Home » 4. Other News

[Special] ผลการทดสอบของ “Game Mode” บน Windows 10 กับฟีเจอร์ที่ช่วยประสิทธิภาพเรื่องการเล่นเกม

19 Apr 17 - By l

ตามที่ Microsoft เคยพูดเอาไว้เกี่ยวกับ Game Mode บน Windows 10 ว่าจะทำให้ทุกคนที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ PC สามารถที่จะเข้าถึงการเล่นเกมที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเก่าแบบฟรีๆ นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้บนอัพเดท Windows 10 Creators ที่ได้เริ่มทยอยปล่อยให้อัพเดทกันไปแล้ว เอาเป็นว่าเรามาดูกันดีกว่าครับว่าเจ้า Game Mode จะทำได้อย่างที่ Microsoft บอกไว้หรือไม่

windows 10 game mode 600 01

Game Mode นั้นจะเข้ามาช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการเล่นเกมบน Windows 10 โดยจะมุ่งเน้นไปที่ 2 ส่วนคือ raw frame-rate speeds และ overall smoothness หรือที่ Microsoft เรียกรวมกันว่าความมั่นคงในการเล่นเกม เพื่อที่จะสามารถทำให้เกิดสิ่งที่ Microsoft บอกเอาไว้ได้นั้น ตัวระบบปฎิบัติการจำเป็นที่ต้องต้องนำทรัพยากรทั้งหมดแบ่งไปให้ใช้สำหรับการเล่นเกมครับ(เท่าที่ไม่ทำให้ระบบเบื้องหลังล้ม)

โดยส่วนของ Game Mode นั้นจะเข้าไปช่วยลดและป้องกัน background processes ไม่ให้ใช้ทรัพยากรมากจนเกินไปตัวอย่างเช่นการสแกนไวรัสเป็นต้น นอกไปจากนั้นแล้ว Game Mode ยังได้อนุญาตให้เกมสามารถที่จะใช้งานรอบของ GPU ได้มากกว่าปกติแถมด้วยการตั้งจำนวนของ CPU threadsให้กับเกมมากกว่าเดิมครับ

Game_Mode_Windows_600 01

ส่วนหนึ่งที่ทาง Microsoft ใจดีสุดๆ นั้นก็คือการเปิด Game Mode นั้นไม่ได้เก็บไว้เฉพาะกับเกมที่ซื้อผ่าน Windows Store ครับ ดังนั้นหากคุณเล่นเกมจาก client อื่นๆ เช่น Steam, Uplay หรือแม้แต่ Origin คุณก็สามารถที่จะเปิด Game Mode ได้ทั้งหมด โดยวิธีการเปิดนั้นสามารถตามไปดูได้ที่ [Windows 10 Tips] วิธีเปิดการใช้งาน Game mode บน Windows 10 เพื่อให้การเล่นเกมลื่นไหลยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วตอนนี้นั้นยังมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งตรงที่ว่าบางเกมนั้นก็เปิด Game Mode มาให้เลย ส่วนบางเกมนั้นก็ไม่ได้เปิด Game Mode มาให้ซึ่งอาการนี้นั้นจะเกิดขึ้นแบบสุ่ม คือบางเครื่องก็เจอ บางเครื่องก็ไม่เจอ ตัวอย่างเช่น Gears of War 4 และ Forza Horizon 3 ที่ซื้อมาจาก Windows Store ของทาง Microsoft เองก็ไม่ได้เปิด Game Mode มาเป็นค่าตั้งต้นครับ

หมายเหตุ – ตรงนี้นั้นต่างไปจากคำพูดของ Microsoft ที่บอกเอาไว้ว่าจะเปิดอัตโนมัติให้ทุกเกม ดังนั้นแล้วคิดได้อีกอย่างหนึ่งครับว่านี่อาจจะเป็นข้อผิดพลาดที่ทาง Microsoft จะต้องแก้ไขต่อไปครับ

windows-10-game-mode-600 01

การใช้งาน Game Mode บน Windows 10 นั้นมีดีอยู่อย่างตรงที่ว่าเมื่อคุณเข้าไปในเกมและเปิด Game Mode เพื่อที่จะเล่นเกมนั้น เมื่อคุณเลือกเปิดเกมแล้วคุณจะไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องไปเริ่มต้นเข้าเกมใหม่ครับ คุณสามารถที่จะเล่นเกมได้อย่างต่อเนื่องโดยทันที แต่ส่วนที่น่าเสียดายก็คือคุณจะไม่มีตัวเลือกใดๆ เลยในการปรับแต่ Game Mode ครับ

ทดสอบการใช้งาน Game Mode

จากที่เคยมีการรีวิวของ Game Mode ออกมาก่อนไม่ว่าจะเป็นทาง PC Gamer, PCGamesN และ Laptop Mag นั้นพบว่าประสิทธิภาพในการเล่นเกมดีขึ้นประมาณ 2 – 5 % เมื่อทำการเปิด Game Mode เอาไว้ ทว่านักเล่นเกมบางรายนั้นได้รายงานออกมาบ้างครับว่าสำหรับบางเกมเช่น Hitman นั้นพบว่ามีประสิทธิภาพในการเล่นที่ลดลงเมื่อเปิด Game Mode ไว้ครับ

surface_book_i7_beauty_2_600 01

Game Mode นั้นคงจะไม่จำเป็นเท่าไรนักสำหรับนักเล่นเกมที่มีเครื่องที่แรงๆ อยู่แล้ว ทว่าเครื่องอื่นๆ ที่เน้นเรื่องการใช้งานและเล่นเกมนิดได้นิดๆ หน่อยๆ นั้นน่าจะเป็นเป้าหมายสำหรับการที่ Microsoft เพิ่ม Game Mode บน Windows 10 ลงไปมากกว่า ดังนั้นแล้วในครั้งนี้นั้น PCWorld จึงได้จัดการทดสอบ Game Mode กับเครื่อง Surface Book ที่มาพร้อมกับสเปคดังต่อไปนี้ครับ

  • หน่วยประมวลผล Intel Core i7 (2 cores, 4 threads)
  • หน่วยความจำ(RAM) 16 GB
  • กราฟิกชิปแบบแยกของ NVIDIA รุ่น GTX 965M พร้อมหน่วยความจำ 2 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ความจุ 1 TB

สำหรับเกมที่ทำการทดสอบนั้นจะประกอบไปด้วย

  • Gears of War 4 ที่ใช้ DirectX 12 จาก Windows Store
  • Rise of the Tomb Raider ที่ใช้ DirectX 11 จาก Steam
  • Bioshock Infinite โดยปิดใช้กราฟิกแยกของทาง NVIDIA

ทุกเกมนั้นจะทดสอบผ่านการ Benchmark ภายในเกมเองโดยตั้งค่าการเล่นไว้ที่ความละเอียด 1280 x 800 pixels และกำหนดเอฟเฟคเป็น Medium ทั้งหมดโดยทุกเกมนั้นไม่มีการปรับแต่งพิเศษอะไรจาก Nvidia GeForce Experience ครับ

game-mode-no-tasks-average-fps-600

ผลการทดสอบแรกนั้น ทาง PCWorld ได้ทำการปิดโปรแกรมที่จะรันอยู่บนพื้นหลังทั้งหมดแล้วทำการทดสอบ โดยผลที่ได้เป็นไปตามกราฟแรกที่ในเกม Rise of the Tomb Raider ได้เฟรมเรตขึ้นมานิดหน่อยส่วน Gear of War 4 นั้นเฟรมเรตลดลง ปิดท้ายด้วย Bioshock Infinite ที่พบว่าเฟรมเรตเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยครับ

game-mode-bg-tasks-average-fps-600

สำหรับการทดสอบต่อมานั้นทาง PCWorld ได้เปิดโปรแกรมรันเบื้องหลังเอาไว้อย่าง ลิสเพลงจาก YouTube ผ่านทาง Edge เปิด Spotify และเปิด AVG เอาไว้ ซึ่งจากการทดสอบนั้นจะเป็นไปดังกราฟด้านบนที่เห็นได้ว่าทุกเกมมีเฟรมเรตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยหากเทียบกับตอนปิดโปรแกรมเบื้องหลังไว้อาจจะได้น้อยกว่า ทว่าเมื่อเทียบกับการเปิดและปิด Game Mode ไว้นั้นมีความแตกต่างเกิดขึ้นครับ

หมายเหตุ – เกม Gear of War 4 นั้นให้ผลต่างกันมากถึง 22% เลยทีเดียว

game-mode-no-tasks-min-fps-600

หลังจากดูเฟรมเรตแบบเฉลี่ยไปแล้วนั้นมาดูในส่วนของเฟรมเรตต่ำสุดกันบ้างครับ ทั้งนี้เมื่อไม่ทำการเปิดโปรแกรมเบื้องหลังใดๆ เอาไว้เลยนั้นพบว่า Game Mode จะมีเฟรมเรตมากกว่าแบบไม่เปิด Game Mode ในทุกๆ เกมทว่าที่บอกว่ามากกว่านั้นก็ไม่ได้มากจนกระทั่งแตกต่างกันมากเท่าไรนัก(ประมาณ 1 FPS)

game-mode-bg-tasks-min-fps-600

สำหรับเฟรมเรตต่ำสุดเมื่อใช้ Game Mode ขณะมีโปรแกรมรันอยู่เบื้องหลังนั้น จะเห็นได้จากกราฟเลยครับว่ามีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ในระดับ 5 – 6 FPS เลยทีเดียว ซึ่งตรงจุดนี้นี่แหละครับที่ทำให้เราจะเห็นได้ว่ากับบางเกมที่มีการเล่นไปด้วยและมีการเปิดโปรแกรมรันเบื้องหลังไปด้วยสามารถที่จะกลับมาเล่นได้แบบกระตุกนิดหน่อยเท่านั้น(เฉพาะ Gear of War 4)

สรุป

game-mode-600 01

ถึงแม้ว่า Game Mode จะสามารถสร้างความแตกต่างในการเล่นเกมได้ ทว่ามันก็ไม่ได้แตกต่างแบบก้าวกระโดดจนสามารถจะเห็นได้ชัดเจนมากนัก บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสเปคแรงอยู่แล้วนั้น Game Mode อาจจะไม่ใช่เรื่องจำเป็น ทว่ากับเครื่องที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อการเล่นเกมแล้วนั้น Game Mode น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการเล่นเกม ถามว่าดีไหม ตอบได้ครับว่าก็มีก็ดีกว่าไม่มีหล่ะครับ

ที่มา : pcworld



© Copyright - Notebookspec.com All Rights