Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Mac Corner

ถึงเวลาที่ต้องกล่าวอำลา MagSafe จริงๆ? และมันจะสำคัญกับผู้ใช้งาน MacBook มากน้อยแค่ไหน?

หลังจากที่ Apple เปิดตัว MacBook 2015 รุ่นขนาดหน้าจอ 12 นิ้วที่มีพอร์ทในการเชื่อมต่อเพียงแค่ USB 3.1 Type-C เพียงพอร์ทเดียวสำหรับทำงานในทุกๆ ด้านนั้น ได้สร้างสิ่งที่รุนแรงกับเทคโนโลยีโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ถึง 2

หลังจากที่ Apple เปิดตัว MacBook 2015 รุ่นขนาดหน้าจอ 12 นิ้วที่มีพอร์ทในการเชื่อมต่อเพียงแค่ USB 3.1 Type-C เพียงพอร์ทเดียวสำหรับทำงานในทุกๆ ด้านนั้น ได้สร้างสิ่งที่รุนแรงกับเทคโนโลยีโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ถึง 2 ประการเลยทีเดียวครับ ประการแรกก็คือการที่ลดจำนวนพอร์ทในการเชื่อมต่อจากที่เคยมีมากมายเหลือเพียงแค่ USB 3.1 Type-C เพียงพอร์ทเดียว ส่วนประการที่สองก็คือการทิ้งเทคโนโลยี MagSafe ที่ทาง Apple ปั้นขึ้นมาเองกับมือครับ

เทคโนโลยี MagSafe นั้นเป็นฟีเจอร์หลักที่สำคัญบน MacBook มาตั้งแต่มีการเปิดตัวในปี 2006 แล้วครับ แถมเทคโนโลยี MagSafe นั้นยังคงเป็นฟีเจอร์หลักที่ได้รับการชูประเด็นในเว็บไซต์ของทาง Apple เองในส่วนของ key design features ของทั้ง MacBook Pro และ MacBook Air ซึ่งหากจะมองกันตรงๆ แล้วหล่ะก็เทคโนโลยี MagSafe นั้นไม่น่าจะเป็นเทคโนโลยีที่จะถูกทำให้หายไปจากตลาดได้ง่ายๆ ครับ

Advertisement

magsafe 01 600

ทว่าด้วยการมาของ USB 3.1 Type-C เพียงพอร์ทเดียวบน MagBook 2015 ที่มีขนาดหน้าจอ 12 นิ้วซึ่งจะว่าไปก็ใกล้เคียงกับ MacBook Air ของทาง Apple เอง(น่าจะถึงขั้นทับไลน์กันเลยทีเดียวเนื่องจากด้วยความบางและเบาของ MacBook 2015 นั้นน่าจะทำให้ MacBook Air หนาวๆ ร้อนๆ ได้เลยครับ) ทำให้อดคิดไม่ได้จริงๆ ครับว่าถ้ามีการเปิดตัว MacBook Pro หรือ MacBook Air รุ่นปี 2015 แล้วจะมีการใช้พอร์ท USB 3.1 Type-C แทนที่การชาร์จด้วย MagSafe หรือไม่

อย่างไรก็ตามยังไงแล้ว MacBook Pro ที่จะเปิดตัวออกมาใหม่ในปี 2015 นั้นทาง Apple เองก็คงยังไม่คิดที่จะทำการใช้งานเพียงแค่พอร์ทเดียวเหมือนกับ MacBook 2015 ขนาดจอ 12 แน่ๆ ครับ เพราะฐานลูกค้าของ MacBook Pro นั้นเน้นไปที่ผู้ใช้งานที่ต้องการความครบถ้วนในการทำงานมากกว่าเรื่องของขนาดตัวเครื่อง ความเป็นไปได้ก็คือเราน่าจะได้เห็น MacBook Pro 2015 นั้นมีพอร์ท USB 3.1 Type-C มาด้วย(เพื่อใช้ในการชาร์จ) และยังคงมีช่องเชื่อมต่อแบบอื่นๆ มาให้แยกต่างหากครับ

magsafe 02 600

แต่กับ MacBook Air 2015(ถ้ามีการเปิดตัวจริงในปีนี้) ค่อนข้างจะมีความเป็นไปได้เกือบ 100% เลยทีเดียวครับว่าเราจะได้เห็นการใช้เพียงพอร์ท USB 3.1 Type-C เพียงพอร์ทเดียวเหมือนกับ MacBook 2015 ขนาดจอ 12 นิ้วที่พึ่งเปิดตัวไปอย่างแน่นอน เพราะขึ้นชื่อว่า Air แล้วทาง Apple คงไม่ปล่อยให้ชื่อเสียหายด้วยการปล่อยให้มีขนาดใหญ่กว่า MacBook รุ่นอื่นๆ เป็นแน่แท้ครับ

หรือถ้าคิดในแง่ดี(ปนร้ายนิดๆ) Apple อาจจะให้พอร์ท USB 3.1 Type-C บนตัวเครื่องมามากกว่า 1 พอร์ท โดยจะตัด Thunderbolt, USB 3.0 หรือ HDMI ทิ้งไปทั้งหมด แล้วใช้วิธีการต่อผ่าน dongles หรือ adapter ที่แยกขายต่างหากแทนครับ ถึงวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ไม่รุนแรงนักแต่ก็ทำให้เราคิดไปได้ว่า Apple ได้เตรียมตัวตัดความสำคัญของ MagSafe บน MacBook อย่างเงียบๆ โดยไม่ให้ผู้ใช้ตั้งตัวทันแล้วครับ

magsafe 03 600

USB 3.1 Type-C นั้นเรียกได้ว่าเป็นพอร์ทที่มีความสามารถเหนือกว่า MagSafe อย่างเห็นได้ชัดครับ ข้อดีที่มีเหมือนกันของทั้ง 2 พอร์ทก็คือความสามารถในการที่จะเสียบด้านใดเพื่อที่จะทำการชาร์ก็ได้ แต่ถ้าเทียบสิ่งที่ USB 3.1 Type-C มี แต่ MagSafe ไม่มีแล้วดูเหมือนว่า MagSafe จะชิดซ้ายไปเลยครับ เพราะ USB 3.1 Type-C นั้นนอกจากจะใช้งานเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าในการชาร์จไฟให้กับตัว MacBook ได้มากกว่า MagSafe แล้ว ในเวลาเดียวกัน USB 3.1 Type-C ยังคงสามารถที่จะทำการโอนถ่ายข้อมูลได้อีกด้วยต่างหากครับ

magsafe 04 600

สิ่งที่น่าจะทำให้ผู้ใช้หลายรายไม่ค่อยพอใจมากเท่าไรก็คือการที่จะไม่สามารถทำการใช้งาน MagSafe กับ MacBook ที่มีเฉพาะพอร์ท USB 3.1 Type-C ได้อีกต่อไป แต่ถ้ามองในแง่กลับมุมกันว่า USB 3.1 Type-C นั้นไม่ได้มีเพียง Apple เท่านั้นที่ผลิตอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์มารองรับแต่ยังมีผู้ผลิตอีกหลายรายดำเนินการผลิตร่วมด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ใช้น่าจะได้รับประโยชน์จากตรงนี้มากกว่า เพียงแต่ว่ากว่าที่จะมีอุปกรณ์ USB 3.1 Type-C ออกมาให้ได้ใช้งานกันมาก็คงอีกสัก 2 – 3 ปีเลยครับ

และคุณหล่ะครับคิดเห็นอย่างไรถ้า Apple ทิ้ง MagSafe ไปแล้วใช้ USB 3.1 Type-C ในอุปกรณ์ใหม่ๆ จากนี้ต่อไปของตัวเองจริงๆ ลองแชร์กันหน่อยครับ

ที่มา : 9to5mac

Click to comment
Advertisement

Trending Post

บทความน่าสนใจ

Notebook Review

เมื่อ Apple คิดบุกตลาดโน้ตบุ๊กราคาประหยัดจึงเกิดเป็น MacBook Neo มาเขย่าตลาดโน้ตบุ๊กให้ใจผู้ใช้หวั่นไหวยิ่งขึ้น! ขึ้นชื่อว่าเป็น MacBook เป็นใครก็รู้ว่าเป็นสินค้าดีมีคุณภาพใช้งานได้ดีแถมอัพเดตนานหลายปี แต่ค่าแรกเข้าสูงระดับสามหมื่นบาทแล้ว ทำให้ Apple ส่ง MacBook Neo มาให้ผู้ใช้ทั่วไปตั้งแต่นักเรียนนักศึกษาไปจนพนักงานธุรการและเซลส์ได้ซื้อไปใช้ทำงานคู่กับ iPhone, iPad, Apple Watch ฯลฯ ได้ครบ Ecosystem ยิ่งขึ้น...

รีวิว Apple

MacBook Air M4 โน้ตบุ๊กขวัญใจคนทำงาน ในวันนี้ยังคุ้มค่าใช้ได้หลายปี แต่ในฐานะอดีตผู้ใช้ Windows ก็ยังมีจุดน่าตั้งคำถามอยู่เหมือนกัน “เพื่อน ฉันรู้ว่านายใช้ Windows มานาน แต่ในฐานะมืออาชีพด้วยกันก็อยากให้ลองเปิดใจใช้ MacBook Air M4 ดู นายจะทำงานง่ายขึ้นเยอะ” เป็นประโยคง่ายๆ จากเพื่อนบรรณาธิการชาวสิงคโปร์ประกอบกับคำแนะนำจากคนใกล้ตัวอีกหลากหลายคนว่าถ้าจะเปลี่ยนเครื่องทั้งทีก็ลองย้ายมาใช้ MacBook ดูไหม? ทำให้ MacBook...

IT NEWS

MacBook Neo อาจไม่ได้มีจุดขายแค่เป็น Mac รุ่นเริ่มต้นที่เปิดราคามาแรงเพียง 599 ดอลลาร์ หรือราว 19,000 บาทเท่านั้น แต่รายงานล่าสุดยังชี้ว่าเบื้องหลังราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าที่หลายคนคาด อาจมาจากการเปลี่ยนแนวทางการผลิตตัวเครื่องอะลูมิเนียมของ Apple แบบจริงจังด้วย ประเด็นที่น่าสนใจคือ Apple ไม่ได้หยุดอยู่แค่การ “ลดการใช้วัสดุ” ในกระบวนการผลิต MacBook Neo แต่กำลังมองไปไกลกว่านั้น โดยมีรายงานว่าทีมออกแบบการผลิตและฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท กำลังเดินหน้าศึกษาการผลิตอะลูมิเนียมด้วยวิธี...

IT NEWS

Apple เพิ่งเปิดตัว MacBook Neo อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 โดยชูจุดขายว่าเป็น MacBook รุ่นใหม่ที่เข้าถึงง่ายที่สุดของบริษัท พร้อมราคาเริ่มต้นในไทยที่ 19,900 บาท และใช้ชิป A18 Pro เป็นหัวใจหลักของเครื่อง แต่ประเด็นที่หลายคนสนใจมากที่สุด กลับไม่ใช่แค่เรื่องราคา เพราะเมื่อดูสเปกละเอียดจะพบว่า A18 Pro ใน...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก