Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Game News

เครื่องมือใหม่ที่จะทำให้การเล่นเกมผ่านระบบ Cloud ใช้แบนด์วิดธ์ลดลงถึง 600%

ในปัจจุบันนั้นเทคโนโลยีการเล่นเกมผ่านระบบ Cloud นั้นยังถือได้ว่าจำกัดอยู่ในวงแคบๆ ครับ ปัญหาที่สำคัญที่สุดที่ทำให้การเล่นเกมผ่านระบบ Cloud ยังไม่ค่อยน่าสนใจมาก

ในปัจจุบันนั้นเทคโนโลยีการเล่นเกมผ่านระบบ Cloud นั้นยังถือได้ว่าจำกัดอยู่ในวงแคบๆ ครับ ปัญหาที่สำคัญที่สุดที่ทำให้การเล่นเกมผ่านระบบ Cloud ยังไม่ค่อยน่าสนใจมากนักก็คือการที่ต้องใช้เครื่อง Server ที่แรงมากๆ ในการประมวลผลภาพ 3 มิติ แถมการสตรีมภาพ 3 มิติที่ประมวลผลมาแล้วนั้นยังต้องการแบนด์วิดธ์ที่มากอีกด้วยครับ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดอย่างเช่นการเล่นเกม Tomb Raider หรือ Crysis เป็นระยะเวลา 1 – 2 ชั่วโมงนั้นจะอาจจะทำให้เครื่องของคุณมีการส่งข้อมูลถึง 2 GB เลยทีเดียวครับ

Cloud gaming bandwidth reduced by 600 percent 600.

Advertisement

ปัญหาดังกล่าวอาจจะไม่ค่อยเห็นผลกับท่านที่ใช้ Fiber Optic หรือ Cable มากเท่าไรครับ แต่ถ้าพูดถึงการใช้ ADSL ธรรมดาแล้วหล่ะก็รับรองว่ามีปัญหาเรื่องภาพกระตุกเพราะไม่สามารถที่จะส่งสัญญาณได้ทันแน่นอนครับ เพื่อเป็นเการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนักวิจัยจากทาง Duke University จึงได้ทำการวิจัยจนคนพบวิธีการที่จะลดแบนด์วิดธ์นั้นได้ถึง 600% เลยทีเดียวครับ(หรือคิดเป็นน้อยลง 1/6)

ทางนักวิจัยได้ให้ชื่อของเทคนิคนี้ว่า “Kahawai” ครับ(ภาษาฮาวายมีความหมายว่า Stream) โดยในเทคนิคนี้ก็ได้มีการใช้เทคนิคอย่าง “collaborative rendering” ซึ่งแตกต่างจากเทคนิคการส่งสตรีมเกมผ่านระบบ Cloud ในปัจจุบันครับ โดย Kahawai นั้นจะใช้ทรัพยากรทั้งบนฝั่ง Server และ Local ในการแรนเดอร์เฟรมแต่ละเฟรม โดยทางฝั่ง Server นั้นจะรับผิดชอบงานที่ซับซ้อนไม่ว่าจะเป็นการสร้างข้อมูลของการเปลี่ยนแปลง Texture และ Shading เพื่อให้ตัวเกมรันได้ที่อย่างน้อย 60 FPS

ในขณะที่ทรัพยากรทางฝั่ง Local (อย่างเช่นสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่ไม่ค่อยจะมีกำลังในการประมวลผลมากมายเท่าไรนัก) จะช่วยในการลดแบนด์วิดธ์ด้วยการแรนเดอร์ภาพที่หยาบๆ ของแต่ละเฟรมหรืออาจจะแรนเดอร์ภาพคุณภาพสูงบางเฟรมที่ได้รับการกำหนดมาครับ เมื่อนำเอาทั้ง 2 ฝั่งมารวมเข้าด้วยกันผลที่ได้ก็คือภาพในการสตรีมเกมจะยังคงสวยงามอยู่แต่ใช้แบนด์วิดธ์ในการส่งข้อมูลน้อยลงครับ

เพื่อเป็นการทดสอบเทคนิค Kahawai ดังกล่าวทางทีมวิจัยได้ทำการทดสอบโดยการสตรีมเกม Doom 3 ด้วยการรวม Kahawai เข้าไปบนซอฟต์แวร์การสตรีม ผลที่ได้นั้นอ้างอิงจากทีมวิจัยพบว่า Kahawai สามารถที่จะลดแบนด์วิดธ์ในการสตรีมไปได้ถึง 1/6 เลยทีเดียวครับ แถมที่สำคัญก็คือ Kahawai นั้นไม่ส่งผลใดๆ ต่อ response time ของการเล่นอีกด้วย ทำให้การเล่นเกมนั้นมีผลภาพเหมือนกับตัวเครื่องไม่ได้รันส่วนของเทคนิค Kahawai อยู่ด้วยครับ

ถามว่า Kahawai นั้นจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการใช้งานอย่างไรบ้างนอกจากการสตรีมเกมเพียงอย่างเดียวแล้ว บอกได้เลยครับว่าประโยชน์การใช้งานของ Kahawai นั้นมีมากมายมาก โดยเฉพาะในอนาคตเราอาจจะได้เห็นการสตรีมภาพทางด้าน 3 มิติเพื่อการรักษาพยาบาล หรือแม้กระทั่งการสตรีมภาพ CAD ผ่านอินเทอร์เน็ตบ้านทั่วไปก็เป็นได้ครับ

ที่มา : vr-zone

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Accessories review

Keychron C75 TMR 8K Magnetic Switch Keyboard ใหม่เพื่อ เกิดมาเพื่อเกมเมอร์ ฟีเจอร์มาครบ ลูกเล่นจัดเต็มแต่ราคาเป็นมิตรต่อกระเป๋าเงิน! ถ้าคิดถึงคีย์บอร์ดทำงานขวัญใจหลายๆ คน ก็มักคิดถึง Keychron เสมอ ด้านคีย์บอร์ดเกมมิ่งในตอนนี้ก็มี Keychron C75 TMR 8K เป็น Magnetic Switch...

Buyer's Guide

ใครหลายคนพอประกอคอมใหม่แล้วได้สเปคแรงทรงพลังอาจเลือกจอเล่นเกมความละเอียดระดับ Full HD (1080p) เพื่อให้ใช้กำลังการ์ดจอน้อยๆ เพื่อให้เฟรมเรทสูงเพื่อความได้เปรียบตอนเล่นเกม FPS หรือเป็นจอ 2K QHD (1440p) เอาความคมชัดสวยงามเพิ่มแต่ภาพก็ยังลื่นไหลอยู่ แต่การ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA GeForce RTX 4070 หรือ AMD Radeon 7800 XT ขึ้นไปสามารถเล่นเกมบนความละเอียด 4K...

Buyer's Guide

ในช่วง 2~3 ปีที่ผ่านมาจะสังเกตเห็นว่าผู้ผลิตเกมมิ่งเกียร์ชั้นนำหลายแบรนด์เริ่มผลิตคีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบสวิตช์แม่เหล็ก Hall Effect ออกมาให้เลือกซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ โดยชูจุดเด่นว่าทำงานโดยใช้แม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet) ทำงานร่วมกับเซนเซอร์จับระยะบนแผงวงจรหลักเพื่อกำหนดจุดทำงาน (Actuation Point) ได้ว่าจะให้กดลงไปกี่ มม. แล้วเริ่มทำงาน มันจึงได้รับการตอบรับจากเกมเมอร์อย่างกว้างขวางและหาซื้อได้ง่ายขึ้นมาก มีตั้งแต่หลักพันบาทต้นไปจนเฉียดหมื่นขึ้นอยู่กับฟีเจอร์และวัสดุว่าถูกออกแบบมาเช่นไร ฟีเจอร์สำคัญของคีย์บอร์ดเกมมิ่งแบบ Magnetic นอกจากตั้งระยะทำงาน (Actuation Point) ได้ก็มีอีกหลายอย่าง ได้แก่...

Special Story

HDR: ฟีเจอร์ที่เคยถูกคาดหวังว่าจะปฏิวัติวงการเกม แต่ปี 2025 ยังเต็มไปด้วยปัญหา ในปี 2016 เมื่อ PlayStation 4 Pro เปิดตัว HDR มันถูกยกให้เป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนวิธีที่ผู้เล่นมองเห็นภาพในเกมอย่างสิ้นเชิง HDR สามารถแสดงความสว่างสูงสุดได้หลายพัน nits เทียบกับ SDR ที่ค้างอยู่ที่ 100 nits เท่านั้น และยังรองรับช่วงสีที่กว้างกว่าอย่างมาก...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก