Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Mac Corner

ระวัง! อย่าเสียเงินซื้อสาย Lightning ปลอมสำหรับใช้งานกับ iPhone, iPad

ตั้งแต่ที่ Apple เปลี่ยนมาใช้สาย Lightning กับ iPhone 5 นั้นก็มีสาวกจำนวนหลายร้านที่ออกมาคร่ำครวญครับ เพราะว่าการเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่นั้นหมายความว่าอุปกรณ์เก่าๆ ที่คุณเคยซื้อใช้มาตั้งแต่สมัย iPhone 3GS หรือ iPhone 4

ตั้งแต่ที่ Apple เปลี่ยนมาใช้สาย Lightning กับ iPhone 5 นั้นก็มีสาวกจำนวนหลายร้านที่ออกมาคร่ำครวญครับ เพราะว่าการเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่นั้นหมายความว่าอุปกรณ์เก่าๆ ที่คุณเคยซื้อใช้มาตั้งแต่สมัย iPhone 3GS หรือ iPhone 4 ไม่สามารถที่จะนำมาใช้กับ iPhone 5 ได้เลย แน่นอนครับการซื้ออุปกรณ์ใหม่หมายถึงคุณจะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น(ไหนจะค่า iPhone 5 ที่ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ แล้วยังต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เสริมอีกโอว๊!!!) นั่นเป็นเหตุผลให้วงการของปลอมคึกคักขึ้นมาทันตาเห็นครับ เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าอุปกรณ์แท้ของ Apple นั้นราคาแพงแค่ไหน(จริงๆแล้วก็ไม่เฉพาะ Apple นะครับ อุปกรณ์เสริมแท้ของยี่ห้ออื่นๆ ก็มีราคาอยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกัน)

fake-lightning-01-600

Advertisement

ด้วยราคาของสาย Lightning แท้จาก Apple นั้นมีราคาอยู่ที่ $20 หรือประมาณ 660 บาท และสาย Lightning ที่ได้รับสิทธิ์จาก Apple ที่มีราคาอยู่ประมาณที่ $14 หรือประมาณ 462 บาท(สายของแท้ที่ผ่านการรับรองจากบริษัท Apple เพียงแต่ผลิตจากบริษัทอื่นที่มาขอสิทธิ์จาก Apple อีกทีครับ) เมื่อไปเทียบกับสายปลอมที่มีขายอยู่ใน ebay ซึ่งมีราคาอยู่ที่ $9 หรือประมาณ 297 บาท ทำให้หลายๆ คนอาจจะคิดว่าสำหรัยสายสำรองแล้วจะจ่ายแพงกว่าถึงเท่าตัวทำไมในเมื่อมีของราคาถูกกว่าตั้งครึ่งหนึ่งวางขายให้ได้ซื้อมาใช้กันง่ายๆ จนหลวมตัวซื้อของปลอมมาใช้ ซึ่งนั่นจะทำให้คุณพบกับปัญหาที่ไม่ควรจะพบครับ

fake-lightning-02-600

ถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะไม่แตกต่างจากของแท้เลยก็ตาม แต่ว่าของปลอมยังไงก็ขึ้นชื่อว่าเป็นของปลอมครับ เพราะเมื่อคุณนำสาย Lightning ปลอมไปเสียบใช้ปุ๊บในต้นแรกจะสามารถชาร์จได้ตามปกติ แต่แค่แป๊บเดียวเท่านั้น iPhone จะขึ้นข้อความเตือนขึ้นมาทันทีว่าเป็นสายที่ไม่ได้รับการรับรองพร้อมทั้งหยุดชาร์จไปในทันทีครับ แน่นอนว่าด้วยอาการเช่นนี้ทำให้คุณเสียเงิน $9 หรือ 297 บาทไปฟรีๆ เพราะยังไงคุณก็จะไม่สามารถใช้งานสายปลอมนี้กับอุปกรณ์ของ Apple ได้เลย ดังนั้นแล้วยอมเสียเงินมากกว่าเพื่อซื้อของแท้ แต่คุณจะได้ของที่มีการรับลประกัน และสามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์ของคุณอย่างแน่นอน(ยังไม่รวมถึงอันตรายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับคุณเช่นสายไหม้ หรือ iPhone ได้รับความเสียหายจากไฟที่ไม่เสถียรพอ ดังนั้นหากเป็นไปได้ยอมเสียเงินมากเพื่อซื้อความสบายใจดีกว่าครับ)

ที่มา : bgr

Click to comment

บทความน่าสนใจ

CONTENT

เคสไอแพดทั่วไปแล้วจะมีแค่ตัวเคสกับหน้าปกเอาไว้ปิดจอเพื่อล็อคหน้าจอเข้าโหมด Sleep ซึ่งข้อดีคือราคาถูก แต่พอ Apple อัพเดต iPadOS ให้ฟีเจอร์มากขึ้นจนใช้ทำงานได้หลากหลายอย่างไม่แพ้ MacBook ได้แล้ว ถ้าเคสนั้นมีคีย์บอร์ดและ Trackpad จะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาต้องพิมพ์เมล์, ตอบข้อความหรือตอบแชตต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ต้องพิมพ์แบบแตะหน้าจอแล้ว กลับกันบางคนอาจแย้งว่าเคสคีย์บอร์ดของไอแพดมีราคาแพง สู้ซื้อคีย์บอร์ดบลูทูธแบบต่อได้ 3 อุปกรณ์ มาใช้แทนยังถูกกว่าเยอะแล้วยอมพกของใช้เพิ่มอีกชิ้นยังจะดีกว่า ซึ่งวิธีนี้ก็ไม่ผิด แต่ถ้ากระเป๋ามีขนาดไม่ใหญ่และต้องพกของหลายชิ้นไปไหนมาไหนมันก็ไม่สะดวกเท่ากับการรวมของสองชิ้นให้เป็นหนึ่งเดียวกันและไม่ต้องกลัวว่าจะเผลอลืมของเอาไว้ตรงไหนอีกด้วยAdvertisement...

Special Story

เมื่อคิดจะซื้อ MacBook สักเครื่องมาใช้งาน หลายคนมักตรงไปยังหน้าหน้าเว็บไซต์ Apple เพื่อเช็คราคา MacBook เพื่อดูราคาโดยคร่าวๆ กันเป็นประจำว่าในตอนนี้มีเงินราวนี้จะซื้อรุ่นไหนได้บ้าง แต่พอจะซื้อก็มีหลายช่องทางไม่ว่าจะช็อปโปรฯ หน้าร้านตัวแทนจำหน่ายอย่าง Studio 7, BaNANA, Advice ฯลฯ แล้วถูกใจจึงซื้อหรือเปิดแอพฯ เข้าแพลตฟอร์มขายสินค้าที่มีร้าน Apple อย่างเป็นทางการและอีกสารพัดวิธีเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของกัน ซึ่งแต่ละช่องทางก็มีข้อดีในแบบของตัวเองอยู่แล้ว เรื่องสมรรถนะเชื่อว่าไม่มีใครกังขาว่า Apple A18...

รีวิว Apple

MacBook Pro ตัวจบของมืออาชีพ แรงไม่ต้องสงสัย งานใหญ่เล็กจบได้หมด คนทำงานเขารู้กัน ถ้า MacBook Neo เน้นกลุ่มนักเรียนนักศึกษาใช้ทำรายงาน MacBook Air เพื่อกลุ่มคนทำงานแบบครอบจักรวาลตั้งแต่งานเอกสารไปจนแต่งภาพทำกราฟิคได้ MacBook Pro ก็เกิดมาเพื่อมืออาชีพใช้ทำงานสเกลใหญ่แข่งกับเวลา ไม่ว่าจะตัดต่อวิดีโอความละเอียด 4~8K ค่า Bitrate สูงแล้วต้องเกรดสีแยก Node, ปั้นโมเดล 3D...

Buyer's Guide

เรื่องชวนหัวของสายชาร์จไอโฟน ยังไงก็ไม่พ้นเรื่องคนถามหาใช้เครื่องรุ่นไหนอยู่? หากเป็นรุ่นใหม่อย่าง iPhone 15 Series ก็เอาสาย USB-C ของมือถือ Android ต่อชาร์จได้เลย แต่ถ้าใช้ iPhone 14 Series หรือเก่ากว่านั้นก็ต้องใช้สาย Lightning เท่านั้น ทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมชั้นนำทำสายชาร์จแบบ 4-in-1 โดยตัวเป็นสาย USB-C ทั้งสองฝั่งแล้วติดปลอกสวมแปลงเป็นพอร์ต Lighting...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก