Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Notebook News

ร่วมอำลา Sony VAIO ด้วยประวัติ VAIO ตัวหลักกว่า 19 รุ่น ตั้งแต่เรื่มต้นในปี 1996 จนถึงปัจจุบัน

หลังจากที่มีข่าวช๊อควงการไอทีที่ Sony ได้ทำขายกิจการคอมพิวเตอร์พีซี VAIO ให้กับทาง Japan Industrial Partners Inc. (JIP) ภายในเดือนมีนาคม 2014

หลังจากที่มีข่าวช๊อควงการไอทีที่ Sony ได้ทำขายกิจการคอมพิวเตอร์พีซี VAIO ให้กับทาง Japan Industrial Partners Inc. (JIP) ภายในเดือนมีนาคม 2014 และจะเบนเข็มหันไปเน้นสินค้าจำพวก Mobile Devices อย่างสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตมากขึ้น ซึ่งทำให้เหล่าสาวกต่าง VAIO ซึมเศร้าไปตามๆกัน ล่าสุดเว็บไซด์อย่าง The Verge ก็ได้รวบรวมสินค้าในอดีตที่เป็นตัวชูโรงในตระกูล VAIO นับตั้งแต่ตัวแรกเมื่อ 18 ปีที่แล้ว หรือราวๆ ปี 1996 จนถึงตัวล่าสุดมาให้เหล่าสาวกได้ย้อนลำลึกความทรงจำอันน่าชื่นชม และสุดแสนประทับใจ ประดุจดั่งการไว้อาลัยให้กับ Sony VAIO กันเลยทีเดียว ซึ่งจะมี VAIO รุ่นไหนบ้างไปดูกัน

Products Sony Vaio

Advertisement

 

 

VAIO PCV-90
คอมพิวเตอร์ VAIO PC เครื่องแรกถือกำเนินดขึ้นในปี 1996 มีชื่อว่า VAIO PCV-90 ที่เป็นการผสมผสานประสิทธิภาพอย่างหน่วยประมวลผลกลาง 166MHz แรม 16MB ฮาร์ดดิสก์ 2.1GB พร้อมด้วยโมเด็มความเร็วสูง 28.8K ที่สำคัญยังมาพร้อมด้วย Windows 95 ออกแบบมาสำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานคอมพิวเตอร์ในยุคนั้น

1

 

VAIO PCG-505
หนึ่งในโน๊ตบุ๊ครุ่นแรกในตระกูล VAIO ส่งลงตลาดในปี 1997 สนนราคา 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง VAIO PCG-505 มาพร้อม Intel Pentium MMX แรม 32MB หน้าจอ 10.7 นิ้ว ความละเอียด 800×600 พิกเซล พร้อมด้วยการออกแบบ “SuperSlim” บางมากในสมัยนั้น และแข็งแรงสุดๆด้วยบอดี้แมกนีเซียม

2

 

VAIO PCG-707
เช่นเดียวกันกับ VAIO PCG-505 เจ้า VAIO PCG-707 ตามหลังมาติดๆในปี 1997 ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อม CD-Rom , จอแสดงผล TFT LCD , ซีพียู Intel Pentium MMX พร้อมด้วยระยะการใช้งานบนแบตเตอรี่ที่ยาวนานมากถึง 3 ชั่ว และที่สำคัญมาพร้อมแบตเตอรี่ Dock ช่วยเพิ่มระยะการใช้งานได้แบบทวีคูณอีกด้วย ซึ่งส่งผลต่อเนื่องถึง VAIO ที่ออกมาตามหลังอีกหลากหลายรุ่น

3

 

VAIO C1 PICTUREBOOK
Sony VAIO C1 ?PictureBook? ก้าวหน้ากว่าใครด้วยแนวคิด Webcam ที่ติดตั้งในตัว พร้อมด้วยหน้าจอแสดงผล 8.9 กล้อง Webcam 0.27 ล้านพิกเซล ที่สามารถปรับองศาได้่อีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมาพร้อม Windows 98 และถือกำเนิดในปี 1998 เช่นกัน

4

 

VAIO MX SERIES
สองปีหลังจากนั้นในปี 2000 Sony ได้นำแนวคิดสินค้าที่ตัวเองติดตลาดอยู่แล้วอย่าง Walkman มาประกอบเข้ากับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทำให้ถือกำเนิดเป็น Sony VAIO MX ที่มาพร้อม FM tuner, MiniDisc player, amplifier , ชุดลำโพง และรีโมทควบคุม จัดไปว่าเป็นคอมพิวเตอร์แบบ All-in-One media PC ขนานแท้

5

 

VAIO LX SERIES
ปรับเปลี่ยนโฉมเทคโนโลยีครั้งใหม่ในช่วงท้ายปี 2000 ด้วย VAIO LX ที่มาพร้อมปากกาสไตลัส และหน้าจอแสดผลที่ปรับระดับได้ 65 องศา ที่สำคัญเจ้า VAIO LX ยังเปิดตัวก่อน Microsoft Windows XP tablet PC ตัวแรกของโลกอีกด้วย ซึ่งถือเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีจริงๆ สำหรับ Sony

61

 

VAIO W ALL-IN-ONE
ในปี 2002 Sony ได้เปิดตัว VAIO W ALL-IN-ONE เครื่องคอมพิวเตอร์ กึ่ง TV ที่มาพร้อมด้วยเสาอากาศภายในตัวสามารถดูละครได้ ผ่านหน้าจอแสดงผล 15.3 นิ้ว พร้อมคีย์บอร์ดในตัวแบบพับได้ ที่ก็ต้องขอบคุณเทคโนโลยีการออกแบบที่ล้ำหน้ามากของ Sony ในขณะนั้น ที่สำคัญยังมาพร้อมด้วย Microsoft?s Windows XP Media Center Edition ที่เป็นจุดเริ่มซอฟแวร์ที่สามารถรวบรวมความบันเทิงในรูปแบบของทีวี และความบันเทิงต่างๆ ไว้อย่างครบครัน

71

 

VAIO U SERIES
ปี 2002 ก็ยังคงเป็นปีของ Sony เช่นเดิมกับ VAIO U SERIES อีกหนึ่งตัวที่มีหน้าตาคล้ายเครื่องเล่น DVD แบบพกพา มาพร้อมด้วยซีพียู Transmeta Crusoe ในช่วงแรกก่อนที่จะเปลี่ยนไปใช้ Intel Celeron และ Pentium ซึ่งในช่วงเวลานั้น VAIO U ถือได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค Windows XP ที่เล็กและเบาที่สุดในโลก

81

 

VAIO PCG-Z1
หนึ่งในโน๊ตบุ๊คยุค Intel Centrino จาก Sony ที่รองรับอินเตอร์เน็ตไร้สายหรือ WiFi พร้อมด้วยหน้าจอแสดงผลจนาด 14.1 นิ้ว ความละเอียด 1400 x 1050 พิกเซล มีดีไซน์ตัวเครื่องที่บางเบา สวยงามมาก และได้รับความนิยมสุดๆ แถมยังสามารถเพิ่มเติมแบตเตอรี่เสริมให้ใช้งานได้ต่อเนื่องแบบไม่ต้องเสียบชาร์จถึง 7 ชั่วโมงด้วยกัน ซึ่งมีคุณสมบัติทุกประการในแบบ Ultrabook ตั้งแต่คำนิยามของ Ultrabook จริงๆ ยังไม่ถือกำเนิดเสียอีก

9

 

VAIO X505
Sony?s VAIO X505 หนึ่งในโน๊ตบุ๊คน่าประทับใจในปี 2004 มาพร้อมความบางเพียง 0.38 นิ้ว พร้อมด้วยซีพียูประหยัดพลังงานหรือ ultra-low voltage จาก Intel ในตระกูล Pentium ซึ่งเป็นโน๊ตบุ๊คตัวแรกที่ใช้คีย์บอร์ดในรูปแบบของ “chiclet” เหตุผลก็เพราะเจ้าตัวแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดนั้นมีลักษณะเว้าๆโค้งๆคล้ายหมากฝรั่ง chiclet นั่นเอง ซึ่งในขณะนั้นมีราคาขายอยู่ทื่ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ และเปิดตัวไล่เลี่ยกันกับ Apple MacBook Air

10

VAIO UX
หลังจากที่เปิดตัว Sony VAIO U ไปแล้ว 2 ปีหลังจากนั้น Sony ต่อยอดด้วย VAIO UX ที่เป็น ultra-mobile PC มาพร้อมด้วยซีพียู Intel Core 2 Solo หน้าจอสัมผัสขนาด 4.5 นิ้ว และคีย์บอร์ดแบบสไลด์เก็บได้ และด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัยทำให้มันถูกใช้หนังภาพยนตร์หลายๆเรื่อง เช่น Terminator Salvation และ Quantum of Solace

111

 

VAIO SZ
หนึ่งใน Sony VAIO ที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดอย่าง VAIO SZ มาพร้อมด้วยความเร็วสูงจากซีพียูใหม่สุด การ์ดจอ NVIDIA รุ่นล่าสุด และเทคโนโลยีทันสมัยสุดๆ ที่ถูกรวบรวมไว้บอดี้ตัวเครื่องVAIO SZ?ที่บางเฉียบ ที่สำคัญยังประหยัดแบตเตอรี่ด้วยเทคโนโลยีสลับการ์ดจอในโน๊ตบุ๊ครุ่นแรกๆของโลก ที่แบรนด์อื่นต่างนำไปแทำตาม

12

 

VAIO VA
กลับมาอีกครั้งกับการนำ TV และ PC มารวมกันอย่าง VAIO VA ที่เปิดตัวในปี 2005 แน่นอนมันมาพร้อม Windows Media Center Edition มี TV Tuner ในตัว , ใช้หน้าจอ 20 นิ้ว และมาพร้อมด้วยสเปคทรงประสิทธิภาพอย่าง Intel Pentium 4 3GHz แรม 1GB และฮาร์ดไดร์ฟ 250GB

131

 

VAIO VGN-AR70B
ในช่วงสงครามอันดุเดือนของ Blu-ray กับ HD DVD ซึ่ง Sony เลือกที่จะส่งโน๊ตบุ๊คที่ติดตั้งไดร์ฟ Blu-ray มาในตัว และเปิดขายในปี 2006 สนนราคาที่ 3,499 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมาพร้อมด้วยสเปคระดับสูงทั้งหน้าจอแสดงผล 17 นิ้ว 1080p ซีพียู Intel Core Duo แต่ก็ต้องพบกับความน่าผิดหวังเรื่องแบตเตอรี่ที่อยู่ได้เพียง 1.5 และ 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี Sony ก็ติดสินใจถูกที่เลือก Bluray เพราะในท้ายที่สุดแล้ว HD DVD ก็เป็นฝ่ายแพ้และเลิกผลิตในท้ายที่สุด

14

 

VAIO VA1
ในปี 2006 Sony ได้เปิดตัว VAIO VA1 เครื่อง?PC All-in-One แบบจอตู้ที่มาพร้อมด้วยหน้าจอแสดงผล 19 นิ้ว 1680×1050 พิกเซล ขับเคลื่อนด้วยซีพียูพลังแรงเหลือเฟือ ฮาร์ดดิสก์ที่เก็บข้อมูลได้เยอะมาก และทีวีจูนเนอร์แบบฝังในตัว ที่สำคัญมาพร้อม DVD ไดร์ฟอีกด้วย ซึ่งในตอนนั้นนับว่าเป็นคอมพิวเตอร์เพื่อความบันเทิงโดยแท้จริง

151

 

VAIO P SERIES
Ultraportable notebook เครื่องเล็กจิ๋วจาก Sony ที่เปิดตัวในปี 2009 อย่าง VAIO P ที่มาพร้อมดีไซน์อันล้ำหน้ากว่าใคร พร้อมด้วยขนาดเล็กกระทัดรัด แน่นอนว่ามันได้รับความนิยมค่อยข้างสูงทีเดียว ซึ่งมาพร้อมด้วยหน้าจอ 8 นิ้ว 1600 x 768 พิกเซล ซึ่งเหมาะมากกับการใช้เป็นเครื่องสำรองที่ไม่จริงจังมากนัก ซึ่งเหมาะกับการใช้งานแบบพกพาไปไหนเอาสะดวกเข้าว่าเสียมากกว่า

161

VAIO X SERIES
Sony ค่อนข้างโชกโชนกับการออกแบบโน๊ตบุ๊คที่มีความบาง และเบา เช่นเดียวกันกับ VAIO X ที่เปิดตัวในปี 2009 มีน้ำหนักเเพียงแค่ 0.655 กิโลกรัมเท่านั้น ถือว่าเบาที่สุดในโลกกันเลยทีเดียว แน่นนอนมันมาพร้อมด้วยหน่วยประมวลผลกลาง Intel Atom ซึ่งถ้าจะเอาให้ถูกต้องๆ เรียกมันว่าเน็ตบุ๊คเสียมากกว่า

171

 

VAIO Z SERIES
หนึ่งในโน๊ตบุ๊คตัวสุดท้ายในตระกูล Vaio Z จาก Sony ที่มาพร้อมความเบา และบางจนน่าเหลือเชื่อ ซึ่งมาพร้อมด้วยหน้าจอแสดงผล 13.3 นิ้วแบบ FHD ติดตั้ง SSD มาให้ด้วยในตัว มาพร้อมด้วยหน่วยประมวลผลกลางประสิทธิภาพสูงมาก ซึ่งแปลกใหม่กว่าใครด้วยพอร์ตเชื่อมต่อแบบ Light Peak ที่มีพื้นฐานมาจาก Intel optical หรือในปัจจุบันที่รู้จักกันดีในชื่อ Thunderbolt นั่นเอง ซึ่ง Light Peak ในขณะนั้นจะสามารถเชื่อมต่อกับ Dock ภายนอกให้สามารถติดตั้งการ์ดจอแยกเพิ่มเติม หรือจะเปลี่ยนไปเป็น Blu Ray ไดร์ฟก็ย่อมได้

181

 

VAIO รุ่นปัจจุบัน
ท้ายสุดกับ VAIO รุ่นล่าสุดที่ได้เปิดตัวไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาในรูปแบบของ Hybrid Notebook มีด้วยกันสองรุ่นหลักคือ VAIO Tap ที่ค่อนข้างจะได้กระแสตอบรับที่ดีทีเดียวในตลาดโลก ซึ่งมันสามารถแยกใช้งานในส่วนของคีย์บอร์ด และตัวเครื่องได้สมบูรณ์แบบ แตกต่างกับ VAIO Fit multi flip ที่ได้เสียงตอบรับในแง่ลบในด้านยอดขาย ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องที่มาก ถึงแม้นวัตกรรมจะล้ำหน้าก็ตามที

191

ซึ่งเมื่อมองโดยภาพรวมแล้วก็น่าเสียดายไม่น้อยทีเดียวสำหรับ VAIO กับประวิติศาสตร์อันแสนยาวนานๆ ก่า 18 ปีที่ผ่านมา ถึงแม้ช่วงหลังจะเริ่มออกทะเลไปบ้าง แต่เชื่อได้เลยว่า Sony VAIO ก็ยังเป็นแบรนด์ในดวงใจของใครหลายๆ คน รวมทั้งตัวผู้แปลเอง และในท้ายที่สุดแล้วก็ต้องแล้วแต่เจ้าของใหม่ของ VAIO แล้วละครับว่า จะนำพา VAIO ไปในทิศทางไหน

 

ที่มา : The Verge

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

(กรุงเทพฯ / 17 ก.ย. 2569) – บริษัทโซนี่ไทย จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดหูฟังไร้สาย พร้อมขยายฐานผู้บริโภคไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Generation) ด้วยการเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่ล่าสุด WH-CH730N และ WH-CH530 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการฟังเพลง การทำงาน การเรียนออนไลน์ การเดินทาง และการรับชมคอนเทนต์ โดยโซนี่เข้าใจถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกและการแสดงออกในแบบของตนเอง และมองว่าหูฟังในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการฟังเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นแก็ดเจ็ตที่สะท้อนแฟชั่น สไตล์ และคาแรกเตอร์ของผู้ใช้งานได้อีกด้วย จึงให้ความสำคัญกับดีไซน์และสีสันที่หลากหลาย ตั้งแต่โทนสีสดใสที่สะท้อนความสนุกสนาน โทนสีเอิร์ธโทน ไปจนถึงสีคลาสสิก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกให้เข้ากับสไตล์และตัวตนได้อย่างลงตัว โดย WH-CH730N มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ดีไซน์น้ำหนักเบาและพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการพกพาและใช้งาน พร้อมมาในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่ WH-CH530 โดดเด่นด้วยดีไซน์กะทัดรัด น้ำหนักเบา มีสีสันให้เลือกหลากหลาย และแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนาน พร้อมมอบประสบการณ์เสียงไร้สายที่สะดวกและใช้งานง่ายในแบบฉบับของโซนี่Advertisement WH-CH730N หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน ดีไซน์ใหม่น้ำหนักเบาพับเก็บได้ หูฟังไร้สาย WH-CH730N มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพดีควบคู่กับเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Dual Noise Sensor เพื่อการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และช่วยให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินกับเสียงเพลงหรือคอนเทนต์ได้อย่างเต็มอารมณ์ยิ่งขึ้น พร้อมดีไซน์แบบครอบหูที่มีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบายตลอดวัน มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีออฟไวท์ (Off-white), สีชมพู (Pink), สีน้ำเงิน (Blue), สีดำ(Black) และสีเบจ (Beige) ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางเป็นประจำ คนทำงานแบบไฮบริด นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงในชีวิตประจำวัน พร้อมปรับโฉมใหม่ให้มีน้ำหนักเบาและสามารถพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทั้งระหว่างการใช้งานและการพกพา นอกจากนี้ยังได้รับการยกระดับคุณภาพการสนทนา เพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้นานสูงสุดถึง 50 ชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่ารุ่นก่อนหน้า พร้อมระบบชาร์จเร็ว เพียงชาร์จ 10 นาที สามารถใช้งานต่อได้นานประมาณ 4.5 ชั่วโมง รวมถึงรองรับการปรับแต่งเสียงได้อย่างเต็มรูปแบบตามความชื่นชอบของผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Sound Connect เพื่อให้เหมาะกับแนวเพลงและสไตล์การฟังของแต่ละคน ด้านการสนทนา WH-CH730N ช่วยให้เสียงพูดมีความคมชัดแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน ด้วยเทคโนโลยี Precise Voice Pickup ที่ผสานการทำงานของไมโครโฟนแบบ Beamforming การจัดวางตำแหน่งไมโครโฟนอย่างเหมาะสม และระบบลดเสียงรบกวนที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย LE Audio เพื่อการเชื่อมต่อที่ราบรื่น รองรับ Multipoint Connection สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มากกว่าหนึ่งเครื่อง รวมถึง Fast Pair และ Swift Pair ช่วยให้การจับคู่และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โซนี่ชวน Gen Z เปิดประสบการณ์หูฟังโซนี่ตัวแรก WH-CH530...

PR-News

(กรุงเทพฯ / 24 ก.ค. 2569) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด สานต่อแนวคิด “Cinema is Coming Home” ด้วยการเปิดตัวไลน์อัปทีวี BRAVIA และชุดเครื่องเสียง BRAVIA Theatre รุ่นใหม่ นำโดย BRAVIA 9...

Buyer's Guide

ไม่ว่าจะคนรักเสียงเพลงหรือสายเดินทางแทบทุกคนจะมีหูฟังบลูทูธเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ไว้ฟังเพลงเพลงหรือ Podcast โปรดได้ทุกเมื่อและตัดเสียงรบกวนภายนอกได้หมด ซึ่งผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ก็รู้เรื่องนี้ดีจึงพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องจึงเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่แทบทุกปีมีทุกระดับราคาตั้งแต่พันบาทต้นไปจนหลักหมื่นบาท มีฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ให้ใช้หลายอย่างและปรับแต่งการทำงานในแอพฯ ได้หลากหลาย ส่วนดีไซน์ภายนอกก็ไม่ต่างจากเครื่องประดับสำหรับเสริมลุคการแต่งตัวของใครหลายๆ คนเลย นอกจากเรื่องสเปคกับแอพฯ ใช้งานแล้ว หูฟังทุกรุ่นจะมี “คาร์แรคเตอร์เสียง” เฉพาะตัวว่าแบรนด์นี้เน้นแต่งเสียงให้เบสเด่นหนักแน่น, เสียงเครื่องดนตรีเด่นหรือนักร้องคมชัด ฯลฯ แล้วแต่ละคนก็มีรสนิยมการฟังเพลงแตกต่างกันไป ดังนั้นถ้ามีโอกาสก็อยากแนะนำให้ลองหาหูฟังของแบรนด์หรือเป็นรุ่นที่สนใจได้เลยยิ่งดี จะได้รู้ว่าโทนเสียงถูกใจไหมจะให้ไม่ต้องซื้อมาเสียเงินฟรีให้เสียอารมณ์ในภายหลังAdvertisement เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหูฟังบลูทูธ 7 หูฟังบลูทูธน่าใช้ ฟังเพลงดีตัดเสียงเยี่ยมทุกสถานการณ์...

CONTENT

(กรุงเทพฯ, 5 พฤษภาคม2569) – บริษัท โซนี่ไทย จำกัด เดินหน้าขยายไลน์อัปอุปกรณ์เกมมิ่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุด “INZONE H6 Air” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือระดับยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมประสบการณ์เสียงที่สมจริงและโอบล้อมรอบทิศทาง ด้วยโครงสร้างแบบ Open-back ผสานไดรเวอร์ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ช่วยให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างมีมิติสมจริง พร้อมให้เสียงเบสที่ลึกและหนักแน่น INZONE H6 Air – เสียงคมชัดสมจริงยกระดับทุกประสบการณ์การเล่นเกม INZONE H6 Air มาพร้อมโครงสร้างแบบ Open-back ที่ช่วยสร้างมิติเสียงเสมือนจริงแบบรอบทิศทาง ให้ผู้ใช้งานรู้สึกราวกับอยู่ภายในโลกของเกมอย่างแท้จริง ด้วยโครงสร้างแบบ Open-back ที่เปิดโล่งด้านหลังหูฟังช่วยลดการสะท้อนของเสียงภายใน จึงสามารถถ่ายทอดซาวด์สเตจได้อย่างเที่ยงตรงตามที่ผู้พัฒนาเกมตั้งใจ อีกทั้งยังมาพร้อมไดรเวอร์ที่ได้รับการปรับจูนอย่างละเอียด โดยพัฒนาบนพื้นฐานเทคโนโลยีเดียวกับหูฟังสตูดิโอระดับมืออาชีพแบบ Open-back ของโซนี่อย่าง MDR-MV1 และปรับแต่งไดรเวอร์เป็นพิเศษสำหรับหูฟังเกมมิ่งรุ่นนี้โดยเฉพาะ เสริมด้วยการออกแบบช่องระบายอากาศด้านหลังของไดรเวอร์ ช่วยให้เสียงเบสมีความลึก แน่น และควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคงความชัดเจนของย่านเสียงกลางและเสียงต่ำ เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่สมจริงและดื่มด่ำยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับเกมที่มีรายละเอียดเสียงซับซ้อนAdvertisement INZONE...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก