Home » 0. TOP content

จัดอันดับ Notebook เบาที่สุดไม่ถึง 1 กิโลกรัม จอ IPS 14″ ขอบบางเฉียบ ราคาเริ่ม 12,990 บาท คุ้มที่สุด !!!

23 Sep 19 - By l

Notebook บางเบาถือว่าเป็น Notebook ปี 2019 ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวก เบาสุดที่ ไม่ถึง 1 กิโลกรัม หรือไม่ถึง 1.5 กิโลหรัม โดยมาพร้อมกับสเปกที่แรงพอตัวด้วยชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด รวมไปถึงในส่วนของแรมก็ได้ขนาดที่เพียงพอต่อการใช้งาน และมาตรฐาน SSD ก็ได้ความจุที่ 256GB – 512GBทีเดียวโดยมีหน้าจอขนาด 14″ ขอบบางเฉียบ ทำให้เทียบเท่ากับรุ่นหน้าจอ 13.3″ แบบเหมือนก่อนที่ขอบจอหนาๆ ส่งผลให้พกพาได้สะดวก

สเปกชิปประมวลผลก็มีทั้ง AMD และ Intel รุ่นล่าสุด ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีเยี่ยม เพียงพอกับไลฟ์สไตล์แน่นอน มาพร้อม Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที เพื่อนๆ สามารถเลือกได้ตามการใช้งานเลย ซึ่งในบทความนี้แอดมินโป้งจะมาจัดอันดับ Notebook เบาที่สุดไม่ถึง 1 กิโลกรัม จอ 14″ ขอบบางเฉียบ ราคาเริ่ม 12,990 บาท คุ้มที่สุดในตลาดช่วงเดือนกันยายน 2019 โดยมี 5 รุ่นดังต่อไปนี้

Acer Swift 1 SF114-32-P3PG ราคา 12,990 บาท

Acer Swift 1 เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นอลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดีที่ทั้งตัวเครื่องให้ความบางเบาแต่แข็งแรง เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง Acer ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง แถมยังทำงานแบบไร้พัดลมด้วย ขอบหน้าจอบางเพียง 6.3 ม.ม. หน้าจอพาเนล IPS สีสันสวยงามสมจริง ให้อารมณ์เดียวกับโน้ตบุ๊คระดับไฮเอนด์ทีเดียว สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 16 – 17 ชั่วโมงต่อเนื่อง

Acer Swift 1 แบ่งออกเป็น 4 สีด้วยกัน อาทิ Sparkly Silver, Luxury Gold, Aqua Green, Sakura Ping สเปกเป็นชิปประมวลผลที่ใช้เป็น Intel Pentium Silver N5000 ทำงานที่ความเร็วพื้นฐาน 1.10 GHz ซึ่งเร่งไปได้ถึง 2.70GHz แบบ 4 คอร์ 4 เธร์ด ชิปกราฟิกการ์ดภายในเป็น Intel UHD Graphics 605โดยเป็นรุ่นประหยัดพลังงานพิเศษ ทำให้กินไฟต่ำใช้งานได้ยาวนาน ส่งผลให้ไม่จำเป็นต้องมีพัดลมระบายความร้อน ซึ่งแม้ว่าจะมีประสิทธิภาพความแรงไม่มากนัก แต่ก็พอเพียงสำหรับการใช้งานทั่วไปอย่าง พิมพ์เอกสารหรือเล่นอินเตอร์เน็ต

หน้าจอขนาด 14 นิ้ว บนความละเอียดมาตรฐาน 1920 x 1080 พิกเซล Full HD ซึ่งเป็นแบบหน้าจอด้าน พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี แรมภายในเครื่องมีมาให้ขนาด 4GB แบบ DDR4 ส่วนฮาร์ดดิสก์แบบ SSD มีความจุ 256GB ซึ่งรองรับการใช้งานได้อย่างสบายๆ นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อครบครันด้วยพอร์ตต่างๆ อาทิ USB 2.0, USB 3.0, USB 3.1 Type-C, HDMI, Card Reader, Wi-Fi และ Bluetooth แน่นอนว่ายังมีกล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล ที่สำคัญยังติดตั้งระบบสแกนลายนิ้วมือให้ด้วย สนนราคาของ Acer Swift 1 เพียง 12,990 บาท พร้อมการรับประกันถึง 2 ปีเต็มอีกด้วย (ทั่วโลก 1 ปี)

ASUS Zenbook Flip UM462DA ราคา 19,990 บาท

ASUS ZenBook Flip 14 UM462DA จัดเป็น 2-in-1 Notebook ที่ครบเครื่อง มีความคุ้มค่าที่สุด โดยมีน้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัม ทำให้ ASUS ZenBook Flip 14 UM462DA สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการที่สุดของโน้ตบุ๊คในเกรดระดับสูง หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ที่สำคัญคือได้ภาพลักษณ์จากการที่เป็น ZenBook และสีสัน Metallic Light Grey ที่ส่งเสริมภาพลักษณ์พรีเมียมเข้าไปอีกขั้น

ASUS ZenBook Flip 14 UM462DA ใช้ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดตัวอย่างประพลังงานอย่าง AMD Ryzen 5 3500U (2.1 – 3.7 GHz) ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread โดยมี APU หรือการ์ดจอบนชิปเป็น Radeon VEGA 8 ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ พร้อมแรมขนาด 8 GB DDR4 หน่วยความจำสำรองเลือกใช้ SSD m.2 ความจุ 512 GB PCIe NVMe ที่ทำให้ทุกๆ การใช้งานลื่นไหลอย่างแน่นอน

หน้าจอจะเป็นแบบมัลติทัชขนาด 14″ แบบกระจก มีขอบที่บางมากเพียง 4.37 มิลลิเมตร ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS การแสดงผลของสีเป็นแบบใกล้เคียง 100% sRGB รองรับสัมผัสมัลติทัชและปากกา Stylus รองรับแรงกดได้หลายระดับ มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ที่สำคัญมีกล้องอินฟราเรด IR 3D Camera ที่สามารถใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อปลดล็อคตัวเครื่องได้อีกด้วยตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit สีขาวมาให้ด้วย ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเฉียบ พร้อมพับปรับได้ 360 องศา พร้อมบันเดิลปากกา Stylus อย่าง ASUS Active Pen มาให้เลยในกล่องเลย

พอร์ตการเชื่อมต่อมีมาตามนี้คือ 1 x USB 2.0 Type-A, 1 x USB 3.1 Type-A, USB 3.1 Type-C, Kensington Lock, Micro SD Card Reader และ Headset 3.5 mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 4.2 และ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ในตัว ประกัน 2 ปีเต็มตามมาตรฐาน ASUS พร้อมประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรกอีกด้วย โดดเด่นด้วยการเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้

MSI PS42 Modern 8MO-291THA ราคา 21,900 บาท

MSI Prestige PS42 8RA เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานประสิทธิภาพดีเยี่ยม ที่มีความบางเบาเป็นพิเศษดีไซน์การออกแบบโดยรวมจัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14″ ที่มีความเล็กกระชับมากๆ ขอบจอบางเฉียบ วัสดุเป็นอลูมิเนียมสีเงินตลอดทั้งตัวให้ ซึ่งให้ทั้งความหรูหราและแข็งแรงทนทาน นับว่าทาง MSI ทำได้ดีไม่แพ้ในส่วนของ Gaming Notebook ของตนเองเลย โดยมีความบางเพียง 15.9 มม. และน้ำหนักที่เบาเพียง 1.19 กิโลกรัม รูปแบบ Ultrabook เรียกได้ว่าถือมือเดียวได้สบายๆ พกพาไปใช้งานนอกบ้านได้อย่างสะดวก

MSI Prestige PS42 ใช้เทคโนโลยีการระบายความร้อน Cooler Boost แบบพัดลม 2 ตัวอยู่ทางด้านหลังและด้านข้างของตัวเครื่อง เป่าไล่ลมร้อนผ่านชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนระหว่างชิปประมวลผล (พัดลม 1 ตัว) และกราฟิกการ์ด (พัดลม 1 ตัว) ด้วย Heat Pipes รวมกันถึง 3 เส้น  ในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม รวมถึงมีมีฟีเจอร์อย่างสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ติดตั้งไว้มุมขวาบนของทัชแพดไว้ให้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อที่จะเข้าใช้งานตัวเครื่องเพื่อความปลอดภัยแบบไม่ต้องใส่รหัสไปมาทุกครั้งอีกด้วย

สเปกภายในของตัว MSI Prestige PS42 ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว บางเฉียบเพียง 5.7 มิลลิเมตรเท่านั้น ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริงที่ 92% sRGB มุมมองกว้าง ด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-8265U ความเร็ว 1.6GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 3.9GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด การ์ดจออนบอร์ดเป็น UHD 620 ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงจากการทดสอบใช้งานจริง

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 Bus 2666 MHz ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน สำหรับฮาร์ดดิสก์ความเร็วสูงแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wireless AC และ Bluetooth 5.0 ด้วย ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ติดตั้งไว้ใต้หน้าจอ เพราะขอบจอบางมากๆ รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้มาใช้งานได้ทันทีในการเปิดเครื่องครั้งแรก สนนราคา MSI Prestige PS42 อยู่ที่ 21,900 บาท มาพร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI

ASUS ZenBook 14 UM431DA ราคา ราคา 24,990 บาท

ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่เน้นเป็นสุดยอดโน้ตบุ๊คที่หรูหราบางเบา แต่ก็ยังมาพร้อมความคุ้มค่าทำให้ ASUS ZenBook 14 UM431D มีความบางเบาที่สุด โดยบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักแค่ 1.4 กิโลกรัม ทำให้ ASUS ZenBook 14 UM431D สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการที่สุดของโน้ตบุ๊คในเกรดระดับสูง หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ที่สำคัญคือได้ภาพลักษณ์ด้วย

โดย ASUS ZenBook 14 UM431D วัสดุหลักเป็นอลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่าง Utopia Blue สีน้ำเงินอ่อนแซมด้วยทอง เพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบ Diamond-cut รวมไปถึงด้านในอย่างตัวอักษรคีย์บอร์ด เพื่อให้ ASUS ZenBook 14 UM431D มีความโดดเด่นขึ้นมาอีกขั้น ดูแล้วมีความเหนือชั้นกว่า โน้ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ กับราคาก็ไม่แพงด้วยจากการที่สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 3700U แต่ก็ยังให้ประสิทธิภาพที่ดีอยู่

ASUS ZenBook 14 UM431D มีราคากลางอยู่ที่ 24,990 บาท ใช้ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดตัวอย่างประพลังงานอย่าง AMD Ryzen 7 3700U (2.3 – 4.0 GHz) ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread โดยมี APU หรือการ์ดจอบนชิปเป็น Radeon VEGA 10 ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ พร้อมแรมขนาด 8 GB DDR4 หน่วยความจำสำรองเลือกใช้ SSD m.2 ความจุ 512 GB PCIe NVMe ที่ทำให้ทุกๆ การใช้งานลื่นไหลอย่างแน่นอน

ส่วนหน้าจอจะเป็นแบบมัลติทัชขนาด 14″ แบบด้าน พาเนลจอเป็น IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD) มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ที่สำคัญมีสแกนลายนิ้วมือ Finger Print ที่สามารถใช้งานร่วมกับ Windows Hello เพื่อปลดล็อคตัวเครื่องได้อีกด้วยตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit สีขาวมาให้ด้วย ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเฉียบ และมีน้ำหนักเบาเพียง 1.4 กิโลกรัมเท่านั้น

พอร์ตการเชื่อมต่อมีมาตามนี้คือ 1 x USB 2.0 Type-A, 1 x USB 3.1 Type-A, USB 3.1 Type-C, Kensington Lock, SD Card Reader และ Headset 3.5 mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ในตัว ประกัน 2 ปีเต็มตามมาตรฐาน ASUS พร้อมประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรกอีกด้วย โดดเด่นด้วยการเคลมผ่านทางร้าน 7-11 ได้

Acer Swift 5-SF514-53T-553P ราคา ราคา 27,990 บาท

Acer Swift 5 เป็นโน้ตบุ๊คที่เบามากๆ โดยมีน้ำหนักแค่ 970 กรัมออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบโน้ตบุ๊กรูปทรงกะทัดรัด พกพาง่าย ทำจากวัสดุที่แข็งแกร่งทนทาน เรียกได้ว่าถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ที่เบาที่สุดในตลาดประเทศไทย บางเฉียบเพียง 14.58 มิลลิเมตร ขอบหน้าจอก็บางเฉียบเพียง 5.87 มิลลิเมตร ทำให้มิติตัวเครื่องโดยรวมเทียบเท่ากับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ แบบรุ่นก่อนๆ ได้เลย แต่ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐานโน้ตบุ๊คพกพาอยู่ดี

บ่งบอกถึงสไตล์ผู้ใช้งานด้วยตัวเครื่อง Acer Swift 5 มีน้ำหนักน้อยกว่า 1 กิโลกรัม แน่นอนว่าง่ายต่อการพกพา อีกทั้ง Acer Swift 5 ยังผลิตจากวัสดุอุปกรณ์ที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น ตัวฐาน บริเวณที่วางมือ และฝาครอบทำจากอะลูมิเมียนผสมแม็กนีเซียมอัลลอยด์ให้น้ำหนักเบาเป็นพิเศษแต่ก็ยังแข็งแรงและทนทาน กับสีสัน Pure Silver และ Charcoal Blue ให้เลือกซื้อ

สเปกของ Acer Swift 5 SF515 เป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-8265U ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด แรม 8GB การ์ดจอเป็นออนบอร์ด UHD 620 ตัวแรง พอเล่นเกมออนไลน์ 3 มิติได้ พร้อมฮาร์ดดสก์แบบ SSD ความจุ 512 GB หน้าจอ 14″ ความละเอียด Full HD พาเนล IPS และระบบสัมผัสทัชสกรีน ได้มาตรฐาน sRGB ที่ 95% ที่สำคัญได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 พร้อมใช้งาน เรียกได้ว่าสเปกนั้นใช้งานทั่วไปได้อย่างลื่นไหลไร้สะดุดแน่นอน จากชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดตัวแรง ที่ตอบสนองในทุกๆ การใช้งานทั่วไป หรือใช้งานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอก็พอรองรับได้ ประกันจะเป็นแบบ 3 ปี (On-site ปีแรก) ซ่อมฟรีถึงบ้านด้วย

แบตเตอรี่ของ Acer Swift 5 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายรุ่น โดยสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 8 – 9 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร ส่วนช่องระบายความร้อนของ Acer Swift 5 จะอยู่ด้านบนของฐานเครื่องบริเวณขาพับจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอลูมิเนียมของจอ ถึงพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

เชื่อว่าน่าจะมีถูกใจซักรุ่นจากการจัดอันดับของ Notebook จำนวน 5 รุ่นนี้นะครับ สำหรับใครอยากสอบถามเพิ่มก็บอกกันในบทความนี้ได้เลยยย



© Copyright - Notebookspec.com All Rights