Home » Special Story

[Buyer’s Guide] เปรียบเทียบ 10 Ultrabook ที่ดีที่สุดในช่วงต้นปี 2016 – บทความแปล

2 Mar 16 - By l

ในปัจจุบันนั้นคงต้องยอมรับกันหล่ะครับว่า Ultrabook หรือโน๊ตบุ๊คที่มีขนาดเล็กน้ำหนักไม่มากมาพร้อมกับความสามารถในการพกพาไปไหนมาไหนแบบสบายๆ นั้นได้รับความนิยมมากขึ้น ส่วนหนึ่งแล้วอาจจะเป็นเพราะว่าแท๊บเล็ตเริ่มเข้ามาตีตลาดแถมด้วยอุปกรณ์ในรูปแบบ 2-in-1(อย่างเช่นซีรีส์ Surface) ก็เข้ามาตีด้วยอีก ดังนั้นแล้วผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คจึงต้องมีพัฒนาเพื่อความอยู่รอดไปด้วย

intel-ultrabook-slide-640x353

 

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมานั้นมี Ultrabook ออกมาวางจำหน่ายมากมายครับบางรุ่นอาจจะยังไม่เข้าไทยบ้าง บางรุ่นก็เข้าไทยแล้ว ในวันนี้ทาง NBS เราจึงได้นำบทความที่ได้มีการเปรียบเทียบ Ultrabook รุ่นใหม่จำนวน 10 รุ่นมาให้ทุกท่านได้ดูกันเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเลือกซื้อของแต่ละท่าน สำหรับ Ultrabook ทั้ง 10 รุ่นนั้นจะมีรุ่นไหนบ้างตามมาดูกันได้เลยครับ

Top 10 ultrabook-review 600 01 e

เรียงตามลำดับของ Ultrabook ที่ผ่านการริวิวโดย TopTenReviews จะมีได้ดังต่อไปนี้(ทั้งนี้หากรุ่นใดมีวางจำหน่ายในไทยแล้วอย่างเป็นทางการทางเราจะระบุราคาเริ่มต้นของ Ultrabook รุ่นนั้นๆ ให้ทุกๆ ท่านเอาไว้ใช้เปรียเทียบครับ)

  1. Lenovo Yoga 900 ราคาประมาณ 65,900 บาท(อ้างอิงราคาตามโบรชัวร์ของประเทศไทย แต่จากที่เดินสำรวจยังไม่พบร้านไหนนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการครับ จพมีก็เพียงแค่รุ่น Lenovo Yoga 700 เท่านั้น โดยจากการสอบถามที่บ้างร้านพบว่าจะนำเข้ามาในอีกไม่นานนี้ครับ)
  2. Dell XPS 13 มีวางจำหน่ายในไทยแล้ว โดยจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 54,900 บาท(รุ่นที่ทาง TopTenReviews ใช้ในการรีวิวสเปคต่างจากรุ่นที่วางจำหน่ายในไทย ดังนั้นควรตรวจสอบที่ร้านก่อนทำการซื้อ)
  3. Apple MacBook Pro 13 มีวางจำหน่ายในไทยแล้วโดยจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 43,900 บาท(หากสั่งซื้อจากเว็บ Apple Store โดยตรงจะมีราคาอยู่ที่ 49,900 บาท)
  4. HP Spectre x360 ราคาประมาณ 36,650 บาท(ยังไม่มีจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ)
  5. Acer Aspire S7 มีจำหน่ายในไทยแล้วโดยจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 59,900 บาท(แต่ก็ Sold Out ไปแล้วครับยังไม่มีการระบุอย่างเป็นทางการจาก Acer ไทยว่าจะนำรุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติมช่วงไหนครับ)
  6. Toshiba KIRAbook 13 ราคาประมาณ 55,800 บาท(ยังไม่มีจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ)
  7. Apple MacBook Air 13 มีวางจำหน่ายในไทยแล้วโดยจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 41,900 บาท(หากสั่งซื้อจากเว็บ Apple Store โดยตรงจะมีราคาอยู่ที่ 37,900 บาท)
  8. Dell Inspiron 13 ราคาประมาณ 37,770 บาท(ยังไม่มีจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ)
  9. Lenovo ThinkPad X1 Carbon มีวางจำหน่ายในไทยแล้วโดยจะมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 59,900 บาท(รุ่นที่ทาง TopTenReviews ใช้ในการรีวิวสเปคต่างจากรุ่นที่วางจำหน่ายในไทย ดังนั้นควรตรวจสอบที่ร้านก่อนทำการซื้อ)
  10. Samsung ATIV Book 9 Plus ราคาประมาณ 50,400 บาท(ยังไม่มีจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ)

 

ในการรีวิวของทาง TopTenReviews นั้นได้เปรียบเทียบประสิทธิภาพทางด้านต่างๆ ของ Ultrabook ในหลายๆ ส่วนตั้งแต่ในเรื่องของความแรง, ดีไซน์ ไปจนกระทั่งบริการหลังการขาย แต่ละหัวข้อจะเป็นอย่างไร ใครดีใครเด่นนั้นไปติดตามกันได้เลยครับ

หมายเหตุ – ในส่วนของภาพทางด้านล่างต่อไปนี้ท่านสามารถคลิ๊กไปที่แต่ละรูปภาพเพื่อทำการขยายภาพใหญ่ในการดูข้อมูลได้ครับ

Spec & Performance

Top 10 ultrabook-review 600 03

เริ่มกันที่จุดแรกเลยนั่นก็คือสเปคและประสิทธิภาพโดยรวมครับ ก่อนอื่นนั้นต้องบอกทุกท่านก่อนนะครับว่า Ultrabook แต่ละรุ่นที่ทาง TopTenReviews นำมาทดสอบนั้นมีสเปคแตกต่างกันไปซึ่งนั่นย่อมทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องในรุ่นต่างๆ นั้นแตกต่างตามกันไปด้วย อย่างไรก็ตามแต่แล้วสเปคของ Ultrabook ที่ทาง TopTenReviews นำมาทดสอบนั้นมีดังต่อไปนี้ครับ

Top 10 ultrabook-review 600 03.1

จะเห็นได้ในส่วนของหน่วยประมวลผลที่แต่ละรุ่นเลือกใช้นั้นจะแตกต่างกันไป(ตามความเก่าใหม่ของแต่ละรุ่น) อย่างไรก็ตาม Ultrabook ทุกรุ่นในการรีวิวรวมครั้งนี้นั้นเลือกใช้หน่วยประมวลผลรุ่นประหยัดพลังงาน(รหัสลงท้ายด้วยตัว U) ที่เป็นรุ่น Core i5 และ Core i7 มีทั้งที่เป็นสถาปัตยกรรม Broadwell(Gen 5) และ Skylake(Gen 6) โดยความถี่ของสัญญาณนาฬิการของแต่ละรุ่นจะอยู่ในช่วง 2.2 GHz – 2.7 GHz(เว้น Apple MacBook Air 13 ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาหน่วยประมวลผลอยู่ที่ 1.6 GHz) แถมด้วยกราฟิกแบบฝังในหน่วยประมวลผลที่แต่ละรุ่นนั้นมีกราฟิกไม่ตรงกัน ซึ่งแน่นอนครับว่าแค่เฉพาะตัวหน่วยประมวลผลนั้นก็ค่อนข้างจะเป็นตัวกำหนดประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องรุ่นนั้นๆ อยู่แล้ว

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่องของหน่วยความจำ(RAM) ที่ Lenovo Yoga 900 นั้นให้มามากที่สุดคืออยู่ที่ 16 GB ส่วนใน Ultrabook รุ่นอื่นๆ นั้นจะให้มาที่ 8 GB ยกเว้นก็เพียงแต่ Apple MacBook Air 13 ที่ให้มาแค่ 4 GB เท่านั้น โดยหากจะว่าไปแล้วในปัจจุบันนั้นการทำงานทั่วไปหน่วยความจำที่ขนาด 8 GB ก็เพียงพอต่อความต้องการแล้วแต่ถ้าคุณยิ่งใช้งานซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันในรูปแบบ multitasking มากขึ้น การได้หน่วยความจำขนาดใหญ่กว่าจะส่งผลกับประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องชัดเจนครับ

ในการตัดสินของทาง TopTenReviews นั้นได้บอกเอาไว้ครับว่าการเลือก Ultrabook ที่ดีที่สุดนั้นจะมองเพียงแค่ในส่วนของหน่วยประมวลผลที่มาพร้อมความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงๆ หรือมองที่ขนาดหน่วยความจำที่ให้มามากๆ อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ทั้ง 2 อย่างนี้จะต้องมองไปแบบควบคู่กันเนื่องจากว่าในการทำงานทั่วไป(ไม่ได้ใช้งานทางด้านกราฟิกโหดๆ อย่างเช่นการเล่นเกม 3 มิติใหม่ๆ ที่ต้องใช้การ์ดจอแยก) ของระบบนั้นจะต้องใช้ปัจจัยทั้ง 2 อย่างนี้ร่วมกันครับ

สำหรับการทดสอบที่ทาง TopTenReviews ใช้ในการรีวิวทางด้านประสิทธิภาพของ Ultrabook ทั้ง 10 รุ่นนั้นประกอบไปด้วย

  • การทดสอบด้วยโปรแกรม Geekbench 3 ซึ่งเป็นการทดสอบที่จำลองการใช้งานจริงในรูปแบบการใช้งานเครื่องอย่างหนักหน่วงซึ่งประเมินผลทั้งผ่านคะแนนที่ได้แบบ single-core และ multi-core โดยดูเครื่องที่ได้คะแนนมากที่สุดและบันทึกคะแนนในส่วนนั้นเอาไว้ก่อนครับ
  • การทดสอบด้วยการรัน Spreadsheet Macro(การรันโปรแกรมย่อยในโปรแกรมการคำนวนตารางเหมือน Microsoft Excel) ผ่านทางโปรแกรม OpenOffice โดยในไฟล์ที่ใช้ทดสอบนั้นประกอบไปด้วย spreadsheet กว่า 20,000 ชื่อ ทำการทดสอบรัน Macro แล้วจับเวลาดูว่าเครื่องใดที่ใช้เวลาในการประมวลผลเร็วที่สุดจากนั้นบันทึกเวลาเอาไว้ครับ(ใช้เวลาเร็วสุดหมายความว่าประมวลผลได้เร็วสุดและมีประสิทธิภาพมากสุด)

หลังจากที่ได้คะแนนจากการทดสอบแรกและเวลาจากการทดสอบที่ 2 แล้ว ทาง TopTenReviews ก็นำผลมารวมกันแล้ววัดออกมาเป็นเกรด(คล้ายๆ กับการถ่วงน้ำหนักให้เกรดเวลาที่เรียนว่าจะมีตั้งแต่ A ไปจนถึง F หรือ 4 ไปจนถึงครับ) ซึ่งผลนั้นจะเห็นได้ตามตารางสเปคในส่วนของหัวข้อ Performance Tests ครับ

สำหรับการทดสอบที่ทาง TopTenReviews ใช้ในการรีวิวทางด้านประสิทธิภาพทางด้านกราฟิกของ Ultrabook ทั้ง 10 รุ่นนั้นประกอบไปด้วย

  • การทดสอบด้วยโปรแกรม 3DMark ผ่านทาง 2 การทดสอบคือ Ice Storm Unlimited และ Fire Strike Ultra ซึ่งการทดสอบด้วย 3DMark นั้นจะเป็นการวัดประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานของกราฟิก(ซึ่งในที่นี้นั้นจะเป็นกราฟิกแบบฝังทั้งหมด) โดยทำให้กราฟิกชิปทำงานเต็มที่ตลอดเวลาในช่วงของการทดสอบ หลังจากได้คะแนนออกมาก็จะบันทึกไว้ครับ
  • การทดสอบด้วยเกม World of Warcraft ผ่านทาง built-in framerate test ซึ่งในการทดสอบนั้นทำขึ้นเพื่อทดสอบในส่วนของการใช้งานเวลาที่ทำการเล่นเกมจริงๆ เพราะหากจะว่าไปแล้วนั้นในการเล่นเกมจริงกราฟิกชิปจะไม่ได้ประมวลผลแบบหนักหน่วงตลอดเวลาเหมือนกับที่ทำการทดสอบผ่านโปรแกรม 3DMark ครับ เมื่อได้ผล Framerate ออกมาก็จะทำการบันทึกเอาไว้ครับ

หลังจากที่ได้คะแนนจากการทดสอบแรกและเวลาจากการทดสอบที่ 2 แล้ว ทาง TopTenReviews ก็นำผลมารวมกันแล้ววัดออกมาเป็นเกรด(คล้ายๆ กับการถ่วงน้ำหนักให้เกรดเวลาที่เรียนว่าจะมีตั้งแต่ A ไปจนถึง F หรือ 4 ไปจนถึงครับ) ซึ่งผลนั้นจะเห็นได้ตามตารางสเปคในส่วนของหัวข้อ Graphics Tests ครับ

ทั้งนี้นั้นอย่างที่ได้บอกทุกท่านไปในตอนต้นแล้วว่า Ultrabook ที่ TopTenReviews นำมาทดสอบนั้นไม่มีรุ่นไหนเลยที่มาพร้อมกับกราฟิกชิปแบบแยกจากหน่วยประมวลผล ดังนั้นแล้ว Ultrabook ทั้ง 10 รุ่นดังกล่าวจึงไม่ได้เหมาะสมกับการเล่นเกมแบบหนักหน่วงมากนัก หากท่านต้องการหา Ultrabook ที่สามารถนำมาเล่นเกมได้ด้วยแล้วควรจะมองรุ่นที่มีกราฟิกชิปแบกต่างหาก ซึ่งในจุดนี้นั้นก็จะทำให้ราคาของ Ultrabook สูงขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นในการทดสอบของ TopTenReviews ที่ Ultrabook ทุกรุ่นใช้กราฟิกแบบฝังในชิปหน่วยประมวลผลแถมยังใช้หน่วยความจำแบบแบ่งจากหน่วยความจำหลักของระบบไปใช้งานด้วยอีกต่างหาก ทำให้เมื่อดูประสิทธิภาพโดยรวมทั้งหมดแล้ว Lenovo Yoga 900 จึงได้คะแนนสูงที่สุด(ด้วยเหตุผลที่ว่ามันมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลรุ่นใหม่สุดและมีหน่วยความจำให้มามากสุด) ส่วน Apple MacBook Pro 13 นั้นด้วยความที่มันมาพร้อมกับชิปกราฟิก Intel Iris 6100 ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมในส่วนของกราฟิกนั้นออกมาดูดีที่สุด(ได้คะแนนในการทดสอบต่างๆ ไปมากสุด) ครับ

Design & Construction

Top 10 ultrabook-review 600 04

สำหรับส่วนที่ 2 ที่ทาง TopTenReviews ใช้ในการพิจารณานั้นก็คือเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่อง(ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำหนัก, ความสวยงามและขนาดของตัวเครื่องทั้งหมด), การประกอบ, วัสดุ, ความสามารถในการใช้งาน, อายุการใช้งานแบตเตอรี่รวมไปถึงความสามารถในการพกพาง่ายซึ่งนี่ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของ Ultrabook ก็ว่าได้ครับ โดยหากแยกตามการทดสอบนั้น Ultrabook ทั้ง 10 รุ่นจะได้คะแนนเป็นไปตามผลการทดสอบทางด้านล่างนี้ครับ

Top 10 ultrabook-review 600 04.1

สำหรับการทดสอบในส่วนนี้นั้นทาง TopTenReviews ได้วางมาตรฐานการให้คะแนนในส่วนต่างๆ ไว้ดังนี้ครับ

  • Build Quality : คะแนนการประกอบเครื่องโดยรวมไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่เลือกใช้(ส่วนใหญ่แล้ว Ultrabook ที่นำมาทดสอบจะมีการเลือกใช้วัสดุในระดับพรีเมียมตั้งแต่ carbon-fiber, โลหะผสมอลูมิเนียม, โลหะผสมแมกนีเซียมไปจนกระทั่งพลาสติกคุณภาพสูง), ความแข็งแรงของตัวเครื่อง, ความสวยงามของตัวเครื่องทั้งหมดโดยจะดูจากความพรีเมียมของตัวเครื่องซึ่งในจุดนี้นั้นโดยส่วนใหญ่เครื่อง Ultrabook ที่นำมาทดสอบจะค่อนข้างมีการประกอบที่ดีใช้วัสดุแข็งแกร่งอยู่แล้วจะเว้นก็เพียงแต่ Dell Inspiron 13 ที่การประกอบโดยรวมไม่ค่อยดีเท่าไรนักและวัสดุที่ใช้ก็เป็นเพียงำลาสติกซึ่่งทำให้ได้รับคะแนนต่ำสุดครับ
  • Usability : คะแนนที่ได้จากความสามารถในการใช้งานเครื่องได้ตามแนวทางเครื่องที่ใช้ชื่อว่า Ultrabook ซึ่งดูจากควยามสามารถในการพกพาไม่ว่าจะเป็นขนาดของตัวเครื่อง, น้ำหนัก, การย้ายจากจุด A ไปยัง B ว่าง่ายหรือไม่, รูปแบบการใช้งานตัวเครื่องที่ Ultrabook บางรุ่นนั้นมาในรูปแบบการใช้งานแบบ 2-in-1(ใช้ในรูปแบบแท็บเล็ตก็ได้หรือโน๊ตบุ๊คก็ได้) หรือไม่ก็จัดหนักกว่าด้วยการเป็น convertible ที่มีรูปแบบการใช้งานได้ 4 – 5 โหมดไปเลย(อย่างเช่น Lenovo Yoga 900 เป็นต้น), มองจากความสามารถในการรองรับการสัมผัสผ่านทางหน้าจอซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดใหญ่สำหรับเครื่องที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Windows ที่รองรับการควบคุมแบบออกท่าทางผ่านทางหน้าจอโดยเครื่องไหนที่ไม่มีความสามารถในการสัมผัสนี้ก็โดนลดคะแนนไปพอสมควร(เว้น Apple Mac ที่ไม่ได้เน้นจุดนี้เท่าไรนักเพราะ Trackpad ของเขารองรับอยู่แล้วครับ)
  • Battery Life : ในส่วนนี้นั้นก็ตรงตัวเลยครับนั่นคืออายุการใช้งานแบตเตอรี่นั่นเองโดยในการทดสอบนั้นก็จะเป็นการทดสอบจับเวลาการใช้งานที่จำลองรูปแบบการใช้งานตามปกติของผู้ใช้ให้มากที่สุด โดยทุกๆ Ultrabook ที่นำมาทดสอบนั้นจะถูกกำหนดระดับความสว่างของหน้าจอไว้ที่ 100 nits เท่ากันหมดและทำการจับเวลาตั้งแต่ชาร์จเต็มแล้วนำสายชาร์จออกจนกระทั่งเครื่องดับไปครับ

Display: Costs and Benefits of Eye Candy

Top 10 ultrabook-review 600 05

ตามมาด้วยการทดสอบทางด้านหน้าจอที่ในจุดนี้นั้นส่วนหลักเลยที่จะถูกนำมาตัดสินก็คือเรื่องของความละเอียดของหน้าจอที่ Ultrabook แต่ละรุ่นรองรับครับ ก่อนอื่นนั้นโดยปกติต้องบอกเลยครับว่าในปัจจุบันนั้น Ultrabook ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดระดับ Full HD หรือ 1920 x 1080 pixel เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว หากรุ่นไหนที่มีความละเอียดมากกว่านั้นก็จะถือว่าเป็นข้อดีที่ผู้ใช้จะมีพื้นที่ในการทำงานบนหน้าจอที่มีขนาดๆ เท่าๆ กันซึ่งโดยส่วนใหญ่ Ultrabook ที่นำมาทดสอบจะมีขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้วเว้นแต่ Lenovo ThinkPad X1 Carbon เท่านั้นที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 14 นิ้ว

Top 10 ultrabook-review 600 05.1

ในส่วนของความละเอียดหน้าจอนั้น Apple MacBook Air 13 ที่เปิดตัวออกมานานมากกว่าเพื่อนทำให้มันมีความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 1440 x 900 pixels เท่านั้นทำให้เสียเปรียบคู่แข่งในเรื่องของความละเอียดของหน้าจอพอสมควร(แต่ด้วยความที่ความละเอียดของหน้าจอน้อยกว่าเพื่อนนี่แหละครับแถมส่วนของสเปคก็ต่ำกว่าเพื่อนอีกทำให้อายุการใช้งานของ Apple MacBook Air 13 นั้นดีกว่ารุ่นอื่นๆ ตรงนี้เรียกว่าได้อย่างเสียอย่างครับ ดังนั้นแล้วผู้ใช้อาจจะต้องเลือกให้เข้ากับรูปแบบการใช้งานของตัวเองนิดหนึ่งครับ)

ส่วนถัดมาที่มีความสำคัญมากๆ ในการทดสอบเรื่องของหน้าจอนั้นก็คือความสามารถในการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งในที่นี้ก็คือการดูจากเรื่องของความสามารถที่หน้าจอของ Ultrabook เครื่องรุ่นนั้นๆ รองรับการสัมผัสหรือไม่ โดยในการทดสอบนี้นั้น MacBook ของทาง Apple ได้ถูกตัดออกไปก่อนเลยเนื่องจากว่าตัวระบบปฎิบัติการไม่ได้รองรับการรับข้อมูลจากหน้าสัมผัสอยู่แล้ว ส่วนรุ่นต่อมาที่ถูกตัดออกไปเช่นกันนั้นก็คือ Lenovo ThinkPad X1 Carbon ที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Windows 7 ที่ไม่รองรับการสั่งการผ่านทางหน้าจอสัมผัสครับ ในส่วนของ Ultrabook รุ่นอื่นๆ นอกจากที่กล่าวไว้ในข้างต้นนั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอแบบสัมผัสทั้งหมดครับ

การทดสอบต่อมาคือการทดสอบความสว่างของหน้าจอสูงสุดที่ Ultrabook แต่ละรุ่นสามารถที่จะทำได้(วัดออกมาในหน่วย nits) ซึ่งในการทดสอบนี้นั้นจัดทำขึ้นในสภาพแวดล้อมเดียวกันทั้งหมดโดยสภาพแวดล้อมนั้นจะเป็นห้องปิดที่มีจุดกำเนิดแสงภายนอกเพียงแค่เทียนเพียงเล่มเดียวเท่านั้น การวัดความสว่างนั้นจะวัดจากมุมทั้ง 4 มุมของหน้าจอ Ultrabook แต่ละรุ่นมายังจุดศูนย์กลางหน้าจอแล้วทำการวัดค่าหลายๆ ครั้งจากนั้นก็ทำการหาค่าเฉลี่ยที่สูงที่สุดของความสว่างของหน้าจอของ Ultrabook แต่ละรุ่นครับ

ท้ายที่สุดก็คือการทดสอบความถูกต้องของการแสดงสีสันของหน้าจอ Ultrabook แต่ละรุ่นซึ่งการทดสอบนี้ถือได้ว่าเป็นการบอกคุณภาพของหน้าจอได้ดีที่สุดโดยใช้วิธีการวัดค่าในรูปแบบของ DeltaE(วัดการหันเหของสีที่แท้จริงกับสีที่หน้าจอแสดงผลมาเปรียบเทียบเพื่อแสดงค่ากัน(คล้ายกับการวัดด้วย colorimeter)) การทดสอบนี้จะมีการเปลี่ยนสีบนหน้าจอเป็นชุดๆ โดยในการเปลี่ยนทั้งหมดนั้นจะประกอบไปด้วยจำนวนสีทั้งหมด 70 สีและวัดค่า DeltaE ของแต่ละสีแล้วทำการหาค่าเฉลี่ยซึ่งแสดงผลตามตารางโดยยิ่งค่า DeltaE น้อยเท่าไรนั่นหมายความว่าหน้าจอของ Ultrabook นั้นๆ มีความถูกต้องในการแสดงผลของสีมากครับ

Connectivity: Common Ports Add to Ease of Use

Top 10 ultrabook-review 600 06

ในส่วนของการทดสอบต่อมานั้นจะเรียกว่าการทดสอบก็ไม่ค่อยจะได้สักเท่าไรนักแต่เป็นการดูจำนวนของจุดเชื่อมต่อต่างๆ บนตัวเครื่องที่ Ultrabook แต่ละรุ่นมีมาให้ผู้ใช้ครับ โดยก่อนอื่นเลยนั้นทั่วไปแล้วด้วยความที่ Ultrabook นั้นจะออกแบบและดีไซน์มาให้มีความบางและเบามากๆ ทำให้ใน Ultrabook บางรุ่นนั้นตัดพอร์ทการเชื่อมต่อภายนอกไปเกือบจะทั้งหมดจนถึงขั้นบางรุ่นมีพอร์ทเพียงแค่ 1 – 2 พอร์ทด้วยซ้ำ ตรงตุดนี้แหละครับที่จะทำให้ผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อแบบภายนอกหรือจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อใช้งานผ่านพอร์ทต่างๆ นั้นมีปัญหาค่อนข้างมาก สำหรับ Ultrabook แต่ละรุ่นที่ TopTenReviews นำมาทดสอบในครั้งนี้จะมีพอร์ทการเชื่อมต่อภาพนอกอะไรบ้างไปดูกันได้เลยครับ

Top 10 ultrabook-review 600 06.1

ในจุดนี้นั้นคงไม่ต้องบรรยายมากเท่าไรครับ คะแนนที่ได้เพิ่มขึ้นมานั้นก็แปรผันโดยตรงกับจำนวนพอร์ทที่มีมาให้ซึ่งจะดูด้วยว่าพอร์ทที่ให้มานั้นสามามรถใช้งานจริงร่วมกับอุปกรณ์ได้หลายอย่างด้วยหรือไม่ ตรงนี้ทุกท่านจะเห็นได้ครับว่าเครื่องที่มาพร้อมกับพอร์ท Thunderbolt 2 / 3 นั้นจะได้คะแนนน้อยพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ Dell XPS 13 ที่ให้ USB 3.0 มาจำนวน 2 พอร์ทแล้วเลือกที่จะให้พอร์ท Thunderbolt 3 มาอีก 1 พอร์ท ซึ่งในปัจจุบันนั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าอุปกรณ์ที่ใช้งานความสามารถของพอร์ท Thunderbolt 3 นั้นยังแทบจะไม่มีเลยหล่ะครับ

รุ่นที่ได้คะแนนต่ำที่สุดอย่าง Samsung ATIV Book 9 Plus นั้นโดนตัดคะแนนไปเนื่องจากไม่รองรับกับ HDMI โดยตรงซึ่งในปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นพอร์ทสำหรับการเชื่อมต่อแบบส่งสัญญาณภาพและเสียงที่สำคัญไปแล้ว โดยถึงแม้ว่ามันจะยังมี MicroHDMI และ VGA มาให้ทว่าในการใช้งานจริงนั้นก็ต้องใช้ผ่าน Dongle ซะงั้นไม่ได้อยู่บนตัวเครื่องโดยตรงเลยทำให้คะแนนของ Samsung ATIV Book 9 Plus ต่ำที่สุดครับ

Help & Support: Warranties and More

Top 10 ultrabook-review 600 07

ท้ายสุดแล้วซึ่งถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้ควรจะต้องนำมาพิจารณาเวลาเลือกซื้ออุปกรณ์ทางด้าน IT สักเครื่องแต่ส่วนใหญ่มักจะกลายเป็นสิ่งที่ผู้ใช้นั้นแทบจะลืมหรือไม่สนใจกันเลยนั่นก็คือเรื่องของการให้บริการหลังการขายไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการใช้งานต่างๆ ผ่านทาง Call Center หรือบริการการซ่อม, ช่วงเวลาที่ใช้ในการรอการซ่อม, ความรู้ของผู้ให้คำปรึกษาและที่ใหญ่ที่สุดก็คือเรื่องของระยะเวลารับประกันตัวเครื่องครับ

Top 10 ultrabook-review 600 07.1

ตรงจุดนี้ในเมืองไทยเรานั้นอาจจะมีเรื่องของบริการหลังการขายแตกต่างไปจากต่างประเทศพอสมควรซึ่งสิ่งที่สมควรจะทำที่สุดก็คือการสอบถามที่ร้านค้าที่คุณเลือกซื้อ Ultrabook รุ่นนั้นๆ เรื่องการประกันครับ อย่างไรก็ตามแต่แล้วส่วนใหญ่เกือบทุกบริษัทจะมีระยะเวลาในการประกันสินค้าอยู่ที่ 1 ปี จะมีก็แต่ Toshiba ที่มีระยะเวลาในการประกันอยู่ที่ 2 ปี และ Lenovo บางรุ่นที่มีระยะเวลาประกันอยู่ที่ 3 ปี(อย่างในที่นี้ก็คือ ThinkPad X1 Carbon) บางบริษัทอย่างเช่น Apple คุณสามารถที่จะเสียเงินเพิ่มเติมเพื่อทำการซื้อระยะเวลาการประกันเพิ่มได้อีกด้วยครับ

ทั้งนี้จากตารางคะแนนนั้นจะเห็นได้ครับว่า Lenovo นั้นมีช่องทางในการติดต่อสอบถามปัญหาทุกช่องทาง ในขณะที่บางบริษัทไม่มี ส่วนหนึ่งที่ส่วนตัวผมไม่เห้นด้วยในเรื่องการให้คะแนนทางด้านนี้ของทาง TopTenReviews ก็คือ Dell ที่ให้บริการซ่อมแบบ On site หรือส่งพนักงานซ่อมมาให้บริการถึงบ้านเราเลยทีเดียวทว่าทาง TopTenReviews ให้คะแนน Dell เป็น C+ เท่านั้น และอีกบริษัทหนึ่งที่แปลกๆ ก็คือ Samsung ที่ได้คะแนน A- ซึ่งหากเทียบกับความรู้สึกในประเทศไทยแล้วในส่วนของคะแนนไม่น่าจะได้เกรดระดับนี้(เนื่องจากประสบการณ์ส่วนตัวตอนส่งโน๊ตบุ๊คของ Samsung ซ่อมนั้นต้องรออะไหล่นานมาก)

อย่างไรก็ตามอย่างที่ได้บอกไปนะครับว่าในจุดนี้นั้นผู้ผลิตอาจจะให้ความสำคัญเรื่องบริการหลังการขายในแต่ละประเทศไม่เท่ากันเท่าไรนัก ดังนั้นแล้วจริงๆ ในตอนแรกผมอยากจะตัดส่วนของการให้คะแนนเรื่องนี้จากทาง TopTenReviews ออกด้วยซ้ำไป ทว่าผมเลือกที่จะไม่ตัดเพื่อที่จะได้เป็นการนำเสนอให้ทุกท่านได้เห็นว่าบริการหลังการขายของบางบริษัทในบางประเทศนั้นมีมาตรฐานไม่เท่ากัน ซึ่งตรงนี้ไม่ได้เข้าข้าง Apple นะครับ แต่เท่าที่มีประสบการณ์และสอบถามมาจากหลายๆ ท่านนั้นพบว่า Apple มีมาตรฐานเรื่องบริการหลังการขายในส่วนของโน๊ตบุ๊คที่เกือบจะเท่ากันในทุกประเทศครับ(เว้นก็แต่ในส่วนของผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ช่วงหลังมานี้เริ่มมีการแยกมาตรฐานการให้บริการหลังการขายบางประเทศไม่เหมือนกันแล้วครับ)

Overall

Top 10 ultrabook-review 600 02

เมื่อเอาคะแนนของทุกๆ การทดสอบมารวมเข้าด้วยกันแล้ว Ultrabook ทั้ง 10 ตัวได้ถูกเลือกมา 3 ตัวตามตำแหน่งซึ่งมาพร้อมกับความคุ้มค่ามากที่สุดดังต่อไปนี้ครับ

Ultrabook ที่คุ้มค่าที่สุดและได้รับรางวัลเหรียญทองก็คือ

lenovo-yoga-900 600

Lenovo Yoga 900

Lenovo Yoga 900 นั้ันถือว่าเป็น Ultrabook ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพสูงและยังเป็นโน๊ตบุ๊คในรูปแบบ convertible ที่สามารถเปลี่ยนโหมดการใช้งานได้ถึง 5 รูปแบบ ดีไซน์ของตัวเครื่องนั้นค่อนข้างที่จะสวยงาม(ถึงแม้ว่าในบางส่วนและบางสื่อจะบอกว่ามันค่อนข้างจะมีดีไซน์ที่คล้ายคลึงกับ Surface Book อยู่ไม่น้อยก็ตาม) การเลือกใช้หน่วยประมวลผลรุ่นใหม่พร้อมหน่วยความจำขนาดใหญ่ถึง 16 GB ทำให้ Lenovo Yoga 900 สามารถรองรับกับอนาคตไปได้อีกค่อนข้างที่จะยาว พอร์ทการเชื่อมต่อต่างๆ ก็ให้มาครบครันถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากครับ

หมายเหตุ – รุ่นในเมืองไทยนั้นระบุเอาไว้ว่าแหล่งเก็บข้อมูลในรุ่นนี้จะเป็น NGFF และมาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 8 GB เท่านั้นซึ่งด้วยราคาเปิดตัวที่ 65,990 บาทนั้นผมเห็นว่าค่อนข้างจะแพงไปหน่อย ตามความเห็นส่วนตัวของผมแล้วหากท่านต้องการเครื่องที่สามารถเล่นเกมได้ด้วยในงบประมาณที่ถูกลงกว่านี้และไม่มีปัญหากับการพกพาเครื่องที่มีขนาดและน้ำหนักใหญ่ขึ้นนิดหน่อยขอแนะนำให้ดู Lenovo Yoga 700 ที่ใช้หน่วยประมวลผลรุ่นเดียวกัน มาพร้อมกับชิปกราฟิกแยกของ NVIDIA รุ่น GeForce 940M(พร้อมหน่วยความจำสำหรับกราฟิดชิป 2 GB) โดยหน้าจอจะมีขนาดอยู่ที่ 14 นิ้วแต่มีข้อเสียคือจากความละเอียดที่ QHD+ บน Lenovo Yoga 900 นั้นจะลดเหลือที่ Full HD เท่านั้นครับ(แต่ราคาก็ลดลงมากเหลือเพียงที่ 39,990 บาทเท่านั้น)

หมายเหตุ 2 – ประกันของทาง Lenovo นั้นจะเป็นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นแต่ระยะเวลาการรับประกันนั้นจะอยู่ที่ 2 ปีครับ

ตามมาด้วยเหรียญเงินคือ

Dell-XPS13-Skylake (15)

Dell XPS 13

สำหรับ Dell XPS 13 (9350) นั้นสามารถทำคะแนนได้ได้ในลำดับที่ 2 จากการที่มันมีดีไซน์สวยงามมากและน้ำหนักเบา นอกไปจากนั้นถึงแม้ว่าทาง Dell จะเลือกใช้หน่วยประมวลผล Core i5-6200U กับ Dell XPS 13 (9350) แต่ประสิทธิภาพที่ได้จากการทดสอบนั้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจาก Lenovo Yoga 900 ที่ใช้ Core i7-6500U มากเท่าไรนัก ข้อดีอีกอย่างของ Dell XPS 13 (9350) ก็คือดีไซน์ของส่วนหน้าจอที่เป็นแบบไร้ขอบหน้าจอ(ขอบหน้าจอบางมากทำให้มันดูหรูหราและมีระดับมากจริงๆ ครับ(ถึงจะบางและเบาแต่ด้วยการประกอบและเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมนั้นทำให้มันดูแข็งแรงมากครับ)

ส่วนเหรียญทองแดงนั้นคือ

apple-macbook-pro-13 600

Apple MacBook Pro 13

ถึงแม้จะเปิดตัวมานานแล้วแต่คงจะไม่มีใครปฎิเสธครับว่า Apple MacBook Pro 13 นั้นถือได้ว่าเป็น Ultrabook ที่ยังคงมีประสิทธิภาพที่ดีอยู่ เรื่องของดีไซน์และวัสดุการประกอบนั้นแน่นอนว่าด้วยชื่อของ Apple นั้นย่อมเชื่อใจได้อยู่แล้ว และการเลือกใช้วัสดุอลูมิเนียมนั้นก็ทำให้มันดูทนทาน(แต่ก็มากับข้อเสียที่มันมีน้ำหนักสูงมากเมื่อเทียบกับ Ultrabook รุ่นอื่นทั้งหมด)

ข้อเสียที่หลายๆ คนอาจจะเซ็งได้ก็คือการที่ Apple MacBook Pro 13 รุ่นเริ่มต้นนั้นมากับแหล่งเก็บข้อมูลความจุ 128 GB เท่านั้นซึ่งมันค่อนข้างที่จะน้อยแล้วกับการใช้งานในปัจจุบันนี้แถมการเปลี่ยนแหล่งเก็บข้อมูลเองนั้นก็ทำได้ยาก(และประกันหมดทันที) ส่วนจะเลือกรุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลที่มีความจุสูงขึ้นมาหน่อยราคานั้นก็ค่อนข้างจะกระโดดไปเยอะเช่นเดียวกัน

ข้อเสียอีกข้อ 2 ข้อของ Apple MacBook Pro 13 ก็คือการที่มันมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ OS X El Capitan ที่จะว่าไปแล้วในส่วนของซอฟต์แวร์ที่รองรับนั้นค่อนข้างมีน้อยแถมเรื่องของเกมนั้นคงไม่ต้องพูดถึงเมื่อนำเอาไปเทียบกับระบบปฎิบัติการ Windows บน Ultrabook รุ่นอื่นๆ(ถึงแม้จะสามารถทำการลงระบบปฎิบัติการ Windows เพื่อใช้งานบน MacBook ได้แต่ก็ไม่ดีเท่าของจริงใช่ไหมครับ) และอีกข้อเสียของมันก็คือการมาพร้อมกับพอร์ทการเชื่อมต่อที่เป็นตัวของตัวเองมากเกินไปอย่าง Thunderbolt 2 ซึ่งอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้ด้วยนั้นราคาค่อนข้างสูงมาก

ข้อดีที่ทำให้ Apple MacBook Pro 13 นั้นกลับมาอยู่ในอันดับที่ 3 ของการรีวิวจาก TopTenReviews ได้นั้นก็หนีไม่พ้นเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ถือว่าดีมากๆ เพราะมันสามารถใช้งานยาวนานได้ต่อเนื่องมากกว่า 12 ชั่วโมงครับ บวกด้วยบริการหลังการขายของ Apple ที่ได้ชื่อว่าดีมากๆ อยู่แล้วพร้อมกับการซื้อประกันเพิ่มได้อีก(ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อทำการซื้อในระดับที่ต้องคิดหนักพอควรเหมือนกันแต่ผมว่ามันก็ค่อนข้างคุ้มครับ)

ที่มา : TopTenReviews



© Copyright - Notebookspec.com All Rights