Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Mac Corner

3 เหตุผลหลัก!!! ที่ทำให้ Apple MacBook Retina 12 (Early 2015) ไม่ได้เหมาะกับใครหลายๆ คน

สำหรับ MacBook Retina 12 ถือได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของวงการโน๊ตบุ๊คทีเดียว เพราะมาพร้อมทั้งความบางเฉียบ ดีไซน์โดดเด่น มีสามสีให้เลือก และที่สำคัญยังได้ติดตั้งพอร์ตการเชื่อมต่อ

สำหรับ MacBook Retina 12 ถือได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของวงการโน๊ตบุ๊คทีเดียว เพราะมาพร้อมทั้งความบางเฉียบ ดีไซน์โดดเด่น มีสามสีให้เลือก และที่สำคัญยังได้ติดตั้งพอร์ตการเชื่อมต่อมาเพียงพอร์ตเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ USB-C (ยังมีช่องหูฟังปกตินะ) ซึ่งทำให้ใครหลายๆ คนได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากมาย ทั้งในแง่ขอชื่นชมว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่ดูลงตัวที่สุดรุ่นหนึ่ง และในแง่ลบว่าทำไมถึงให้พอร์ตมาเพียงพอร์ตเดียว แถมยังมีราคาสูงเทียบเท่า MacBook Pro Retina 13 อีกด้วย

Screen Shot 2558-03-10 at 18.06.40

Advertisement

ซึ่งในบทความนี้เราจะมาดูกันว่ามีอยู่ 3 เหตุผลหลัก ที่ทำให้ Apple MacBook Retina 12 (Early 2015) ไม่ได้เหมาะกับใครหลายๆ คน โดยแบ่งออกเป็นดังนี้

1. MacBook Retina 12 เลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core M

ชิปประมวลผล Intel Core M เป็นชิปประมวลผลจากทาง Intel ที่มาพร้อมกับความสามารถประหยัดพลังงานรุ่นล่าสุด ที่สำคัญยังปลดปล่อยความร้อนออกมาได้น้อย จนไม่จำเป็นต้องมีพัดลมเพื่อใช้ระบายความร้อนอีกต่อไป โดยจัดว่าเป็นสถาปัตยกรรม Gen 5 ที่ในฝั่งของระบบปฏิบัติการ Windows จะเห็นเป็นไฮบริดโน๊ตบุ๊ค แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นำมาใช้กับ MacBook Retina 12 มี่เน้นในเรื่องของความบางและไร้พัดลม ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีที่ได้รับการพัฒนามาจากทาง Intel

อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของประสิทธิภาพอยู่ เพราะจากการที่ทีมงานเคยจับ Lenovo Yoga 3 Pro ซึ่งใช้ชิปประมวลผล Intel Core M มา จะเห็นได้ชัดเลยว่า พลังในการประมวลผลนั้นมีความสามารถที่ลดลงพอสมควรเมื่อเทียบกับ Intel Core i ตระกูล U แน่นอนว่าถ้าใครจะใช้งานที่เน้นประสิทธิภาพเป็นหลัก MacBook Retina 12 ที่ใช้ Intel Core M ไม่น่าจะใช่คำตอบเท่าไหร่

intel-core-m-logo

2. MacBook Retina 12 มีเพียงพอร์ต USB-C เพียงช่องเดียวเท่านั้น

ด้วยความที่ว่า MacBook Retina 12 นั้นได้รับการติดตั้งพอร์ต USB-C มาเพียงพอร์ตเดียวเท่านั้น เนื่องมาจากต้องการให้ตัวเครื่องมีความบางและเบาอย่างที่สุด ซึ่งถ้าใครจะใช้งานพอร์ตอื่นๆ (อาทิ USB 3.0, VGA, HDMI, Display Port) ก็ต้องต่อผ่านอแดปเตอร์เอา โดยรุ่นที่ครบๆ จะมีราคา 2,990 บาท ที่ถึงแม้ว่าจะดีแค่ไหนในแง่ของประสิทธิภาพความเร็ว ความครบครัน แต่ก็ไม่ตอบโจทย์ของใครหลายๆ คนเช่นกัน

เพราะในการใช้งานจริงของคนทั่วไปรวมไปถึงตัวผู้เขียนเอง จำเป็นใช้พอร์ต USB และ HDMI อย่างเป็นประจำ ถ้าขืนต้องต่อผ่านอแดปเตอร์ตลอดเวลาก็คงยุ่งยากแย่ อีกทั้งต้องพาลไปซื้ออแดปเตอร์เพื่อมาใช้งานอีก ทั้งๆ ที่โน๊ตบุ๊คหรือ MacBook รุ่นอื่นๆ ก็ตามเค้ามีหมด เพราะถือว่าเป็นพอร์ตพื้นฐาน เรียกได้ว่าคนที่จะซื้อ MacBook Retina 12 มาใช้งานนั้น ต้องไม่ค่อยเชื่อมต่ออะไรกับใคร ไม่ก็เน้นใช้งานไร้สายไปเลย

Screen Shot 2558-03-10 at 17.48.01

3. MacBook Retina 12 มีราคาสูงหากเทียบกับ MacBook Pro Retina 13

MacBook Retina 12 จัดได้ว่ามีราคาเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูงทีเดียวเมื่อเทียบกับ MacBook Pro Retina 13 ที่ใช้เทคโนโลยีหน้าจอ Retina Display เหมือนกัน แต่กลับมาพร้อมคุณสมบัติที่ดีกว่าทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล Intel Core i ตระกูล M ที่ให้ประสิทธิภาพที่ค่อยข้างสูง ครอบคลุมหลากหลายงาน ไม่ว่าจะเป็น เล่นอินเตอร์เน็ต ดูภาพยนตร์ความละเอียดสูง หรือแม้กระทั่งงานตัดต่อวีดีโอ รวมไปถึงการเล่นเกม 3 มิติ เพราะมาพร้อมกับการ์ดจอภายในระดับสูงอย่าง Intel HD 6100 ส่วน ซึ่งต้องบอกว่า MacBook Retina 12 เป็นอย่างเห็นได้ชัด โดยส่วนที่ดีกว่านั้นจะมีเพียง SSD ขนาด 256GB ที่มากกว่าเท่านั้น ในรุ่นที่ราคาเดียวกันที่ 43,900 บาท (MacBook Pro Retina 13 ตัว SSD จะมีขนาด 128GB)

Screen Shot 2558-03-10 at 01.51.14

ในเรื่องของการเชื่อมต่อก็เช่นกัน พอร์ตการเชื่อมต่อของ MacBook Pro Retina 13 มีความครบครันกว่ามาก โดยมีทั้งพอร์ต USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ต / Thunderbolt 2 จำนวน 2 พอร์ต / HDMI จำนวน 1 พอร์ต ที่ต้องบอกว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับ MacBook Retina 12 ที่มีเพียงพอร์ต USB-C เท่านั้น แน่นอนว่าถ้าใครต้องใช้พอร์ต USB และ HDMI เป็นประจำคงไม่สะดวกอย่างแน่แท้ ส่งผลให้ในงบประมาณที่เท่าๆ กัน MacBook Pro Retina 13 สามารถเอาไปใช้งานได้ดีกว่า ต่อให้ MacBook Retina 12 จะเบาและเบางกว่าก็ตามที

 

Screen Shot 2558-03-10 at 02.29.12

 

อย่างไรก็ตาม MacBook Retina 12 จะสวยหรู จะไฮโซแค่ไหน จะบางเบาเอาเพียงไร ก็ไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงของใครหลายๆ คนได้ แต่ก็นั่นแหละครับ Apple คงมองแล้วว่าคงมีกลุ่มคนที่จะซื้อ MacBook Retina 12 อย่างแน่นอน เพราะจากความแตกต่างที่ไม่เคยทำมาก่อน อีกทั้งยังมาให้เลือกถึง 3 สีสันด้วยกัน ซึ่งก็น่าจะเป็นที่ต้องการของคนบางกลุ่มที่ไม่ต้องการซ้ำใครและต้องการประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่าง อารมณ์ก็อาจจะคล้ายๆ คนที่ซื้อรถยนต์เหมือนกัน ถ้าใครพอมีความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์มาบ้างก็น่าจะพอเข้าใจอยู่

แต่ก็ไม่รู้ว่า Apple นั้นจะตีโจทย์แตกหรือเปล่านะครับ ? คงต้องรอดูกันอีกที

Click to comment
Advertisement

Trending Post

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

เมื่อ Apple ไม่ได้แถมหัวชาร์จไอโฟนมาให้กับ iPhone แล้วแถมแต่สายชาร์จ USB-C to C มาเพียงเส้นเดียวทำให้ผู้ใช้ต้องเสียเงินซื้ออะแดปเตอร์เพิ่มโดยปริยาย ซึ่งหลายคนอาจเลือกหัวชาร์จ 20W ราคา 790 บาทมาใช้เพื่อความสบายใจก็ดี แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไปเพราะในยุคนี้ด้วยจำนวนเงินเท่ากันก็หาซื้ออะแดปเตอร์ชาร์จเร็วจากผู้ผลิตแบรนด์อื่นได้หลายสเปค ถ้าเพิ่มเงินไปอีกหน่อยก็ได้กำลังไฟสูงขึ้นพอให้ใช้ชาร์จอุปกรณ์ชิ้นอื่นไปพร้อมกันได้ ยิ่งถ้าใครมีอุปกรณ์ Apple ชิ้นอื่นด้วยยิ่งน่าซื้อหัวชาร์จไอโฟนดีๆ กับสาย USB-C เผื่อไว้สักเส้นสองเส้นก็จะดีมาก เรื่องควรทราบก่อนซื้อหัวชาร์จไอโฟนและ MacBook...

Buyer's Guide

พอซื้อหรือ MacBook เครื่องใหม่มาแล้ว ใครๆ ก็มักคิดจะช็อปปิ้งอุปกรณ์เสริม MacBook มาใช้คู่กันก็ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะตอนนั่งทำงานประจำโต๊ะแล้วพ่วงหน้าจอแยก, เมาส์และคีย์บอร์ดเข้าไปจนกลายเป็นพีซีให้ทำงานสะดวกขึ้นได้ แถมเวลาพกไปไหนก็หยิบออกมาต่อใช้เปลี่ยนให้กลายเป็นโต๊ะทำงานนอกสถานที่ได้ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้ผลิตหลายแบรนด์สร้างอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายให้ผู้ใช้เลือกซื้อได้ตามชอบแถมราคาต่อชิ้นก็ไม่กี่ร้อยหรือพันบาทก็หามาใช้ได้แล้ว ถ้าเปลี่ยนมาใช้โน้ตบุ๊ค Windows รุ่นที่มีพอร์ต USB-C Full Function หรือ Thunderbolt ก็เอามาต่อใช้ได้ไม่เสียเงินฟรีแน่นอน แถมเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นไปอีก เหตุผลว่าทำไมควรซื้ออุปกรณ์เสริม MacBook นั่นเพราะทุกรุ่นแถมแค่สาย...

Tips & Tricks

พอซื้อโน้ตบุ๊คหรือ MacBook มาใหม่ เป็นใครก็อยากใช้งานมันให้คุ้มค่าตัวแล้วหาคลิปหรือบทความทิปใช้งาน MacBook มาดูแล้วดาวน์โหลดแอพฯ ตาม ทั้งที่ macOS 26 ก็มีฟีเจอร์ให้ใช้หลายอย่าง แค่เปิดแอพฯ Settings ขึ้นมาตั้งค่านิดหน่อยก็อาจจะได้ฟีเจอร์เพียงพอใช้งานไม่ต้องโหลดแอพฯ มาเพิ่มก็ได้ และการใช้ฟีเจอร์แบบมีติดมาให้กับ macOS แล้วยังลดปัญหาจุกจิกแถมประหยัดไฟไปในตัว แล้วถ้าฟีเจอร์ตั้งต้นของระบบปฏิบัติการไม่พอใช้หรือยังไม่ตอบโจทย์แล้วจะไปดาวน์โหลดแอพฯ มาติดตั้งเพิ่มทีหลังก็ไม่มีปัญหา ทิปใช้งาน MacBook ให้สะดวก ตั้งค่าเสร็จใช้ดีกว่าเดิม!...

How to

การเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดสักตัวมาใช้เล่นเกมของแต่ละคนมีความแตกต่างกันไป บางคนอาจแค่ต่อคอมใช้ได้ก็พอแล้วหรือบางคนก็ใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยตั้งแต่ขนาด, ฟีเจอร์, สวิตช์ รวมถึงโทนเสียงตอนกดปุ่มว่าถูกใจหรือเปล่า จนเกิดเป็นสังคม Custom keyboard แล้วพัฒนามาเป็นเกมมิ่งคีย์บอร์ดแบรนด์ทางเลือกให้เกมเมอร์ซื้อไปใช้งานกันตามชอบ แถมมีขนาดแตกต่างกันตั้งแต่ Full size ไปจนตัวตัดต่อย่อเหลือแค่ปุ่มตัวอักษรชุดหลักให้เลือกซื้อกันได้ทั่วไป นอกจากนี้ถ้าจะเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดให้โดนใจก็อยากให้ใส่ใจรายละเอียดเสริมอย่างโหมดการเชื่อมต่อ, ลูกเล่นเฉพาะตัว, สวิตช์แบบต่างๆ ไปจนวิธีการปรับแต่งคำสั่งบนแป้นพิมพ์ว่าอยากใช้งานแบบไหน เรียกว่ามีรายละเอียดให้คิดอีกเพียบจนข้ามจากของใช้บนโต๊ะคอมกลายเป็นเป็นงานอดิเรกส่วนตัวได้เลยAdvertisement เรื่องน่ารู้ก่อนเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดมาใช้ให้โดนใจสุด! เลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดอย่างไรให้โดนใจพร้อมชี้เป้ารุ่นเด็ดน่าโดน! ซื้อคีย์บอร์ดใหม่ทั้งทีต้องดูเรื่องอะไรบ้างถึงจะได้รุ่นโดนใจ? เกมเมอร์และผู้ใช้ทั่วไปเวลาเลือกเกมมิ่งคีย์บอร์ดมักเริ่มจากดีไซน์สวยถูกใจหรือเป็นแบรนด์เก่าคุ้นเคยกันดียิ่งถ้าเป็นแบรนด์เดียวกับซอฟท์แวร์ตั้งค่าในเครื่องก็ยิ่งสะดวก แต่เกมมิ่งคีย์บอร์ดมีหลากหลายไซซ์ให้เลือกใช้ได้ตามชอบแถมแต่ละไซซ์ก็เหมาะกับการใช้งานและเล่นเกมต่างกันไป ซึ่งถ้าแยกตามขนาดจะเป็นดังนี้...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก