Connect with us

Hi, what are you looking for?

INTEL

Lenovo ThinkPad X1 Carbon Review (แปล)

เคยคิดถึงภาพหิ้วเครื่อง Ultrabook สุดบาง ที่มาพร้อมกับความเป็นเอกลักษณ์ในแบบ ThinkPad

บทความรีวิว?ThinkPad X1 Carbon เป็นการแปลจากเว็บไซต์ต่างประเทศ ส่วนรีวิวจากทางทีมงานนั้นจะตามมาแน่นอน

original

X1 hero 03

X1 hero 02

เคยคิดถึงภาพหิ้วเครื่อง Ultrabook สุดบาง ที่มาพร้อมกับความเป็นเอกลักษณ์ในแบบ ThinkPad จากแบรนด์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นทั้งรูปลักษณ์การออกแบบ หรือความแข็งแกร่งทนทาน ด้วยวัสดุที่ใครหลายคนต่างพูดพร้อมเพรียงเป็นเสียงเดียวกันว่าสุดเบาสุดแกร่งไหม นี่คือสิ่งที่คุณรอคอย กับ Lenovo ThinkPad X1 Carbon เคร่ื่อง Ultrabook ระดับงานธุรกิจขนาด 14 นิ้ว ที่ให้คำสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับคนทำงานเลยทีเดียว แต่ถ้าใครที่เป็นแฟน Lenovo มาก่อนหน้านี้แล้ว คงจำ ThinkPad X1 รุ่นแรกได้ที่เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบา และนี่ก็เป็นรุ่นใหม่ที่เอาความเป็นของเดิมมาทำใหม่ ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามันมีดียังไงบ้าง

สำหรับสเป็กเครื่องที่ใช้ในการรีวิวนั้น ก็จะมีรายละเอียดตามด้านล่างนี้เลย:

  • 14-inch HD+ anti-glare display (1600 x 900 and 300 nits)
  • Intel Core i5-3427U dual-core low-voltage processor with vPro (1.8GHz, up to 2.8GHz Turbo Boost, 3MB cache, 17W TDP)
  • Integrated Intel HD graphics 4000
  • 4GB DDR3-1600 RAM (1x 4GB; non-upgradeable; max supported)
  • 128GB?SSD?(SanDisk SD5SG2128G1052E)
  • 802.11n wireless network adapter (Intel Centrino Advanced-N 6205s)
  • Internal Bluetooth v4.0
  • 3G WWAN (Ericsson H5321gw)
  • Integrated 720p webcam
  • No internal optical drive
  • 3-year limited warranty
  • 45WHr polymer battery
  • Weight: 3.0 lbs.
  • Dimensions:?13.03 x 8.9 x 0.74 inches
  • Price:?$1,499 (46,xxx บาท)

งานประกอบและการออกแบบ

มาเริ่มกันที่เรื่องงานประกอบและการออกแบบตัวเครื่องกันก่อนเป็นอันดับแรก Lenovo ได้จับเอา ThinkPad X1 ขนาด 13 นิ้วตัวเดิม มาทำใหม่ในขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเป็นแบบ Ultrabook 14 นิ้ว ในชื่อ ThinkPad X1 Carbon เป็นการตอบสนองตลาดของลูกค้าธุรกิจที่เริ่มหันมาให้ความสนใจในเครื่องขนาด 13 – 14 นิ้ว ที่มาในแบบบางและเบาแต่ก็มาพร้อมกับประสิทธิภาพที่เพียงพอสำหรับการทำงานมากขึ้น?

6636266364

แม้ว่าเครื่อง Lenovo ThinkPad?X1 Carbon?จะมีหน้าจอ 14 นิ้ว แต่ว่าก็ถูกใส่มาในบอดี้ตัวเครื่องขนาด 13 นิ้วเท่าเดิม ส่วนด้านน้ำหนักของตัวเครื่องก็มาแบบเบาๆเพียงแค่ 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น และหนาเพียงแค่ 0.71 นิ้่วเท่านั้น ซึ่งก็ตรงตามข้อกำหนดความหนาของตัวเครื่อง Ultrabook จาก Intel ที่ตั้งเอาไว้ว่าเครื่องขนาด 13 นิ้วนั้นจะต้องมีความหนาไม่เกิน 0.71 นิ้ว และขนาด 14 นิ้วต้องหนาไม่เกิน 0.82 นิ้ว

66378

ในด้านของการประกอบตัวเครื่องและความทนทานในการใช้งาน Lenovo ThinkPad?X1 Carbon ตัวนี้มอบประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์อันคลาสสิคในแบบที่คุ้นเคย แต่ว่ามาในคราบของวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ทดแทนแม็กนีเซียมแบบเดิม เพราะก่อนหน้านี้เครื่องตระกูล ThinkPad ต่างๆ นั้น ออกแบบมาด้วยแม็กนีเซียมอัลลอยด์ ซึ่งการเอาวัสดุอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ที่ถูกเอามาใช้นี้ ได้เอามาทำทั้งโครงสร้างภายใน และฝาเครื่องภายนอก ส่วนด้านความแข็งแกร่งของคาร์บอนไฟเบอร์นี้ก็เทียบเท่าได้กับอะลูมิเนียม แต่ว่ามีน้ำหนักที่เบากว่าแค่ระดับ 1 ส่วน 3 เท่านั้น นอกจากนั้น Lenovo ยังบอกว่าโครงสร้างภายในที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่นี้ ยังแข็งแกร่งกว่าโครงแบบแม็กนีเซียมเดิมถึงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และยังเบากว่าเกือบจะ 50 เปอร์เซ็นต์ในด้านน้ำหนัก ผลลัพธ์ก็คือ Lenovo ThinkPad?X1 Carbon?ตัวนี้ ได้ผ่านมาตรฐานการทดสอบ MIL ต่างๆ ด้วยกันถึง 8 มาตรฐาน ตั้งแต่ความชื้นสัมพัทธ์, อุณหภูมิต่ำ, อุณหภูมิสูง, อุณหภูมิที่รุนแรง, ทราย, ความสูง, การสั่นสะเทือน และการกระแทก

66366

ส่วนตัวเครื่องทางด้านล่าง ก็ยังสามารถที่จะเปิดฝาด้านล่างออกมาได้ ด้วยการไขน็อต แล้วดึงแผ่นปิดด้านล่างออกมาทั้งแผ่นเลย ซึ่งก็จะแตกต่างจากเครื่องตระกูล ThinkPad ที่ผ่านๆมา ที่สามารถทำการเข้าถึงฮาร์ดแวร์บางตัวภายในได้อย่างง่ายดายด้วยการเปิดฝาพิเศษเฉพาะส่วนอย่างฮาร์ดดิสก์ หรือว่าแรมได้เลย ดังนั้นถ้าต้องการจะอัพเกรดแรม หรือว่าเปลี่ยนการ์ดระบบไวเลสใหม่สำหรับ X1 Carbon นี้แล้วล่ะก็ อาจจะต้องใช้ฝีมือกันสักเล็กน้อย ใครไม่ถนัดก็ไม่ค่อยจะแนะนำสักเท่าไหร่?

พอร์ตการเชื่อมต่อและฟีเจอร์

ตัวเครื่องจะมีพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆอยู่ทั้งทางด้านซ้าย และด้านขวา ซึ่งจะมีมาน้อยลงกว่า X1 เดิมที่เคย แต่ว่า Lenovo ThinkPad?X1 Carbon?นี้ก็จะบางกว่า และเบากว่าเดิม โดยทางด้านซ้ายก็จะประกอบไปด้วยช่องสำหรับต่ออแด็ปเตอร์จ่ายพลังงานหลักให้ตัวเครื่อง, USB 2.0 และสวิทช์สำหรับเปิด/ปิด WiFi ต่อมาทางด้านขวาก็จะมีช่องเสียบการ์ดแบบ 4-in-1, ช่องต่อหูฟัง, miniDisplay และ USB 3.0 แม้ว่าจะไม่ได้เป็นอะไรที่มากมาย แต่ว่าก็ดีพอเกินกว่าที่พวกเครื่อง Ultrabook ขนาด 13-14 นิ้วทั่วไปมีแล้ว

66372
Left: AC power jack, powered USB 2.0 and Wi-Fi switch
66374
Right: Media card reader, headset jack, mini-DisplayPort, USB 3.0 port and Kensington lock slot

แต่นอกเหนือไปจากที่กล่าวมาทั้งหมด ยังมีช่องต่ออีกช่องที่ซ่อนอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง โดยที่มีฝายางปิดเอาไว้อยู่ นั่นก็คือช่องสำหรับใส่ SIM การ์ด ทำให้ Lenovo ThinkPad?X1 Carbon?ตัวนี้สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเวลาที่อยู่ข้างนอกได้อย่างสะดวกสบาย และด้วยการที่หน้าจอสามารถกางออกมาได้จนแบนราบไปกับโต๊ะ ทำให้นี่เป็นช่องเดียวที่มีอยู่ทางด้านหลังของตัวเครื่อง ส่วนใครที่ชื่นชอบแท่น docking station ของ ThinkPad เดิม ก็คงต้องบอกว่าขอแสดงความเสียใจด้วยเล็กน้อย เพราะว่า Lenovo ThinkPad?X1 Carbon?ตัวนี้ไม่มีส่วนการเชื่อมต่อตัวแท่นที่ว่ามาให้

66376

หน้าจอและลำโพง

หน้าจอขนาด 14 นิ้วของ X1 Carbon จะเป็นความละเอียดแบบ HD+ 1600 x 900 พิกเซล ซึ่งเป็นการอัพเกรดจากรุ่นเดิมที่เป็น 1366 x 768 พิกเซล มาแบบผิวด้านให้สามารถมองภาพโดยปราศจากการสะท้อนแสงจ้าได้สบายตา และไฟส่องสว่างด้านหลังของจอที่ 300 นิต เป็นการใส่หน้าจอที่เรียกว่าเหมาะสมกว่าตัว X1 เก่า ที่หน้าจอนั้นแม้ว่าจะใช้กระจกทนทานจาก Gorilla Glass ของ Corning แต่นั่นก็ทำให้มันกลายเป็นหน้าจอแบบเงา สะท้อนแสงแสบตา ซึ่งไม่เหมาะกับเครื่องสายตระกูล ThinkPad เลย เพราะอย่างที่รู้ว่าเป็นตระกูลสำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพ ซึ่งบ่อยครั้งต้องเอาเครื่องออกไปใช้งานข้างนอก

ส่วนทางด้านองศาของการมองภาพนั้น ก็ทำออกมาได้ดีในแบบมาตรฐานของพาเนลแบบ TN แต่มันก็น่าจะดีกว่าถ้าจะมีการนำเอาพาเนลหน้าจอแบบ IPS มาใช้แทน ซึ่งจะทำให้สีของหน้าจอนั้นไม่เปลี่ยนแปลงไปเวลาที่เราดันหน้าจอไปด้านหน้า หรีือดึงกลับมาด้านหลัง

6639666398

6640066402

ด้านคุณภาพเสียงนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีสำหรับเครื่องโน๊ตบุ๊คธุรกิจขนาดบางขนาดนี้ ส่วนความดังนั้นก็ดังพอที่จะสามารถนั่งฟังเสียงในห้องประชุมขนาดใหญ่โดยที่เสียงยังฟังได้ชัดเจนอยู่ ทางด้านเทคโนโลยีเสียง Lenovo ก็ใช้ Dolby Home Theatre V4 สำหรับการให้ประสบการณ์ด้านมัลติมีเดียที่ดีขึ้น

คีย์บอร์ดและทัชแพด

ด้านคีย์บอร์ดของ Lenovo ThinkPad?X1 Carbon?ตัวนี้ ยังคงใช้เป็นรูปแบบคีย์บอร์ดสไตล์ของ Lenovo ที่ช่วยให้สามารถพิมพ์ได้อย่างแม่นยำ โดยจะเหมือนกันกับของ X1 เดิม แต่จะต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น โดยคีย์บอร์ดรูปแบบนี้เราก็น่าจะได้เห็นกันมาพักใหญ่ๆ แล้วกับเครื่องโน๊ตบุ๊คของ Lenovo ที่ตัวปุ่มจะเป็นแบบในสไตล์ที่เรียกว่า chiclet แต่ว่ารูปทรงของปุ่มนั้นจะมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับของใคร ด้วยลักษณะขอบของปุ่มด้านล่างจะโค่้งอยู่ด้านเดียว ในขณะที่ของยี่ห้ออื่นๆ นั้น มันจะเป็นแบบสี่เหลี่ยมจตุรัส นอกจากนั้นก็จะมีการใส่ไฟส่องสว่างมาให้ด้านใต้ของปุ่มแบบ LED เพื่อช่วยให้เราสามารถมองเห็นปุ่มแต่ละปุ่มได้อย่างชัดเจน แม้ในที่มีแสงน้อย สิ่งเดียวที่เป็นข้อสังเกตุก็คงเป็นเรื่องของปุ่ม Home และ End ที่ไม่ได้อยู่ใกล้กันกับปุ่ม Page Up และ Page Down แต่ก็ไม่คิดว่าน่าจะใช้เรื่องใหญ่อะไรมากมาย

6638166383

ส่วนทางด้านทัชแพดก็ดูเหมือนว่าวิศวกรจาก Lenovo จะมีการทำการบ้านมาใหม่ เพราะว่ามีการปรับปรุงใหม่หมดจดเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่ขนาดของแผ่นทัชแพดนี้ที่มหญ่กว่าเดิมถึงกว่า 37 เปอร์เซ็นต์ และยังเป็น “คลิกแพด” ตัวจริง เพราะว่าไม่มีปุ่มอยู่ทางด้านล่างของตัวทัชแพด แต่ว่าเราสามารถกดลงไปที่ตัวแผ่นทัชแพดได้เลย และก็มาพร้อมกับการรองรับ มัลติ-เกสเจอร์ ในการสั่งงานแบบหลายนิ้วลงไปบนพื้นผิวของทัชแพด นอกจากนั้นประสิทธิภาพในความแม่นยำของตัวทัชแพดเองก็ได้รับการพัฒนาปรับปรุงด้วยเช่นเดียวกัน ด้วยอัตราการส่งข้อมูลที่มากกว่าเดิมถึง 10 เท่า

ส่วนใช้งานจริงด้วยการวาดนิ้วลงไปบนแผ่นทัชแพดนั้น ต้องบอกว่านี่คือคำตอบที่เยี่ยมยอดที่สุดของ Lenovo ตั้งแต่ทำมาเลยทีเดียว เพราะทำมาได้ดีมาก เพราะลื่นต่อนิ้วมือเหมือนมีการทำผิวสัมผัสด้วยวัสดุที่ให้นิ้วเลื่อนไปมาได้โดยไม่มีอาการหนืดติด นอกจากนั้นไม่ว่าจะเป็นเสียงของปุ่มเวลาที่กดลงไป หรือว่าการป้องการริ้วรอยต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดีเช่นกัน ซึ่งถ้าทำได้ขนาดนี้ ก็หวังว่า Lenovo จะนำเอาทัชแพดตัวนี้ไปใช้กับทุกๆ เครื่องโน๊ตบุ๊คของตัวเองในอนาคตให้ครบทุกตัวเลย

66385

ส่วนเอกลักษณ์ความเป็น ThinkPad อีกจุดอย่างแทร็คพอยท์ ที่เป็นจุดสีแดงๆ ตรงกลางระหว่างปุ่ม G และ H นั้น ก็ยังคงอยู่ไม่หายไปไหน และแม้ว่าคุณจะเป็นผู้ที่หลงไหลในความเป็นแทร็คพอยท์ตัวนี้แค่ไหน เราก็เชื่อว่าคุณจะต้องหลงรักทัชแพดของ Lenovo ThinkPad?X1 Carbon?ตัวนี้ด้วยอย่างแน่นอน ถ้าเพียงได้ลองให้โอกาสด้วยการใช้มันดู

ประสิทธิภาพ

การทำงานของเครื่อง Lenovo ThinkPad?X1 Carbon?ที่ได้มาทดสอบตัวนี้ ก็เรียกได้ว่าอยู่ในสเป็กระดับกลางๆ ของ Lenovo และก็มาพร้อมกับชิปกราฟฟิกใหม่ HD graphics 4000 จาก Intel ซึ่งก็ได้มีการจับเอามาทดสอบกับโปรแกรมยอดฮิตต่างๆ มากมายหลากหลายตัว ลองดูผลทดสอบทางด้านล่างได้เลย

ผลการเปรียบเทียบคะแนนของชิปประมวลผลจากโปรแกรม wPrime (ตัวเลขต่ำกว่าหมายถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่า):

66408

PCMark Vantage โปรแกรมวัดประสิทธิภาพระบบเครื่องโดยรวม (คะแนนที่ได้มากกว่าหมายถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่า):

66409

PCMark 7 สำหรับวัดผลระบบโดยรวมของเครื่องตัวใหม่ในระบบ Windows 7 (คะแนนที่ได้มากกว่าหมายถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่า):

66410

3DMark06 วัดผลด้านกราฟฟิกสำหรับการนำเอาไปใช้เล่นเกม (คะแนนที่ได้มากกว่าหมายถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่า):

66411

CrystalDiskMark และ ATTO ทดสอบการทำงานของฮาร์ดดิสก์ SSD:

6640566407

ความร้อนและเสียงรบกวน

สำหรับเสียงรบกวนจากการทำงานของตัวเครื่อง X1 Carbon ตัวนี้ถือว่าลืมไปได้เลย เพราะว่าไม่ใช่ประเด็นที่ต้องเอามาคิดตัดสินใจแต่อย่างใด ตัวเครื่องทำงานได้เงียบ ไม่ว่าจะทั้งการทำงานธรรมดาทั่วๆ ไป และการทำงานหนักอย่างตัดต่อวิดีโอแบบ HD ก็ตาม แต่ทางด้านอุณหภูมิความร้อนที่วัดได้นั้น กลับกลายเป็นตรงกันข้าม เพราะว่าตัวเลขที่โชว์นั้นไม่ค่อยจะน่าเป็นที่น่าพอใจสักเท่าไหร่ ในระหว่างทำการทดสอบด้วยโปรแกรม 3DMark และ PCMark ด้านใต้ตัวเครื่องค่อนข้างจะมีความร้อนมาตรงบริเวณตรงกลางของฝาล่างตัวเครื่อง และใกล้ๆ บริเวณช่องดูดลมเข้า โดยความร้อนสูงสุดที่ทำการวัดได้อยู่ที่ระดับ 113 องศาฟาเรนไฮต์ (45 องศาเซลเซียส) แม้ว่าตัวเลขอาจจะไม่ได้สูงมากมายนัก แต่ก็ร้อนพอที่จะสร้างความไม่สะบายเวลาที่ใช้งานบนตักจริงๆ ได้ ผลการทดสอบบริเวณอื่นๆ ก็ดูได้จาภาพด้านล่าง

6638766389

ชั่วโมงการทำงานของแบตเตอรี่

ตัวเครื่องสามารถทำงานได้นานราว 5 ชั่วโมงกับอีก 56 นาที จากแบตเตอรี่ภายในที่ใส่มากับตัวเครื่อง ซึ่งการตั้งค่าของเครื่องในการวัดผลนี้ก็คือตั้งค่าความสว่างหน้าจอเอาไว้ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ เปิดการทำงานของระบบ WiFi และรีเฟรซหน้าเว็บไซต์ต่อเนื่องทุกๆ 60 วินาที ส่วนโปรไฟล์การจัดการพลังงานของระบบ Windows 7 ก็เลือกใช้เป็น “balanced” ?ซึ่งชั่วโมงการทำงานประมณ 6 ชั่วโมงนี้ ก็มากเพียงพอที่จะนำเอาไปใช้งานในการทำงานทั่วๆ ไปต่อวัน?

ทดสอบระยะเวลาการใช้งานจากแบตเตอรี่ (คะแนนที่ได้มากกว่าหมายถึงประสิทธิภาพที่ดีกว่า):

66412

และอีกหนึ่งจุดที่หายไปจาก X1 เดิม นั่นก็คือเรื่องของแบตเตอรี่เสริมที่ช่วยเพิ่มเวลาการใช้งานของตัวเครื่อง โดยจากผลการทดสอบที่เคยทำเอาไว้นั้น สามารถใช้งานได้นานถึงกว่า 11 ชั่วโมงกับอีก 18 นาที ส่วนในเครื่อง Lenovo ThinkPad?X1 Carbon?ก็จะไม่มีแบตเตอรี่เสริมนี้แล้ว ทำให้ชั่วโมงการทำงานคงไม่สามรถนานเท่าเดิมได้ แต่นั่นก็ทำให้ตัวเครื่องสามารถออกแบบให้บางลงได้ เบาลง และดูโฉบเฉี่ยวมากขึ้นเป็นการแลกเปลี่ยน

สรุป

ThinkPad X1 Carbon จาก Lenovo ตัวนี้เก็บทุกความเยี่ยมยอดจากเครื่องรุ่นก่อนหน้าอย่าง X1 มาเกือบหมดทุกอย่าง เอามาผสมกับเทคโนโลยีล่าสุดเข้าไป พร้อมกับความเป็น Ultrabook จาก Intel เข้าไปอีก ทำให้มันกลายเป็นเครื่อง Ultrabook สำหรับการทำงานด้านธุรกิจได้อย่างเต็มที่ แม้ว่ามืออาชีพหลายๆ คนที่ชื่นชอบเครื่องโน๊ตบุ๊คที่บางเบาอาจจะหันไปเลือกใช้งาน ThinkPad X230 แต่ X1 Carbon ตัวนี้ ก็จะเป็นตัวเลือกเสริมเพิ่มเติมที่จะออกมาทางสไตล์อ่อนนุ่มมากขึ้น มาพร้อมความเรียบง่ายแบบสุภาพ เป็นเครื่อง PC ที่ดูดีเหมาะกับคนทำงานด้านการขายที่ต้องคล่องตัว หรือระดับผู้บริหารที่ไม่ต้องการเครื่องโน๊ตบุ๊คอารมณ์กล่องสี่เหลี่ยม

ถ้าจุดเด่นบางอย่างของบทความรีวิวนี้เรียกความสนใจจากคุณได้มาก ก็คาดว่านั่นจะเป็นเรื่องของทัชแพดตัวใหม่ที่ Lenovo ใส่มาให้นี้ ผิวสัมผัสทัชแพดแบบกระจกของ ThinkPad X1 Carbon?นี้ ทำออกมาได้ดีกว่าอะไรอื่นที่ตลาดมีอยู่ในตอนนี้ ไม่ได้พูดจนเกินเลยนัก แต่บอกได้ว่ามันดีกว่าแทร็คแพ็ดในเครื่องที่ขึ้นชื่อเรื่องนี้อย่าง MacBook Pro และทัชแพ็ดของโน๊ตบุ๊คตัวอื่นๆ ทุกตัวที่มีในตอนนี้ซะอีก

ระยะเวลาการทำงานจากแบตเตอรี่ของ X1 Carbon นี้สูญเสียระยะเวลาไปพอสมควรจากการที่ไม่มีแบตเตอรี่ตัวเลือกเสริมเหมือนที่มีใน X1 เดิม ดังนั้นการทำงาน หรือการที่ต้องพกพาเอาไปใช้งานในระยะทางที่ไกลๆ ก็อาจจะสะดุดเล็กน้อย แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นการแลกมาด้วยความบางและน้ำหนักที่เบาของ ThinkPad X1 Carbon?นอกจากนั้นอีกเรื่องที่น่าเก็บไว้คิดเป็นตัวแปรนึง นั่นก็คือเรื่องอุณหภูมิจากการใช้งานเครื่องหนักๆ อย่างการใช้ตัดต่อวิดีโอ จะทำให้เกิดความร้อนพอสมควร

ถ้าไม่ได้ซีเรียสในจุดที่เป็นข้อสังเกตเล็กๆน้อยๆตามที่ได้กล่าวไปแล้ว X1 Carbon ตัวนี้ก็ถือเป็นเครื่อง Ultrabook สำหรับการเอาไปใช้งานด้านธุรกิจที่ดีที่สุดที่มีในตลาดตอนนี้แล้ว ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบเครื่อโน๊ตบุ๊คที่โฉบเฉี่ยวดูดี แล้วยังมาพร้อมกับประสิทธิภาพมาตรฐานสำหรับงานด้านธุรกิจของคุณ X1 Carbon ตัวนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสุดแล้วในเวลานี้

จุดเด่น:

  • ทัชแพดยอดเยี่ยม!
  • หน้าจอแบบด้าน!
  • โครงสร้างแข็งแกร่ง
  • ประสิทธิภาพโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

ข้อสังเกต:

  • มีความร้อนพอสมควรเวลาที่ทำงานหนักๆ
  • ไม่มีแบตเตอรี่เสริมเหมือนรุ่นเดิม
  • ความละเอียดหน้าจอ 1600 x 900 พิกเซล

ที่มา :?notebookreview

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

รีวิว Lenovo

Lenovo Legion 7 หนึ่งในที่สุดของ Gaming Notebook ปี 2021 สเปก AMD + NVIDIA จากฟีเจอร์ Gaming ที่ปรับเปลี่ยนมาตรฐานใหม่ ด้วยหน้าจอขนาด 16″ สัดส่วน 16:10 ความละเอียด QHD ที่ Refresh Rate...

รีวิว Lenovo

Lenovo Yoga Slim 7 Pro คือคำตอบว่าถ้าเครื่องบางเบาใส่ซีพียูตัวท็อปมาแล้วจะดีขนาดไหน? ถึง Lenovo Yoga Slim 7 Pro จะใช้ชื่อร่วมกับ Yoga รุ่นอื่นที่มีขายภายในบริษัทก็ตาม แต่สำหรับรุ่นที่มีคำว่า Slim ห้อยตามมาด้วยจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมี่ยมงานประกอบดี แข็งแรงและให้สเปคระดับพร้อมทำงานเอกสารยาวไปจนงานเขียนโค้ดที่ต้องใช้ซีพียูประสิทธิภาพสูงช่วยประมวลผลก็สามารถทำได้สบาย ๆ แค่แลกกับการพับหน้าจอกลับเป็นแท็บเล็ตไม่ได้เท่านั้น ซึ่งใครที่มองหาโน๊ตบุ๊คกลุ่มพรีเมี่ยมที่งานประกอบดีสเปคคุ้มค่าราคาช่วง 3-4 หมื่นบาทล่ะก็...

รีวิว Lenovo

ในยุคลุงที่เศรษฐกิจฝืดเคืองแบบนี้ การมีพีซีสักเครื่องที่ราคาไม่สูง ไว้ WFH เรียนออนไลน์คงดีไม่น้อย ใช้สะดวก อัพเกรดได้อย่าง Lenovo Ideacentre 5 ที่ทีมงานจะมาแนะนำในวันนี้ ออปชั่นครบในราคาแค่ 13,990 บาท ข้อจำกัดของโน๊ตบุ๊คคือเรื่องของราคาต่อสเปคที่แพงกว่าเครื่องพีซีทั่วไป อีกทั้งจอภาพที่เล็กกว่า แม้จะต่อจอได้แต่ก็คงไม่สะดวก แต่เครื่องพีซีสามารถตอบโจทย์ประสิทธิภาพที่สูงกว่า ในราคาที่ถูกกว่าได้ อีกทั้งยังรองรับการอัพเกรทได้มากกว่า อย่าง Lenovo Ideacentre 5...

Buyer's Guide

จอคอม 4K ทั้ง 6 รุ่นที่เลือกมาแนะนำครั้งนี้ ถูกใจสเปคไหนกดซื้อไปเลยไม่ต้องลังเล จอคอม 4K ในตอนนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ จากทั้งเกมเมอร์และคนทำงาน เพราะสเปคของพีซีและโน๊ตบุ๊คหลาย ๆ รุ่นในปัจจุบันถือว่าแรงจนเรนเดอร์ภาพความละเอียดสูงขึ้นบนหน้าจอความละเอียดสูงแบบนี้ได้แล้ว ยิ่งใครที่มีเกมมิ่งพีซีสเปคแรงการ์ดจอตัวท็อปใส่อยู่ในเครื่อง ก็น่าจะอยากอัพเกรดความละเอียดหน้าจอขึ้นเรื่อย ๆ ให้ได้ภาพสวยคมชัดยิ่งขึ้น จะได้เล่นเกมแล้วได้ภาพสวยคมชัดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้หน้าจอคอม 4K ส่วนใหญ่ยังเป็นหน้าจอที่ค่า Refresh Rate...