Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Notebook Review

Lenovo ThinkPad Helix Review [Hybrid Ultrabook รองรับ 3G / NFC]

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ เช่นกันกับ Lenovo แบรนด์คอมพิวเตอร์ชื่อดังที่ก็ได้ปรับตัวตามอยู่ตลอดเวลา

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ เช่นกันกับ Lenovo แบรนด์คอมพิวเตอร์ชื่อดังที่ก็ได้ปรับตัวตามอยู่ตลอดเวลา และล่าสุดก็ได้ส่งผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์พกพาพกพาหรือโน๊ตบุ๊คที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีตอย่าง ThinkPad กลับลงตลาดอีกครั้ง ในคราวนี้ทาง Lenovo ได้ปรับรูปแบบ ThinkPad รุ่นใหม่ให้เป็นแท็บเล็ต และโน๊ตบุ๊คแยกกันได้อย่างอิสระในตัวเดียว และให้ชื่อว่า “ThinkPad Helix Tablet”

แน่นอนสำหรับ ThinkPad Helix ก็ยังคงไว้ซึ่งความเป็น ThinkPad สำหรับกลุ่มนักธุระกิจที่ต้องการฮาร์ดแวร์ที่สเถียรสูง เชื่อถือได้ และมีความคงทนแข็งแรงไว้อย่างเต็มเปี่ยมเหมือนในอดีต แต่ก็ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์ในหลายๆจุดให้มีความทันสมัยมากขึ้น มาพร้อมด้วยหน้าจอแสดงผลสัมผัสแบบ Full-HD คมชัดสูง , ใช้สเปคภายที่ในที่มีประสิทธิภาพและสเถียรภาพดีเยี่ยมเช่นหน่วยประมาลผลกลาง Intel Core i5 พ่วงด้วยที่เก็บข้อมูล SSD ความเร็วสูง มอบประสบการณ์ใช้งานที่รวดเร็วผู้ใช้ในระดับองค์กรณ์อย่าง แน่นอน ซึ่งจะมีความสวยงามและประสิทธิภาพเป็นอย่างไรบ้างรับชมต่อได้ด้านล่างเลยครับ

Advertisement

Video Introduce

Specification

ในเรื่องของประสิทธิภาพวางใจเจ้า ThinkPad Helix ได้เลย เพราะถึงแม้จะเป็นแท็บเล็ต ที่ปรับเปลี่ยนใช้งานในรูปแบบของโน๊ตบุ๊คได้ แต่มันก็เลือกใช้หน่วยประมวลผลกลางทรงประสิทธิภาพในระดับ Laptop Grade จาก Intel Core i5-3337u แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็วสูงสุด 2.7 GHz แบบฝังไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ , พ่วงด้วยการ์ดจอออนบอร์ด Intel HD Graphics 4000 ประสิทธิภาพพอตัว , ใช้แรม DDR3L บัส 1600MHz แบบประหยัดไฟความจุตามมาตราฐาน 4GB (ใส่แรมได้สูงสุด 1 แผง) และที่เก็บข้อมูลแบบ SSD ผ่านการเชื่อต่อ SATA 3 ความจุตามมาตราฐานเช่นกันที่ 128GB ตอบสนองการเข้าถึงข้อมูลและใช้งานทางด้านเอกสารวิชาการ และความบันเทิงได้รวดเร็วและทันท่วงทีแน่แน่น

เจ้า Helix ติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาดค่อนข้างใหญ่โต(เมื่อเทียบกับแท็บเล็ต)ถึง 11.6 นิ้ว มีความละเอียด Full-HD 1920 x 1080 พิกเซล รองรับและมี?Digitizer Pen ติดตั้งมาให้ในชุด พร้อมด้วยกล้องคู่ Dual Camera ความคมชัดสูง มีกล้องหน้าแบบ 2 ล้านพิกเซล พร้อมไมโครโฟนแบบ Noise- canceling digital microphone ให้เพื่อนๆแชทและวิดีโอคอลได้อย่างคมชัดลื่นไหล พ่วงด้วยกล้องหลัก 5 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED สามารถบันทึกวิดีโอ FHD ได้?30FPS แบบชิวๆ นอกจากนี้ก็ยังรองรับฟีเจอร์ด้านความบันเทิงอีกพอสมควรไม่ว่าจะเป็นระบบเสียง Dolby Home Theater v4 และลำโพงคู่ Dual Stereo Speakers

พอร์ตเชื่อมต่อที่เจ้าเจ้า Helix รองรับก็จะมี USB 3.0 2 พอร์ต , USB 2.0 1 พอร์ต , Mini Display Port สำหรับต่อหน้าจอแยก 2 ชุด , Audio Jack สำหรับเชื่อมต่อไมค์และหูฟัง , รองรับการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง 2 x 2 WiFi , NFC , 3G และมีน้ำหนักตัวเริ่มต้นอยู่ที่ 840 กรัมเมื่อใช้งานในโหมดแท็ต และมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 64bit ลิขสิทธิ์แท้ สนนราคาอยู่ที่ 51,900 บาท

สเปคฉบับเต็ม

Design

Lenovo-6

อย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า “ThinkPad Helix Tablet สามารถใช้งานเป็นแท็บเล็ต และโน๊ตบุ๊คแยกกันได้อย่างอิสระในตัวเดียว ซึ่งถูกจัดกลุ่มอยู่ในโน๊ตบุ๊คแบบ Hybrid Ultrabook ที่ได้รับการปรับปรุงต่อยอดมาจากผลิตภัณฑ์โน๊ตบุ๊คในตระกูล ThinkPad ผู้พี่ตัวก่อนหน้าหลากหลายรุ่นให้ดียิ่งขึ้นในหลายๆด้าน รวมไปถึงปรับเปลี่ยนการออกแบบในสไตล์ ThikPad ให้มีความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอาย ThinkPad อยู่บ้างพอสมควร สำหรับเพื่อนๆสมาชิกท่านใดที่ติดตามผลิตภัณฑ์ในตระกูลนี้อยู่คงรู้สึกแปลกตาอยู่พอสมควร

Lenovo-14

เราจะมากล่าวถึงการออกแบบรวมๆกันก่อน ซึ่งก็เชื่อได้เลยว่าการออกแบบน่าจะโดนใจเพื่อนๆที่รักความทันสมัยและรับได้กับการเปลี่ยนแปลง แต่ก็อาจจะขัดใจเพื่อนๆที่ชอบ ThinkPad ในแบบต้นฉบับจาก IBM โดยเจ้านี้เน้นความเรียบหรูของเนื้องานเป็นหลัก ด้วยการเล่นธีมดำด้านตลอดทั้งตัวเครื่องแลดูภูมิฐานแลดูเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความหรูหราและเคร่งขรึม ฝาหลังของตัวเครื่องใช้สีดำด้านตลอดทั้งตัวเครื่องตัดด้วยโลโก้ Lenovo , กล้องหลัก 5 ล้านพิกเซล และโลโก้ ThinkPad เข้ากับตัวเครื่องเป็นอย่างดี?เช่นกันกับฝาด้านล่างของเครื่องหรือ Dock Keyboard ที่ใช้โทนสีดำด้านในลักษณะเดียวกันตลอดทั้งตัวที่มาในแบบเรียบๆ แลดูแปลกตา พร้อมด้วยสติกเกอร์ Windows 8 ติดตั้งไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ก็ยังมียางรองฐานเครื่อง 4 มุมที่ช่วยป้องกันรอยได้เวลาปรับใช้งานแบบโน๊ตบุ๊คปกติทั่วไป

Lenovo-5

ด้านในตัวเครื่องบริเวณที่พักมือและคีย์บอร์ดมีรายละเอียดที่ค่อนข้างเยอะทีเดียวไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์ระบุความเป็น Ultrabook ระบุรุ่นหน่วยประผลกลาง และมีโลโก้ ThinkPad ด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณนี้นี่เองก็ใช้วัสดุสีดำด้านตามโทนของเครื่องให้สัมผัสที่ไม่ลื่นมือมอบประสบการณ์ใช้งานได้ในแบบพรีเมียมดีทีเดียว ในส่วนของคีย์บอร์ดเจ้า Helix เลือกใช้คีย์บอร์ด Full-sized 6 แถวแบบ AccuType มาพร้อมระบบป้องกันน้ำ spill-resistant สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจในชั่วโมงเร่งด่วน แต่น่าเสียดายที่ตัวคีย์บอร์ดจะไม่มีไฟแสดงสถานะ

นอกจากนี้เจ้า Helix ก็ไม่ลืมที่จะติดตั้ง TrackPoint (Point Stick) มาให้ด้วยบริเวณกลางตัวคีย์บอร์ด ซึ่งก็สามารถใช้งานควบคู่ไปกับ TrackPad ขนาดใหญ่ที่มีปุ่มกดถึง 5 ปุ่มได้เป็นอย่างดี ในด้านการใช้งานปกติทั่วไปก็พบว่าตัวคีย์บอร์ดแบบ AccuType ตอบสนองกับการพิมพ์ แบบงานเอกสารได้ดีพอสมควร แต่อย่างไรก็ดีตัวแป้นมีการเว้นระยะห่างที่แคบกว่าปกติอาจทำให้ต้องปรับตัวสักเล็กน้อย แต่เมื่อใช้งานไปสักระยะก็คุ้นเคยได้ไม่ยาก ในส่วนของ TrackPad ที่มีขนาดใหญ่โต ก็ สามารถใช้งานหลายนิ้วมือผ่านชุดคำสั่งแบบ Multi Gesture บน Windows 8 ได้ดี ยิ่งถ้าใช้งาน TrackPoint และ TrackPad ควบคู่กันไปด้วยจะยิ่งใช้งานได้ไวมากขึ้น (กล่าวคือใช้นิ้วมือพิมพ์แป้มพิมพ์ตามปกติ และใช้นิ้วชี้บังคับ Point stick และใช้นิ้งโป้งในการกดปุ่มคลิ๊กทั้งสามปุ่ม ถ้าฝึกให้คุ้นชินก็จะยิ่งใช้งานได้ลื่นไหล และรวดเร็วมากๆ เลยละครับ

Lenovo-4

มาดูทางด้านหน้าจอแสดงผลกันบ้าง ซึ่งอย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้นแล้วว่า Lenovo เลือกที่จะติดตั้งจอแสดงผลแบบสัมผัสแบบไร้ขอบที่เลือกใช้กระจกชิ้นเดียวแบบเต็มแผ่นบนเทคโนโลยีจาก Corning Gorrilla Glass ให้ความคงทนแข็งแรงเป็นเยี่ยม ขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด Full-HD พร้อมติดตั้งพาเนลจอแบบ IPS ให้ภาพคมชัดสมบูรณ์แบบในทุกเฉดสี มีปากกา Digitizer Pen มาให้ด้วยในชุดซึ่งตอบโจทย์กับผู้ใช้งานแบบมือชีพได้สมบูรณ์แบบทีเดียว นอกจากนี้บริเวณหน้าจอและขอบจอแสดงผลก็จะเป็นที่ตั้งของกล้อง Webcam 2 ล้านพิกเซล และไมค์โครโฟนที่ไว้สำหรับ Video Call ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งนอกจากนี้ในบริเวณขอบจอก็ยังมีปุ่มกดต่างๆ และฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเยอะซึ่งตามต่อได้ในหัวข้อถัดไป

Connector / Thin And Weight

Lenovo-65

ถึงแม้จะเป็นแท็บเล็ตกึ่ง Ultrabook แต่พอร์ตเชื่อมต่อของ Lenovo Helix ก็จัดมาให้อย่างเต็มเปี่ยมและเยอะแยะมากมายจนน่าเหลือเชื่อ โดยในบริเวณคีย์บอร์ดด๊อคกิ้งนั้นตัวพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆจะอยู่ทางด้านหลังทั้งหมดซึ่งก็จะมีพอร์ตเชื่อมต่อ USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ต , พอร์ต Mini Display Port จำนวน 1 พอร์ต สำหรับต่อจอแยก และพอร์ตเชื่อมต่ออะแอดเตอร์ชาร์จไฟมาตราฐานใหม่จากเลอโนโวที่จะเป็นหัว 4 เหลี่ยมครับ

Lenovo-62

ทางด้านขอบจอแสดงผลทางด้านบนนั้นก็จะมีที่ Digitizer Pen อยู่ทางมุมซ้าย ไล่มาด้วยช่องระบายความร้อนขนาดเล็ก และปุ่มเปิดปิดตัวเครื่องที่จะอยู่บริเวณมุมขวา ทางด้านขอบจอทางด้านขวาก็จะมีช่องเชื่อมต่อไมค์-ลำโพง ช่องปรับเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มล๊อคหน้าจอครับผม

Lenovo-44

ไล่มาดูทางด้านล่างของตัวแท็บเล็ตกันบ้าง ซึ่งเมื่อถอดตัวจอแท็บเล็ต Helix แยกออกมาจากตัว Dock ก็จะเจอกับช่องเชื่อมต่อ USB 2.0 1 , พอร์ต Mini Display Port , ช่องใส่ซิมสำหรับใช้งาน 3G , ช่องเชื่อมต่อตัวแท็บเล็ตกับ Dock และช่องเชื่อมต่ออะแดปเตอร์ชาร์จไฟ นอกจากนี้ในบริเวณนี้ทั้งซ้ายและขวาก็จะเป็นที่ซ่อนของลาเบลแสดงมาตราฐานของเครื่องที่รองรับครับผม

? ??Lenovo-56?Lenovo-55?Lenovo-54

ในส่วนของน้ำหนักตัวเครื่องเอาตามจริงก็จะอยู่ที่ 1.6 กิโลกรัมในขณะที่เสียบกับ Dock , 2.09 กิโลกรัมขณะเสียบกับ Dock และรวมที่ชาร์จไฟ และก็จะอยู่ที่ 840 กรัมในขณะที่ถอดใช้งานในลักษณะของแท็บเล็ตซึ่งถือว่าดูดีทีเดียวครับ ซึ่งนอกจากน้ำหนักที่ดูดีแล้วหลังจากที่ได้ลองทดสอบผ่าน BatteryMon บนการตั้งค่าที่ Balance และใช้งานเปิดเว็ปและเชื่อมต่อไวไฟเจ้า Helix ก็ทำได้ดีเช่นกันโดยในการใช้งานขณะเสียบ Dock สามารถใช้งานได้สูงสุดถึงราวๆ 8.30 ชั่วโมงทีเดียว และในขณะที่ใช้งานเป็นแท็บเล็ตก็สามารถใช้ต่อเนื่องได้ถึง 4 ชั่วโมงกว่ากันเลยทีเดียวซึ่งถือได้ว่าใช้ได้ยาวนานพอสมควร ยิ่งถ้าปรับแต่งดีๆ 10 ชั่วโมง++ ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

Screenshot (15) Screenshot (16)
และที่จะลืมพูดถึงไปไม่ได้คืออัตราการบริโภคไฟที่ค่อนข้างโอเคทีเดียวโดยมีอัตราการกินไฟปกติทั่วไปหรือ Idel อยู่ที่ราว 50 Watt และเมื่อใช้งานเบบเต็มประสิทธิภาพก็ขึ้นมาแค่ 54.4 Watt ถือว่าทำได้ไม่เลวเลยจริงเชียว

?Lenovo-61?Lenovo-60

Multi Mode

มาถึงไฮไลท์กันแล้วนะครับกับเจ้า ThinkPad Helix ที่นอกจากจะเป็นโน๊ตบุ๊คปกติในรูปแบบ Ultrabook ขนาด 11.6 นิ้วได้แล้ว ยังสามารถปรับเปลี่ยนไปเป็นแท็บเล็ตได้อย่างรวดเร็วและอิสระออกจากกันได้อีกด้วย ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องใหม่มากๆสำหรับโน๊ตบุ๊คในตระกูล ThinkPad ที่ไม่เคยมีตัวไหนทำได้มาก่อน นอกเสียจาก ThinkPad Tablet ซึ่งเจ้า Helix สามารถที่จะปรับการใช้งานได้แบบกว้างๆ ถึง 4 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Laptop Mode , Stand Mode , Tablet+ Mode และ Tablet Mode แบบปกติ

thinkpad-helix-modes (1)

โดย Laptop Mode นั้นจะให้คุณปรับใช้งานในแบบ Ultrabook ปกติทั่วไปตามรูปแบบมาตราฐานที่สามารถตอบสนองการใช้งานในงานเอกสาร และการส่งอีเมลต่างๆ ได้ค่อนข้างดีทีเดียว

Lenovo-1

Stand Mode สำหรับในโหมดนี้จะตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ ของหลายๆท่านที่หลงรักในความบันเทิงอย่างเต็มเปี่ยมให้เพื่อนๆ ได้ใช้งานในด้านความบันเทิงได้เป็นอย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง ก็เต็มอรรถรสได้ด้วยลำโพง Steroe 2.0 แบบ Dolby Home Theater v4 ให้พลังเสียงสมจริงสมจัง ที่สำคัญในโหมดนี้ยังใช้งานวิดีโอคอลได้เต็มรูปแบบมากขึ้นอีกด้วย รวมไปถึงยังสามารถใช้พรีเซนต์งานในที่ประชุมได้เป็นอย่างดี เพราะทุกๆคนในที่ประชุมจะโฟกัสไปที่จอแสดงผลเพียงอย่างเดียว

Lenovo-46

Lenovo-47

Tablet Mode สำหรับ Tablet Mode นั้นก็เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์กันเลยทีเดียวเชียวละครับ ซึ่งในโหมดนี้ก็จะแบ่งได้เป็นสองรูปแบบคือ Tablet Mode แบบปกติที่จะจะปรับเจ้า Helix ให้กลายร่างเป็นแท็บเล็ต Windows 8.1 ขนาด 11.6 นิ้วแบบอิสระ โดยทำการถอดตัวเครื่องออกมาใช้งานแยกต่างหากที่ก็ทำได้ง่ายดายเพียงกดปุ่มปลดล๊อคที่อยู่ด้านซ้ายมือของตัวเครื่อง ซึ่งในการใช้งานจริงก็ทำได้สะดวกดีมากเพราะในโหมด Tablet เจ้านี่มีน้ำหนักตัวเพียง 800 กรัมกว่าๆเท่านั้น แถมยังสามารถใช้งานควบคู่ ไปกับปากกา Digitizer Pen ขีดๆเขียนได้เป็นอย่างดี แถมยังปกป้องหน้าจอได้แกร่งกว่าใครด้วยกระจกจาก Corling อีกด้วย ที่สำคัญยังสะดวกยิ่งกว่าด้วยกล้องหลังขนาด 5 ล้านพิกเซลใช้งานได้ไม่น้อยหน้าแท็บเล็ต Windows 8.1 ตัวอื่นๆ ในท้องตลาดเลยละครับ?และอีกรูปแบบหนึ่งอย่าง Tablet+ Mode ก็จะให้ผู้ใช้ปรับเปลี่ยนลักษณะการใช้งานได้เช่นกันแต่ ในโหมดนี้จะถอดตัวแท็บเล็ตออกมาก่อนและทำการเสียบเข้าไปแบบพลิกหน้าจอไปอีกด้านหนึ่งซึ่งจะใช้ประโยชน์ของแบตเตอรี่ที่ฝังอยู่ในตัว Dock Keyboard ได้อย่างเต็มที่ทำให้ในโหมดนี้ใช้งานได้ยาวนานกว่าถึง 8-9 ชั่วโมงเลยทีเดียว

Lenovo-59

เรียกได้ว่าทั้ง 4 โหมดนั้นก็ใช้งานได้สะดวกสบายและปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ดีมีข้อสังเกตอยู่เล็กน้อยตรงที่เจ้า Helix มีความร้อนที่ค่อนข้างสูงมากเมื่อ ใช้งานในห้องอุณหภูมิปกติ ซึ่งจะให้ดีใช้งานในห้องปรับอากาศจะดีที่สุดครับ

Lenovo-58

Performance / Software

ถึงช่วงทดสอบหรือ Benchmark กันแล้วนะครับ สำหรับเจ้า Lenovo Helix ก็มาพร้อมด้วยสเปคเครื่องในระดับ Ultrabook ที่ประหยัดไฟเป็นพิเศษ แต่ประสิทธิภาพก็ใช่ย่อยนะครับ แบะไม่ได้ด้อยกว่าโน๊ตบุ๊คปกติมากเลยนัก ยิ่งได้ที่เก็บข้อมูลความเร็วสูงอย่าง SSD ด้วยแล้วละก็เรียกได้ว่า โน๊ตบุ๊คปกติทั่วไปเป็นรองเลยละครับ แต่ถ้าเทียบระดับราคาแล้วละก็ห่างกันเยอะอยู่เหมือนกัน

? ? ? ? ??Screenshot (8)?Screenshot (9)?Screenshot (7)

โปรแกรมอย่าง CPU-Z ก็แสดงสเปคออกมาได้ตรงตามที่ Lenovo ระบบมาทุกส่วน ยกเว้นแต่แรมของระบบที่แสดงเพียง 3.8GB ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะเจ้า Helix ได้ทำการแชร์แรมไปให้การ์ดจอออนบอร์ดนั่นเองละคร๊าบบ รวมไปถึงซีพียูที่ใช้รุ่นสูงกว่าปกติครับผม

Screenshot (6)

ตัวเก็บข้อมูลของระบบที่ Helix เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจ ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดไดร์ฟแบบจานหมุนหรือฮาร์ดดิสก์ลูกผสมอย่าง SSHD แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจนละครับ

Screenshot (2)
Screenshot (1)

01
และตบท้าบด้วยชุดทดสอบของ FuterMark ก็ไม่ได้หวือหวาอะไรและทำได้อยู่ในระดับมาตราฐานทั่วไปเท่าทื่มันควรจะเป็น

Screenshot (13)

อีกหนึ่งจุดเด่นสำหรับ ThinkPad Helix นั่นก็คือตัวซอฟแวร์ต่างๆ ที่บันเดิลมาให้กับเครื่องที่มีมามากมาย และพิเศษกว่าใครทั้ง Lenovo Solution Center , Lenovo Power Manager และซอฟเวอร์อื่นๆ

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?software 1?software 3

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?software 5?software 6

สำหรับซอฟแวร์ตัวแรกอย่าง Lenovo Solution Center นั้นจะเป็นซอฟแวร์ที่ไว้คอยจัดการระบบโดยรวมของตัวเครื่อง ThinkPad Helix ที่สามารถทำได้ตั้งแต่การตรวจ และตั้งค่าความปลอดภัยโดยรวมของตัวเครื่องว่ามีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ , มีแพซต์ใหม่ๆให้อัพเดทหรือเปล่า รวมไปถึงการเช็คสถานะอุปกรณ์ต่างๆ ว่าอยู่ในสภาพปกติ ฮาร์ดดิสก์เต็มไหม หรือแม้แต่แบคอัพข้อมูล-คื่นค่าระบบก็ย่อมได้

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?software 9?software 10

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?software 12?software 13

ซอฟแวร์ตัวที่สองอย่าง Lenovo Power Manager ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดสรรพลังได้ในหลายๆ ส่วน ทีสำคัญตัวซอฟแวร์แวร์ยังค่อนข้างมีความละเอียดมากทีเดียว ทำให้เหล่า Power User สามารถปรับแต่งการใช้พลังงานได้ในรูปแบบที่คุณต้องการ ช่วยให้ ThinkPad Helix อยู่ได้นานขี้นแม้ ไม่ได้เสียบชาร์จไฟกันเลยทีเดียวเชียวละครับ

Conclusion / Award

000

Lenovo Helix ก็เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook กึ่ง Tablet หรือ Hybrid Ultrabook ที่ครบเครื่องและตอบโจทย์ผู้ใช้มืออาชีพและกลุ่มนักธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม แถมด้วยการออกแบบของตัวเครื่องที่เชื่อได้เลยว่าถ้าเพื่อนๆสมาชิกเห็นตัวเป็นๆจะต้องชื่นชอบอชัวร์ๆ ด้วยการออกแบบของตัวเครื่องที่เรียบหรูมากๆ สำหรับท่านใดที่ชอบลักษณะการออกแบบของ Lenovo ThinkPad รุ่นก่อนๆ ต้องหลงรักเจ้า Helix อย่างแน่นอน ยิ่งเมื่อยูเซอร์ได้ลองใช้งานฟีเจอร์ แบบ Multi Mode ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานในหลากหลายโหมดหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Laptop Mode , Stand Mode , Tablet Mode และ Tablet+ Mode ที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่หาจากโน๊ตบุ๊คตัวไหนไม่ได้แล้วละก็ เชื่อได้เลยว่ายูเซอร์จะต้องอยากครอบครองเป็นเจ้าของกันแบบไม่ต้องสงสัย

001

รวมไปถึงในด้านของสเปคของตัวเครื่องของ Helix ในระดับ Ultrabook ที่จัดสรรพลังงานได้อย่างเป็นเยี่ยมและมีประสิทธิภาพสูงด้วยหน่วยประมวลผลกลางอย่าง Intel Core i5 , แรม DDR3L และฮาร์ดไดร์ฟแบบ SSD ที่สำคัญยังใช้งานสามารถใช้งานต่อเนื่องโดยไม่มีพักและไม่เสียบอะแดปเตอร์ชาร์จไฟได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมง++ เลยทีเดียว พ่วงด้วยน้ำหนักตัวเครื่องที่เบาพอรับได้ และขนาดตัวเครื่องที่อยู่ในระดับ Ultrabook เพื่อนๆท่านใดที่มองหาโน๊ตบุ๊คแบบ Ultrabook ที่สามารถใช้งานเป็นแท็บเล็ตแบบอิสระและปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลายรูปแบบ แถมมีน้ำหนักเบา บนประสิทธิภาพสูง พร้อมใช้งานได้ยาวนาน รวมไปถึงรองรับฟีเจอร์ไร้สายสุดเจ๋งอย่าง 3G และ NFC แล้วละก็ เจ้า?Lenovo Helix เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆตัวนึงเลยละครับ โดยเจ้า Lenovo Helix มีค่าตัวอยู่ที่ 51,900 บาท โดยสามารถสั่งแบบ Buy Order ได้จากตัวแทนจำหน่ายของ Lenovo Thailand ได้เลยครับผม

ข้อดี

  • ดีไซน์สวยงามโดดเด่น
  • ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลายรูปแบบ
  • รองรับ NFC และใส่ซิมแบบ 3G ได้
  • หน้าจอแสดงผล 11.6 นิ้ว แบบ FHD IPS พร้อม?Corning Gorrilla Glass?
  • รองรับและมีปากกา Digitizer Pen มาให้ด้วย
  • มี MiniDisplay Port และรองรับ USB 3.0 ถึง 2 พอร์ต
  • ใช้งานได้ต่อเนื่องและยาวนาน 8 ชั่วโมงขึ้นไป
  • ซอฟแวร์ที่ติดมากับตัวเครื่องใช้งานได้จริงตามสไตล์ ThinkPad
  • มาพร้อมกล้องหลัง 5 ล้าน และกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซลใช้งานได้สะดวก

ข้อสังเกต

  • ใช้งานได้ดีแต่มีความร้อนที่ค่อนข้างมาก

 

Awards

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน๊ตบุ๊คในกลุ่ม Hybird Ultrabook ขนาดหน้าจอ 11.6 นิ้ว ซึ่ง?Lenovo Helix?ก็ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

 

award use 2 create 03

 

Best Ultrabook

ในกลุ่ม Ultrabook ระดับหน้าจอแสดงผล 11.6 นิ่วนั้น ถือได้ว่าเจ้า Lenovo Helix มีความโดดเด่นในมากทีเดียวด้วยการออกแบบที่เหนือกว่าและขนาดตัวที่ไม่หนักจนเกินไป รวมไปถึงมีสเปคเครื่องที่อยู่ในระดับ Ultrabook ที่ประสิทธิภาพค่อนข้างโอเค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฟีเจอร์ Multi-Mode ที่ใช้งานได้จริง ซึ่ง Ultrabook ตัวอื่นๆในตลาดทำไม่ได้อย่างแน่นอน ยิ่งเมื่อรองรับการใช้งานควบคู่ Digitizer Pen , 3G และ NFC ด้วยแล้ว เรียกได้ว่าเจ้า Helix ตอบโจทย์ด้านความหลากหลายและครอบคลุมได้มากกว่า Ultrabook ตัวอื่นๆอย่างแน่นอน

Video Introduce

Specification

ในเรื่องของประสิทธิภาพวางใจเจ้า ThinkPad Helix ได้เลย เพราะถึงแม้จะเป็นแท็บเล็ต ที่ปรับเปลี่ยนใช้งานในรูปแบบของโน๊ตบุ๊คได้ แต่มันก็เลือกใช้หน่วยประมวลผลกลางทรงประสิทธิภาพในระดับ Laptop Grade จาก Intel Core i5-3337u แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็วสูงสุด 2.7 GHz แบบฝังไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ , พ่วงด้วยการ์ดจอออนบอร์ด Intel HD Graphics 4000 ประสิทธิภาพพอตัว , ใช้แรม DDR3L บัส 1600MHz แบบประหยัดไฟความจุตามมาตราฐาน 4GB (ใส่แรมได้สูงสุด 1 แผง) และที่เก็บข้อมูลแบบ SSD ผ่านการเชื่อต่อ SATA 3 ความจุตามมาตราฐานเช่นกันที่ 128GB ตอบสนองการเข้าถึงข้อมูลและใช้งานทางด้านเอกสารวิชาการ และความบันเทิงได้รวดเร็วและทันท่วงทีแน่แน่น

เจ้า Helix ติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาดค่อนข้างใหญ่โต(เมื่อเทียบกับแท็บเล็ต)ถึง 11.6 นิ้ว มีความละเอียด Full-HD 1920 x 1080 พิกเซล รองรับและมี?Digitizer Pen ติดตั้งมาให้ในชุด พร้อมด้วยกล้องคู่ Dual Camera ความคมชัดสูง มีกล้องหน้าแบบ 2 ล้านพิกเซล พร้อมไมโครโฟนแบบ Noise- canceling digital microphone ให้เพื่อนๆแชทและวิดีโอคอลได้อย่างคมชัดลื่นไหล พ่วงด้วยกล้องหลัก 5 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED สามารถบันทึกวิดีโอ FHD ได้?30FPS แบบชิวๆ นอกจากนี้ก็ยังรองรับฟีเจอร์ด้านความบันเทิงอีกพอสมควรไม่ว่าจะเป็นระบบเสียง Dolby Home Theater v4 และลำโพงคู่ Dual Stereo Speakers

พอร์ตเชื่อมต่อที่เจ้าเจ้า Helix รองรับก็จะมี USB 3.0 2 พอร์ต , USB 2.0 1 พอร์ต , Mini Display Port สำหรับต่อหน้าจอแยก 2 ชุด , Audio Jack สำหรับเชื่อมต่อไมค์และหูฟัง , รองรับการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง 2 x 2 WiFi , NFC , 3G และมีน้ำหนักตัวเริ่มต้นอยู่ที่ 840 กรัมเมื่อใช้งานในโหมดแท็ต และมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 64bit ลิขสิทธิ์แท้ สนนราคาอยู่ที่ 51,900 บาท

สเปคฉบับเต็ม

Design

Lenovo-6

อย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า “ThinkPad Helix Tablet สามารถใช้งานเป็นแท็บเล็ต และโน๊ตบุ๊คแยกกันได้อย่างอิสระในตัวเดียว ซึ่งถูกจัดกลุ่มอยู่ในโน๊ตบุ๊คแบบ Hybrid Ultrabook ที่ได้รับการปรับปรุงต่อยอดมาจากผลิตภัณฑ์โน๊ตบุ๊คในตระกูล ThinkPad ผู้พี่ตัวก่อนหน้าหลากหลายรุ่นให้ดียิ่งขึ้นในหลายๆด้าน รวมไปถึงปรับเปลี่ยนการออกแบบในสไตล์ ThikPad ให้มีความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอาย ThinkPad อยู่บ้างพอสมควร สำหรับเพื่อนๆสมาชิกท่านใดที่ติดตามผลิตภัณฑ์ในตระกูลนี้อยู่คงรู้สึกแปลกตาอยู่พอสมควร

Lenovo-14

เราจะมากล่าวถึงการออกแบบรวมๆกันก่อน ซึ่งก็เชื่อได้เลยว่าการออกแบบน่าจะโดนใจเพื่อนๆที่รักความทันสมัยและรับได้กับการเปลี่ยนแปลง แต่ก็อาจจะขัดใจเพื่อนๆที่ชอบ ThinkPad ในแบบต้นฉบับจาก IBM โดยเจ้านี้เน้นความเรียบหรูของเนื้องานเป็นหลัก ด้วยการเล่นธีมดำด้านตลอดทั้งตัวเครื่องแลดูภูมิฐานแลดูเรียบๆแต่แฝงไปด้วยความหรูหราและเคร่งขรึม ฝาหลังของตัวเครื่องใช้สีดำด้านตลอดทั้งตัวเครื่องตัดด้วยโลโก้ Lenovo , กล้องหลัก 5 ล้านพิกเซล และโลโก้ ThinkPad เข้ากับตัวเครื่องเป็นอย่างดี?เช่นกันกับฝาด้านล่างของเครื่องหรือ Dock Keyboard ที่ใช้โทนสีดำด้านในลักษณะเดียวกันตลอดทั้งตัวที่มาในแบบเรียบๆ แลดูแปลกตา พร้อมด้วยสติกเกอร์ Windows 8 ติดตั้งไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ก็ยังมียางรองฐานเครื่อง 4 มุมที่ช่วยป้องกันรอยได้เวลาปรับใช้งานแบบโน๊ตบุ๊คปกติทั่วไป

Lenovo-5

ด้านในตัวเครื่องบริเวณที่พักมือและคีย์บอร์ดมีรายละเอียดที่ค่อนข้างเยอะทีเดียวไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์ระบุความเป็น Ultrabook ระบุรุ่นหน่วยประผลกลาง และมีโลโก้ ThinkPad ด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณนี้นี่เองก็ใช้วัสดุสีดำด้านตามโทนของเครื่องให้สัมผัสที่ไม่ลื่นมือมอบประสบการณ์ใช้งานได้ในแบบพรีเมียมดีทีเดียว ในส่วนของคีย์บอร์ดเจ้า Helix เลือกใช้คีย์บอร์ด Full-sized 6 แถวแบบ AccuType มาพร้อมระบบป้องกันน้ำ spill-resistant สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจในชั่วโมงเร่งด่วน แต่น่าเสียดายที่ตัวคีย์บอร์ดจะไม่มีไฟแสดงสถานะ

นอกจากนี้เจ้า Helix ก็ไม่ลืมที่จะติดตั้ง TrackPoint (Point Stick) มาให้ด้วยบริเวณกลางตัวคีย์บอร์ด ซึ่งก็สามารถใช้งานควบคู่ไปกับ TrackPad ขนาดใหญ่ที่มีปุ่มกดถึง 5 ปุ่มได้เป็นอย่างดี ในด้านการใช้งานปกติทั่วไปก็พบว่าตัวคีย์บอร์ดแบบ AccuType ตอบสนองกับการพิมพ์ แบบงานเอกสารได้ดีพอสมควร แต่อย่างไรก็ดีตัวแป้นมีการเว้นระยะห่างที่แคบกว่าปกติอาจทำให้ต้องปรับตัวสักเล็กน้อย แต่เมื่อใช้งานไปสักระยะก็คุ้นเคยได้ไม่ยาก ในส่วนของ TrackPad ที่มีขนาดใหญ่โต ก็ สามารถใช้งานหลายนิ้วมือผ่านชุดคำสั่งแบบ Multi Gesture บน Windows 8 ได้ดี ยิ่งถ้าใช้งาน TrackPoint และ TrackPad ควบคู่กันไปด้วยจะยิ่งใช้งานได้ไวมากขึ้น (กล่าวคือใช้นิ้วมือพิมพ์แป้มพิมพ์ตามปกติ และใช้นิ้วชี้บังคับ Point stick และใช้นิ้งโป้งในการกดปุ่มคลิ๊กทั้งสามปุ่ม ถ้าฝึกให้คุ้นชินก็จะยิ่งใช้งานได้ลื่นไหล และรวดเร็วมากๆ เลยละครับ

Lenovo-4

มาดูทางด้านหน้าจอแสดงผลกันบ้าง ซึ่งอย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้นแล้วว่า Lenovo เลือกที่จะติดตั้งจอแสดงผลแบบสัมผัสแบบไร้ขอบที่เลือกใช้กระจกชิ้นเดียวแบบเต็มแผ่นบนเทคโนโลยีจาก Corning Gorrilla Glass ให้ความคงทนแข็งแรงเป็นเยี่ยม ขนาด 11.6 นิ้ว ความละเอียด Full-HD พร้อมติดตั้งพาเนลจอแบบ IPS ให้ภาพคมชัดสมบูรณ์แบบในทุกเฉดสี มีปากกา Digitizer Pen มาให้ด้วยในชุดซึ่งตอบโจทย์กับผู้ใช้งานแบบมือชีพได้สมบูรณ์แบบทีเดียว นอกจากนี้บริเวณหน้าจอและขอบจอแสดงผลก็จะเป็นที่ตั้งของกล้อง Webcam 2 ล้านพิกเซล และไมค์โครโฟนที่ไว้สำหรับ Video Call ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งนอกจากนี้ในบริเวณขอบจอก็ยังมีปุ่มกดต่างๆ และฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกเยอะซึ่งตามต่อได้ในหัวข้อถัดไป

Connector / Thin And Weight

Lenovo-65

ถึงแม้จะเป็นแท็บเล็ตกึ่ง Ultrabook แต่พอร์ตเชื่อมต่อของ Lenovo Helix ก็จัดมาให้อย่างเต็มเปี่ยมและเยอะแยะมากมายจนน่าเหลือเชื่อ โดยในบริเวณคีย์บอร์ดด๊อคกิ้งนั้นตัวพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆจะอยู่ทางด้านหลังทั้งหมดซึ่งก็จะมีพอร์ตเชื่อมต่อ USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ต , พอร์ต Mini Display Port จำนวน 1 พอร์ต สำหรับต่อจอแยก และพอร์ตเชื่อมต่ออะแอดเตอร์ชาร์จไฟมาตราฐานใหม่จากเลอโนโวที่จะเป็นหัว 4 เหลี่ยมครับ

Lenovo-62

ทางด้านขอบจอแสดงผลทางด้านบนนั้นก็จะมีที่ Digitizer Pen อยู่ทางมุมซ้าย ไล่มาด้วยช่องระบายความร้อนขนาดเล็ก และปุ่มเปิดปิดตัวเครื่องที่จะอยู่บริเวณมุมขวา ทางด้านขอบจอทางด้านขวาก็จะมีช่องเชื่อมต่อไมค์-ลำโพง ช่องปรับเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มล๊อคหน้าจอครับผม

Lenovo-44

ไล่มาดูทางด้านล่างของตัวแท็บเล็ตกันบ้าง ซึ่งเมื่อถอดตัวจอแท็บเล็ต Helix แยกออกมาจากตัว Dock ก็จะเจอกับช่องเชื่อมต่อ USB 2.0 1 , พอร์ต Mini Display Port , ช่องใส่ซิมสำหรับใช้งาน 3G , ช่องเชื่อมต่อตัวแท็บเล็ตกับ Dock และช่องเชื่อมต่ออะแดปเตอร์ชาร์จไฟ นอกจากนี้ในบริเวณนี้ทั้งซ้ายและขวาก็จะเป็นที่ซ่อนของลาเบลแสดงมาตราฐานของเครื่องที่รองรับครับผม

? ??Lenovo-56?Lenovo-55?Lenovo-54

ในส่วนของน้ำหนักตัวเครื่องเอาตามจริงก็จะอยู่ที่ 1.6 กิโลกรัมในขณะที่เสียบกับ Dock , 2.09 กิโลกรัมขณะเสียบกับ Dock และรวมที่ชาร์จไฟ และก็จะอยู่ที่ 840 กรัมในขณะที่ถอดใช้งานในลักษณะของแท็บเล็ตซึ่งถือว่าดูดีทีเดียวครับ ซึ่งนอกจากน้ำหนักที่ดูดีแล้วหลังจากที่ได้ลองทดสอบผ่าน BatteryMon บนการตั้งค่าที่ Balance และใช้งานเปิดเว็ปและเชื่อมต่อไวไฟเจ้า Helix ก็ทำได้ดีเช่นกันโดยในการใช้งานขณะเสียบ Dock สามารถใช้งานได้สูงสุดถึงราวๆ 8.30 ชั่วโมงทีเดียว และในขณะที่ใช้งานเป็นแท็บเล็ตก็สามารถใช้ต่อเนื่องได้ถึง 4 ชั่วโมงกว่ากันเลยทีเดียวซึ่งถือได้ว่าใช้ได้ยาวนานพอสมควร ยิ่งถ้าปรับแต่งดีๆ 10 ชั่วโมง++ ก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

Screenshot (15) Screenshot (16)
และที่จะลืมพูดถึงไปไม่ได้คืออัตราการบริโภคไฟที่ค่อนข้างโอเคทีเดียวโดยมีอัตราการกินไฟปกติทั่วไปหรือ Idel อยู่ที่ราว 50 Watt และเมื่อใช้งานเบบเต็มประสิทธิภาพก็ขึ้นมาแค่ 54.4 Watt ถือว่าทำได้ไม่เลวเลยจริงเชียว

?Lenovo-61?Lenovo-60

Multi Mode

มาถึงไฮไลท์กันแล้วนะครับกับเจ้า ThinkPad Helix ที่นอกจากจะเป็นโน๊ตบุ๊คปกติในรูปแบบ Ultrabook ขนาด 11.6 นิ้วได้แล้ว ยังสามารถปรับเปลี่ยนไปเป็นแท็บเล็ตได้อย่างรวดเร็วและอิสระออกจากกันได้อีกด้วย ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องใหม่มากๆสำหรับโน๊ตบุ๊คในตระกูล ThinkPad ที่ไม่เคยมีตัวไหนทำได้มาก่อน นอกเสียจาก ThinkPad Tablet ซึ่งเจ้า Helix สามารถที่จะปรับการใช้งานได้แบบกว้างๆ ถึง 4 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Laptop Mode , Stand Mode , Tablet+ Mode และ Tablet Mode แบบปกติ

thinkpad-helix-modes (1)

โดย Laptop Mode นั้นจะให้คุณปรับใช้งานในแบบ Ultrabook ปกติทั่วไปตามรูปแบบมาตราฐานที่สามารถตอบสนองการใช้งานในงานเอกสาร และการส่งอีเมลต่างๆ ได้ค่อนข้างดีทีเดียว

Lenovo-1

Stand Mode สำหรับในโหมดนี้จะตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ ของหลายๆท่านที่หลงรักในความบันเทิงอย่างเต็มเปี่ยมให้เพื่อนๆ ได้ใช้งานในด้านความบันเทิงได้เป็นอย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง ก็เต็มอรรถรสได้ด้วยลำโพง Steroe 2.0 แบบ Dolby Home Theater v4 ให้พลังเสียงสมจริงสมจัง ที่สำคัญในโหมดนี้ยังใช้งานวิดีโอคอลได้เต็มรูปแบบมากขึ้นอีกด้วย รวมไปถึงยังสามารถใช้พรีเซนต์งานในที่ประชุมได้เป็นอย่างดี เพราะทุกๆคนในที่ประชุมจะโฟกัสไปที่จอแสดงผลเพียงอย่างเดียว

Lenovo-46

Lenovo-47

Tablet Mode สำหรับ Tablet Mode นั้นก็เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์กันเลยทีเดียวเชียวละครับ ซึ่งในโหมดนี้ก็จะแบ่งได้เป็นสองรูปแบบคือ Tablet Mode แบบปกติที่จะจะปรับเจ้า Helix ให้กลายร่างเป็นแท็บเล็ต Windows 8.1 ขนาด 11.6 นิ้วแบบอิสระ โดยทำการถอดตัวเครื่องออกมาใช้งานแยกต่างหากที่ก็ทำได้ง่ายดายเพียงกดปุ่มปลดล๊อคที่อยู่ด้านซ้ายมือของตัวเครื่อง ซึ่งในการใช้งานจริงก็ทำได้สะดวกดีมากเพราะในโหมด Tablet เจ้านี่มีน้ำหนักตัวเพียง 800 กรัมกว่าๆเท่านั้น แถมยังสามารถใช้งานควบคู่ ไปกับปากกา Digitizer Pen ขีดๆเขียนได้เป็นอย่างดี แถมยังปกป้องหน้าจอได้แกร่งกว่าใครด้วยกระจกจาก Corling อีกด้วย ที่สำคัญยังสะดวกยิ่งกว่าด้วยกล้องหลังขนาด 5 ล้านพิกเซลใช้งานได้ไม่น้อยหน้าแท็บเล็ต Windows 8.1 ตัวอื่นๆ ในท้องตลาดเลยละครับ?และอีกรูปแบบหนึ่งอย่าง Tablet+ Mode ก็จะให้ผู้ใช้ปรับเปลี่ยนลักษณะการใช้งานได้เช่นกันแต่ ในโหมดนี้จะถอดตัวแท็บเล็ตออกมาก่อนและทำการเสียบเข้าไปแบบพลิกหน้าจอไปอีกด้านหนึ่งซึ่งจะใช้ประโยชน์ของแบตเตอรี่ที่ฝังอยู่ในตัว Dock Keyboard ได้อย่างเต็มที่ทำให้ในโหมดนี้ใช้งานได้ยาวนานกว่าถึง 8-9 ชั่วโมงเลยทีเดียว

Lenovo-59

เรียกได้ว่าทั้ง 4 โหมดนั้นก็ใช้งานได้สะดวกสบายและปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ดีมีข้อสังเกตอยู่เล็กน้อยตรงที่เจ้า Helix มีความร้อนที่ค่อนข้างสูงมากเมื่อ ใช้งานในห้องอุณหภูมิปกติ ซึ่งจะให้ดีใช้งานในห้องปรับอากาศจะดีที่สุดครับ

Lenovo-58

Performance / Software

ถึงช่วงทดสอบหรือ Benchmark กันแล้วนะครับ สำหรับเจ้า Lenovo Helix ก็มาพร้อมด้วยสเปคเครื่องในระดับ Ultrabook ที่ประหยัดไฟเป็นพิเศษ แต่ประสิทธิภาพก็ใช่ย่อยนะครับ แบะไม่ได้ด้อยกว่าโน๊ตบุ๊คปกติมากเลยนัก ยิ่งได้ที่เก็บข้อมูลความเร็วสูงอย่าง SSD ด้วยแล้วละก็เรียกได้ว่า โน๊ตบุ๊คปกติทั่วไปเป็นรองเลยละครับ แต่ถ้าเทียบระดับราคาแล้วละก็ห่างกันเยอะอยู่เหมือนกัน

? ? ? ? ??Screenshot (8)?Screenshot (9)?Screenshot (7)

โปรแกรมอย่าง CPU-Z ก็แสดงสเปคออกมาได้ตรงตามที่ Lenovo ระบบมาทุกส่วน ยกเว้นแต่แรมของระบบที่แสดงเพียง 3.8GB ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะเจ้า Helix ได้ทำการแชร์แรมไปให้การ์ดจอออนบอร์ดนั่นเองละคร๊าบบ รวมไปถึงซีพียูที่ใช้รุ่นสูงกว่าปกติครับผม

Screenshot (6)

ตัวเก็บข้อมูลของระบบที่ Helix เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจ ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดไดร์ฟแบบจานหมุนหรือฮาร์ดดิสก์ลูกผสมอย่าง SSHD แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจนละครับ

Screenshot (2)
Screenshot (1)

01
และตบท้าบด้วยชุดทดสอบของ FuterMark ก็ไม่ได้หวือหวาอะไรและทำได้อยู่ในระดับมาตราฐานทั่วไปเท่าทื่มันควรจะเป็น

Screenshot (13)

อีกหนึ่งจุดเด่นสำหรับ ThinkPad Helix นั่นก็คือตัวซอฟแวร์ต่างๆ ที่บันเดิลมาให้กับเครื่องที่มีมามากมาย และพิเศษกว่าใครทั้ง Lenovo Solution Center , Lenovo Power Manager และซอฟเวอร์อื่นๆ

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?software 1?software 3

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?software 5?software 6

สำหรับซอฟแวร์ตัวแรกอย่าง Lenovo Solution Center นั้นจะเป็นซอฟแวร์ที่ไว้คอยจัดการระบบโดยรวมของตัวเครื่อง ThinkPad Helix ที่สามารถทำได้ตั้งแต่การตรวจ และตั้งค่าความปลอดภัยโดยรวมของตัวเครื่องว่ามีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ , มีแพซต์ใหม่ๆให้อัพเดทหรือเปล่า รวมไปถึงการเช็คสถานะอุปกรณ์ต่างๆ ว่าอยู่ในสภาพปกติ ฮาร์ดดิสก์เต็มไหม หรือแม้แต่แบคอัพข้อมูล-คื่นค่าระบบก็ย่อมได้

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?software 9?software 10

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ?software 12?software 13

ซอฟแวร์ตัวที่สองอย่าง Lenovo Power Manager ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดสรรพลังได้ในหลายๆ ส่วน ทีสำคัญตัวซอฟแวร์แวร์ยังค่อนข้างมีความละเอียดมากทีเดียว ทำให้เหล่า Power User สามารถปรับแต่งการใช้พลังงานได้ในรูปแบบที่คุณต้องการ ช่วยให้ ThinkPad Helix อยู่ได้นานขี้นแม้ ไม่ได้เสียบชาร์จไฟกันเลยทีเดียวเชียวละครับ

Conclusion / Award

000

Lenovo Helix ก็เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook กึ่ง Tablet หรือ Hybrid Ultrabook ที่ครบเครื่องและตอบโจทย์ผู้ใช้มืออาชีพและกลุ่มนักธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม แถมด้วยการออกแบบของตัวเครื่องที่เชื่อได้เลยว่าถ้าเพื่อนๆสมาชิกเห็นตัวเป็นๆจะต้องชื่นชอบอชัวร์ๆ ด้วยการออกแบบของตัวเครื่องที่เรียบหรูมากๆ สำหรับท่านใดที่ชอบลักษณะการออกแบบของ Lenovo ThinkPad รุ่นก่อนๆ ต้องหลงรักเจ้า Helix อย่างแน่นอน ยิ่งเมื่อยูเซอร์ได้ลองใช้งานฟีเจอร์ แบบ Multi Mode ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานในหลากหลายโหมดหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Laptop Mode , Stand Mode , Tablet Mode และ Tablet+ Mode ที่ให้ประสบการณ์ใช้งานที่หาจากโน๊ตบุ๊คตัวไหนไม่ได้แล้วละก็ เชื่อได้เลยว่ายูเซอร์จะต้องอยากครอบครองเป็นเจ้าของกันแบบไม่ต้องสงสัย

001

รวมไปถึงในด้านของสเปคของตัวเครื่องของ Helix ในระดับ Ultrabook ที่จัดสรรพลังงานได้อย่างเป็นเยี่ยมและมีประสิทธิภาพสูงด้วยหน่วยประมวลผลกลางอย่าง Intel Core i5 , แรม DDR3L และฮาร์ดไดร์ฟแบบ SSD ที่สำคัญยังใช้งานสามารถใช้งานต่อเนื่องโดยไม่มีพักและไม่เสียบอะแดปเตอร์ชาร์จไฟได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมง++ เลยทีเดียว พ่วงด้วยน้ำหนักตัวเครื่องที่เบาพอรับได้ และขนาดตัวเครื่องที่อยู่ในระดับ Ultrabook เพื่อนๆท่านใดที่มองหาโน๊ตบุ๊คแบบ Ultrabook ที่สามารถใช้งานเป็นแท็บเล็ตแบบอิสระและปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลายรูปแบบ แถมมีน้ำหนักเบา บนประสิทธิภาพสูง พร้อมใช้งานได้ยาวนาน รวมไปถึงรองรับฟีเจอร์ไร้สายสุดเจ๋งอย่าง 3G และ NFC แล้วละก็ เจ้า?Lenovo Helix เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆตัวนึงเลยละครับ โดยเจ้า Lenovo Helix มีค่าตัวอยู่ที่ 51,900 บาท โดยสามารถสั่งแบบ Buy Order ได้จากตัวแทนจำหน่ายของ Lenovo Thailand ได้เลยครับผม

ข้อดี

  • ดีไซน์สวยงามโดดเด่น
  • ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลายรูปแบบ
  • รองรับ NFC และใส่ซิมแบบ 3G ได้
  • หน้าจอแสดงผล 11.6 นิ้ว แบบ FHD IPS พร้อม?Corning Gorrilla Glass?
  • รองรับและมีปากกา Digitizer Pen มาให้ด้วย
  • มี MiniDisplay Port และรองรับ USB 3.0 ถึง 2 พอร์ต
  • ใช้งานได้ต่อเนื่องและยาวนาน 8 ชั่วโมงขึ้นไป
  • ซอฟแวร์ที่ติดมากับตัวเครื่องใช้งานได้จริงตามสไตล์ ThinkPad
  • มาพร้อมกล้องหลัง 5 ล้าน และกล้องหน้า 2 ล้านพิกเซลใช้งานได้สะดวก

ข้อสังเกต

  • ใช้งานได้ดีแต่มีความร้อนที่ค่อนข้างมาก

 

Awards

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน๊ตบุ๊คในกลุ่ม Hybird Ultrabook ขนาดหน้าจอ 11.6 นิ้ว ซึ่ง?Lenovo Helix?ก็ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

 

award use 2 create 03

 

Best Ultrabook

ในกลุ่ม Ultrabook ระดับหน้าจอแสดงผล 11.6 นิ่วนั้น ถือได้ว่าเจ้า Lenovo Helix มีความโดดเด่นในมากทีเดียวด้วยการออกแบบที่เหนือกว่าและขนาดตัวที่ไม่หนักจนเกินไป รวมไปถึงมีสเปคเครื่องที่อยู่ในระดับ Ultrabook ที่ประสิทธิภาพค่อนข้างโอเค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฟีเจอร์ Multi-Mode ที่ใช้งานได้จริง ซึ่ง Ultrabook ตัวอื่นๆในตลาดทำไม่ได้อย่างแน่นอน ยิ่งเมื่อรองรับการใช้งานควบคู่ Digitizer Pen , 3G และ NFC ด้วยแล้ว เรียกได้ว่าเจ้า Helix ตอบโจทย์ด้านความหลากหลายและครอบคลุมได้มากกว่า Ultrabook ตัวอื่นๆอย่างแน่นอน

Click to comment

บทความน่าสนใจ

CONTENT

ช่วงนี้เรียกได้ว่าน่าจะทำให้ผู้ที่มีแผนซื้อโน้ตบุ๊ก AMD หรือประกอบคอมเครื่องใหม่มีความลำบากใจกันไม่มากก็น้อย เนื่องจากสินค้าประเภทหน่วยความจำมีการปรับราคาสูงขึ้น ที่เห็นได้ชัดก็คือแรมและ SSD อันเนื่องมาจากฝั่งผู้ผลิตปรับลดอัตราการผลิตชิปสำหรับกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปลง ทำให้หลายท่านอาจจำเป็นต้องชะลอการซื้อคอมใหม่

IT NEWS

เป็นอีกครั้งที่ทาง Lenovo ยกทัพโน้ตบุ๊ก Lenovo ชุดใหญ่มาโชว์ตัวกันที่งาน CES 2026 เขย่าวงการไอที โดนเริ่มต้นกับโน้ตบุ๊กธุรกิจรุ่นใหม่ที่ก้าวสู่การใช้งาน AI อย่างเต็มตัว บนแนวคิด Smarter AI for All เน้นที่การออกแบบบนนวัตกรรมแบบที่ใช้งานได้จริง และให้ความน่าเชื่อถือสูง ประกอบไปด้วยไฮไลต์หลักๆ คือ ThinkPad X1 Aura Edition,...

IT NEWS

Lenovo ยังคงเดินหน้าทดลองและพัฒนาเทคโนโลยีจอแสดงผลแบบ “ขยายได้” อย่างต่อเนื่อง และในงาน CES 2026 ปีนี้ บริษัทได้นำคอนเซปต์โน้ตบุ๊กจอ OLED ม้วนได้ออกมาโชว์พร้อมกันถึงสองสายหลัก คือ Legion สำหรับเกมเมอร์ และ ThinkPad สำหรับสายทำงานและ productivity โดยทั้งสองรุ่นแสดงให้เห็นทิศทางที่ชัดเจนว่า Lenovo ไม่ได้มองเทคโนโลยีนี้เป็นแค่ของโชว์ แต่กำลังพยายามผลักดันไปสู่การใช้งานจริงในอนาคต Legion Pro...

IT NEWS

Lenovo ประกาศเปิดตัว Legion Go รุ่นใหม่ที่มาพร้อม SteamOS แบบ native อย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดเริ่มวางจำหน่ายในช่วง เดือนมิถุนายน 2026 ถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางสำคัญของเครื่องเล่นเกมพกพาตระกูล Legion Go จากเดิมที่ใช้ Windows มาเน้นประสบการณ์แบบคอนโซลมากขึ้น คล้ายกับ Steam Deck แต่ยังคงฮาร์ดแวร์ระดับสูงไว้ครบถ้วน Legion Go...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก