Connect with us

Hi, what are you looking for?

Microsoft News

Microsoft เผยวิธีการที่จะทำเงินหลังจากที่จะปล่อยให้ Windows 10 อัพเกรดกันได้แบบฟรีๆ

คงเป็นข้อสงสัยของใครหลายๆ คนมาตลอดช่วงเวลาหนึ่งตั้งแต่ทาง Microsoft ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการครับว่าระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง Windows 10 นั้นจะเปิดให้ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าอย่าง Windows 7

คงเป็นข้อสงสัยของใครหลายๆ คนมาตลอดช่วงเวลาหนึ่งตั้งแต่ทาง Microsoft ได้มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการครับว่าระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่าง Windows 10 นั้นจะเปิดให้ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าอย่าง Windows 7 หรือ Windows 8 สามารถทำการอัพเกรดกันไปใช้ Windows 10 ได้แบบฟรีๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย(ภายในระยะ 1 ปีแรกที่เปิดตัว Windows 10 อย่างเป็นทางการ) ซึ่งกลยุทธ์ใหม่นี้ขัดต่อหลักการดำเนินการทางตลาดของ Microsoft ในอดีตที่ผ่านมาแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ

Microsoft_2014_11

Advertisement

ในอดีตที่ผ่านมานั้นทุกท่านน่าจะทราบกันดีว่าทาง Microsoft เป็นบริษัทที่ทำรายได้จากการขายตัวซอฟต์แวร์เป็นหลักครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับระบบปฏิบัติการซีรีส์ Windows ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก และชุดซอฟต์แวร์สำหรับสำนักงานอย่าง Microsoft Office เป็นหลัก ทว่าหลังจากที่ทาง Microsoft จะเปิดให้ Windows 10 นั้นกลายเป็นของฟรีทำให้เกิดคำถามตามมาครับว่า Microsoft จะสามารถทำรายได้มาจากส่วนไหนเพื่อที่จะมาทดแทนรายได้ที่ต้องหายไปจากการขาย Windows 10

ในงาน Convergence conference ของ Microsoft ที่พึ่งผ่านไปไม่นานมานี้ทาง Chris Caposella ผู้รับผิดชอบทางด้านการตลาดของ Microsoft ได้ออกมาไขข้องใจนี้ให้กับเราๆ ท่านๆ ได้ทราบกันแล้วครับ โดยทาง Caposella ได้บอกเอาไว้ว่าการที่ Microsoft ปล่อยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานซอฟต์แวร์ของตัวเองได้ฟรีๆ นั้นก็เพื่อที่จะแรกมากับการใช้บริการด้านอื่นของ Microsoft ที่กำลังมีบทบาทสำคัญมากกว่าครับ โดยบริการนั้นๆ ก็จะอยู่ในรูปแบบของการเสียค่าสมัครสมาชิกรายเดือน(หรือปี) ซะเป็นส่วนใหญ่อย่างเช่น Office 365 ของทาง Microsoft ครับ

microsoft vs google vs apple 600

นอกไปจากนั้นยังมีบริการแฝงอื่นๆ อีกไม่ว่าจะเป็น Bing, Cortana, Onedrive ฯลฯ ที่ทาง Microsoft สามารถที่จะทำการเก็บค่าบริการแบบการเสียเป็นรายเดือนหรือรายปีได้ครับ ซึ่งหากจะว่าไปแล้วกลยุทธ์นี้ไม่ได้เป็นกลยุทธ์ใหม่ที่พึ่งมีในตลาด แต่ทางฝั่ง Google หรือ Apple เองได้ทำมาก่อนหน้านานแล้ว โดยทาง Caposella เองก็ได้ทำสไลด์เพื่อที่จะเปรียบเทียบรูปแบบของบริการของ Microsoft กับบริษัททั้ง 2 ออกมาด้วยครับว่ามีความทับซ้อนกันในด้านไหนบ้าง(ตามรูปด้านบน)

cortana 600

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของการโฆษณาผ่านบริการต่างๆ ของ Microsoft ที่ทาง Caposella ให้ความเห็นว่ารูปแบบของการโฆษณานั้นกำลังปรับเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้นแต่ในตลาดนั้นยังมีผู้ให้บริการในด้านนี้ไม่มากเท่าไรนัก(รายใหญ่ที่สุดก็หนีไม่พ้น Google เขาหล่ะครับ) สิ่งที่ทาง Microsoft ต้องการตอนนี้ก็คือการให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการของ Microsoft ให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะสามารถทำการขายบริการนั้นๆ ต่อไปได้ในระยะยาว ซึ่งหากจะว่าไปแล้วบริษัทหลายๆ บริษัทต่างก็กำลังปรับกลยุทธ์ตัวเองมาในรูปแบบนี้ทั้งนั้นครับ

ด้วยความที่ Microsoft มีฐานผู้ใช้เดิมมากอยู่แล้วดังนั้นการปล่อยให้ผู้ใช้สามารถที่จะทำการอัพเกรดระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้แบบฟรีๆ จากระบบปฏิบัติการเดิมนั้นจึงเป็นผลดีกว่าที่จะเป็นผลเสียครับ อย่างไรก็ตามแต่ในส่วนของ PC Desktop แล้ว Microsoft น่าจะใช้กลยุทธ์นี้ได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรมากนักและน่าจะทำได้ดีด้วย แต่ในส่วนของอุปกรณ์ประเภทสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่ทาง Microsoft ยังเป็นผู้ตามแบบไกลๆ นั้นก็คงต้องออกแรงมากกว่านี้หน่อยครับถึงจะสามารถเห็นกลยุทธ์นี้สำเร็จขึ้นมาได้

หมายเหตุ – นอกไปจากนั้นแล้วทาง Caposella ยังได้บอกอีกครับว่าบริการของ Microsoft นั้นจะเปิดกว้างโดยไม่อยู่บนฐานของซอฟต์แวร์จาก Microsoft เท่านั้น แต่ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการอื่นๆ อย่างเช่น Android หรือ iOS ก็จะสามารถใช้บริการของ Microsoft ได้ด้วยเช่นเดียวกันครับ งานนี้ก็เป็นไปตามรูปแบบของการบริหารงานของ CEO คนปัจจุบันอย่าง Satya Nadella เขาหล่ะครับ

ที่มา : theverge

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

How to

คีย์ลัด Windows กดเป็นกดคล่องเมื่อไหร่ ทำงานไวกว่าเดิมแน่นอน! ใครที่ใช้พีซีหรือโน๊ตบุ๊คระบบปฏิบัติการ Windows ก็น่าจะพอรู้จักคีย์ลัด Windows กันอยู่บ้างสัก 4-5 วิธี เช่น คำสั่ง Copy/Paste และอื่นๆ ที่ใช้งานเป็นประจำทุกวัน แต่จริงๆ แล้ว คีย์ลัดนั้นมีให้ใช้งานเยอะมาก ไม่ว่าจะคีย์สำหรับโปรแกรมนั้นๆ โดยเฉพาะ หรือคีย์ลัด Windows สำหรับเรียกคำสั่งของระบบปฏิบัติการขึ้นมาใช้งานก็มีให้ใช้มากมาย...

Buyer's Guide

ฮาวทูเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 ให้ดีให้เวิร์คใน 5 ขั้นตอนง่ายๆ หลายคนน่าจะค้นหาวิธีการบนเว็บไซต์หรืออ่านบทความกันเป็นประจำว่าถ้าจะซื้อโน๊ตบุ๊ค 2022 นี้จะต้องดูต้องคิดเรื่องอะไรบ้าง? นั่นเพราะปัจจุบันนี้แบรนด์ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์นั้นแข่งกันผลิตโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง มีรุ่นย่อยร้อยแปดจนผู้ใช้หลายๆ คนเลือกกันไม่ถูกแล้วอาจจะซื้อรุ่นราคาไม่แพงแต่สเปคไม่ตอบโจทย์เลยทำงานได้ไม่เต็มที่อย่างที่คาดหวังไว้Advertisement อย่างไรก็ตาม วิธีการเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022 นี้ไม่ยากอย่างนัก เพียงแค่เข้าใจว่าขอบเขตงานของเรามีอะไรบ้าง? จะซื้อไว้ทำงานเอกสารอย่างเดียวหรือมีงานกราฟิคอย่างตัดต่อคลิปหรือแต่งภาพด้วย หรือจะซื้อเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คเอาไว้เล่นเกมแบบเน้นๆ เลย? ซึ่งถ้าตอบคำถามของตัวเองได้ว่าจะซื้อโน๊ตบุ๊คแบบไหนมาใช้ก็ไม่ยากแล้ว 5 เคล็ดลับเลือกโน๊ตบุ๊ค 2022...

CONTENT

Windows 10 Start Menu ถือว่าเป็นหัวใจหนึ่งในการทำงานเพราะฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ จะอยู่บนนี้ทั้งหมด มาดูวิธีแก้ปัญหา Windows 10 Start Menu ไม่ทำงานกัน จริงๆ แล้วระบบปฏิบัติการณ์ Windows จะมี Start Menu เป็นส่วนสำคัญมาทุกยุคทุกสมัย เพราะทุกยุคทุกสมัยนั้น Start Menu จะเป็นแหล่งรวมการเข้าถึงชุดคำสั่งหรือโปรแกรมต่างๆ ที่ถูกติดตั้งอยู่บนระบบปฏิบัติการณ์...

Buyer's Guide

โน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท ซื้อเอาไว้ทำงานหรือเรียนออนไลน์ก็โอเคนะ มั่นใจว่าผู้ใช้หลายๆ คนมองหาโน๊ตบุ๊ค 2022 ราคาไม่เกิน 15000 บาท เอาไว้ใช้สักเครื่อง นั่นเพราะโน๊ตบุ๊คระดับราคานี้เป็นกลุ่มที่สเปคและราคาสมเหตุผล ไม่แพงเกินไปจนซื้อไม่ไหวแล้วได้สเปคในระดับที่ใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปได้โดยไม่มีปัญหา เปิดไฟล์เอกสาร, เบราเซอร์และอื่นๆ ได้ดีไม่มีปัญหา และหากใครต้องการทดลองใช้งานโน๊ตบุ๊คที่เป็นระบบปฏิบัติการอื่นนอกจาก Windows ก็มีโน๊ตบุ๊ค Chome OS ให้เลือกไปลองใช้งานได้ด้วย...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก