Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

How to

Ultrabook ไม่ได้บูตจาก SSD เสมอไปนะครับ

เนื่องจากผมเห็น Ultrabook บางแบรนด์ที่มีทั้งฮาร์ดดิสค์แบบจานหมุนธรรมดาและแบบ SSD ไดร์ฟแต่กลับไม่ได้ลงตัว Windows ใน SSD

เนื่องจากผมเห็น Ultrabook บางแบรนด์ที่มีทั้งฮาร์ดดิสค์แบบจานหมุนธรรมดาและแบบ SSD ไดร์ฟแต่กลับไม่ได้ลงตัว Windows ใน SSD ซึ่งหลายๆท่านคงจะคิดกันว่าถ้าไม่ได้ลงใน SSD แล้วมันจะบูตเร็วเหรอ แล้วมันจะเปิดปุ๊บติดปั๊บตามแนวคิดของ Ultrabook ไหม ผมเลยไปหาคำตอบมาให้แล้ว

SSD ส่วนใหญ่ที่ติดมาใน Ultrabook นั้นจะไม่ใช่ SSD ตัวเต็มจึงมีความจุไม่สูงมากหลักๆจะอยู่ที่ 32GB ซึ่งถ้าเอากันจริงๆแล้วถ้าให้ลง Windows ที่ SSD แล้วจะต้องใช้พื้นที่เกือบเต็ม SSD เลยทีเดียวไหนจะ Windows ไหนจะโปรแกรมซึ่ง 32GB คงจะไม่พอ แม้จะลงเฉพาะแค่ Windows ก็กินไปเกินกว่า 25GB แน่นอนแล้วจะเหลือพื้นที่เท่าไหนให้หน่วยความจำแคชละครับ

Advertisement

image

ซึ่งปรกติเมื่อเราเปิดเครื่องขึ้นมาโปรแกรมต่างๆที่เราเปิดไว้ หรืองานต่างๆที่เราทำบนหน้า Windows นั้นไม่ได้อยู่แค่ที่แรมเท่านั้นนะครับ แรมเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่หลักๆ Windows จะเขียนหน่วยความจำชั่วคราวหรือ? Disk Cache ลงชั่วคราวในฮาร์ดดิสค์ด้วยครับ เพื่อเก็บข้อมูลที่เราใช้งานระหว่างเปิดเครื่องอยู่ให้เข้าถึงข้อมูลด้วยความรวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องไปหาในฮาร์ดดิสค์เสมอไป ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วกว่า สังเกตุได้ถ้าเราเปิดโปรแกรมที่เราเพิ่งปิดไปหรือยังเปิดค้างอยู่จะเปิดได้เร็วกว่าโปรแกรมหรือไฟล์ที่เพิ่งเปิดครั้งแรกหลังจากเปิดเครื่อง หรือกรณี Hibernate ก็จำเป็นต้องเขียนหน่วยความจำชั่วคราวลงบนฮาร์ดดิสค์เช่นกันเผื่อกรณีที่เราถอดแบตหรือปลั๊กออกข้อมูลที่เราทำค้างไว้ก็จะไม่หายไป

อีกกรณีหนึ่งคือพวกไฟล์สำรองชั่วคราวที่จำเป็นต้องเขียนลงบนฮาร์ดดิสค์เนื่องจากแรมไม่พอหรือนึกง่ายๆก็คือการโคลนแผ่น DVD จากโปรแกรมต่างๆเช่น Nero ซึ่งหลังจากการโคลนแผ่นต่อแผ่นนั้นต้องใช้พื้นที่ในฮาร์ดดิสค์เพื่อทำไฟล์สำเนาชั่วคราวไว้ก่อนจนกระทั่งไรท์แผ่นเรียบร้อยโปรแกรมก็จะลบไฟล์ชั่วคราวนั้นโดยอัตโนมัติซึ่งถ้าพื้นที่ไม่พอโปรแกรมก็จะเตือนให้เราหาไดร์ฟอื่นๆเพื่อไว้ทำพื้นที่สำรองข้อมูลชั่วคราว

image

SSD 40GB ลง Windows โปรแกรมต่างๆก็เกือบเต็มแล้ว ทำให้ไม่เร็วเท่าที่ควร

ซึ่งถ้าลง Windows ในตัว SSD ที่มีความจุน้อยๆจะทำให้ไม่มีพื้นที่เหลือทำ Disk Cache หรือทำหน่วยความจำชั่วคราวทำให้เครื่องช้าหรือไม่สามารถใช้งานได้รวดเร็วอย่างที่ต้องการ ผู้ผลิตส่วนใหญ่จึงเลือกลง Windows ที่ฮาร์ดดิสค์เป็นหลักส่วนตัว SSD เสริมนั้นจะเก็บไว้ทำหน่วยความจำสำรอง หรือ Disk Cache เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว เวลา Sleep จอภาพลงมาก็จะได้มี SSD เก็บ Disk Cache ไว้เพื่อเปิดมาปุ๊บจะได้ติดปั๊บ แล้วจึงค่อยเข้าไปเรียกข้อมูลที่ฮาร์ดดิสค์ต่อไป

เพราะฉะนั้นผมอยากให้ทุกท่านเปลี่ยนความคิดเสียใหม่นะครับว่าไม่จำเป็นต้องลง Windows ใน SSD เสมอไปที่จะทำให้เครื่องเปิดเร็วเรียกข้อมูลได้ไว แต่การบริหาร Disk Cache ของตัว Windows ต่างหากครับที่จะเป็นตัวช่วยให้เครื่องเราเข้าถึงข้อมูลได้เร็วมีประสิทธิภาพ และยังไม่ต้องกังวลว่าฮาร์ดดิสค์จะเต็มแค่เราปล่อย SSD ว่างๆไว้ก็ใช้ได้แล้ว

image

Click to comment

บทความน่าสนใจ

Special Story

ทำไมคนทำงาน IT ถึงคุ้นกับคำว่า Patch Tuesday ถ้าคุณใช้ Windows เป็นประจำ หรือทำงานสาย IT/ดูแลระบบในองค์กร คุณน่าจะคุ้นกับ “Patch Tuesday” อยู่แล้ว เพราะนี่คือรอบอัปเดตความปลอดภัยรายเดือนของ Microsoft ที่ “มาเป็นประจำ” ในวันอังคารที่สองของทุกเดือน (ยึดแนวทางนี้มาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม ปี 2003) คำถามคือ…ทำไมต้อง “วันอังคาร”...

IT NEWS

Microsoft ออกอัปเดตฉุกเฉินแบบ Out-of-band หรือที่เรียกว่า Windows OOB Updates สำหรับ Windows 10, Windows 11 และ Windows Server เพื่อแก้ปัญหาสำคัญ 2 รายการที่เกิดขึ้นหลังติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม 2026 (Patch Tuesday) ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบทั้งฝั่งผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กร โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งาน Microsoft...

IT NEWS

Microsoft เปิดตัวแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม 2026 หรือ Patch Tuesday โดยรอบนี้มีการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยรวมทั้งหมด 114 รายการ พร้อมยืนยันว่ามี Zero-day ถึง 3 รายการ และหนึ่งในนั้นถูกนำไปใช้โจมตีจริงแล้ว แพตช์รอบนี้ถือว่ามีความสำคัญสูงสำหรับผู้ใช้ Windows ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร เนื่องจากมีช่องโหว่ระดับร้ายแรงหลายรายการ โดยเฉพาะกลุ่ม Remote Code Execution และ...

IT NEWS

ในช่วงปลายปี 2025 ตำรวจเกาหลีใต้เปิดเผยความคืบหน้าคดีอาชญากรรมไซเบอร์รายใหญ่ หลังสามารถจับกุมแฮกเกอร์ชาวลิทัวเนียวัย 29 ปี ซึ่งอยู่เบื้องหลังการแพร่ KMSAuto ปลอมไปทั่วโลก ส่งผลให้มีคอมพิวเตอร์ติดมัลแวร์มากกว่า 2.8 ล้านเครื่อง และเกิดความเสียหายจากการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีคิดเป็นมูลค่ากว่า 46 ล้านบาท คดีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างชัดเจนของความเสี่ยงจากการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน โดยเฉพาะเครื่องมือ Activate Windows หรือ Office อย่าง KMSAuto ที่มักถูกใช้เป็นช่องทางฝังมัลแวร์มานานแล้วAdvertisement...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก