Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

มองชีวิตผ่านสายตาของหนึ่งในรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจาก Google

หลายๆ ท่านคงเคยได้เห็นไอเดียจากภาพยนตร์ไซไฟหลายๆ เรื่องที่รถยนต์นั้นสามารถที่จะขับเคลื่อนได้เอง ไอเดียนี้เกิดขึ้นแล้วครับกับ Google?s self-driving cars ซึ่งได้มีการทดลองลงถนนจริงแล้วในประเทศอเมริกา

หลายๆ ท่านคงเคยได้เห็นไอเดียจากภาพยนตร์ไซไฟหลายๆ เรื่องที่รถยนต์นั้นสามารถที่จะขับเคลื่อนได้เอง ไอเดียนี้เกิดขึ้นแล้วครับกับ?Google?s self-driving cars ซึ่งได้มีการทดลองลงถนนจริงแล้วในประเทศอเมริกา (Califonia และ Nevada) โดยที่หลายๆ ฝ่ายก็ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็มีรายงานว่า?Google?s self-driving car นั้นสามารถวิ่งได้ระยะทางรวมกว่า 1,126,300 กิโลเมตรโดยไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากตัวคอมพิวเตอร์ที่ทำการขับเคลื่อนรถยนต์นั้นมีความเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเร็วกว่ามนุษย์มาก และด้วยการใช้เซนเซอร์หลายๆ อย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้องที่ติดรอบทิศทางตัวรถนั้นทำให้ตัวรถมีมุมมองแบบ 360 องศารอบทิศทาง เรียกว่ามากกว่ามนุษย์ขับรถอีกครับ

Google-self-driving-cars-600

Advertisement

อย่างที่บอกไปตอนต้นครับว่าความคิดที่จะนำรถยนต์มาขับเคลื่อนแทนคนนั้นยังมีผู้ที่ไม่เห็นด้วยหลายฝ่าย (หนึ่งในข้อโต้แย้งก็คือมนุษย์ไม่เชื่อว่าคอมพิวเตอร์จะตัดสินใจได้ดีมากกว่าตนเองครับ) ทั้งนี้?Chris Urmson หัวหน้าโครงการ?self-driving car ของ Google นั้นก็ได้ออกมายอมรับใน Blog ว่ายังมีอีกหลายสิ่งมากที่ต้องพัฒนาต่อ และใน Blog นั้นยังมีคลิปถูกปล่อยออกมาโดยในคลิปนั้นได้มีการทดสอบขึ้นไปบน?Google?s self-driving cars แล้วเมื่อมีการขับไปเรื่อยๆ เจ้า?Google?s self-driving cars นั้นแสดงให้เห็นถึงความปลอดภัยอย่างเช่นสามารถเปลี่ยนเลนได้เมื่อตรวจสอบเจอสิ่งกีดขวางเช่นการวางกรวยเพื่อบีบถนน หรือเมื่อเจอรถจักรยานขับเข้ามาในระยะของรถ รถจะจอดรอให้จักรยานข้ามถนนไปก่อนจนหมดรถถึงจะเลี้ยวเป็นต้น เป็นอย่างไรนั้นสามารถดูได้จากคลิปด้านล่างต่อไปนี้เลยครับ

?

ที่มา : vr-zone

Click to comment

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ยุคนี้พอต้องทำงานร่วมกับชาวต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วหาเวลาเพื่อเรียนภาษาใหม่เพิ่มไม่ทัน ก็ต้องพึ่งพลังเทคโนโลยีอย่างหูฟังแปลภาษามาช่วยให้ติดต่อคุยงานกันได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ซึ่งหูฟังเหล่านี้จะทำงานร่วมกับแอพฯ ของผู้ผลิตและใช้ AI ช่วยจับประโยคและสำเนียงของคู่สนทนาแล้วแปลเป็นภาษาให้เราเข้าใจได้ง่ายและเร็วระดับ Real-time ด้วยชิปเซ็ตกับอัลกอริธึ่มแบบใหม่ในตัวที่ทางผู้ผลิตพัฒนามันต่อยอดต่อเนื่องให้ทำงานได้ดีกว่าเดิมและใช้งานได้นานขึ้นด้วย พอหมดเวลาทำงานแล้วหูฟังเหล่านี้ก็ไม่ต่างจากหูฟัง True Wireless ทั่วไปในชีวิตประจำวันเพราะมันแชร์พื้นฐานร่วมกันหมดทั้งการเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ 1-2 เครื่องและสลับใช้งานได้สะดวก แถมบางรุ่นรองรับ Codec เสียงคุณภาพสูงและมีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกในตัว แถมมีได้ไมโครโฟนคุณภาพดีไว้ใช้โทรพูดคุยกับผู้อื่นได้สะดวกรวดเร็วขึ้น หรือถ้าเน้นเรื่องการแปลภาษาเป็นหลักก็มีแบรนด์ที่เน้นการแปลภาษาให้เลือกเช่นกันAdvertisement เรื่องควรทราบก่อนซื้อหูฟังแปลภาษามาใช้งาน...

IT NEWS

Google ประกาศปรับรอบการออกเวอร์ชันของ Chrome ครั้งใหญ่ โดยจะเปลี่ยนจากเดิมที่ออก milestone ใหม่ทุก 4 สัปดาห์ มาเป็นทุก 2 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ การแก้บั๊ก และการปรับปรุงประสิทธิภาพมาไวขึ้นกว่าที่เคย ขณะที่ฝั่งนักพัฒนาเว็บก็จะต้องปรับตัวกับจังหวะการอัปเดตที่เร็วขึ้นตามไปด้วย การเปลี่ยนแปลงรอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการ “เร่งปล่อยอัปเดต” แบบผิวเผิน แต่สะท้อนให้เห็นว่า Google...

IT NEWS

QuickLens กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของความเสี่ยงจากส่วนขยายเบราว์เซอร์ที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย แต่สุดท้ายกลับถูกใช้เป็นช่องทางปล่อยมัลแวร์ใส่ผู้ใช้จริง ข่าวนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะ QuickLens ไม่ใช่ส่วนขยายเถื่อนที่เพิ่งโผล่มาแบบไร้ที่มา แต่เป็น extension ที่เคยใช้งานได้จริง มีผู้ใช้สะสมหลายพันราย และเคยได้รับความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งมาก่อน ประเด็นสำคัญคือ หลังจากตัวส่วนขยายเปลี่ยนมือ มันถูกอัปเดตจนกลายเป็นเครื่องมือโจมตีผู้ใช้เต็มรูปแบบ ทั้งการแสดงหน้าหลอกให้อัปเดตปลอมแบบ ClickFix การขโมยข้อมูลล็อกอิน การดักข้อมูลแบบฟอร์ม และการพยายามเข้าถึงกระเป๋าคริปโตหลายบริการในเครื่องของเหยื่อAdvertisement QuickLens คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับส่วนขยายตัวนี้ เดิมที...

IT NEWS

Google ปล่อยอัปเดตฉุกเฉิน เพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ zero-day ใน Chrome รหัส CVE-2026-2441 หลังยืนยันว่า “มี exploit ถูกใช้งานจริงในวงกว้าง (in the wild)” และเริ่มทยอยปล่อยเวอร์ชันแก้ไขให้ผู้ใช้บน Stable Desktop แล้ว บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย ว่าช่องโหว่นี้คืออะไร กระทบใคร เวอร์ชันไหนปลอดภัย และควรอัปเดตอย่างไร...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก