Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Mac Corner

มาดูภาพเปรียบเทียบของ USB 3.1 Type-C กับอุปกรณ์เชื่อมต่อแบบอื่นๆ กันแบบชัดๆ

หากจะว่าไปแล้ว MacBook รุ่น 2015 ที่พึ่งเปิดตัวไปนั้นก็มีข้อดีอยู่ข้อหนึ่งในตัวของมันเหมือนกันครับ ข้อดีนั้นก็คือ MacBook 2015 นี้ได้ทำให้ช่องเชื่อมต่อแบบ USB 3.1 Type-C กลายเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง

หากจะว่าไปแล้ว MacBook รุ่น 2015 ที่พึ่งเปิดตัวไปนั้นก็มีข้อดีอยู่ข้อหนึ่งในตัวของมันเหมือนกันครับ ข้อดีนั้นก็คือ MacBook 2015 นี้ได้ทำให้ช่องเชื่อมต่อแบบ USB 3.1 Type-C กลายเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง ทั้งที่จริงๆ แล้ว MacBook 2015 นั้นไม่ได้เป็นอุปกรณ์ชิ้นแรกที่มาพร้อมกับช่องเชื่อมต่อแบบ USB 3.1 Type-C เสียด้วยซ้ำไป โดยข้อดีของ USB 3.1 Type-C จะเป็นอย่างไรนั้นอยากเชิญให้ทุกท่านย้อนกลับไปอ่านจากข่าว มาดูกันดีกว่าว่า USB Type-C บน MacBook เครื่องใหม่คืออะไรและมีดีอย่างไร กันก่อนครับ

usb 3.1 type-c compare 01 600

Advertisement

ช่องเขื่อมต่อแบบ USB 3.1 Type-C บน Nokia N1 ที่มีมาก่อน MacBook 2015

หากท่านไม่ได้เข้าไปอ่านจากข่าวที่ผมแนะนำข้างต้นแล้ว ผมจะขอสรุปข้อดีของ USB 3.1 Type-C สั้นๆ ให้ได้อ่านกันอีกรอบดังนี้ครับ(เพื่อเป็นพื้นฐานนิดหน่อยสำหรับการเปรียบเทียบครับ)

  • มีขนาดเล็กลงอยู่ที่ 8.4 mm x 2.6 mm
  • สามารถนำไฟฟ้าได้มากโดยรองรับกำลังไฟฟ้าสูงสุด 100 W ที่แรงดัน 20 volts และ กระแสไฟฟ้า 5 amps ซึ่งสามารถใช้ในการชาร์จโน๊ตบุ๊คได้สบายๆ(มากกว่ากระแสไฟฟ้าในสาย MagSafe ที่รองรับกำลังไฟฟ้าได้สูงสุดที่ 85 W)
  • สามารถส่งกระแสไฟได้ทั้ง 2 ทิศทาง ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณสามารถที่จะใช้ MacBook ชาร์จ iPad ได้ และในทางกลับกันก็สามารถที่จะใช้ iPad ชาร์จ MacBook ได้เช่นกันเป็นต้น(แต่ต้องให้ Apple ออกแบบ iPad ให้รองรับการทำงานแบบนี้ด้วยนะครับ)
  • สามารถเสียบกับอุปกรณ์ผ่านสายได้ไม่ว่าจะใช้ด้านในเสียบเข้ากับช่องเชื่อมต่อ(ถ้าเป็น USB รุ่นเก่าจะต้องหันหัวให้ตรงกันเท่านั้น)
  • ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลอยู่ที่ 10 Gb/s (เท่ากับ Thunderbolt 1, เร็วกว่า USB 3.0 และ 2.0)
  • สามารถใช้ในการส่งสัญญาณภาพที่ความละเอียดระดับ 4K (4096 x 2160 pixels) ได้อย่างสบายๆ เพราะมีความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลที่สูงกว่าความละเอียดระดับ 4K โดยได้รับการรองรับจากทาง VESA ว่า USB 3.1 Type-C สามารถส่งสัญญาณภาพผ่านหัวต่อ DisplayPort 1.2a ได้ (แถมยังรองรับ DisplayPort 1.3a ที่จะส่งสัญญาณภาพที่ความละเอียดระดับ 5K ซึ่งจะออกมาในอนาคตด้วย)

หมายเหตุ – สัญญาณภาพที่ความละเอียดระดับ 4K ต้องการความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลอยู่ที่ 5.4 Gb/s ส่วนความละเอียดระดับ 5K ต้องการความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลที่ 8.1 Gb/s

ถึงแม้ว่าจะมีข้อดีมากมายแต่ว่า USB 3.1 Type-C เองก็มีข้อเสียอยู่เช่นเดียวกันครับ ซึ่งข้อเสียนั้นอาจจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับใครหลายๆ คนพอสมควร โดยข้อเสียนั้นก็คือคุณไม่สามารถที่จะนำเอาอุปกรณ์ที่ใช้ช่องเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 หรือ 2.0 มาเสียบเข้ากับ USB 3.1 Type-C โดยตรงได้ครับ คุณจะต้องใช้ dongles เฉพาะหรือ Adapter ทำหรับเปลี่ยนหัวเชื่อมต่อเท่านั้น(นั่นหมายความว่าคุณต้องเสียเงินเพื่อซื้อ dongles หรือ adapter เพิ่มนั่นเองครับ)

usb 3.1 type-c compare 02 600

อย่างไรก็ตามข้อเสียดังกล่าวนั้นก็ถูกทำให้เหมือนกับว่าไม่มีด้วยการโฆษณาว่า USB 3.1 Type-C นั้นสามารถที่จะแปลงล่างเป็นช่องเชื่อมต่อแบบใดก็ได้ทั้งหมดครับ(ดังเช่นรูปทางข้างบน) ดังนั้นแล้วการซื้อ dongles หรือ adapter เพิ่มนั้น ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ใครหลายๆ คนคิดว่าไม่เป็นไรไปแทนครับ ที่สำคัญในอนาคตนั้นช่องเชื่อมต่อแบบ USB 3.1 Type-C นั้นก็มาแทนมาตรฐานเก่าอย่างแน่นอนครับ เพียงอาจจะต้องใช้เวลารอสัก 2 – 3 ปีข้างหน้าเท่านั้น

usb 3.1 type-c compare 11 600

Adapter สำหรับเสียบ USB 3.1 Type-C เป็นช่องเชื่อมต่อแบบอื่น

จากการเปิดตัว MacBook 2015 นั้นเชื่อได้เลยครับว่าอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆ ต่อไปจากนี้ของทาง Apple นั้นจะต้องมาพร้อมกับช่องเชื่อมต่อและสายแบบ USB 3.1 Type-C อย่างแน่นอน ซึ่งคงไม่จำเพาะอยู่ที่ MacBook หรือ Mac เท่านั้น แต่น่าจะพบในผลิตภัณฑ์อย่าง iPhone และ iPad ในรุ่นถัดไปด้วย สิ่งหนึ่งที่ทาง Apple กำลังจะทิ้งไปก็คือช่องเชื่อมต่อแบบ Lightning ครับ เราลองมาดูกันดีกว่าครับว่าเมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของหัวสำหรับเชื่อมต่อ USB 3.1 Type-C, Micro-USB และ Lightning แล้วจะต่างกันอย่างไร

usb 3.1 type-c compare 04 600

End to end Lightning -USB-C

usb 3.1 type-c compare 05 600

Lightning, Micro-USB, USB-C

usb 3.1 type-c compare 06 600

Lighting, USB-C

usb 3.1 type-c compare 08 600

Lighting, USB-C

usb 3.1 type-c compare 09 600

Top View

usb 3.1 type-c compare 10 600

Lightning, Micro, USB-C

จากภาพทั้งหมดจะเห็นได้อย่างชัดเจนครับว่าพอร์ทแต่ละชนิดนั้นไม่สามารถที่จะนำมาใช้แทนกันได้อย่างแน่นอน ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Apple ทำเช่นนี้เนื่องจากหากย้อนไปในอดีตแล้ว Apple ถือเป็นบริษัทแรกๆ เลยก็ว่าได้ครับที่กล้าจะนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากเดิม(โดยไม่สนใจใคร) ดังนั้นแล้วการมาของ USB 3.1 Type-C บน MacBook 2015 นั้นก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องแปลกมากแต่ประการใดครับ

ที่มา : 9to5mac

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

เรื่องชวนหัวของสายชาร์จไอโฟน ยังไงก็ไม่พ้นเรื่องคนถามหาใช้เครื่องรุ่นไหนอยู่? หากเป็นรุ่นใหม่อย่าง iPhone 15 Series ก็เอาสาย USB-C ของมือถือ Android ต่อชาร์จได้เลย แต่ถ้าใช้ iPhone 14 Series หรือเก่ากว่านั้นก็ต้องใช้สาย Lightning เท่านั้น ทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมชั้นนำทำสายชาร์จแบบ 4-in-1 โดยตัวเป็นสาย USB-C ทั้งสองฝั่งแล้วติดปลอกสวมแปลงเป็นพอร์ต Lighting...

Buyer's Guide

ช่วงต้นปี 2026 พอคิดจะซื้อโน้ตบุ๊กทำงาน 2026 สักเครื่อง หลายคนมักหันไปสนใจ MacBook Neo เพราะราคาไม่แพงแถมสเปคดี ตอบโจทย์กลุ่มนักศึกษาและพนักงานธุรการได้สบายๆ จนอาจจะมองข้ามโน้ตบุ๊ก Windows ไปบ้าง แต่ฝั่งนี้ก็ยังมีข้อดีในแบบของตัวเองทั้งมีสเปคหลากหลายแบบจากแบรนด์ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กชั้นนำของโลกแล้ว แต่ละรุ่นก็มีฟีเจอร์เฉพาะตัวติดมาอีกเพียบแถมได้พอร์ตเชื่อมต่อมาหลากหลายกว่ามาก ทำให้ต่ออุปกรณ์ต่างๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องพึ่ง USB-C Hub เสมอไป ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นต่ออุปกรณ์ได้สบายกว่าแน่นอน ถ้าสังเกตจะเห็นว่าโน้ตบุ๊กทำงาน 2026...

CONTENT

หูฟังไร้สายกันน้ำมีตั้งแต่กันเหงื่อได้สำหรับคนออกกำลังกายในยิมเป็นประจำหรือชอบกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้ง เน้นปั่นจักรยาน, วิ่งออกกำลังกายไปแข่งมาราธอนหรือเดินป่าก็ยังไหว แต่ตอนนี้หูฟังรุ่นใหม่ถูกซีลกันน้ำดีขึ้นมากจนผ่านการทดสอบกันน้ำระดับ IP67 ไปจนถึง IP69 จึงสวมว่ายน้ำในสระหรือลงทะเลก็ได้สบายมาก โดยเฉพาะหูฟังประเภท Bone Conductor ซึ่งออกแบบให้สวมแล้วแตะปุ่มหน้าหูเพื่อส่งคลื่นสั่นสะเทือนไปยังกระดูกชั้นในหูให้ผู้สวมใส่ได้ยินชัดเจนแม้จะไม่มีไดรเวอร์เหมือนหูฟังปกติ ซึ่งวิธีการทำงานแบบนี้ทำให้ผู้ผลิตสามารถซีลตัวหูฟังให้มิดชิดป้องกันน้ำซึมเข้าตัวมันได้ดีขึ้นมาก ฟีเจอร์เด่นๆ ของหูฟังไร้สายกันน้ำในปัจจุบันนอกจากสวมเพื่อออกกำลังกายได้ดีแล้ว ยังใส่ลูกเล่นเพิ่มเข้ามาอีกพอควร ไม่ว่าจะแยกโหมดเป็นการออกกำลังกาย, ฟังเพลงตามปกติหรือเล่นเกมก็เลือกได้ตามชอบโดยเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ แล้วใช้งานได้ทันที ไม่ว่าจะมือถือ, เครื่องเกมหรือคอมทำงานก็เหมาะทั้งนั้นAdvertisement เลือกหูฟังไร้สายกันน้ำให้ทน...

Buyer's Guide

สายชาร์จ Type C เป็นแก็ดเจ็ตไอทีที่มีดีไซน์และสเปคหลากหลายแบบมาก ยิ่งสายรุ่นใหม่นอกจากรับกำลังไฟได้ถึง 240W พอให้ชาร์จโน้ตบุ๊กได้สบายไม่พอ ยังมีอัตราความเร็วรับส่งข้อมูลถึง 40Gbps และต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูงสุดได้ถึง 8K 60Hz หรือ 7680*4320 พิกเซล ด้วยสายเส้นเดียวเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นช่วง 2~3 ปีก่อนจะราคาจะแพงหลักพันบาททีเดียว แต่ตอนนี้กลับถูกลงเหลือเพียงไม่กี่ร้อยบาทซึ่งน่าซื้อกว่าสายชาร์จทั่วไปในยุคนี้มาก ยิ่งถ้าใครมีโน้ตบุ๊กติดพอร์ต USB-C Full Function...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก