หากเรามองข้ามเรื่องของราคาที่ต้องจ่ายทั้งค่ารถที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีนี้และค่าสมาร์ทโฟนแล้ว มันก็ยังคงมีเหตุผลที่ดีที่สุดอยู่ดีที่เทคโนโลยีนี้ควรจะเกิดขึ้นครับ ตัวอย่างง่ายๆ เลยอย่างเช่นเมื่อคุณจะต้องขับรถแบบ 4×4 ผ่านในภูมิประเทศที่มีความยากลำบาก มันมีความจำเป็นอย่างมากเลยครับที่ผู้ขับจะต้องใช้สมาธิในการวิเคราะห์และใส่ใจกับเส้นทางที่อยู่ข้างหน้าอย่างเต็มที่รวมไปถึงมาตรวัดต่างๆ ของตัวรถที่ต้องมั่นคงเพื่อที่จะทำให้ผ่านสถานการณ์ไปได้

การได้ออกมาจากรถยนต์แล้วใช้ระบบขับเคลื่อนแบบรีโมทผ่านทางสมาร์ทโฟนนั้นจะทำให้คุณได้รับมุมมองที่กว้างกว่า แถมถ้าเกิดเหตุผิดพลาดอะไรกับตัวรถขึ้นมา ตัวคุณเองก็จะยังปลอดภัยอยู่ข้างนอกแบบไม่ต้องไปเสี่ยงอันตรายอยู่ในรถครับ(ลองคิดถึงการขับรถผ่านทางขึ้นเขาแคบๆ และเป็นเนินสูงดูครับ ถ้าผิดพลาดขึ้นมานิดเดียวคุณอาจจะขับรถตกเหวและเป็นอันตรายต่อชีวิตก็เป็นได้)

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 03

Andrew Hoyle จาก Cnet ได้เข้าไปทดลองนั่งบนรถที่ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนแบบรีโมทผ่าน iPhone ดูครับ ซึ่งเขาได้บอกเอาไว้ว่ามันเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากที่ได้อยู่บนรถที่เคลื่อนที่แต่ทว่ากลับไม่มีคนขับนั่งขับอยู่ข้างๆ และยิ่งแปลกกว่านั้นก็คือการได้เห็นคนที่ควบคุมรถนั้นอยู่ห่างไปหลายเมตรนอกรถ มันทำให้เขาอัศจรรย์ใจมากครับ(ซึ่งจริงๆ ผมว่าความรู้ศึกน่าจะคล้ายๆ กับการนั่งในรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติได้ด้วยตนเองอยู่เหมือนกันเพราะแบบนั้นเราก็ไม่ได้เห็นคนขับครับ เพียงแต่ว่าในกรณีของ Hoyle นั้นเขาเห็นคนบังขับรถที่เขานั่งอยู่ไกลๆ นั่นเองครับ)

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 04

สำหรับแอปพลิเคชันที่ใช้ในการบังคับรถบน iPhone นั้นก็ไม่ได้มีหน้าตาแตกต่างอะไรไปจากแอปพลิเคชันสำหรับการบังคับรถรีโมทขนาดเล็กไปมากสักเท่าไรครับ คุณจะได้เห็นพวงมาลัยเล็กๆ ที่เอาไว้ใช้สำหรับบังคับ พร้อมมาตรวัดต่างๆ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือการควบคุมรีโมทในครั้งนี้เป็นการรีโมทรถยนต์ที่มีขนาดหลายตันไม่ใช่รถบังคับขนาดจิ๋วเท่านั้นเองครับ

ด้วยเหตุผลทางด้านความปลอดภัยตัวรพยนต์จะถูกกำหนดให้มีความรถสูงสุดอยู่ที่ 6.5 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้นซึ่งก็แค่เคลื่อนที่แบบช้าๆ ชิวๆ หล่ะครับ ดังนั้นในตอนนี้คงจะยังไม่สามารถหวังที่จะเอารถยนต์ที่พ่วงระบบนี้มาไปแข่งเรื่องความเร็วกับใครเขาได้ครับ เพราะสิ่งหนึ่งที่ต้องระบุกันให้ทราบอีกครั้งก็คือเทคโนโลยีบนตัวรถยนต์คันนี้ยังเป็นเพียงตัวต้นแบบเท่านั้น หากจะนำไปใช้งานได้จริงๆ คงต้องให้เวลานักวิจัยพัฒนากันต่อไปสัก 5 – 10 ปีนู่นแหละครับ

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 05

ตัวเทคโนโลยีนั้นยังมาพร้อมกับระบบตรวจจับหลุ่มบ่อที่อยู่บนท้องถนนได้อีกด้วยครับ และไม่เพียงแค่จะช่วยทำให้ตัวรถสามารถที่จะปรับแนวการเคลื่อนที่เพื่อหลบหลุุ่มบ่อนั้นได้เองโดยอัตโนมัติเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุหรือลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับล้อรถได้แล้ว แต่ทว่ามันยังคงสามารถจะยังบันทึกขนาดของหลุมบ่อและตำแหน่งของหลุมบ่อนั้นๆ ไว้ได้อีกด้วยครับ แน่นอนว่าเมื่อมีการบันทึกแล้วตัวระบบก็จะสามารถที่จะทำการแชร์ข้อมูลดังกล่าวไปยังรถคันอื่นๆ ให้ผู้ขับรถคนอื่นๆ ได้รู้ว่ามีหลุมบ่ออยู่ตรงไหนเพื่อเลี่ยงอันตรายได้ด้วยนั่นเองครับ

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 06

บนรถที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีนี้ที่คันเร่งสำหรับเหยียบเร่งความเร็วจะมาพร้อมกับนวัตกรรมที่ใช้ระบบ haptic feedback (อย่างเช่นการสั่นแบบอ่อน) ส่งไปยังเท้าที่เหยียบคันเร่งของคุณครับ โดยการสั่นนั้นก็จะมีลักษณะหลายรูปแบบเพื่อเป็นข้อมูลให้คุณรับทราบข้อมูลของตัวรถยนต์ในเวลาที่แตกต่างกันครับ

อ้างอิงจากทาง Land Rover แล้วระบบนี้จะเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพมากในการใช้สำหรับส่งข้อมูลให้คุณได้ทราบครับว่ามีอะไรผ่านเข้ามาใกล้ๆ ในรัศมีของรถยนต์ของคุณ อย่างเช่นมีรถจักรยานเข้ามาในรัศมีของรถยนต์คุณในมุมบอดครับ นอกจากที่จะสั่นที่คันเร่งแล้วก็จะยังสามารถส่งข้อมูลในลักษณะของภาพเหลือเสียงเพื่อเตือนภัยให้คุณได้อีกด้วยเช่นเดียวกันครับ

หมายเหตุ – Land Rover ยังบอกว่าระบบ haptic feedback ยังสามารถที่จะทำการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในสถานการณ์อื่นๆ อย่างเช่นเมื่อมีการเร่งความเร็วมากเกินไปจากที่กำหนดไว้ หรือความเร็วตกลงมากผิดปกติ หรือแม้แต่กระทั่งใช้เป็นการกระตุ้นตัวผู้ขับเมื่อรถรับรู้ได้ว่าผู้ขับนั้นกำลังง่วงนอนอยู่ด้วยครับ

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 07

และเช่นเดิมครับ Andrew Hoyle ได้ทดสอบขับรถเพื่อดูว่าระบบ haptic feedback ของ Land Rover นั้นจะออกมาเป็นเช่นไร ซึ่งเขาบอกว่าระบบนี้ทำงานได้เป็นอย่างดีในช่วงที่เขาทำการขับทดสอบ การสั่นเตือนนั้นมีมากมายหลายแบบซึ่งแต่ละรูปแบบการสั่นเต้นเตือนนั้นก็แตกต่างกันอย่างชัดเจนทำให้เขาสามารถที่จะแยกออกได้ว่าการสั่นแบบไหนเป็นการเตือนแบบใดครับ(ถึงแม้ว่าเขาจะใส่รองเท้าผ้าใบในการขับรถก็ยังรู้สึกถึงการสั่นนี้ได้) เขาบอกว่าระบบนี้ช่วยให้การขับรถยนต์ของเขาง่ายขึ้นมากกว่าเดิมเลยทีเดียวครับ

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 08

Land Rover ไม่เพียงแค่ จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำเข้าไปใส่ไว้ในตัวรถเท่านั้นนะครับ พวกเขายังมีการค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับกระบวนการผลิตรถยนต์อีกด้วยเช่นเดียวกัน โดยจากภาพที่ท่านเห็นทางด้านบนนี้เป็นเป็นการนำเอา virtual reality suit มาทำการสร้างภาพเสมือนจริงเพื่อที่จะทำให้ทีมงานที่ทำการประเมินสถานที่ผลิตสามารถที่จะเห็นได้ว่ารถยนต์โมเดลใหม่ๆ ควรจะทำการควรจะทำการผลิตออกมาในรูปแบบใดเพื่อที่จะทำให้ได้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

เมื่อสวมใส่ virtual reality suit ไว้ ทางนักวิศวกรก็จะสามารถทำการจำลองการเคลื่อนที่ของพนักงานในโรงงานผลิตจริงขึ้นมาครับ หลังจากนั้นพวกเขาก็จะทำการตรวจสอบว่าระยะทางไกลที่สุดอยู่ที่แค่ไหนที่ที่เขาสามารถทำการยืดร่างกายเข้าไปภายในช่องเครื่องยนต์ของรถยนต์หรือแม้กระทั่งภายในของส่วนโค้งของล้อรถยนต์ ซึ่งถ้าหากพบว่าการเคลื่อนไหวรูปแบบใดทำให้เกิดความไม่สบายตัวหรืออึดอัดต่อร่างกายขึ้นพวกเขาก็สามารถที่จะนำไปพัฒนากรรมวิธีการผลิตแบบใหม่ขึ้นเพื่อทำให้เกิดความไม่สบายตัวหรืออึดอัดต่อร่างกายของพนักงานให้น้อยที่สุดครับ

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 09

นอกจากจะใส่ใจกับพนักงานที่ทำการผลิตแล้ว ผู้ขับรถยนต์ที่เป็นลูกค้าของบริษัทก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ Land Rover ให้ความใส่ใจครับ จากภาพข้างบนนี้เป็นการใช้ระบบ virtual reality ในการจำลองการขับรถยนต์ เพื่อที่จะทำการทดสอบดูครับว่าในรถยนต์รุ่นใหม่แต่ละรุ่นนั้น ตำแหน่งของพวงมาลัย คันเร่ง เกียร์ การนั่ง ฯลฯ ของผู้ขับ ควรจะอยู่ในตำแหน่งใดถึงจะเหมาะสมสะดวกสบายมากที่สุด เรียกว่าใส่ใจผู้ที่ทำการขับขี่เป็นอย่างมากเลยครับ

หมายเหตุ – การจำลองภาพเสมือนจริงด้วยวิธีนี้จะจำลองรูปแบบของสถานการณ์ในการขับต่างๆ มากมายไม่ว่าเป็นเป็นกลางแดด หรือฝนตกเป็นต้น เพื่อดูตำแหน่งของอุปกรณ์ทุกอย่างให้อยู่ในจุดที่เหมาะสมที่สุดครับ

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 10

ภาพด้านบนนี้ได้แสดงให้ถึงระบบจำลองพวงมาลัยที่ภายในมีเซ็นเซอร์สำหรับแยกแยะการเปลี่ยนแปลงของคลื่นสมองฝังอยู่ครับ เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นทาง Land Rover ได้บอกไว้ว่าตัวเซนเซอร์จะคอยตรวจจับคลื่นสมองว่าคนขับนั้นให้ความสนใจกับการขับและมองไปที่ถนนข้างหน้าจริงหรือไม่ โดยถ้าหากตรวจพบว่าคนขับเกิดเปลี่ยนความสนใจจากถนนข้างหน้าตัวรถก็จะมีระบบแจ้งกลับไม่ว่าจะเป็นการส่งเสียงเตือนหรือสั่นเตือนเพื่อให้คนขับกลับมาให้ความสนใจที่ถนนข้างหน้าเหมือนเดิมครับ

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 11

นอกไปจากนั้นยังมีรถยนต์ตัวอย่างที่มาพร้อมกับที่นั่งที่เต็มไปด้วยเซ็นเซอร์ต่างๆ อย่างเช่นเซ็นเซอร์การตรวจจับการเต้นของหัวใจและการหายใจครับ เซ็นเซอร์ต่างๆ เหล่านี้จะมีไว้เพื่อสำการประเมินคนขับว่าเหนื่อยหรือเครียดแค่ไหนจากการขับรถเพื่อที่จะทำการปรับรถให้เหมาะสมกับสภาพของคุณ ณ เวลานั้นๆ ครับ

ตัวอย่างก็คือถ้าคุณมีอัตราการเต้นของหัวใจมากโดยอาจจะมาจากอารมณ์ที่หงุดหงิดเพราะรถติดหรือรถคันข้างๆ ขับไม่ได้ดั่งใจคุณ ตัวรถยนต์ก็จะปรับไฟอารมณ์ภายในให้พอเหมาะและอาจจะมีการเปิดเพลงสบายๆ ให้คุณได้ฟังเป็นการคลายเครียดเป็นต้นครับ เช่นเดียวกันครับถ้าเซ็นเซอร์จับได้ว่าคุณกำลังง่วงนอนอยู่หล่ะก็ ตัวรถยนต์ก็อาจจะปรับลดความเย็นของเครื่องปรับอากาศลงหรือทำการแนะนำให้คุณจอดรถนอนก่อนเป็นต้นครับ

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 12

 

นอกไปจากนั้นแล้ว Land Rover ยังพัฒนาระบบเซ็นเซอร์ 3D ขึ้นมาใช้งานในการสั่งงานหน้าจอสั่งงานอีก คงจะมีหลายๆ ท่านที่มีประสบการณ์ในการละสายตาจากถนนไปใช้นิ้วจิ้มที่หน้าจอสั่งการ(ผมเองก็เป็นบ่อยๆ ครับ) นะครับ แต่ระบบนี้จะสามารถทำให้คุณสั่งการได้ถึงแม้ว่านิ้วคุณจะอยู่ห่างจากหน้าจอหลายนิ้ว โดยตัวระบบจะมีความถูกต้องครับว่าคุณต้องการที่จะสั่งการอะไรเช่นเลื่อนเพลงหรือปรับลดเสียง ฯลฯ ด้วยเทคโนโลยีนี้จะทำให้คุณละสายตาจากถนนน้อยลงได้ถึง 22% เลยทีเดียวครับ

Remote control a Land Rover with an iPhone 600 13

ท้ายสุดแล้วกับเซ็นเซอร์ภายนอกรถที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ทางทีมวิจัยให้ความสนใจมากที่สุดก็ว่าได้ครับ ทางทีมวิจัยได้นำเอาเซ็นเซอร์ที่เรียกว่า Lidar (หรือเรดาร์ที่ใช้แสงที่มองไม่เห็น) ใส่ไว้รอบๆ ตัวรถยนต์ซึ่งจะทำให้ตัวรถยนต์นั้นสามารถที่จะทำการตรวจจับได้ครับว่ามีวัถุใดๆ ที่มาอยู่ในรัศมีของรถยนต์บ้าง แถมเจ้า Lidar นี้นยังเป็นเซ็นเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงมากที่สุดเท่าที่มีในปัจจุบันเลยครับ

แน่นอนครับว่าเซ็นเซอร์ Lidar นั้นก็จะมีหน้าที่ในการตรวจสอบวัตถุรอบรถยนต์และทำการแจ้งให้คุณทราบเพื่อทำให้การขับรถของคุณนั้นมีความปลอดภัยมากขึ้นเพราะปฎิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ครับว่าในการขับรถยนต์นั้นมุมที่มองไม่เห็นมีมากมายเหลือเกิน(โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมือใหม่หัดขับ) ข้อเสียที่ใหญ่มากของระบบนี้สำหรับเวลานี้ก็คือเจ้า Lidar นั้นมีราคาสูงถึง £100,000 หรือประมาณ 5,261,710 บาท สำหรับหนึ่งชุดเลยครับ

ที่มา : cnet

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Tips & Tricks

แนะนำอะแดปเตอร์ไอโฟน PD Charge หาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แรง อัปเดต 2022 นอกจากสมาร์ทโฟนจะดีแล้ว การหาซื้ออุปกรณ์สำหรับชาร์จที่ดีก็ถือเป็นเรื่องจำเป็นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทุกวันนี้แบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนมีขนาดใหญ่ขึ้น ต้องการใช้พลังงานที่มากขึ้น การชาร์จแบตให้เร็ว และให้ไว เพื่อตอบสนองกับการใช้งานก็เป็นเรื่องที่ช่วยตอบโจทย์ให้กับไลฟ์สไตล์เป็นอย่างยิ่ง ทีมงาน NotebookSPEC ก็อยากจะมาแนะนำอุปกรณ์ชาร์จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อะแดปเตอร์ไอโฟน ที่รองรับการชาร์จเร็ว ชาร์จไว ชาร์จเครื่องให้เต็มได้ในเวลาไม่นาน แนะนำอะแดปเตอร์ไอโฟน ประสิทธิภาพดี...

Tips & Tricks

How To อัดหน้าจอ iPhone ง่ายๆ ในพริบตา ไม่ต้องโหลดแอพเพิ่ม อัพเดต 2022 มีแอพพลิเคชันมากมายในการอัดหน้าจอ แต่ใครไม่อยากลงแอพเพิ่ม หรือกังวลเรื่องความปลอดภัย ตัวสมาร์ทโฟน อย่าง iPhone นั้นก็มีฟีเจอร์อัดหน้าจอ ที่เพิ่มเข้ามาตั้งแต่ iOS 11 เป็นต้นมา ทำให้สามารถอัดหน้าจอได้ ซึ่งการเปิดใช้งานนั้นก็ทำได้ง่ายมากๆ เราไปดูกันเลย วิธีอัดหน้าจอ...

Tips & Tricks

แนะนำสายชาร์จไอโฟน ของดี มี MFi ในราคาประหยัด หาซื้อได้ง่าย อัพเดต 2022 เมื่อมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ย่อมต้องใช้ไฟฟ้าอยู่แล้ว ดังนั้น สายชาร์จเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้เลย แม้ว่าในปัจจุบันจะมีอุปกรณ์ที่รองรับหรืออุปกรณ์สำหรับชาร์จไร้สายแล้วก็ตาม แต่ความเร็วในการชาร์จ รวมถึงกำลังในการจ่ายไฟนั้น ก็ยังสู้การเสียบสายชาร์จโดยตรงไม่ได้อยู่ดี วันนี้ทีมงานจึงอยากมาแนะนำสายชาร์จไอโฟน คุณภาพดี ราคาประหยัด มี MFI มาดูกันเลย การรองรับ MFi...

Tips & Tricks

แนะนำอะแดปเตอร์ iPhone ราคาถูก มี GaN หาซื้อได้ง่าย อัปเดต 2022 ในปัจจุบันนั้น ต้องบอกว่า การที่เราจะซื้อ iPhone จาก Apple นั้น ทางแบรนด์ ไม่ได้มีหัวชาร์จ หรืออะแดปเตอร์ แถมมาให้ในกล่องแล้ว ซึ่งเราต้องซื้อแยก อย่างไรก็ตาม วันนี้ทีมงาน NotebookSPEC อยากอยากจะมาแนะนำ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก