Connect with us

Hi, what are you looking for?

How to

โน๊ตบุ๊คไม่มีพอร์ต VGA ทำไงดี ?

พอร์ต VGA หรือ D-Sub หรืออนาล๊อก นั้นเป็นพอร์ตที่มีอายุอานามมาไม่ต่อกว่า 10 ปีแล้วตั้งแต่

พอร์ต VGA หรือ D-Sub หรืออนาล๊อก นั้นเป็นพอร์ตการแสดงผลที่มีอายุอานามมาไม่ต่อกว่า 10 ปีแล้วตั้งแต่?เริ่มยุคคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ และก็ใช้กันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งผมคงไม่ขอพูดเรื่องเทคนิคนะครับว่ามันทำงานอะไรยังไง แต่เนื่องจากเป็นพอร์ตที่มีอายุมานาน อุปกรณ์พวกจอภาพ โปรเจ็คเตอร์ทุกตัวจึงรองรับพอร์ตนี้หมด เรียกได้ว่าเป็นพอร์ตมาตรฐานที่เราสามารถใช้งานได้อย่างแน่นอนกับทุกอุปกรณ์ โดยเฉพาะพวกโปรเจ็คเตอร์ที่ส่วนใหญ่ยังใช้พอร์ต VGA อยู่เลย

image

แต่เมื่อถึงเวลาที่เทคโนโลยีมาถึงจุดเปลี่ยน HDMI ที่เป็นพอร์ตแบบดิจิตอลเริ่มเข้ามาแทนที่ทำให้พอร์ต VGA ค่อยๆ ตายลงอย่างช้าๆ สังเกตุจากโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ เริ่มไม่มีพอร์ต VGA เข้ามาแล้ว ประกอบกับพอร์ต VGA เองก็เป็นพอร์ตที่มีขนาดใหญ่ทำให้ไม่สามารถติดตั้งไปกับโน๊ตบุ๊คที่บางเบา ไม่ว่าจะเป็น Ultrabook หรือ Sleekbook ได้ จึงเป็นพอร์ตที่จำเป็นต้องตัดออกไป แต่บางแบรนด์เองก็มีพวก Adapter แปลง HDMI to VGA แถมให้จึงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร แต่ถ้าไม่มีละจะทำไงดี

image

เนื่องด้วยพอร์ต HDMI เป็นพอร์ตแบบดิจิตอลการแปลงไปเป็นพอร์ต VGA จึงสามารถทำได้ง่ายๆ (เหมือนการแปลง DVI to VGA นะละครับ) โดยเราสามารถซื้อ Adapter HDMI to VGA ได้ตามร้านขายอุปกรณืเสิรมทั่วๆไป ราคาก็อยู่ราวๆ 600 บาทขึ้นไปแล้วแต่ยี่ห้อแล้วแต่คุณภาพ ซึ่งส่วนตัวผมแนะนำของมียี่ห้อหน่อยนะครับแพงหน่อยแต่ทน เพราะอย่าลืมว่าเราจะต้องพกพาต่อเข้าต่อออกตลอดเวลา

image

แต่ถ้ามีงบประมาณเพิ่มขึ้นอาจจะหาเป็น DisplayLink แทน ด้วยการแปลงพอร์ต USB 3.0 ไปเป็น DVI/VGA ซึ่งให้คุณภาพดีไม่แพ้การแปลง HDMI to VGA แต่ในบางรุ่นยังเป็น Dock ที่เพิ่มพอร์ต USB หรือ LAN มาให้ด้วย ค่าตัวจะแพงสักหน่อยราวๆ 1,xxx บาท ยังหาซื้อได้ยากอยู่ แต่ในอนาคตอุปกรณ์พวกนี้จะเป็นที่นิยมมากขึ้น

image

วิธีสุดท้ายเป็นการหาอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า USB Wireless Display โดยหน้าตาอุปกรณ์จะเป็นเหมือนแฟลชไดร์ฟเพื่อต่อกับพอร์ต USB ที่เครื่องเรา แล้วจะส่งสัญญาณผ่าน WiFi หรือช่อสัญญาณพิเศษไปยังตัวรับที่จะเป็นพอร์ต VGA เพื่อแสดงผลเข้าจอภาพหรือโปรเจ็คเตอร์ ข้อดีคือไม่ต้องใช้สายต่อให้ยุงยาก แต่ข้อเสียคือสัญญาณอาจจะมีดีเลย์บ้าง และก็มีราคาสูงระดับ 2,xxx ขึ้นไป

image

นอกนั้นอุปกรณ์ที่ช่วยให้แสดงผลแบบ VGA ได้ก็ยังมีอีกหลายแบบนะครับเช่น WiDi ,USB Moniter แต่ยังมีข้อจำกัดเยอะจึงไม่ค่อยอยากแนะนำเท่าไร สนใจแบบไหนก็ลองไปซื้อหากันนะครับ แต่ถ้าท่านไม่ได้ใช้งานพอร์ต VGA บ่อยขนาดนั้นก็อาจจะไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์พวกนี้ก็ได้ อาจจะใช้แฟลชไดร์ฟต่อเครื่องเพื่อนแทน หรือให้พวก Skydrive แชร์ไฟล์เพื่อไปเปิดกับเครื่องอื่นก็ได้นะครับ ผมว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าพอร์ตพวก HDMI คงเข้ามาแทน VGA โดยสมบูรณ์แน่นอนครับ

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PC Review

หลังการเปิดตัว RTX 30 Series ไปเมื่อปีก่อน ก็ถึงเวลาที่ Nvidia จะเปิดตัวรุ่นอัพเกรทเพื่อเติมช่องว่างอย่าง Nvidia GeForce RTX 3070 Ti ที่ทีมงานได้มารีวิวในวันนี้ กับการเพิ่มสเปคจาก RTX 3070 อีกนิดให้แรงขึ้นอีกเพื่อตอบโจทย์คอ 1440P ข่าวคราวการเปิดตัวรุ่นย่อยในรหัส Ti ของทั้ง RTX 3080...

Accessories review

Adapter ตัวเดียวจบที่ชาร์ตได้ถึง 66W ในขนาดที่เล็กจิ๋ว พกพาสะดวกอย่าง UNIQ Verge Pro 66W และสายชาร์จ UNIQ Helix lightning แบบ USB-C สุดแกร่ง ที่จับคู่กันเพื่อชาร์ต iPhone ,iPad หรือจะชาร์ตโน๊ตบุ๊ค Macbook ก็ยังไหวตัวเดียวจบ เริ่มด้วย UNIQ...

Accessories review

ขอแนะนำ Adapter ตัวเล็กที่มาพร้อมออปชั่นครบเพื่อชาร์ตอุปกรณ์เหล่านี้อย่าง Kuulaa Gan 65 W ตัวเดียวจบชาร์ตได้หมด ไม่ว่าจะโน๊ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน หรือกระทั่งพาวเวอร์แบงค์ และยังชาร์ตได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน ในขนาดสุดกะทัดรัด Kuulaa Gan 65 W ชื่อก็บอกแล้วว่าสามารถจ่ายไฟได้สูงสุดถึง 65W ทำให้ชาร์ตโน๊ตบุ๊คหรือ Macbook ที่รองรับ...

Special Story

ปัญหาการ์ดจอแพงไม่ใช่แค่ปัญหาระดับชาติในบ้านเราเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาถึงระดับโลกในตอนนี้ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะค่ายเขียวค่ายแดงก็แพงไม่แพ้กัน (ค่ายเขียวจะแพงกว่าด้วยในหลายรุ่น) และนอกจากแพงแล้วยังหาซื้อได้ยาก ว่าแต่ทำไมถึงแพง เพราะขุดเหมืองจริงเหรอ เหมืองใกล้แตกหรือยัง เกมเมอร์รอเฮได้หรือยัง    จริงๆสาเหตุที่การ์ดจอแพงและหายากมันมาจากหลายปัจจัย ที่มันดันเกิดขึ้นพร้อมกัน เป็นสาเหตุให้การ์ดจอแพงและขาดตลาดในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็น ว่าแต่ทำไมการ์ดจอแพง วัตถุดิบหายาก + สงครามการค้า เริ่มจากต้นน้ำสุดเลยคือวัตถุดิปหายากมากขึ้น และจากที่เคยค้าขายกันอย่างเสรี แต่พอมีสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ทำให้การส่งออกนำเข้าทั้งวัตถุดิบและสินค้าที่สำเร็จทำได้ยากมากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าจีนคือโรงงานผลิตสำคัญของโลกก็ว่าได้ แม้จะมีโรงงานผลิตในต่างประเทศ แต่ยังเสียก็ต้องพึ่งพี่จีนเขาอยู่ดี...