Home » Special Story

4 เครื่องมือที่ช่วยทดสอบความผิดปกติ Flashdrive ปลอม

8 Sep 15 - By l

มีผลิตภัณฑ์มากมายที่เป็นของปลอมแปลงที่ปรากฏอยู่รอบตัวเรา เช่นเดียวกับในโลกของคอมพิวเตอร์ก็ไม่ได้รับการยกเว้น ในหลายปีที่ผ่านมาหน่วยความจำประเภทแฟลชไดรฟ์ เมมโมรีการ์ดและอุปกรณ์จำพวก SSD ก็ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งดูเหมือนว่า USB Flasdrive ปลอม จะเป็นปัญหาที่พบกันบ่อยที่สุด น่าจะเป็นเพราะมีรูปแบบและความจุที่หลากหลายมากมาย และเป็นเรื่องง่ายที่จะทำออกมา จึงพบได้ว่าเป็นสิ่งที่อาจเจอกันได้ในแต่ละยี่ห้อ

Kingston DataTravel microDuo 3C Review-18

หลายคนอาจคิดว่านี่น่าจะเป็นปัญหากับแหล่งจำหน่ายรายใหญ่เท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้านเล็กหรือใหญ่ก็มีโอกาสที่จะพบปัญหาเหล่านี้ได้เหมือนกัน นี่คือสิ่งที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบ ให้แน่ใจว่าเลขรหัสหรือซีเรียลนัมเบอร์นั้นถูกต้อง ไม่ได้เป็นไดรฟ์ปลอม รวมถึงมีขนาดและสเปกตามที่ผู้ผลิตแจ้งไว้อย่างถูกต้อง รวมถึงราคาที่เหมาะสม

ดังนั้นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ก็ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ และมีการเขียนโปรแกรมเป็นเครื่องมือในการช่วยตรวจสอบและระบุไดรฟ์ที่มีขนาดเล็กเหล่านี้ สำหรับการเช็คทั้งเรื่องความจุ และรูปแบบ โดยมีโปรแกรม 4 ตัว เพื่อช่วยในการตรวจสอบที่ง่ายขึ้น

4 Tools to Test and Detect Fake (1)

H2testw
หลายปีที่ผ่านมา H2testw ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบแฟลชไดรฟ์ ว่ามีความจุที่ถูกต้องหรือไม่ และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาหลายปี หลังจากการเปิดตัวเวอร์ชั่นล่าสุดไป ยังถูกนำมาใช้เป็นโปรแกรมสำหรับสแกนสื่อความจุที่มีขนาดใหญ่ได้ด้วย แม้ว่าการสแกนด้วย H2testw จะใช้เวลานานก็ตาม

วิธีการตรวจสอบด้วย H2testw จะให้รายละเอียดในการสแกนค่อนข้างมาก ในการสแกนตรวจหาแฟลชไดรฟ์ปลอม โดยจะเป็นการตรวจสอบที่พื้นที่ว่างของไดรฟ์โดยตรง ซึ่งจะมีการตรวจสอบตั้งแต่ ไบท์แรก รองรับการเขียนไฟล์ตั้งแต่ 1GB ด้วยการนำไฟล์ขนาดใหญ่ไปใส่ไว้ในพื้นที่ว่างแล้วอ่านข้อมูล เป็นแนวคิดที่เรียกได้ว่าข้อมูลที่อ่านได้ ไม่ได้เป็นเช่นเดียวกับสิ่งที่ถูกเขียนลงไปบนพื้นที่ของไดรฟ์ก็เป็นได้

หลังจากที่ออกจากไฟล์การทดสอบ สื่อข้อมูลที่ถูกเขียนแทนลงไปสามารถนำมาใช้ในการตรวจสอบได้อีกครั้งหรือถ้าไม่ต้องการใช้ก็ลบออกได้เลย หากว่ามีเวลาในการทดสอบมาก H2testw ถือว่าเป็นเครื่องมือที่วางใจได้ โปรแกรมจะเริ่มต้นด้วยภาษาเยอรมัน แต่ก็เปลี่ยนได้ด้วยการ Settings
สามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่

4 Tools to Test and Detect Fake (2)

FakeFlashTest
FakeFlashTest นี้เป็นยูทิลิตี้จากนักพัฒนา RMPrepUSB multipurpose USB booting suite เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมที่ใช้ในการทดสอบที่มีขนาดเล็กและให้ความรวดเร็วในการตรวจสอบไดรฟ์ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นนี้เป็นส่วนขยายของโปรแกรมและถูกแยกออกเป็นโปรแกรม Standalone ต่างจากเครื่องมืออื่นๆ โดยที่ FakeFlashTest เป็นโปรแกรมค่อนข้างใหม่และได้รับการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพและเหมาะสำหรับใช้ในการทดสอบแฟลชไดรฟ์ในวันนี้

FakeFlashTest ได้พยายามแก้ไขปัญหาหลักที่มีบนโปรแกรมอื่นๆ ที่ใช้เวลาทดสอบค่อนข้างนาน ในการทดสอบแฟลชไดรฟ์ที่มีความจุมากก็จะใช้เวลานานขึ้น ซึ่งโปรแกรมนี้จะมีความรวดเร็วในการอ่านข้อมูลขนาด 512Byte ในการอ่านข้อมูลทั่วไดรฟ์ จึงเสร็จสิ้นในเวลาที่น้อยลง ในการทดสอบที่สองจะคล้ายกับการใช้ H2testw ด้วยการอ่านและเขียนทุกพื้นที่ว่างบนไดรฟ์ ซึ่งได้รับการปรับปรุงในหลายวิธีเพื่อให้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว

การทดสอบอย่างรวดเร็วจะหมายถึงการทำงานด้วยการเขียนและอ่านอย่างรวดเร็วบนไดรฟ์ ซึ่งก็อาจมีผลต่อการทำงานของไดรฟ์ การทดสอบแบบช้าๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้ส่งผลถึงการทำงาน แต่ก็อาจส่งผลเสียต่อไฟล์ที่คุณใช้อยู่ได้เช่นกัน ถ้าอยู่ในไดรฟ์ที่เป็นปัญหา
สามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่

4 Tools to Test and Detect Fake (3)

USB Flash Drive Tester
USB Flash Drive Tester เป็นหนึ่งในโปรแกรมทดสอบจากนักพัฒนาสำหรับการทดสอบแฟลชไดรฟ์ SD Card/ CF Card ให้ประโยชน์เป็นอย่างยิ่งสำหรับการตรวจสอบไดรฟ์ของปลอมที่มีความจุไม่เป็นไปตามที่กำหนด ด้วยการทำงานที่คล้ายกับ H2testw ด้วยการเขียนข้อมูลไปยังอุปกรณ์ แล้วอ่านข้อมูล จากนั้นเปรียบเทียบความแตกต่าง หากเกิดข้อผิดพลาดก็จะหมายถึงแฟลชไดรฟ์มีปัญหา

เมื่อต้องการเรียกใช้และทดสอบเต็มรูปแบบ ให้เลือกแฟลชไดรฟ์ที่ต้องการ จากนั้นเลื่อนลงมาและเลือกประเภทของการทดสอบ “Write, Read and Compare” จากนั้นเริ่มต้นการทดสอบ แต่หากไม่มีเวลามากพอที่จะเรียกใช้การทดสอบเต็มรูปแบบบนไดรฟ์ที่มีขนาดใหญ่หรือมีข้อมูลจำนวนมากในการเขียนลงไปในไดรฟ์ ก็สามารถเลือกทดสอบได้ในภายหลัง เช่นเดียวกับ H2testw ที่อาจจะค่อนข้างเก่าเล็กน้อยและต้องติดตั้งสำหรับการทดสอบ
ดาวน์โหลดได้ ที่นี่

4 Tools to Test and Detect Fake (4)

ChipGenius
เป็นโปรแกรมที่คล้ายกับรายการโปรแกรมในข้างต้น คือทำงานคล้ายๆ กัน ด้วยการเขียนข้อมูลลงบนดิสก์และอ่านข้อมูลกลับไปมา เพื่อดูว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกต้องหรือผิดปกติ ChipGenius แยกความสมบูรณ์ได้อย่างแท้จริง โดยไม่ต้องเลือกข้อมูลทุกอย่างในไดรฟ์ แต่เป็นการอ่านข้อมูลจากชิปหน่วยความจำบนแฟลชภายใน เพื่อดูว่ามีขนาดแท้จริงอยู่ที่เท่าไร และถูกต้องตามที่ระบุหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่ถ้าอุปกรณ์เป็นของปลอมก็จะมีรายงานปรากฏหรือการทดสอบไม่เป็นไปตามปกติ

การเรียกใช้โปรแกรมและการหาข้อมูลเกี่ยวกับชิปภายในอุปกรณ์ ผู้จำหน่ายจะมีเลขรุ่นของชิปหรือบอกถึงความจุในการผลิตอย่างถูกต้อง เช่นถ้าคุณเลือกซื้อแฟลชไดรฟ์ขนาด 64GB และความจุที่เช็คไว้มีน้อยกว่า 64GB หากเหลือเพียง 50GB ก็ถือได้ว่ามีความผิดปกติ รวมถึงอาจจะเลือกนำข้อมูลจำนวนใกล้เคียงกับความจุ ใส่ไปยังไดรฟ์ แล้วสังเกตว่าสามารถใส่ได้ครบตามความจุที่ระบุเอาไว้หรือไม่
สามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่

ที่มา : raymond

 



© Copyright - Notebookspec.com All Rights