Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

นักวิจัยจาก Microsoft เผยระบบค้นหาตำแหน่งผ่าน GPS บนสมาร์ทโฟนโดยใช้ข้อมูลบน Cloud

ทางนักวิจัยของ Microsoft ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยี GPS กับความต้องการทางด้านการใช้พลังงานสูงโดยใช้การเชื่อมต่อกับระบบ cloud จำนวนมากเพื่อการระบุตำแหน่งที่รวดเร็วขึ้นมีชื่อเรียกว่า

ทางนักวิจัยของ Microsoft ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยี GPS กับความต้องการทางด้านการใช้พลังงานสูงโดยใช้การเชื่อมต่อกับระบบ cloud จำนวนมากเพื่อการระบุตำแหน่งที่รวดเร็วขึ้นมีชื่อเรียกว่า Cloud-Offloaded GPS (CO-GPS) ครับ ซึ่งทาง MIT ก็ได้รายงานออกมาว่าทางนักวิจัยของ MIT ได้พัฒนาระบบทดสอบเพื่อใช้ในการทดสอบอัตราการใช้งานแบตเตอรี่ของการตรวจจับสัญญาณ GPS เพื่อระบุตำแหน่งบนมือถือโดยใช้ชื่อว่า CLEO แล้วนำไปทดสอบแนวคิดข้างต้นของ Microsoft เทียบกับระบบ GPS บนมือถือในปัจจุบันครับ

ในงาน 10th ACM Conference ในส่วนของหัวข้อ Embedded Networked Sensor Systems ที่ผ่านมาไม่นานนั้นทางนักวิจัยทีมนี้ก็ได้ประกาศผลการทดลองออกมาครับว่า ในปัจจุบันนี้เสาสัญญาณ GPS ที่อยู่ในสมาร์ทโฟนของเราๆ ท่านๆ นั้นเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่กินพลังงานในการใช้งานเป็นอย่างมากเลยทีเดียวครับ ซึ่งหากมีการเปิดใช้เสาสัญญาณ GPS อยู่ตลอดเวลาแล้วหล่ะก็จะทำให้แบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนสามารถหมดลงด้วยความรวดเร็วในเวลาเพียงแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น

Advertisement

Microsoft's cloud-based GPS gets your location with a tiny fraction of the power 600

ในทางกลับกันแล้วเมื่อเป็นการทดสอบระบบ CO-GPS ของทาง Microsoft นั้นกลับพบว่าสามารถที่จะทำงานได้ถึง 1 ปีครึ่งโดยการใช้งานบนแบตเตอรี่ขนาด AA จำนวน 2 ก้อนเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นอัตรการใช้พลังงานสำหรับระบบระบุตำแหน่งด้วย GPS ที่ต่ำสุดเท่าที่เคยมีมา แถมการเชื่อมต่อก็ยังเร็วขึ้นกว่าระบบ GPS ธรรมดาในปัจจุบันถึง 99.96 % เลยทีเดียวครับ

โดยปกติแล้วระบบระบุตำแหน่งด้วยสัญญาณ GPS บนมือถือ(ทั่วไปไม่รวมถึง A-GPS) นั้นจะใช้เวลาประมาณ 30 วินาทีเพื่อที่จะทำการดึงข้อมูลที่จำเป็นในการเชื่อมต่อกับดาวเทียมในวงโคจร และในกระบวนการนั้นจะมีการดึงสัญญาณเข้ามาเพื่อใช้ในการประมวลผลอย่างมากมายในการทำการเชื่อมต่อให้คงที่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อที่ว่าเวลาเคลื่อนที่สัญญาณ GPS จะไม่หลุดไปจากระบบครับ

นักวิจัยของ Microsoft ได้ค้นพบวิธีที่จะนำเอาข้อมูลที่จำเป็นดังกล่าวข้างต้นแทนที่จะรอการเชื่อมต่อจากดาวเทียมเพื่อส่งข้อมูล ก็ให้ตัวมือถือทำการดึงข้อมูลนั้นๆ เพื่อที่จะเชื่อมต่อกับดาวเทียมผ่านระบบ cloud ซึ่งเร็วกว่า โดยในระบบ cloud นั้นจะมีข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมด(และสามารถเผยแพร่ต่อสาธารณะได้ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความลับ) ทำให้ระยะเวลาในการเชื่อมต่อสัญญาณ GPS กับมือถือนั้นลดลงและเป็นผลทำให้อัตราการใช้งานแบตเตอรี่นั้นต่ำลงด้วยครับ

ทางทีมวิจัยได้บอกว่าในการนำเอาเทคโนโลยีนี้ไปพัฒนาต่อยอดนั้นน่าจะช่วยในเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่างๆ ผ่านทางระบบ GPS ของผู้ใช้งานได้มากขึ้นกว่าเดิม เช่นข้อมูลของระดับมลพิษทางเสียงของในแต่ละสถานที่ หรือความสามารถในการอัพเดทข้อมูลแผนที่ที่มีการปรับแต่งทิศทางในรูปแบบ real time เป็นต้น

โดยเทคนิด CO-GPS นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องติดตั้งชิปพิเศษเพิ่มเติมเพียงอย่างใด ขอเพียงแต่สมาร์ทโฟนมี GPS และสามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายได้ก็สามารถที่จะใช้งานได้แล้วครับ(แต่ต้องมีคนนำเอาวิธี CO-GPS นี้ไปเขียนออกมาเป็นแอปพลิเคชันก่อนนะครับไม่ใช่ว่าอยู่ๆ ก็สามารถที่จะใช้ได้เลย ซึ่งเราคงต้องรอดูเสียงตอบรับจากทาง Google และ Apple ว่าจะมีการนำเอาระบบ CO-GPS ไปใช้ในระบบปฏิบัติการของพวกเขาหรือไม่ครับ)

ที่มา : theverge

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Microsoft ออกอัปเดตฉุกเฉินแบบ Out-of-band หรือที่เรียกว่า Windows OOB Updates สำหรับ Windows 10, Windows 11 และ Windows Server เพื่อแก้ปัญหาสำคัญ 2 รายการที่เกิดขึ้นหลังติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม 2026 (Patch Tuesday) ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบทั้งฝั่งผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กร โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งาน Microsoft...

IT NEWS

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Microsoft กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ผลักดันเรื่อง AI อย่างหนักหน่วงที่สุด ตั้งแต่ Windows, Office, Edge ไปจนถึงบริการคลาวด์แทบทุกตัว ล้วนมี Copilot และฟีเจอร์ AI แทรกอยู่แทบทุกมุม จนเกิดกระแสต่อต้านจากผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่มองว่า “มากเกินไป” และเริ่มตั้งคำถามว่า AI เหล่านี้จำเป็นจริงหรือไม่ ล่าสุด โลกอินเทอร์เน็ตก็ได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่สะท้อนอารมณ์ประชดประชันต่อ Microsoft ได้อย่างแสบสัน...

IT NEWS

Microsoft เริ่มปล่อยอัปเดต Windows รุ่นใหม่ที่มาพร้อมระบบอัปเดตใบรับรอง Secure Boot แบบอัตโนมัติ สำหรับอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์บน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 เพื่อเตรียมรับมือกับใบรับรองความปลอดภัยเดิมที่กำลังจะหมดอายุในช่วงกลางปี 2026 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและองค์กร เนื่องจาก Secure Boot เป็นระบบความปลอดภัยระดับเฟิร์มแวร์ที่ช่วยป้องกันมัลแวร์ฝังตัวลึก เช่น rootkit ไม่ให้แทรกแซงกระบวนการบูตเครื่องได้ตั้งแต่ก่อนที่...

IT NEWS

Microsoft เปิดตัวแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม 2026 หรือ Patch Tuesday โดยรอบนี้มีการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยรวมทั้งหมด 114 รายการ พร้อมยืนยันว่ามี Zero-day ถึง 3 รายการ และหนึ่งในนั้นถูกนำไปใช้โจมตีจริงแล้ว แพตช์รอบนี้ถือว่ามีความสำคัญสูงสำหรับผู้ใช้ Windows ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร เนื่องจากมีช่องโหว่ระดับร้ายแรงหลายรายการ โดยเฉพาะกลุ่ม Remote Code Execution และ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก