Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Notebook News

Sony VAIO Ultrabook : Hands On จากงาน One Sony

ในวันนี้ Sony มีการจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของตนหลายๆ ประเภทในชื่อคอนเส็ปท์ว่า One Sony?ซึ่งชื่อนี้จะใช้เป็นคำชูโรงของ Sony ในปีนี้ โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีการเปิดตัวและเป็นไฮไลท์ในวันนี้ก็คือ Sony VAIO Ultrabook ที่เรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

Advertisement

ดังนั้นทีมงาน Notebookspec จึงจัดการ Hands on มาให้ทุกท่านได้ชมกัน ทั้งในส่วนของรูปภาพและวิดีโอกันเลยทีเดียว เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

Sony Vaio Ultrabook Hands-On 65

ห้องที่ใช้ในการจัดงานโชว์ตัวของแต่ละผลิตภัณฑ์ก็จะแยกๆ กันไป อย่าง Sony VAIO Ultrabook ก็อยู่ในห้องนี้ รวมถึง Sony VAIO E รุ่นใหม่ก็อยู่ในห้องนี้ด้วยSony Vaio Ultrabook Hands-On 66

หน้าตาของ Sony VAIO Ultrabook ครับ โดยมีชื่อรุ่นว่า Sony VAIO T11 (รุ่นจอ 11นิ้ว) และ Sony VAIO T13 (รุ่นจอ 13 นิ้ว) ตัวเครื่องเป็นสีเทาไปหมดทั้งเครื่อง วัสดุโดยหลักจะเป็นโลหะประเภทอะลูมิเนียม ที่ให้ความแข็งแรงใช้ได้เลยทีเดียว ขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ 11 นิ้วด้วยกันSony Vaio Ultrabook Hands-On 132

เมื่อจับมาเทียบกับ Sony VAIO E รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับขนาด 14 นิ้ว พบว่าขนาดค่อนข้างต่างกันมากอยู่

Sony Vaio Ultrabook Hands-On 131

ตัว Sony VAIO Ultrabook นั้นมีความหนาประมาณ 18 มิลลิเมตร เรียกได้ว่าแทบจะชนเพดานที่ Intel กำหนดมาตรฐานของ Ultrabook ไว้เลยทีเดียว โดยจะมีขนาดให้เลือกทั้ง 11 และ 13 นิ้ว แต่ที่มาโชว์ในงานจะมีแต่เพียงเครื่องขนาด 11 นิ้วเท่านั้น ซึ่งเครื่องโชว์เหล่านี้ถูกส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่องานนี้กันเลย ขนาดคีย์บอร์ดยังมีภาษาญี่ปุ่นติดมาด้วย ส่วนจอนั้นเป็นจอกระจกครับผม ความคมชัดทำได้ดีตามสไตล์ Sony ส่วนบนของกรอบจอจะมียางรองกันจอกระแทกขณะปิดจอให้ โดยจะติดมาเป็นแนวยาวไปตลอดทั้งแนว แต่จะมีแค่ด้านบนเท่านั้นนะครับ

Sony Vaio Ultrabook Hands-On 71

เว็บแคมก็อยู่ด้านบนตามปกติ แต่จุดที่น่าสนใจก็คือมีการเพิ่มเทคโนโลยี Sony Gesture Control เข้ามาด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้การเคลื่อนไหวร่างกายในการสั่งการโปรแกรมได้เลย เช่น ต้องการจะเปิดสไลด์หน้าต่อไป ก็แค่กวาดมือหรือนิ้วไปทางขวาเท่านั้น โดยโปรแกรมที่รองรับก็เช่น Microsoft Powerpoint, PowerDVD, Windows Media Player, Internet Explorer เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยี Sony Gesture Control จะมีมาในโน๊ตบุ๊คของ Sony VAIO ทุกเครื่องในปีนี้แน่นอน

และอีกสองเทคโนโลยีที่ใส่มาใน Sony VAIO Ultrabook เพื่อความบันเทิงของผู้ใช้ก็คือเซนเซอร์กล้องที่ใช้แบบ Exmor เหมือนกับกล้องดิจิตอลและสมาร์ทโฟนของ Sony ที่ใช้เซนเซอร์เทคโนโลยีนี้มานานแล้ว ส่วนอีกเทคโนโลยีที่มีมาก็คือ xLOUD ที่จะช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของระบบเสียงให้สมจริงยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนนี้เรายังไม่ได้พิสูจน์ครับ รอให้ได้รีวิวก่อนเถอะ หึหึ

Sony Vaio Ultrabook Hands-On 82

Sony Vaio Ultrabook Hands-On 85Sony Vaio Ultrabook Hands-On 83

ฝาหลังนั้นก็ใช้วัสดุจำพวกโลหะเช่นกัน ดูหรูหรา มั่นคงใช้ได้เลย โดยดีไซน์นั้นแทบจะถอดแบบมาจาก Sony VAIO Z มาเลย

Sony Vaio Ultrabook Hands-On 77

Sony Vaio Ultrabook Hands-On 76Sony Vaio Ultrabook Hands-On 78

คีย์บอร์ดของ Sony VAIO Ultrabook เป็นปุ่มแบบ chiclet ตัวปุ่มค่อนข้างเล็กและบาง ระยะห่างของแต่ละปุ่มค่อนข้างห่างกัน จึงอาจจะไม่ชินกับการกดในครั้งแรกๆ เท่าไร แต่ถ้าชินแล้ว รับรองว่าถนัดมือแน่ๆ ตัวปุ่มนั้นจะมีไฟ LED Backlit ด้วย ทำให้สามารถใช้งานในที่ที่มีแสงน้อยได้สะดวกยิ่งขึ้นIMG_3316

ส่วนทัชแพดก็เป็นสิ่งที่ Sony เน้นมาด้วยเช่นกัน โดยในเครื่อง Sony ทุกรุ่น รวมถึง Sony VAIO Ultrabook นั้นจะมีทัชแพดที่ใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ทำให้สามารถใช้งานง่าย ซึ่งทัชแพดที่ติดมานี้จะมาในแบบเรียบๆ ไม่มีขีดลายใดๆ พื้นผิวค่อนข้างลื่นครับSony Vaio Ultrabook Hands-On 68

ตัวเครื่องฝั่งซ้ายมีส่วนที่สำคัญได้แก่ ช่องเสียบสาย adapter, ช่องระบายความร้อน, USB 2.0 และ USB 3.0 อย่างละพอร์ต ซึ่งตัว USB 3.0 นั้นจะใช้เป็นพอร์ต USB Sleep Charge โดยมีเทคโนโลยี 3x Faster USB ทำให้สามารถชาร์จไฟเข้าสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตต่างๆ ได้เร็วขึ้นกว่าปกติ 3 เท่าด้วยกันSony Vaio Ultrabook Hands-On 73

ส่วนฝั่งขวานั้นก็จะมีช่องเสียบหูฟัง, Card reader, HDMI, VGA และพอร์ต LAN ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่เด่นมากๆ ของ Sony VAIO Ultrabook เพราะทุกพอร์ตมาในแบบขนาดเต็ม จัดเต็มกันไปเลย ซึ่งส่วนนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ตัวเครื่องมีความหนาแทบจะชนเพดานของ Ultrabook กันอย่างที่ทราบไปในข้างต้น

ส่วนสาเหตุที่ Sony ใส่พอร์ตต่างๆ มาเต็มนั้น ก็เนื่องมาจาก Sony ต้องการให้ผู้ใช้สามารถพกไปแค่ Ultrabook เครื่องเดียวจบ ไม่จำเป็นต้องพกตัวแปลงอื่นๆ เช่นตัวแปลงเป็นพอร์ต LAN หรือ VGA เวลาออกไปใช้งานนอกสถานที่ ก็เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความใส่ใจของ Sony ก็ว่าได้Sony Vaio Ultrabook Hands-On 74

สันด้านหน้าจะมีก็เพียงไฟแสดงสถานะ ซึ่งมีแค่ 3 อันเท่านั้น แต่ค่อนข้างจะดูเรียบหรูไม่น้อยเลยSony Vaio Ultrabook Hands-On 86

สันด้านหลังก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ Sony ภูมิใจนำเสนอ ซึ่งเป็นการนำข้อดีมาจาก Sony VAIO Z มา นั่นคือสันอะลูมิเนียมเป็นเงาสะดุดตา

IMG_3312IMG_3327

โดยส่วนปลายๆ ของสันด้านหลังจะมียางตั้งขึ้นมาเป็นสัน ซึ่งยางนี้จะมีประโยชน์ขณะกางจอออกเพื่อใช้งาน โดยจะช่วยยกส่วนจอขึ้นให้สูงและสะดวกสำหรับการใช้งานและช่วยให้ระบบไหลเวียนของอากาศดีกว่าตั้งเครื่องแบบเรียบๆ ดังในภาพด้านขวาเลย IMG_3321

ตัวเครื่องด้านล่างนั้นเป็นอะลูมิเนียมเช่นเดียวกับด้านบน ช่องระบายอากาศไม่เยอะมาก แต่มีจุดที่แตกต่างจาก Ultrabook แบรนด์อื่นๆ ก็คือสามารถถอดแบตเตอรี่ออกมาได้ (แม้จะต้องหาอะไรมาไขซักหน่อย)Sony Vaio Ultrabook Hands-On 91

ในเรื่องของสเปกเครื่องนั้น แน่นอนว่าจะมาพร้อมกับ CPU ในตระกูล Intel Ivy Bridge โดยในรุ่นที่วางขายจะเป็น Intel Core i5 นะครับ แต่เครื่องที่มาโชว์ในงานเป็น Intel Core i7 (คาดว่าเพราะ Core i5 ตระกูล Ivy Bridge ยังผลิตไม่ทัน ผลิตมาแต่ Core i7 จึงมีแต่ i7 มาโชว์ในช่วงนี้) และอีกเรื่องที่หลายๆ คนน่าจะถามถึงก็คือพื้นที่เก็บข้อมูล ซึ่ง Sony VAIO Ultrabook จะเป็นแบบ Hybrid นั่นคือเป็น HDD 320 GB + SSD 32 GB ด้วยกันทุกเครื่อง ส่วนความเร็วในการเปิดเครื่องจาก Sleep mode นั้น จะใช้เวลาเพียง 2 วินาทีเท่านั้น ซึ่ง Sony เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า Sony Rapid Wake

คาดว่าน่าจะวางขายได้ช่วงเดือนมิถุนายนนี้พร้อมๆ กับ Intel Ivy Bridge และเปิดราคามาที่ สามหมื่นบาทนิดๆ ครับผม

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

(กรุงเทพฯ / 17 ก.ย. 2569) – บริษัทโซนี่ไทย จำกัด เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดหูฟังไร้สาย พร้อมขยายฐานผู้บริโภคไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Generation) ด้วยการเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่ล่าสุด WH-CH730N และ WH-CH530 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งการฟังเพลง การทำงาน การเรียนออนไลน์ การเดินทาง และการรับชมคอนเทนต์ โดยโซนี่เข้าใจถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกและการแสดงออกในแบบของตนเอง และมองว่าหูฟังในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับการฟังเสียงเท่านั้น แต่ยังเป็นแก็ดเจ็ตที่สะท้อนแฟชั่น สไตล์ และคาแรกเตอร์ของผู้ใช้งานได้อีกด้วย จึงให้ความสำคัญกับดีไซน์และสีสันที่หลากหลาย ตั้งแต่โทนสีสดใสที่สะท้อนความสนุกสนาน โทนสีเอิร์ธโทน ไปจนถึงสีคลาสสิก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกให้เข้ากับสไตล์และตัวตนได้อย่างลงตัว โดย WH-CH730N มาพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ดีไซน์น้ำหนักเบาและพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการพกพาและใช้งาน พร้อมมาในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่ WH-CH530 โดดเด่นด้วยดีไซน์กะทัดรัด น้ำหนักเบา มีสีสันให้เลือกหลากหลาย และแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนาน พร้อมมอบประสบการณ์เสียงไร้สายที่สะดวกและใช้งานง่ายในแบบฉบับของโซนี่Advertisement WH-CH730N หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน ดีไซน์ใหม่น้ำหนักเบาพับเก็บได้ หูฟังไร้สาย WH-CH730N มอบประสบการณ์เสียงคุณภาพดีควบคู่กับเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Dual Noise Sensor เพื่อการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน และช่วยให้ผู้ใช้งานเพลิดเพลินกับเสียงเพลงหรือคอนเทนต์ได้อย่างเต็มอารมณ์ยิ่งขึ้น พร้อมดีไซน์แบบครอบหูที่มีน้ำหนักเบาและสวมใส่สบายตลอดวัน มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีออฟไวท์ (Off-white), สีชมพู (Pink), สีน้ำเงิน (Blue), สีดำ(Black) และสีเบจ (Beige) ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เดินทางเป็นประจำ คนทำงานแบบไฮบริด นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงในชีวิตประจำวัน พร้อมปรับโฉมใหม่ให้มีน้ำหนักเบาและสามารถพับเก็บได้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทั้งระหว่างการใช้งานและการพกพา นอกจากนี้ยังได้รับการยกระดับคุณภาพการสนทนา เพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้นานสูงสุดถึง 50 ชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่ารุ่นก่อนหน้า พร้อมระบบชาร์จเร็ว เพียงชาร์จ 10 นาที สามารถใช้งานต่อได้นานประมาณ 4.5 ชั่วโมง รวมถึงรองรับการปรับแต่งเสียงได้อย่างเต็มรูปแบบตามความชื่นชอบของผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Sound Connect เพื่อให้เหมาะกับแนวเพลงและสไตล์การฟังของแต่ละคน ด้านการสนทนา WH-CH730N ช่วยให้เสียงพูดมีความคมชัดแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน ด้วยเทคโนโลยี Precise Voice Pickup ที่ผสานการทำงานของไมโครโฟนแบบ Beamforming การจัดวางตำแหน่งไมโครโฟนอย่างเหมาะสม และระบบลดเสียงรบกวนที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมเพิ่มความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วย LE Audio เพื่อการเชื่อมต่อที่ราบรื่น รองรับ Multipoint Connection สำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์มากกว่าหนึ่งเครื่อง รวมถึง Fast Pair และ Swift Pair ช่วยให้การจับคู่และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โซนี่ชวน Gen Z เปิดประสบการณ์หูฟังโซนี่ตัวแรก WH-CH530...

PR-News

(กรุงเทพฯ / 24 ก.ค. 2569) – บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด สานต่อแนวคิด “Cinema is Coming Home” ด้วยการเปิดตัวไลน์อัปทีวี BRAVIA และชุดเครื่องเสียง BRAVIA Theatre รุ่นใหม่ นำโดย BRAVIA 9...

Buyer's Guide

ไม่ว่าจะคนรักเสียงเพลงหรือสายเดินทางแทบทุกคนจะมีหูฟังบลูทูธเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ไว้ฟังเพลงเพลงหรือ Podcast โปรดได้ทุกเมื่อและตัดเสียงรบกวนภายนอกได้หมด ซึ่งผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ก็รู้เรื่องนี้ดีจึงพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องจึงเปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่แทบทุกปีมีทุกระดับราคาตั้งแต่พันบาทต้นไปจนหลักหมื่นบาท มีฟีเจอร์และเทคโนโลยีใหม่ให้ใช้หลายอย่างและปรับแต่งการทำงานในแอพฯ ได้หลากหลาย ส่วนดีไซน์ภายนอกก็ไม่ต่างจากเครื่องประดับสำหรับเสริมลุคการแต่งตัวของใครหลายๆ คนเลย นอกจากเรื่องสเปคกับแอพฯ ใช้งานแล้ว หูฟังทุกรุ่นจะมี “คาร์แรคเตอร์เสียง” เฉพาะตัวว่าแบรนด์นี้เน้นแต่งเสียงให้เบสเด่นหนักแน่น, เสียงเครื่องดนตรีเด่นหรือนักร้องคมชัด ฯลฯ แล้วแต่ละคนก็มีรสนิยมการฟังเพลงแตกต่างกันไป ดังนั้นถ้ามีโอกาสก็อยากแนะนำให้ลองหาหูฟังของแบรนด์หรือเป็นรุ่นที่สนใจได้เลยยิ่งดี จะได้รู้ว่าโทนเสียงถูกใจไหมจะให้ไม่ต้องซื้อมาเสียเงินฟรีให้เสียอารมณ์ในภายหลังAdvertisement เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหูฟังบลูทูธ 7 หูฟังบลูทูธน่าใช้ ฟังเพลงดีตัดเสียงเยี่ยมทุกสถานการณ์...

CONTENT

(กรุงเทพฯ, 5 พฤษภาคม2569) – บริษัท โซนี่ไทย จำกัด เดินหน้าขยายไลน์อัปอุปกรณ์เกมมิ่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ล่าสุด “INZONE H6 Air” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์การเล่นเกมที่เหนือระดับยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมประสบการณ์เสียงที่สมจริงและโอบล้อมรอบทิศทาง ด้วยโครงสร้างแบบ Open-back ผสานไดรเวอร์ที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ช่วยให้ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างมีมิติสมจริง พร้อมให้เสียงเบสที่ลึกและหนักแน่น INZONE H6 Air – เสียงคมชัดสมจริงยกระดับทุกประสบการณ์การเล่นเกม INZONE H6 Air มาพร้อมโครงสร้างแบบ Open-back ที่ช่วยสร้างมิติเสียงเสมือนจริงแบบรอบทิศทาง ให้ผู้ใช้งานรู้สึกราวกับอยู่ภายในโลกของเกมอย่างแท้จริง ด้วยโครงสร้างแบบ Open-back ที่เปิดโล่งด้านหลังหูฟังช่วยลดการสะท้อนของเสียงภายใน จึงสามารถถ่ายทอดซาวด์สเตจได้อย่างเที่ยงตรงตามที่ผู้พัฒนาเกมตั้งใจ อีกทั้งยังมาพร้อมไดรเวอร์ที่ได้รับการปรับจูนอย่างละเอียด โดยพัฒนาบนพื้นฐานเทคโนโลยีเดียวกับหูฟังสตูดิโอระดับมืออาชีพแบบ Open-back ของโซนี่อย่าง MDR-MV1 และปรับแต่งไดรเวอร์เป็นพิเศษสำหรับหูฟังเกมมิ่งรุ่นนี้โดยเฉพาะ เสริมด้วยการออกแบบช่องระบายอากาศด้านหลังของไดรเวอร์ ช่วยให้เสียงเบสมีความลึก แน่น และควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคงความชัดเจนของย่านเสียงกลางและเสียงต่ำ เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่สมจริงและดื่มด่ำยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับเกมที่มีรายละเอียดเสียงซับซ้อนAdvertisement INZONE...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก