Home » 4. Other News

Swyp อีกหนึ่ง Smart Card พร้อมหน้าจอแสดงผล ที่เสมือนกับเป็นกระเป๋าเงินในบัตรเดียว

6 Feb 15 - By l

การ์ดไฮเทคที่สามารถรวบรวมข้อมูลบัตรเครดิตของคุณทั้งหมดรวมทั้งข้อมูลของบัตรรางวัลและบัตรสะสมคะแนนต่างๆ ของคุณบนบัตรเดียวกันได้นั้นยังไม่มีการเปิดตัวออกมาอย่างยิ่งใหญ่มากครับ(หรือจะพูดให้ง่ายๆ ก็คือบัตรเดียวที่สามารถใช้แทนบัตรได้ทุกอย่างยังไม่ค่อยมีให้เลือกใช้ในตลาด) ทว่าคู่แข่งทางด้านบัตรต่างๆ นั้นก็ได้มีการเร่งเครื่องกันอย่างเต็มที่ มิได้ชะล่าใจแต่อย่างใด และก็มีผู้แข่งขันหน้าใหม่ที่เข้ามาในตลาดนี้เรื่อยๆ อยู่ตลอดเวลาครับ โดยในวันนี้เราจะพูดถึงผู้แข่งขันนาม Swyp ครับ

Swyp เปิดตัวมาในรูปแบบของการ์ดที่เป็นโลหะมาพร้อมกับหน้าจอที่สามารถเปลี่ยนข้อมมูลเป็นการ์ดที่คุณต้องการจะใช้งานได้ โดยวิธีการเปลี่ยนข้อมูบบัตรบนหน้าการ์ดนั้นก็จะใช้วิธีการจิ้มผ่านปุ่มสัมผัสหน้าบัตร ส่วนในการการอัปโหลดข้อมูลของบัตรเครดิตหรือบัตรสะสมคะแนนนั้นคุณทำเพียงแค่การสแกนแถบแม่เหล็กของบัตรเข้าไป(ส่วนการสแกนด้วยบาร์โค๊ดนั้นจะมีตามมาในเร็วๆ นี้) ซึ่งเครื่องสแกนนั้นก็มาในรูปแบบของเครื่องอ่านที่สามารถต่อเชื่อมเข้ากับสมาร์ทโฟนด้วยช่องเชื่อมต่อหูฟังขนาด 3.5 นิ้วครับ

swyp 600

เมื่อทำการสแกนข้อมูลบัตรลงไปบนตัวการ์ด Swyp แล้วตัวข้อมูลนั้นจะถูกเก็บไว้ในแอปพลิเคชันที่เป็นส่วนประกอบของตัวบัตรครับ ซึ่งคุณยังสามารถที่จะใช้แอปพลิเคชันนี้ในการเก็บรูปภาพของใบเสร็จรับเงินของบัตรแต่ละใบลงไปได้อีกด้วยเช่นเดียวกัน บนตัวการ์ด Swyp นั้นสามารถที่จะเก็บข้อมูลบัตรสูงสุดได้ถึง 25 บัตรด้วยกันซึ่งถือว่าเยอะกว่าคู่แข่งในเวลานี้เยอะครับ(บัตรที่มีชื่อว่า Coin สามารถเก็บข้อมูบได้สูงสาุด 8 บัตร ส่วนบัตรที่มีชื่อว่า Plastc สามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งหมด 20 บัตร)

อ้างอิงข้อมูลจากทาง The Verge จะพบว่า Swyp นั้นได้ถูกออกแบบขึ้นมาให้ไม่สามารถที่จะใช้งานตัวบัตรได้หากบัตรพบว่าอยู่ห่างไปจากสมาร์ทโฟนที่ได้ทำการลงข้อมูลของบัตรต้นฉบับไว้ 1.8 เมตร ซึ่งดูจากรูปการแล้วทางเจ้าของบริษัทควรที่จะมีการคิดหาวิธีในการเพิ่มระยะทางในการเปิดใช้บัตรได้ไกลกว่านี้เพราะ หากคิดว่าไปนั่งทานอาหารในร้านอาหารแล้วตอนจ่ายเงินต้องลุกขึ้นเดินตามหนักงานไปเพื่อจ่ายเงินที่เค้าเตอร์จ่ายเงินด้วยแล้วคงจะไม่ค่อยน่าบันเทิงใจมากนักสักเท่าไรครับ

ผู้สร้างบัตรอย่าง Ash Dhodapkar ได้บอกไว้ครับว่าตัวบัตร Swyp นั้นจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่สามารถทำการชาร์จใหม่ได้ในตัว(ซึ่งในตรงนี้เด่นกว่าคู่แข่งอย่าง Coin ที่คุณจำเป็นจะต้องซื้อบัตรใหม่เมื่อแบตเตอรี่ของตัวบัตรเก่าหมดลงไปครับ) อย่างไรก็ดีครับยังคงไม่มีข้อมูลเผยออกมาว่า Swyp นั้นจะทำการชาร์จใหม่ได้ด้วยวิธีใน(ด้วยจากรูปแบบของบัตรแล้วน่าจะใช้วิธีการชาร์จแบบไร้สาย)

ที่สำคัญก็คือตัวบัตรนั้นจะไม่ได้มาพร้อมเทคโนโลยีสมัยใหม่ครับ ไม่ว่าจะเป็นการขาดการติดตั้งของชิป NFC ภายในการ์ด(ที่บอกคำเดียวได้ว่ากระแสของการใช้งาน NFC ในต่างประเทศนั้นมาแรงมาก) นอกจากนั่นเทคโนโลยีอย่าง chip-and-pin ก็ยังคงไม่ได้มีการใส่ลงมาบนตัวบัตร Swyp นี้(แต่คู่แข่งอย่าง Plastc นั้นมีเทคโนโลยีทั้งคู่ดังกล่าว) อย่างไรก็ตามราคาของ Swyp นั้นก็ถูกกว่าคู่แข่งครับ โดยราคา pre-order นั้นจะอยู่ที่ $49 หรือประมาณ 1,620 บาท ส่วนราคาขายจริงช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้จะอยู่ที่ $99 หรือประมาณ 3,670 บาทครับ

หมายเหตุ – บัตร Coin มีราคาอยู่ที่ $100 หรือประมาณ 3,300 บาท ส่วน Plastc นั้นมีราคาอยู่ที่ $150 หรือประมาณ 4,950 บาท

ที่มา : engadget



© Copyright - Notebookspec.com All Rights