Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Tablet News

ASUS PadFone Infinity เปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับแท็บเล็ต+สมาร์ทโฟน มาพร้อมจอใหม่ใหญ่และละเอียดกว่า

อาจได้ยินกันอยู่แล้วว่าเครื่อง PadFone ตัวใหม่จาก ASUS นั้นกำลังจะมา แต่นั่นก็ไม่ได้มาจากภาพหลุด หรือข้อมูลหลุดอะไรจาก ASUS แต่อย่างใด

อาจได้ยินกันอยู่แล้วว่าเครื่อง PadFone ตัวใหม่จาก ASUS นั้นกำลังจะมา แต่นั่นก็ไม่ได้มาจากภาพหลุด หรือข้อมูลหลุดอะไรจาก ASUS แต่อย่างใด แต่มาตอนนี้ ASUS ก็เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในชื่อรุ่นว่า PadFone Infinity แน่นอนว่าการมีชื่อว่า PadFone ติดอยู่นี้ นั่นหมายถึงมันจะเป็นเครื่องมือถือที่มีหน้ากากเป็นแท็บเล็ตให้เอาไปสวมประกอบร่างเข้ากันได้ ทำให้เราสามารถใช้งานโทรศัพท์ในหน้าจอขนาดที่ใหญ่ขึ้นได้ และคราวนี้ ตัวเครื่องก็มาพร้อมกับระบบ Android 4.2 หน้าจอใหญ่ขึ้นจาก 4.7 นิ้ว เป็น 5 นิ้ว ความละเป็นแบบ 1080p แล้วด้วย พร้อมความหนาแน่นของพิกเซล 441 ppi ก็เป็นอะไรที่มากกว่า Retina Display ของ Apple อีกแล้ว ส่วนที่ตัวเครื่องหน้ากากสวมแท็บเล็ตนั้น ก็จมีขนาดหน้าจอเป็น 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1,920 x 1,200 พิกเซล มากขึ้นจากเดิมที่เคยเป็น 1,280 x 800 พิกเซลในรุ่นก่อนหน้านี้ ส่วนสเป็กที่เห็นจะลดน้อยลงจากรุ่นก่อนนั้นก็คือความสว่างหน้าจอมาเป็น 400 นิต จากของเดิม 500 นิต

lead2

Advertisement

ที่ภายในตัวเครื่องมือถือสมาร์ทโฟน ก็ได้มีการอัพเกรดชิปเป็น Snapdragon 600 แบบ quad-core ความเร็ว 1.7GHz มาพร้อมชิปกราฟฟิก Adreno 320 ที่ถือว่าเป็นชิปรุ่นใหม่ของ Qualcomm ที่เพิ่งทำการเปิดตัวไปเมื่อไม่นานนี้นี่เอง มาพร้อมกับแรมขนาด 2GB เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความลื่นไหลในการทำงานของตัวเครื่อง ด้านความจุก็มีมาให้เลือกสองขนาดคือ 32GB และ 64GB การเชื่อมต่อระบบไร้สายต่างๆก็ไม่ขาดตกบกพร่อง EDGE, GPRS, GSM, WCDMA, LTE, DC-HSPA+ และ WiFi, Bluetooth 4.0, NFC, A-GPS และแม้แต่ GLONASS นอกจากนั้นขนาดของซิมการ์ดที่ใช้ก็ยังเป็นแบบนาโน ด้านหลังมีกล้องขนาด 13 ล้านพิกเซล ระบบออโต้โฟกัส มีไฟแฟลช LED ชิ้นส่วนเลนส์ 5 ชิ้น รูรับแสงกว้าง f/2.0 และถ่ายต่อเนื่องได้ 8 ภาพต่อวินาที ส่วนด้านหน้านั้นจะเป็นความละเอียด 2 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 2,400mAh รองรับการคุยต่อเรื่องผ่านระบบ 3G ได้นาน 19 ชั่วโมง และถึง 40 ชั่วโมงถ้าเสียบกับหน้ากากแท็บเล็ตอยู่

ราคาค่าตัวนั้น เปิดตัวออกมาที่ 999 ยูโร (38,xxx บาท) สำหรับการเปิดตัวออกขายที่ยุโรปเป็นที่แรก จากนั้นก็จะตามมาด้วยเอเซีย สำหรับสีก็จะยังมีให้เลือกทั้งหมด 3 สีอีกด้วย คือ เทา, ทอง และ ชมพู

ที่มา: engadget

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

ROG Rapture GT-BN98 Series และ ASUS ZenWiFi BN12 พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนตุลาคม ASUS ตอกย้ำความเป็นผู้นำในยุคเครือข่ายยุคใหม่ ประกาศวางจำหน่าย ROG Rapture GT-BN98 Series ในเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นเราเตอร์ Quad-Band WiFi 8 ตัวแรกและตัวเดียวในโลกที่จะวางจำหน่ายผ่านหน้าร้าน ณ ขณะนี้...

PR-News

ROG 20 Years of Celebrate การร่วมมือกันระหว่าง ROG และ AIS ร่วมฉลองปีพิเศษของ ROG เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่ AIS Siam โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ ชุดอุปกรณ์ ROG Edtion 20 ที่ให้แฟนๆ ROG...

Buyer's Guide

เกมมิ่งเมาส์ไร้สายกลายเป็นเกมมิ่งเกียร์มาตรฐานคู่กับเกมมิ่งคีย์บอร์ดแล้ว ปัจจุบันราคาก็ถูกลงมากจนมีเงินหลักร้อยหรือพันบาทต้นๆ ก็ซื้อมาใช้ได้แล้ว แถมเลือกวิธีเชื่อมต่อได้หลายแบบไม่ว่าจะใช้สาย USB-C ต่อใช้งานไปชาร์จไปจนเต็มแล้วถอดสายเปลี่ยนไปใช้ USB RF 2.4 GHz ไม่ให้สายมารั้งเกะกะเพื่อให้เล่นเกมสะดวกขึ้นแถมมีโหมด Bluetooth ให้ใช้เวลาทำงานเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากการเชื่อมต่อแล้วเกมมิ่งเมาส์ไร้สายในยุคนี้ก็แข่งกันว่าใครจะลดน้ำหนักว่าลงไปได้เบาที่สุดเพื่อให้เกมเมอร์กวาดมือง่ายแล้วแขนล้าน้อยลงด้วย ซึ่งน้ำหนักในตอนนี้เบาสุดเพียง 35 กรัม ส่วนรุ่นทั่วไปจะยืนพื้นกันช่วง 50~80 กรัม ขึ้นอยู่ว่าผู้ผลิตใช้วัสดุอะไรมาขึ้นรูปเป็นบอดี้เมาส์เช่นกัน นอกจากฟีเจอร์ของเกมมิ่งเมาส์ไร้สายจากผู้ผลิตแบรนด์ต่างๆ แล้ว หากมีโอกาสได้จับเมาส์ตัวจริงสักครั้งไม่ว่าจะในงาน...

Buyer's Guide

พอซื้อหรือ MacBook เครื่องใหม่มาแล้ว ใครๆ ก็มักคิดจะช็อปปิ้งอุปกรณ์เสริม MacBook มาใช้คู่กันก็ช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะตอนนั่งทำงานประจำโต๊ะแล้วพ่วงหน้าจอแยก, เมาส์และคีย์บอร์ดเข้าไปจนกลายเป็นพีซีให้ทำงานสะดวกขึ้นได้ แถมเวลาพกไปไหนก็หยิบออกมาต่อใช้เปลี่ยนให้กลายเป็นโต๊ะทำงานนอกสถานที่ได้ด้วย ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้ผลิตหลายแบรนด์สร้างอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายให้ผู้ใช้เลือกซื้อได้ตามชอบแถมราคาต่อชิ้นก็ไม่กี่ร้อยหรือพันบาทก็หามาใช้ได้แล้ว ถ้าเปลี่ยนมาใช้โน้ตบุ๊ค Windows รุ่นที่มีพอร์ต USB-C Full Function หรือ Thunderbolt ก็เอามาต่อใช้ได้ไม่เสียเงินฟรีแน่นอน แถมเพิ่มความสะดวกสบายขึ้นไปอีก เหตุผลว่าทำไมควรซื้ออุปกรณ์เสริม MacBook นั่นเพราะทุกรุ่นแถมแค่สาย...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก