Home » Special Story

[WWDC 2016] รวม 13 สิ่งที่ยิ่งใหญ่ของ Apple ที่ได้มีการประกาศภายในงาน กับ MacOS, iOS 10, WatchOS 3

16 Jun 16 - By l

เปิดตัวไปแล้วอย่างเป็นทางการกับอีกหนึ่งงานเทคโนโลยีที่หลายๆ คนเฝ้ารอคอยของทาง Apple โดยในวันนี้นั้นทาง NotebookSPEC เราก็มีสรุปรวบยอด 13 สิ่งที่ยิ่งใหญ่จากงานวันเปิดตัววันแรกของ WWDC 2016 รวบรวมมาให้เพื่อนๆ ได้รู้กันในบทความเดียวจบว่าจนกว่าจะจบงาน WWDC 2016 นี้ไปและอนาคตของ Apple จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นมาให้ทุกท่านได้พิจารณากันครับ ว่าแล้วก็ไปดูกันดีกว่าครับว่า 13 สิ่งใหญ่ๆ ที่ได้รับการพูดเปิดตัวเบื้องต้นในงาน WWDC 2016 วันแรกจะมีอะไรและน่าสนใจขนาดไหนกันบ้าง

apple-wwdc-2016-600 01

1. macOS ระบบปฎิบัติการสำหรับเครื่อง Mac รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์เด่นอย่างผู้ช่วยดิจิทัล Siri

Siri on Mac 600 11

อย่างแรกที่ถือได้ว่าเป็นเรื่่องที่เด็ดที่สุดในงาน WWDC 2016 นี้(แต่ก็ไม่ได้เกินไปจากความคาดหมายก่อนหน้านี้ของสื่อ) นั่นก็คือการเปลี่ยนชื่อของระบบปฎิบัติการสำหรับ Mac อย่าง OS X ที่ใช้มายาวนานถึง 15 ปีให้กลายเป็น macOS เพื่อที่จะสื่อถึงการรวมเป็นหนึ่งเดียวกันของอุปกรณ์จากทาง Apple ที่สามารถจะทำการเชื่อมต่อสั่งการข้ามไปมาระหว่างกันได้ไม่ว่าจะเป็น iOS, tvOS หรือ watchOS ผ่านทาง iCloud ครับ(คุ้นๆ ไหมครับว่ากลยุทธ์แบบนี้เคยได้ยินมาจากที่ไหน ไม่ต้องตกใจถ้าคุณจะพบว่ามันเป็นกลยุทธ์ที่ Microsoft และ Google ใช้มาก่อนหน้านี้แล้วครับ)

Siri on Mac 600 01

นอกจากการเปลี่ยนชื่อระบบปฎิบัติการแล้ว บน macOS รุ่นใหม่นี้ยังจะมาพร้อมกับฟีเจอร์อีกมากมาย(ซึ่งจะได้รับการเปิดเผยต่อไป) โดยฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือการมาถึงของผู้ช่วยดิจิทัลอย่าง Siri ที่ทาง Apple ได้บอกเอาไว้ว่าได้ทำการผนวกเข้ากับแกนหลักของระบบปฎิบัติการเลยทำให้ Siri บน Mac นั้นมีความสามารถที่ค่อนข้างจะมากกว่า Siri บนระบบปฎิบัติการของอุปกรณ์อื่นๆ อยู่พอสมควรครับ

2. Apple Pay เตรียมเปิดใช้งานบนเว็บไซต์ได้แล้วในเร็วๆ นี้

apple-wwdc-2016-600 02

สำหรับคนไทยแล้วฟีเจอร์ใหม่นี้อาจจะไม่ค่อยน่าสนใจมากเท่าไรนัก แต่สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศ US, UK, Canada, Australia และ Singapore(จากนั้นจะตามมาด้วย Switzerland, France และ Hong Kong) น่าจะเป็นฟีเจอร์ที่น่าใช้งานมากเลยทีเดียวครับกับการใช้งาน Apple Pay เพื่อการจ่ายเงินออนไลน์ผ่านเว็ยไซต์ต่างๆ(ผ่านทางเบราว์เซอร์ Safari) ได้แล้ว โดยหลักการทำงานนั้นก็ง่ายๆ ครับไม่มีอะไรยากเลยเพราะตัวเครื่อง Mac ที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ macOS ใหม่นั้นจะสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่สามารถใช้ Apple Pay ได้(เช่น iPhone ที่มี TouchID หรือ Apple Watch) แล้วก็ใช้การระบุตัวตนผ่านทางอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้นเพื่อทำการจ่ายเงินนี่แหละครับ

3. Apple Watch จะใช้งานได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิมและมีฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาเพียบ

apple-wwdc-2016-600 03

ถึงจะไม่มี Apple Watch เวอร์ชันใหม่ออกมาเปิดตัวในงาน WWDC 2016 นี้ ทว่าด้วยการเปิดตัวของ watchOS 3 ที่เรียกได้ว่าน่าจะได่รับการอัพเดทแบบยกเครื่องมาใหม่ทั้งหมดนั้นน่าจะทำให้ใครหลายๆ คนชอบใจได้ครับ เรื่องแรกสุดเลยที่น่าดีใจมากๆ ก็คือมันมาพร้อมกับการอัพเกรดตัวระบบให้สามารถที่จะทำการรันแอปพลิเคชันต่างๆ ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมได้ถึง 7 เท่าตัวเมื่อเทียบกับระบบปฎิบัติการ watchOS รุ่นก่อนหน้านี้(เนื่องจากว่าใน watchOS 3 นั้นได้ทำการเปลี่ยนรูปแบบการรันแอปพลิเคชันใหม่ให้อยู่ในลักษณะรันอยู่ที่พื้นหลังถึงแม้ว่าเราจะเปลี่ยนแอปพลิเคชันไปใช้แอปอื่นแล้วมันก็จะยังไม่ปิดตัวเองไปทันทีถ้าหน่วยความจำบน Apple Watch ยังคงเหลืออยู่ครับ)

apple-watch with new band and new low price 600 01

นอกไปจากนั้นแล้ว watchOS 3 ยังมาพร้อมกับวิธีการควบคุมการทำงานแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนให้ปุ่มทางด้านข้างของตัวเครื่องสามารถที่จะใช้เพื่อทำการเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า “dock” ซึ่งเจ้า “dock” นี่แหละครับมันจะทำให้ผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมการทำงานเพื่อเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ได้ง่ายขึ้นด้วยการเลื่อนไปมาระหว่างแอป แถมด้วยฟีเจอร์จาก iPhone ที่เมื่อผู้ใช้ทำการลากหน้าจอขึ้นจากด้านล่างไปข้างบนแล้วก็จะทำให้ผู้ใช้สามารถที่จะเข้าถึงการเลือกโหมด airplane mode หรือ Do Not Disturb ได้อย่างรวดเร็วทันใจกว่าเดิมครับ

apple-wwdc-2016-600 04

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจก็คือฟีเจอร์คีย์บอร์ดรูปแบบใหม่ที่มีชื่อว่า “Scribble” โดยเจ้า “Scribble” จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถตอบโต้กับข้อความต่างๆ บน Apple Watch ได้ง่ายดายกว่าเดิมแทนที่จะต้องใช้วิธีการพิมพ์หรือการสั่งการด้วยเสียงแบบคัดตามคำพูด(ที่ถ้าไม่ใช่เจ้าของภาษาก็อาจจะเจอกับปัญหาสุดหินเข้าให้เหมือนกัน) ด้วยการเปลี่ยนมาเป็นการวาดตัวอักษรต่างๆ บนหน้าจอของ Apple Watch แทนแล้ว watchOS 3 ก็จะแปลงสิ่งที่วาดนั้นให้กลายเป็นตัวอักษรเพื่อทำการตอบสนองต่อข้อความนั้นๆ อีกทีหนึ่งครับ

หมายเหตุ – ณ ตอนนี้คีย์บอร์ดแบบ “Scribble” ยังรองรับการใช้งานแค่ภาษาอังกฤษและภาษาจีนเท่านั้นapple-wwdc-2016-600 05

สำหรับอีกหนึ่งฟีเจอร์ใหญ่ๆ สุดท้ายที่น่าสนใจบน watchOS 3 ก็คือ ณ ตอนนี้นั้น watchOS 3 ได้มาพร้อมกับฟีเจอร์การแจ้งขอความช่วยเหลือโดยอัตโนมัติแล้วเพียงแค่คุณกดปุ่มด้านข้างค้างไว้เป็นระยะเวลาหนึ่งและทำการโทรไปยัง 911 ตัวระบบ watchOS 3 จะทำการส่งสถานที่ ณ เวลานั้นของคุณไปยังหน่วยช่วยเหลือพร้อมกันนั้นก็จะยังส่งข้อมูลทางด้านสุขภาพของคุณไปยังศูนย์ช่วยเหลือเพื่อที่จะได้ทำให้ทีมรักษาพยาบาลสามารถประเมินอาการและทำการรักษาคุณได้อย่างทันท่วงทีครับ

หมายเหตุ – นอกนั้นยังมีการเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่เกี่ยวกับด้านสุขภาพอย่าง “Breathe” ที่จะช่วยให้คุณสามารถแชร์กิจกรรมทางด้านสุขภาพและกิจกรรมการออกกำลังกายต่างๆ กับเพื่อนๆ ของคุณได้อีกด้วยครับ

4. iOS 10 ที่มาพร้อมความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่

apple-wwdc-2016-600 06

Craig Federighi ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของทาง Apple ได้ออกมากล่าวครับว่าการเปลี่ยนแปลงใน iOS ครั้งนี้นั้นถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็น Music และ Maps ที่ได้รับการดีไซน์ใหม่แบบยกเครื่อง, การแจ้งเตือนแบบใหม่และการขยายบทบาทการใช้งาน 3D Touch ที่โดนคนบ่นว่าไม่ค่อยจะมีประโยชน์มากเท่าไรบน iOS 9 ด้วยการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า “raise and wake” ซึ่งจะทำให้หน้า lockscreen เปิดขึ้นมาให้คุณเตรียมสำหรับใช้งานทันทีเมื่อมีการยกเครื่องขึ้นมา ฯลฯ

5. Apple News ดีไซน์ใหม่รองรับการสมัครรับข้อมูลเฉพาะที่ต้องการ

apple-wwdc-2016-600 08

ทาง Apple ได้ออกมาประกาศว่า ณ ตอนนี้นั้่น Apple News ได้มีการรับข่าวจากสื่อกว่า 2000 สำนักมาตีพิมพ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วและในแต่ละเดือนนั้นยังมีผู้อ่านข่าวผ่าน Apple News มากกว่า 60 ล้านคนอีกด้วย ดังนั้น Apple จึงให้ความสำคัญกับ Apple News ที่มีอัตราการเติบโตของการใช้งานมากเป็นพิเศษด้วยการปรับดีไซน์รูปแบบใหม่ทั้งหมดในแต่ละส่วนไม่ว่าจะเป็น Top News, Trending และ Sports

ที่เด็ดที่สุดคงหนีไม่พ้นการเพิ่มความฉลาดของตัว Apple News ด้วยการจดจำว่าคุณชอบอ่านข่าวประเภทใดบ้างและทำการแยกส่วนสำหรับแสดงข่าวที่เชื่อว่าคุณจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษเฉพาะออกมาต่างหากทำให้คุณสามารถที่จะอ่านข่าวตามความสนใจของคุณได้ทันทีผ่านทางหน้าจอส่วนแยกเดียวไม่ต้องกดไปมาหลายรอบ นี่ยังไม่รวมไปถึงการแจ้งเตือนเมื่อมีข่าวใหม่ๆ ที่คุณสนใจรวมไปถึงฟีเจอร์ที่ตอนนี้คุณสามารถกำหนดให้แสดงผลข่าวบนหน้าจอ lockscreen ได้แล้วด้วยครับ

6. Apple Music ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งหมดให้คุณสามารถเข้าถึงเพลงในแบบที่ต้องการได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

apple-wwdc-2016-600 07

ช่วงแรกของการเปิดบริการ Apple Music นั้นดูเหมือนว่าบริการนี้จะได้เสียงตอบรับไม่ค่อยดีมากสักเท่าไร ซึ่งทาง Apple เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ทำการใช้เวลากว่าปีเก็บเกี่ยวประสบการณ์และเสียงตอบกลับของผู้ใช้งานเพื่อทำการปรับปรุง Apple Music นี้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ Apple Music ที่เปลี่ยนไปจนเหมือนกับเป็นคนละแอปพลิเคชันไปเลย แถมยังมีการเพิ่มส่วนของการใช้งานใหม่ลงไปอีกอย่าง “discovery mix” ที่ทาง Apple ได้ร่วมกับ Spotify เพื่อที่จะนำเข้ารายการเพลงที่คุณฟังบ่อยๆ บน Spotify มายัง Apple Music ได้อย่างง่ายดาย อีกฟีเจอร์หนึ่งที่ผู้ใช้ที่ชอบฟังเพลงเพื่อฝึกภาษาน่าจะชอบมากๆ เลยก็คือตอนนี้ Apple Music สามารถที่จะโชว์เนื้อเพลงของเพลงที่คุณกำลังฟังอยู่ไปด้วยได้แล้วครับ

7. Maps ถูกดีไซน์ใหม่ทั้งหมดโดยคำนึงถึงเรื่องของการใช้งานเพื่อนำทางมากขึ้นกว่าเดิม

apple-wwdc-2016-600 09

Maps เป็นอีกแอปพลิเคชันหนึ่งที่ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ให้สามารถใช้งานได้ง่ายกว่าเดิม โดยในครั้งนี้นั้นการดีไซน์ทั้งหมดถูกทำขึ้นภาพใต้การคำนึงถึงเรื่องการใช้งานเพื่อนำทางเป็นหลักและมีการเพิ่มเส้นทางที่มากขึ้นกว่าเดิม นอกไปจากนั้นแล้วผู้ใช้ยังสามารถที่จะทำการจองร้านอาหารที่อยู่บนเส้นทางและทำการจ่ายเงินผ่าน Apple Pay เพื่อเป็นค่าอาหารได้เลยทันทีโดยไม่ต้องไปให้ถึงร้านก่อนก็ได้ด้วย

จุดเด่นที่เหนือกว่าเดิมมากๆ ก็คือการดีไซน์ที่ถูกคำนึงเรื่องของการใช้งาน Maps ผ่านทาง CarPlay ซึ่งตรงนี้นั้นผู้ใช้งานจะสามารถมองเห็นการจราจรตลอดแนวของทางที่ได้ทำการเลือกนำทางไว้ว่ารถติดหรือไม่อย่างไรพร้อมทั้งยังสามารถที่จะสั่งการให้ Maps ปรับเปลี่ยนเส้นทางให้เกิดความเหมาะสมกับความต้องการแบบทันทีทันใดเพื่อการย่นเวลาในการไปถึงที่หมายได้เร็วกว่าเดิมด้วยครับ

8. แอปพลิเคชัน Messages เจ๋งกว่าเดิม

 apple-wwdc-2016-600 10

iMessage ถูกปรับโฉมใหม่ให้เก๋ เท่ห์และเจ๋งมากกว่าเดิม(แต่ในความคิดผมแล้วนั้นก็ยังคงตามหลังแอปพลิเคชันลักษณะคล้ายๆ กันอยู่) ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเพิ่ม emoji สำหรับการแสดงผลที่ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม การสุ่มหา emoji ด้วยคำเฉพาะ ผู้ใช้สามารถที่จะทำการแชร์หลายๆ อย่างให้กันผ่าน Message ได้แล้วไม่ว่าจะเป็นการแชร์เพลงจาก Apple Music, การแชร์ข้อความจากแอปพลิเคชัน Notes รวมไปถึง Message ยังรองรับการเขียนด้วยลายมือแล้วครับ

บน Message เวอร์ชันใหม่นี้นั้นผู้ใช้สามารถที่จะส่งกลุ่มรูปภาพที่เป็น animated effects ไปยังผู้ใช้รายอื่นๆ ได้(ซึ่งแอปพลิเคชันอื่นมีมานานแล้ว) แต่ที่เด็ดจริงๆ คงหนีไม่พ้น Invisible ink! หรือฟีเจอร์การซ่อนข้อความที่ถูกส่งไปและจะแสดงก็ต่อเมื่อผู้ใช้ที่ได้รับข้อความดังกล่าวได้ทำการลากเพื่อดูเท่านั้น(ทว่าตรงจุดนี้ยังไม่แน่ชัดว่า Invisible ink! นั้นจะมีรูปแบบของการลากเพื่อแสดงเฉพาะตัวเพื่อใช้เป็นการซ่อนข้อความเฉพาะเลยหรือไม่ครับ)

9. Photos แอปพลิเคชันจัดการรูปภาพที่หนึ่งเดียวจบ

apple-wwdc-2016-600 11

แอปพลิเคชัน Photos ของทาง Apple ในตอนนี้ก็ได้รับการปรับปรุงด้วยเช่นเดียวกันโดยมันสามารถที่จะช่วยให้คุณทำการจัดการและจัดระเบียบรูปภาพให้เข้าตามกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดตามสถานที่ถ่าย, วันที่ถ่าย, รูปของบุคลคลแบบอัตโนมัติ(ด้วยฟีเจอร์การจดจำหน้าตา) ฯลฯ คุณสามารถที่จะใส่ข้อความเพื่อเพิ่มเรื่องราวต่างๆ ไปยังรูปภาพของคุณได้(ซึ่งตรงนี้นั้นยังหมายรวมไปถึงเพลงที่เอาไว้ใช้แสดงความรู้สึกของรูปภาพนั้นๆ ด้วย) เอาเป็นว่าหากจะพูดกันตามตรงแล้ว Photos ของทาง Apple นั้นเริ่มมีฟีเจอร์เข้าใกล้ Google Photos ไปทุกทีแล้วหล่ะครับ

10. iOS 10 จะมาพร้อมกับฟีเจอร์การเปลี่ยน Voicemail ให้กลายเป็นตัวอักษร

apple-wwdc-2016-600 12

ลืมแอปพลิเคชัน Whocall ไปได้เลยครับเพราะบน iOS 10 นั้นคุณจะสามารถทำการจัดการกับเบอร์โทรเข้าที่ไม่ได้การได้เรียบร้อยด้วยตัวเองแล้ว(เป็น API ที่จะคอยเตือนคุณว่าเบอร์ที่โทรเข้าเป็น spam call หรือไม่คล้ายๆ กับการทำงานของแอปพลิเคชัน Whocall) แต่ส่วนที่เด็ดนั้นไม่ได้อยู่ที่การจัดการดังกล่าวครับทว่า iOS 10 จะสามารถทำการฟัง voicemail ที่ทางผู้โทรโทรมาหาคุณแล้วคุณไม่ได้รับแล้วฝากเอาไว้แปลงให้กลายมาเป็นข้อความสำหรับการแสดงผลบนหน้าจอ แน่นอนว่าเรื่องนี้จะทำให้คุณได้รับความสะดวกมากขึ้นหากคุณเข้าประชุมและไม่ว่างรับสายแต่คุณก็ยังสามารถที่จะดูได้ว่าข้อความที่ถูกฝากเอาไว้คือข้อความอะไรครับ

11. tvOS กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

apple-wwdc-2016-600 13

ทาง Apple ได้บอกเอาไว้ครับว่าในเวลาไม่ถึง 1 ปีได้ดีนั้น tvOS ที่ถูกใช้งานบน Apple TV นั้นเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมากโดย ณ เวลานี้นั้นมันมีช่องสำหรับการดูวีดีโอมากกว่า 1,300 ช่องแล้วและก็ยังมีแอปพลิเคชันที่รองรับ tvOS โดยเฉพาะมากถึง 6,000 แอป แถม Siri บน tvOS เองก็จะมาพร้อมกับฉลาดมากกว่าเดิมในการค้นหาวีดีโอหรือภาพยนตร์ที่คุณต้องการเรียกได้ว่าการสั่งการ Siri ด้วยเสียงผ่านไปยัง tvOS นั้นจะทำให้คุณไม่ต้องใช้รีโมทเพื่อการควบคุมอีกต่อไป(ถ้าคุณสำเนียงดีมากพอนะครับ)

หมายเหตุ – ที่น่ายินดีที่สุดสำหรับผู้ที่ดูคลิปผ่าน YouTube เป็นหลักเลยก็คือ Siri สามารถที่จะทำการค้นหาวีดีโอคลิปผ่านทาง YouTube ให้คุณได้แล้วหล่ะครับ

หมายเหตุ 2 – Apple ได้ทำการเปิดตัวชุดเครื่องมือช่วยเหลือสำหรับนักพัฒนาที่สนใจจะพัฒนาแอปพลิเคชันลง tvOS ใหม่ถึง 2 ชุดด้วยกันคือ ReplayKit ซึ่งชุดนี้นั้นจะถูกใช้ในส่วนของการถ่ายถอดการเล่นเกมหรือบันทึกไว้เพื่อดูภายหลัง กับ HomeKit ที่จะช่วยให้ tvOS กลายเป็นอุปกรณ์สำหรับการควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะอื่นๆ ในบ้านของคุณทั้งหมดครับ

12. นักพัฒนาแอปพลิเคชันจะสามารถเข้าถึง Siri ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

เรื่องนี้น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับนักพัฒนาแอปพลิเคชันครับเนื่องจากว่าทาง Apple จะเปิดเผย API ของ Siri ให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันได้สามารถนำไปใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันของตัวเองได้แล้ว ตัวอย่างประโยชน์ของแอปพลิเคชันที่ถ้าหากนักพัฒนานำเอา Siri ไปผนวกเข้ากับแอปพลิเคชันของตัวเองก็อย่างเช่นผู้ใช้สามารถสั่ง Siri ให้ทำการจองรถผ่านทาง Uber ให้ได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจออีกต่อไปเป็นต้นครับ

13. การทำนายคำที่พิมพ์ถูกทำให้มีความอัจฉริยะมากขึ้นกว่าเดิม

QuickType เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้ Siri นั้นฉลาดมากขึ้นกว่าเดิมในการรับข้อมูลจากการพิมพ์โดยใช้หลักการ deep learning ครับ โดย QuickType นั้นจะช่วยให้ Siri สามารถที่จะทำนายคำ, เรียนรู้คำ ฯลฯ เพื่อการใช้งานในอนาคตได้มากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับทางผู้พัฒนาหล่ะครับว่าจะหยิบความสามารถตรงจุดนี้ไปใช้หรือ ข้อดีของ QuickType ที่ต่างจากทาง Google ก็คือระบบของ QuickType นั้นจะเก็บข้อมูลทั้งหมดจากผู้ใช้หลายๆ คนขึ้นไปสู่ระบบ cloud เพื่อการประมวลผลให้ฉลาดมากยิ่งขึ้นไปอีกแต่ทว่า Google นั้นจะไม่เก็บข้อมูลขึ้น cloud ไปครับ

สรุป

WWDC-2016-official-logo-600

ดูๆ ไปแล้วนั้นส่วนใหญ่การอัพเกรดต่างๆ ที่มีการเปิดตัวออกมานั้นจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ใช้อย่างเราท่านๆ มากเท่าไรนักแต่จะไปเกี่ยวเนื่องกับนักพัฒนามากกว่า(ตามชื่องานหล่ะครับ) ซึ่งอย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นหากมองเจาะลึกไปที่แต่ละระบบปฎิบัติการนั้นจะเห็นได้ว่ามีการเพิ่มเติมอะไรเข้ามาแค่เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแบบยิ่งใหญ่แบบเห็นได้ชัดเจนอย่างไร

ทว่าเมื่อเอาทุกสิ่งทุกอย่างมารวมเข้าด้วยกันแล้วนั้นจะเห็นได้ชัดเจนเลยครับว่า Apple กำลังมีความพยายามที่จะสร้าง ecosystem ของทาง Apple เองอยู่และความสามารถต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาในแต่ละระบบปฎิบัติการแย่างละเล็กละน้อยนั้นก็สามารถที่จะช่วยในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี งานนี้หากเรามองกันแบบตรงๆ แล้วนั้นไม่ว่า Microsoft และ Google หรือแม้แต่กระทั่งบริษัทในประเทศจีนอย่าง Xiaomi หรือ Huawei เองนั้นก็พยายามสร้าง ecosystem ของตัวเองอยู่เหมือนกัน คงต้องรอดูกันหล่ะครับว่าหลังจากนี้ต่อไปแล้วนั้นใครจะกลายเป็นผู้ที่ครองโลกดิจิทัลหล่ะครับ

ที่มา : theverge




© Copyright - Notebookspec.com All Rights