Announcement

Collapse
No announcement yet.

เรื่องเข้าใจผิดกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ!!!

Collapse
X
  • Filter
  • Time
  • Show
Clear All
new posts

  • เรื่องเข้าใจผิดกับการใช้ชีวิตในต่างประเทศ!!!


    ถ้าไม่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เรื่องพวกนี้ถ้าแค่ไปเที่ยวมักจะไม่เป็นที่สะดุดใจ และคนไทยก็ยังมีอะไรเข้าใจผิดกับมนุษย์โลกต่างชาติอย ู่อีกมาก ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง?

    1. กฎจราจรและการขับขี่ = ต่างประเทศเค้าขับรถกันด้วยความระมัดระวังและทำตามกฎ จราจรอย่างเคร่งครัดมากๆ เนื่องด้วยเค้ามีกล้องวงจรปิด (ที่มีกล้องจริงๆ ไม่ใช้กล่องขู่อย่างบ้านเรา) ไว้บันทึกพฤติกรรมการขับขี่ของทุกคน ใครขับเกินกำหนดได้เจอใบสั่งที่มีทั้งรูปรถเราและหน้ าเราส่งไปให้ถึงบ้านแน่ๆ และถ้าไม่ไปจ่ายเงิน ก็มีสิทธิ์เจอริบใบขับขี่ ขับรถไม่ได้ไปอีกนาน

    เพราะฉะนั้นใครที่ไปเที่ยวต่างประเทศแล้วอยากเช่ารถข ับเอง อย่าเข้าใจผิดว่าขับที่ไหนก็เหมือนๆ กัน และกรุณาอย่าขับแบบไทยๆ แซงซ้ายแซงขวา ขับเร็วเกินกำหนด หาไม่ได้จ่ายค่าปรับอย่างเบิกบานหมดตัวได้

    2. ความสะอาด = อย่าไปคิดว่าฝรั่งจะสะอาดกว่าคนไทย ถ้าใครเคยอาศัยอยู่ในบ้านพักนักเรียนจะเข้าใจได้เลยว ่าฝรั่งส่วนมากไม่มีมาตรฐานความสะอาดเท่าคนไทยหรอก (ไม่ต้องพูดถึงชนชาติแขกอย่างอินเดียหรืออาหรับเลย อันนี้สุดๆ ของสุดๆ ของความไม่สะอาด)

    เอาง่ายๆ คือเรื่องอาบน้ำ เนื่องจากคนในประเทศหนาวส่วนมากเค้าจะไม่นิยมอาบน้ำบ ่อยๆ กัน ฝรั่งบางคนอาบอาทิตย์ละครั้ง (กลิ่นแรงมากขอบอก) หรือบางคนดีหน่อยก็ 2-3 วันต่อครั้ง พอเราบอกว่าคนไทยอาบน้ำวันละ 2 ครั้ง ฝรั่งตกใจนะคะ (บางคนก็ประณามกลับมาอีกว่า ยูใช้น้ำเปลืองรู้มั๊ย? อาบทำไมตั้งสองรอบ)

    ต่อด้วยเสื้อผ้า บางคนใส่ซ้ำใส่ซ้อน ใส่จนเราจำได้ว่าเสื้อตัวนี้เป็นของใครโดยไม่ต้องมอง หน้า เพราะว่าเค้าไม่เคยซักเลยใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ จนเริ่มรู้สึกตัวว่ามีกลิ่นถึงซัก ส่วนมากเค้าบอกว่าก็เหงื่อไม่ออกไม่รู้ว่าจะซักทำไม?

    การทำความสะอาดห้องน้ำหลังใช้ อันนี้เซ็งมากถึงมากที่สุดเพราะเคยอยู่หอพักนักเรียน ที่ต้องใช้ห้องน้ำรวมกัน ผู้หญิงฝรั่งสกปรกอย่างเหลือเชื่อ (แต่สุดยอดของความเลวร้ายขอยกให้สาวจีน ถ้าใครเคยไปจีนหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับห้องน้ำประเทศน ี้มา ฟังมาแย่ยังไงให้คูณสิบเข้าไปจะได้ความแย่อย่างนั้น) ไม่ต้องพูดถึงห้องส้วมเอาแค่ห้องอาบน้ำเนี่ยก็สุดจะบ รรยายแล้ว สระผมแล้วเศษผมยังติดอยู่ที่ฝาท่อไม่เก็บออกไปด้วยอี กต่างหาก แถมมองไปที่พื้นนี่เศษฝุ่นเศษผงอะไรไม่รู้เต็มไปหมด ไม่เข้าใจว่านางเหล่านี้ขัดเศษเนื้อตัวเองออกตอนอาบน ้ำหรืออย่างไร ทำไมทำห้องน้ำสกปรกได้ขนาดนั้น?

    3. วิธีล้างจาน = ข้อนี้ขอแยกจากข้างบน มันเป็นเรื่องที่สุดจะทนเวลาเห็นต่างชาติล้างจาน บ้านเราล้างจานด้วยน้ำยาล้างจานแล้วล้างน้ำเปล่าหลาย ๆ ครั้งจนมั่นใจว่าหมดฟองสารเคมี แต่ฝรั่ง (และชาติอื่นๆ) เค้าไม่ได้ทำแบบนั้น ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง (ใครเคยเจอต่างจากนี้โพสต์บอกทีอยากรู้มาก)

    – บางคนเอาน้ำยาล้างจานเทใส่ชามใหญ่ๆ ใส่น้ำแล้วจุ่มจานที่จะล้างลงไป จากนั้นวางผึ่งให้แห้ง (อันนี้อยากกี๊ดมากเพราะว่าเค้าไม่ได้ล้างน้ำตาม คราบน้ำยาล้างจานยังอยู่บนจานอยู่เลย) เคยเถียงกลับไปแต่เค้าเถียงกลับมาว่าเดี๋ยวฟองน้ำยาล ้างจานก็ไหลลงไปเองไม่ต้องล้างน้ำหรอก

    – บางคนยิ่งไปกว่านั้นคือ เทน้ำยาล้างจานแล้วเทน้ำตาม กะว่าให้น้ำยาล้างจานมันกระจายตัวไปตามซอกหลืบของจาน และกัดเซาะเอาสิ่งสกปรกและคราบไขมันออกไปเองโดยไม่ต้ องใช้ฟองน้ำ

    – บางคนมีความเชื่อประหลาดๆ ว่าต้องล้างด้วยน้ำร้อนเท่านั้น ว่าแล้วเค้าก็เอาจานจุ่มน้ำร้อน ถือเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีล้าง จานชามสะอาดได้ถ้าใช้น้ำร้อนลวก (แล้วน้ำยาล้างจานล่ะ????ไม่ต้องใช้หรือ?)

    อ่านแล้วจงเข้าใจให้ถูกซะว่า คนไทยเป็นชนชาติที่รักความสะอาดมากกว่าชาติไหนๆ อย่าไปคิดว่าฝรั่งเค้าจะมีมาตรฐานความสะอาดเท่าคนไทย

    4. ฝรั่งยังชีพด้วยการทำกับข้าวเอง = ไม่ว่าจะซื้อพวกของแช่แข็งมาอุ่นไมโครเวฟหรือทำกับข้ าวเองอย่างจริงจัง ฝรั่งก็เป็นสัตว์โลกที่ไม่ดำรงชีพด้วยร้านอาหารทุกมื ้อวันละหลายๆ มื้อแบบคนไทย ทั้งนี้เนื่องจากราคาอาหารในร้านอาหารมันแพงแสบกระเพ าะ ส่วนมากเค้าจึงไม่สามารถเข้าร้านอาหารแล้วกินได้ทุกว ัน ดังนั้นเวลาไปต่างประเทศก็ไม่ต้องตกใจไปกับราคามหาโห ดกับอาหารแค่ 1 จาน (ซึ่งถ้าเอาเงินนี่มากินที่ไทยก็ได้อาหารโต๊ะใหญ่เลย ทีเดียว) ถ้าจะมาเรียนมาอยู่ต่างประเทศนานๆ กรุณาฝึกเข้าครัวมาซักนิดชีวิตจะอัพเกรดขึ้นเยอะ

    5. ขยะ = ถึงแม้ว่าฝรั่งเค้าจะมีมาตรฐานความสะอาดส่วนตัวต่ำ แต่ว่ามาตรฐานความสะอาดของส่วนรวมนี่มีสูงมากถึงมากท ี่สุด สังเกตง่ายๆ จากขยะ ไม่ว่าจะไปที่ไหนในเมืองที่ค่อนข้างเจริญแล้ว มักจะไม่มีขยะเกลื่อนกลาดให้เห็นขัดสายตาขัดทรรศนียภ าพความสวยงามของตัวเมืองเด็ดขาด นั่นก็เพราะว่าเค้ามีกฎหมายควบคุมชัดเจนใครทิ้งขยะไม ่ถูกที่เจอปรับ เวลาไปประเทศไหนก็อย่าไปทิ้งขยะมั่วซั่วเข้าล่ะ

    นอกจากนี้บางประเทศที่ไฮโซขั้นกว่า มีระบบรีไซเคิลที่สร้างความปวดร้าวในกะโหลกกับคนไทยอ ย่างมาก บางแห่งต้องซื้อถุงพลาสติกใส่ขยะแยกสีตามประเภทและต้ องทิ้งให้ถูกประเภท แล้วไม่ใช่ว่าจะทิ้งขยะได้ทุกวันเค้าจะมารับขยะตามวั นและส่วนมากก็แค่อาทิตย์ละครั้ง ถ้าสัปดาห์ไหนลืมเอาขยะมาทิ้งก็จะได้มีขยะเป็นเพื่อน ร่วมห้องไปอีกสัปดาห์นึง ไม่เหมือนกับที่ไทยจะขยะแห้ง ขยะเปียก พลาสติก กระดาษ อาหาร ก็เทลงที่เดียวกัน

    6. การฟ้องร้อง = ฝรั่งฟ้องทุกอย่างที่ทำให้ผลประโยชน์เค้าเสียหาย ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐหรือฝ่ายเอกชนถ้าทำคนธรรมดาเดือดร้อน เป็นอันโดนฟ้องร้องเรียกเงินกันหมด ไม่ใช่แบบคนไทยที่ก้มหน้ายอมรับกันไป เจ้าหน้าที่ทำงานชุ่ยอย่างมากเราก็แค่ด่า (อาจจะแค่ในใจด้วยซ้ำ) แต่กับฝรั่งเนี่ยถ้าเค้าไม่พอใจขึ้นมาก็ขึ้นโรงขึ้นศ าลได้เงินกันไปง่ายๆ เลยทีเดียว ดังนั้นอย่าไปมีเรื่องมีราวกับใครในต่างประเทศ ลองดูตัวอย่างที่ได้เงินแบบมึนๆ ได้

    – เคยสังเกตมั๊ยทำไมฝาแก้วกาแฟร้อนต้องมีคำเตือนว่า “ระวังกาแฟร้อน” เหตุเกิดเนื่องจากมีสาวนางนึงสั่งกาแฟแล้วเผลอทำมันห กใส่ขาตัวเอง แล้วกาแฟร้อนมากทำให้ขาเธอโดนลวก นางจึงฟ้องบริษัทนั้นเข้าให้ว่าทำไมไม่เตือนว่ากาแฟม ันร้อน!! (ถ้ามาฟ้องที่ไทยคนคงหัวเราะเยาะในความเซ่อซ่าของเธอ ) แต่สุดท้ายเธอก็ชนะคดีได้เงินค่าเสียหายไปก้อนโต แล้วบริษัทนั้นเลยต้องประกาศเตือนตรงฝาแก้ว ประมาณว่าเราบอกแล้วนะว่ามันร้อน !! คาดว่าบริษัทอื่นๆ ไม่อยากซวยเลยใส่คำเตือนตามๆ กันมา

    – อันนี้ตลกมาก คือคำเตือนตรงเตารีด เคยอ่านเจอแล้วก็สงสัยมาก เค้าเตือนว่า “ใช้รีดเสื้อผ้าบนที่รีดผ้าเท่านั้น” เราก็งงว่ามันใช้รีดที่อื่นได้ด้วยหรือ พอลองถามเพื่อนเค้าก็บอกว่า มันเคยมีคนเอาเตารีดรีดเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่ ผลก็คือโดนเตารีดร้อนๆ นาบแขนไหม้เข้าให้ เจ้าตัว (งี่เง่า) ก็เลยวิ่งโร่งขึ้นศาลฟ้องร้องซะเลยว่าทำไมไม่มีคำเตื อนว่าไม่ให้รีดบนตัวคน เอิ่ม อันนี้มันน่าจะอยู่ในสามัญสำนึกรึเปล่าว่ารีดบนเนื้อ คนไม่ได้ (โว๊ย)

    – เคยเห็นที่สถานนีรถไฟ

    เกี่ยวกับคำเตือนระวังลื่น ตอนแรกคิดว่าเค้าแค่ต้องการเตือนให้คนระวัง แต่เพื่อนบอกว่าเค้ามีเอาไว้ป้องกันการโดนฟ้องร้อง เพราะเวลาคนลื่นล้มเค้าฟ้องสถานีได้ว่าไม่มีคำเตือน แต่มันก็ตลกอ่ะคนลื่นแค่สองคนถึงกับประกาศเตือนเลย (คาดว่าที่ไทยลื่นกันเยอะแยะแต่คงไม่มีป้ายเตือนให้เ ห็นหรอก)

    7. ผู้ชาย = อันนี้ขอเตือนเหล่าเพื่อนสาวทั้งหลายเวลาไปอยู่ต่างป ระเทศ การผูกมิตรกับเพื่อนต่างเพศมันใช้มาตรฐานแบบไทยๆ ไปตัดสินความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเค้าไม่ได้นะคะ ไปลองดูเหตุการณ์ (ไม่) สมมุติกัน

    ชวนเพื่อนต่างเพศไปกินข้าวเย็นกันสองคนหรือเรียกกันว ่า “ดินเนอร์” มันมีนัยยะคือ เค้าจะคิดว่าคุณชวนเค้าไปเดท (ทั้งๆที่จริงๆแล้วสาวไทยกับอาหารมันเป็นของคู่กัน แค่ชวนไปกินข้าวไม่ได้แปลว่าฉันสนใจคุณ แต่ฝรั่งเค้าเหมารวมเรียบร้อยว่าคุณสนใจเค้าเลยชวนเค ้าไปดินเนอร์) ก่อนจะชวนใครต้องแจ้งจุดยืดนะคะ

    ทำกับข้าวแล้วชวนเพื่อนชายมากินด้วยหรือทำกับข้าวด้ว ยกัน อันนี้ขั้นกว่ามากๆ ในหัวฝรั่งคิดไปแล้วว่า คุณชอบเค้าสุดๆ ถึงอยากทำกับข้าวให้ และแน่นอนว่าการทำกับข้าวให้มันเป็นเรื่องธรรมดามากส ำหรับสาวไทยที่อยากยัดเยียดอาหารไทย (ที่ตัวเองทำ) ให้เพื่อนฝรั่งกินเฉยๆ

    เบอร์โทรศัพท์ (หรือสมัยนี้ขอเฟซบุค) ผู้ชายขอเบอร์เนี่ยแปลว่าเค้าสนใจคุณนะคะ ถ้าคุณให้แปลว่าคุณก็มองๆ เค้าอยู่ ดังนั้นจะแจกเบอร์ใครถ้าไม่ใช่งานกลุ่มต้องตามจิกและ โดนจิกเนี่ย ต้องระวังกับความหมายที่แฝงมาด้วย

    ไปเที่ยว ถ้าคุณไปเที่ยวกับใครสองคนบ่อยๆ ระวังตัวไว้ว่าเค้าอาจจะเริ่มชอบคุณโดยที่คุณยังไม่ท ันตั้งตัวด้วยซ้ำ และก็ไม่ต้องตกใจไปถ้าเค้าเริ่มจะอยากมีเซ็กส์กับคุณ เพราะตามธรรมดาฝรั่งเวลาเค้าเดทกันจะเริ่มด้วยดินเนอ ร์ พาไปบ้าน (อาจจะมีคืนแรกเลยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก) จากนั้นโทรหา พาไปเที่ยว (ซึ่งก็สามารถมีอะไรกันได้ตั้งแต่วันแรกๆ และมันก็เป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับเค้า (แต่ไม่ธรรมดาสำหรับคนไทย)) ยังไงก็ระวังตัวเอาไว้แล้วกันนะสาวๆ เพราะถ้าพลาดไปแล้ว เค้าไม่มีการมารับผิดชอบด้วยประการทั้งปวง

    คำว่ารัก ฝรั่งส่วนมากเค้าไม่พูดว่า ผมรักคุณ ง่ายๆ เพราะนั่นเค้าถือเป็นคำผูกมัดเค้าไว้กับคุณ ซึ่งถ้าเค้าไม่จริงจังอะไรจะไม่มีวันพูดคำนี้เด็ดขาด ไม่ใช่แบบชายไทยที่ทุกอย่างต้องเริ่มจากคำนี้และขอเป ็นแฟนอย่างเป็นทางการ ฝรั่งบางคู่แค่ไปไหนๆ ด้วยกันพอรู้ตัวก็เป็นแฟนกันไปโดยไม่ต้องบอกรักกันหร ือขอเป็นแฟนเลยก็มาก

    ที่อยากจะบอกคือวัฒนธรรมระหว่างไทยกับต่างชาติในเรื่ องความสัมพันธ์ชายหญิงมันแตกต่างกันอย่างมาก อย่าเอามาตรฐานไทยไปตัดสินมาตรฐานฝรั่ง เพราะมันเหมือนคนละเรื่องกันและสวนทางกันตลอด อย่างนึงที่ทำได้คือยอมรับโดยไม่ต้องไปพยายามเข้าใจ เพราะพื้นฐานวัฒนธรรมประเพณีเรากับเค้ามันไปคนละทาง การพยายามให้เค้าคิดเหมือนเรามันคงเป็นไปไม่ได้

    8. ผู้หญิงไทย = อันนี้ต่อเนื่องจากข้อข้างบน แม้ว่าหญิงไทยจะเป็นกุลสตรี รักนวลสงวนตัว อย่างไรในไทย แต่มุมมองต่างชาติที่เค้ามองมายังเรามันไม่ใช่แบบนั้ นนะคะ เนื่องจากสาวไทยบางประเภทที่เคยทำชื่อเสียเอาไว้ (ไม่ได้พิมพ์ผิดต้องการพิมพ์ว่า “ชื่อเสีย” จริงๆ) มันทำให้ฝรั่งเค้ามองสาวไทยไม่ดีมากๆ ขอยกตัวอย่างที่เคยเจอมากับตัวให้เป็นกรณีศึกษาสำหรั บนักเรียนไทยที่จะไปเรียนต่างประเทศให้เป็นข้อคิดกัน ไป และจะได้ไม่ตกใจเวลาเค้าพูดถึงประเทศไทยในทางนั้น

    – ส่วนมากพอบอกว่าเป็นคนไทย ฝรั่งผู้ชายส่วนใหญ่จะคิดในหัวเลยว่า “ง่าย” จากนั้นมือไม้ใบหน้า ก็จะโดนจับต้องอย่างง่ายดาย (แน่นอนว่าการจับไม้จับมือฝรั่งไม่ถือ แต่คนไทยถือมาก) อันนี้ก็ต้องชี้แจงยกใหญ่ว่าจะไม่ถูกเนื้อถูกตัวง่าย ๆ ไม่ได้นะ โดยเฉพาะผู้ชายอิตาลีเนี่ย มือไวใจเร็วมากๆ ต้องระวังให้ดี

    – อันนี้เจ็บปวดมาก เวลาคุยกับเพื่อนฝรั่งแล้วถามว่าพอคิดถึงประเทศไทยคิ ดถึงอะไร? ได้คำตอบว่า “พัทยากับผู้หญิง” ไม่ก็ “พัฒน์พงศ์”, “สีลม”, “ซอยคาวบอย” (ไอ้ที่แย่กว่าคือคนนึงตอบมาเลยว่า “โสเภณี”) ก็อึ้งกันไป ก็ต้องชี้แจงต่อว่า ไอ้ส่วนนั้นเราก็ยอมรับมามันมีแต่ว่ามันก็ส่วนน้อย แล้วประเทศอื่นๆ ก็มีเหมือนกัน (ทำไมมันไม่ดังเท่าที่ไทยล่ะเนี่ยยยยยย) ดังนั้นผู้หญิงไทยไม่ได้รับการยกย่องซักเท่าไหร่ในต่ างประเทศหรอกนะคะ อย่าสำคัญตัวผิด แล้วก็ต้องพูดคุยกับเพื่อนให้เข้าใจด้วยว่านั่นมันเป ็นแค่ส่วนน้อย

    – อีกอย่างที่เราโดนกันมาก (โดยที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้ามองเราแบบนี้) คือพิธีแต่งงานไทยค่ะ ที่ฝรั่งยกให้เป็นพิธียอดแย่คือ “สินสอดทองหมั้น” เคยมีฝรั่งหลายคนเอ่ยตรงกันว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องเอาเงินไปซื้อผู้หญิงมาแต ่งงาน” ฟังแล้วปวดหูค่ะ เนื่องจากประเทศตะวันตกเค้าถือว่าการแต่งงานคือเรื่อ งของคนสองคน ไม่ควรเอาเงินทองมาเกี่ยว ส่วนมากเค้าก็รับเรื่องการเอาเงินไปเป็นสินสอดไม่ได้ ไปตามๆ กัน ที่แย่คือผู้หญิงไทยที่พบรักกับหนุ่มต่างชาติแล้วจะแ ต่งงานกัน ฝ่ายชายเจอพ่อแม่ฝ่ายหญิงเรียกสินสอดเข้าไปก็เกิดควา มไม่เข้าใจ ทำให้ทะเลาะบาดหมางกันไปเยอะ โพสต์ลงอินเตอร์เน็ตถึงความเลวร้ายของพ่อแม่ฝ่ายหญิง ว่าขายลูกกินก็เยอะ (จริงๆ มันก็น่าจะถึงเวลาที่เราต้องทบทวนอะไรที่เราเคยทำๆ เอาไว้บ้างว่ามันถึงเวลาที่จะยกเลิกอะไรที่สร้างความ เข้าใจผิดให้ต่างประเทศแล้วหรือยัง?)

    9. วันหยุด = อันนี้ขอเตือนคนจะไปเที่ยวแล้วดันไปเที่ยวตรงกับวันห ยุดของฝรั่ง อันนี้พลาดมากๆ เพราะว่าวันหยุดฝรั่งเค้าไม่ทำงานกันจริงๆ ยิ่งพวกเทศกาลอีสเตอร์ หรือคริสมาสต์เนี่ย เงียบเป็นป่าช้าเลย ไม่ว่าสถานที่ท่องเที่ยวไหนๆ ก็จะพากันปิดตัวตามการนัดหมายกับรัฐบาล (ไม่หมือนของไทยที่แม้ว่าจะเป็นวันหยุดยาวแต่ก็ยังมี ที่ให้ไปลุยอีกเยอะ แถมพ่อค้าแม่ค้าไทยต่างคิดกันว่าเป็นเวลากอบโกยเพราะ คนหยุดงานไปเที่ยว ได้รายได้อีก)

    นอกจากนี้วันอาทิตย์เป็นวันที่ไม่ควรไปเที่ยวเมืองเล ็กๆ เพราะเค้าจะปิดร้านกันทั้งเมือง ยังไงวางแผนเดินทางดีๆ ว่าถ้าไปดูหมู่บ้านเล็กๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่โด่งดังอย่าไปวันอาทิตย์ เด็ดขาด เค้าไม่ได้เหมือนกับที่ไทยที่เปิดทุกวันจันทร์ถึงอาท ิตย์ เปิดกันตั้งแต่แปดโมงยันสามทุ่มสี่ทุ่ม ที่ต่างประเทศเค้าไม่ทำงานหนักหน่วงอย่างเรา อย่างมากก็เปิดเก้าโมงปิดห้าโมงเย็น เผลอๆ บางประเทศมีพักตอนบ่ายด้วย

    10. ฝรั่งไม่ได้พูดภาษาอังกฤษได้ทุกคน = อันนี้พบเจอเวลาเรียนและเวลาคุยกับเพื่อนๆ พบว่าแม้แต่คนอังกฤษเองก็ไม่ได้พูดอังกฤษถูกไวยากรณ์ ทุกคน (ยิ่งวัยรุ่นเด็กๆ เนี่ย ไวยากรณ์แย่มากขนาดกระเหรี่ยงยังจับได้) ทั้งนี้เพราะขึ้นกับระดับการศึกษาและระดับชั้นในสังค มด้วย ก็เพิ่งรู้เช่นกันว่าคนอังกฤษเค้าแบ่งระดับกันตามสำเ นียง แค่ฟังสำเนียงเค้าก็บอกกันเองได้ว่าเรียนสูงหรือต่ำ มาจากส่วนไหนของประเทศ แล้วก็ไม่ต้องแปลกใจหากจะเจอคนผิวแทน คนผิวเหลือง ที่พูดอังกฤษด้วยสำเนียงอังกฤษแบบผู้ดีได้ไม่มีที่ติ กับคนอังกฤษที่พูดอังฤษผิดไวยากรณ์ และฝรั่งที่เหลือในยุโรปบางประเทศที่พูดอังกฤษแย่กว่ าเรา เพราะงั้นเวลาไปเที่ยวอย่าไปคิดว่าฝรั่งหัวทองๆ ต้องพูดอังกฤษได้เสมอไป
    แหล่งที่มา : http://www.studysqr.com
    เรียนต่อ เรียนนอก เรียนต่างประเทศ ศึกษาต่อต่างประเทศ เรียนต่อต่างประเทศราคาถูก ต่อนอก
Working...
X