Home » 0. TOP content

คู่มือจัดสเปกคอมประกอบพีซี 2018 – ชุดคอมราคาถูกคุ้ม เกมเมอร์ตัวจริง ฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ หรือมืออาชีพงบไม่เกี่ยง

11 Mar 18 - By l

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

จัดสเปกประกอบคอมทั้งที หลายคนก็มักจะต้องทำการบ้านหนักอีกหน่อย โดยเฉพาะคนที่มีงบประมาณจำกัด จะเลือกอย่างไรให้คุ้มค่า คุ้มกับเงินที่จ่ายไป ยิ่งคนที่เริ่มประกอบใหม่ๆ อะไรก็จะดูเกร็งไปหมด แล้วอุปกรณ์ในปัจจุบัน ก็มีอยู่มากมายหลายรุ่น เดี๋ยวซื้อผิดใช้ไม่ได้ก็จะยิ่งยุ่งไปอีก

วันนี้เราลองมาทำความเข้าใจในการประกอบคอม เลือกอุปกรณ์คอมแบบในเบื้องต้นกันดีกว่า ว่าอุปกรณ์แต่ละอย่างคืออะไร และใช้ร่วมกับสิ่งใดได้บ้าง และเลือกอย่างไร ให้ประกอบคอมได้ถูกเงิน โดนใจกันดี

มาเริ่มกันที่ซีพียูและเมนบอร์ดกันก่อน เพราะว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการประกอบคอมให้ได้ตามที่ต้องการ บางคนต้องการใช้งานทั่วไป บางคนต้องการเล่นเกม หรือบ้างก็ใช้ทำงาน ก็จะแตกต่างกันออกไปตามลักษณะที่ใช้ โดยปัจจุบันมีให้เลือก 2 ค่ายคือ Intel และ AMD ซึ่งแยกออกเป็นกลุ่มดังนี้

กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป

Intel

CPU : Celeron และ Pentium ซึ่งเป็นซีรีส์ที่มีมายาวนานจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในวันนี้จะมีให้เลือกในโมเดลของซ็อกเก็ต 1151 ประกอบด้วย Celeron G (2 core/ 2 thread) และ Pentium G (2 core/ 4 thread) เป็นต้น

เมนบอร์ดที่รองรับ : Socket 1151 ประกอบด้วย Intel B250, H270 และ Z270

AMD

CPU : Athlon และ A-series ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นความประหยัด ซึ่งมีมายาวนานเช่นกัน โดยปัจจุบัน มีให้เลือกในซ็อกเก็ต AM4 เป็นพื้นฐาน ประกอบด้วย A6, A8 9500 และ A10 9700 (4 core/ 4 thread) เป็นต้น

เมนบอร์ดที่รองรับ : Socket AM4 ประกอบด้วย AMD  A320, B350 และ X370

RAM: สำหรับแรมที่ใช้ร่วมกันกับซีพียูในกลุุ่มผู้ใช้ทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเน้นที่ความเร็วสูง เพราะราคาจะสูงเกินไป การเลือกใช้แรมความเร็วมาตรฐานที่ซีพียูสนับสนุน ก็ดูจะเพียงพอต่อการใช้งาน เช่น Pentium G 4560 รองรับแรม DDR4 2133 หรือ 2400 ส่วนถ้าเป็น AMD A-series สนับสนุน DDR4 2400 เป็นต้น

Storage: กรณีที่งบประมาณน้อย อาจเลือกฮาร์ดดิสก์จานหมุนมาใช้ในการประกอบคอม เนื่องจากให้ความจุสูง 1TB-2TB ในราคาที่ไม่แพงเกินไป

Graphic card: สามารถเลือกได้หลายรุ่น อาทิ nVIDIA GeForce GT1030 หรือ GTX1050 ส่วนทาง AMD มีให้เลือก RX 550 เป็นต้น

PSU: เนื่องจากอุปกรณ์ส่วนใหญ่ ไม่ได้มีการใช้ไฟมากนัก และมีค่า TDP ที่ต่ำ ดังนั้นเพาเวอร์ซัพพลายระดับ 500-600W ทั่วไปก็เพียงพอต่อการใช้งาน

เกมเมอร์มือใหม่

Intel : Core i3 และ Core i5 เป็นซีพียูที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองงาน เอกสาร ความบันเทิง เล่นเกม และงานตัดแต่งภาพพื้นฐาน มีให้เลือกในซ็อกเก็ต 1151 ในเวลานี้ ประกอบด้วย Core i3 (4 core/ 4 thread) และ Core i5 (6 core/ 6 thread) ในซีรีส์ของ Gen8 ตัวอย่างเช่น i3-8100 หรือ i5-8400 เป็นต้น

เมนบอร์ดที่รองรับ : Socket 1151 v2 ประกอบด้วย Z370 สำหรับ Intel Gen8 (หากเป็น Intel Gen6 และ Gen7 ใช้ร่วมกับ Intel B250, H270 และ Z270)

AMD : Ryzen3 และ Ryzen 5 เป็นซีพียูในซีรีส์ที่ออกมาเพื่อการใช้งานสำหรับเกมเมอร์เบื้องต้น งานกราฟฟิกทั่วไป ความบันเทิงและงานที่ต้องการพลังในการประมวลผลที่มากขึ้น อยู่บนซ็อกเก็ต AM4 ประกอบด้วย Ryzen3 และ Ryzen5 อาทิ Ryzen3 1200 และ 2200G หรือ Ryzen5 1600 และ 2400G เป็นต้น

เมนบอร์ดที่รองรับ : Socket AM4 ประกอบด้วย AMD  A320, B350 และ X370

*รหัสที่จำแนกออกมาต่อท้ายชื่อรุ่นของ AMD Ryzen นั้นจะแบ่งออกเป็น

ลงท้ายด้วย “X” เช่น Ryzen3 1300x จะหมายถึง ซีพียูเน้นประสิทธิภาพสูง เพื่อการโอเวอร์คล็อก

ลงท้ายด้วย “G” เช่น Ryzen3 2200G หมายถึง รุ่นที่มาพร้อมกราฟฟิก CPU+APU ในตัว

RAM: เนื่องจากหลายๆ เกม มีความต้องการทรัพยากรที่สูง เมื่อรวมกับระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ในเครื่องแล้ว DDR4 2400-2666 อย่างน้อย 8GB ดูจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพื่อลดปัญหาการเข้าสู่เกมได้ช้าหรือกระตุกในบางขณะที่กำลังโหลดเกมก็ตาม

Storage: กรณีที่เป็นเกมเมอร์ หากพอมีงบประมาณเพียงพอ แนะนำ SSD 240GB ขึ้นไป เป็นทางเลือก สำหรับการเปิดเกมได้รวดเร็วและโหลดข้อมูลในเกมได้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้างบน้อย HDD 1TB ก็ยังเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า

Graphic card: nVIDIA GeForce GTX 1050Ti และ GTX1060 3GB หรือ AMD RX570 4GB เป็นทางเลือกที่ช่วยให้การเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น สำหรับการประมวลผลที่รวดเร็ว ในราคามที่ไม่แพงเกินไปนัก

PSU: แนะนำเพาเวอร์ระดับ 600W ขึ้นไป อาจเป็น 80+ Bronze หรือ Silver สำหรับการรองรับโหลดของเกมและมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ให้ความคุ้มค่าในการจ่ายไฟ

กลุ่มเพาเวอร์ยูสเซอร์และฮาร์ดคอร์เกมเมอร์

Intel : Core i7 เป็นซีพียูสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งพลังในการประมวลผลและความรวดเร็ว จึงต้องอาศัยการทำงานของสัญญาณนาฬิกาที่สูงและแกนหลักจำนวนมาก ทำงานพร้อมกัน ซึ่ง Intel Core i7 Gen8 (6 core/ 12 thread) จึงเข้ามาตอบสนองการใข้งานนี้ได้ เวลานี้มีให้เลือกใช้บนซ็อกเก็ต 1151 อาทิเช่น Intel Core i7 8700 เป็นต้น

เมนบอร์ดที่รองรับ : Socket 1151 v2 ประกอบด้วย Z370 สำหรับ Intel Gen8 (หากเป็น Intel Gen6 และ Gen7 ใช้ร่วมกับ Intel B250, H270 และ Z270)

AMD : Ryzen7 ได้รับการออกแบบมาเพื่อกลุ่มฮาร์ดคอร์เกมเมอร์และมืออาชีพสำหรับการทำงานด้านกราฟฟิก หรือความบันเทิงคุณภาพสูง รองรับการใช้งานระดับ Full-HD หรือ 4K ในเวลานี้ทำงานอยู่บนซ็อกเก็ต AM4 ตัวอย่างเช่น AMD Ryzen7 1700 หรือ Ryzen7 1800X (8 core/ 16 thread) เป็นต้น

เมนบอร์ดที่รองรับ : Socket AM4 ประกอบด้วย AMD  A320, B350 และ X370

RAM: DDR4 2600+ ขึ้นไป สำหรับ Core i7 หรือ 3000+ สำหรับ Ryzen7 และติดตั้งอย่างน้อย 8GB แต่แนะนำ 16GB Dual-channel สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการเล่นเกมที่โหด และใช้ทรัพยากรสูง โดยเฉพาะการเล่นเกมในระดับ Full-HD และเปิดความละเอียดแบบ High หรือ Very High ในบางเกม เพราะจะมีส่วนให้การส่งข้อมูลประมวลผลไหลลื่นมากขึ้น เช่นเดียวกับการใช้งานซอฟต์แวร์กราฟฟิกหรือในงานมัลติมีเดียก็ตาม

Storage: หากคุณไม่อยากรอเข้าเกมที่เนิ่นนาน รวมถึงการใช้งานอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว แนะนำ SSD ทั้งในแบบ SATA หรือ M.2 NVMe ในแบบ PCIe ที่จะช่วยเพิ่มแบนด์วิทธ์ในการเชื่อมต่อข้อมูลได้รวดเร็ว ความจุอย่างน้อย 480GB เพื่อให้รองรับได้ทั้ง OS และเกมได้ตามที่ต้องการ ซึ่งจะรวไปถึงการใช้งานด้านกราฟฟิกและออปเจกต์ที่เป็นไฟล์ขนาดใหญ่ได้ดียิ่งกว่า

Graphic card: เพื่อไปให้สุดสู่การเป็นฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ มีตัวเลือกสำหรับการใช้งานอยู่มากมายเลยทีเดียว อาทิ nVIDIA GeForce GTX 1060, 1070, 1080 เป็นต้น หรือเลือกเป็นค่าย AMD มีตัวเลือก RX570 และ 580 8GB เพราะซีพียูสามารถตอบสนองได้ดีกับกราฟฟิกการ์ดเหล่านี้ ด้วยกพลังในการผลักดันการ์ดจอสำหรับรีดเฟรมเรตให้กับเกมที่คุณต้องการได้ถึงขีดสุด

PSU: เนื่องจากองค์ประกอบต่างๆ ล้วนต้องใช้พลังงานสูงและเพื่อให้พร้อม กรณีที่ใช้งานในแบบ Peak load จึงจำเป็นจะต้องมีพลังมากพอ ในการรีดพลังออกมาและจ่ายไฟให้กับระบบทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง เพาเวอร์ระดับ 850W-1000W เป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า สามารถเล่นเกมได้ยาวๆ แบบไม่ต้องกังวลว่าจะหลุดจากเกมหรือเครื่องหยุดทำงาน

กลุ่มผู้ใช้ระดับไฮเอนด์ 

Intel : Core i9 X-series สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการศักยภาพเพื่อการสร้างงานกราฟฟิก มัลติมีเดียหรือความบันเทิงเต็มรูปแบบ ด้วยแกนหลักจำนวนมาก ซึ่งกลายเป็นขุมพลังในการประมวลผล บนซ็อกเก็ต 2066 พร้อมทั้งสนับสนุนหน่วยความจำในแบบ Quad-channel อีกด้วย เช่น Intel Core i9 7980XE (18 core/ 36 thread)

เมนบอร์ดที่รองรับ : Socket 2066 ประกอบด้วย Intel X299

AMD : Ryzen Threadripper เป็นซีีพียูตัวแกร่งในระดับไฮเอนด์ ที่ทรงพลังและสร้างความแตกต่างให้กับผู้ใช้ ด้วยแกนหลักจำนวนมาก และสัญญาณนาฬิกาความเร็วสูง จึงตอบสนองในด้านของเกมและซอฟต์แวร์เฉพาะทางได้เป็นอย่างดี บนซ็อกเก็ตใหม่ที่เรียกว่า TR4 เช่น Ryzen THREADRIPPER 1920X (12 core/ 24 thread)

เมนบอร์ดที่รองรับ : Socket TR4 ประกอบด้วย AMD X399

RAM: DDR4 3000+ เป็นทางเลือกที่อยากแนะนำ และรองรับการทำงานในแบบ Quad-channel มีอย่างน้อย 16GB ขึ้นไป เช่น 4GBx4 (16GB) หรือจะเป็น 8GBx4 (32GB) เพื่อไปให้ถึงขีดสุดในการใช้งาน และยังเหมาะกับซีพียูในระดับไฮเอนด์ที่รองรับแรมในการทำ XMP ได้สูงกว่า 3000MHz แล้ว และยังตอบสนองร่วมกับซอฟต์แวร์ เกม มัลติมีเดียที่ทำงานแบบมัลติทาส์กกิ้งได้อย่างสบายๆ

Storage: เมื่อระบบต่างๆ มีช่องทางการทำงานได้อย่างรวดเร็วแล้ว ก็ไม่ควรมีคอขวดให้เสียความรู้สึก การเลือก SSD ทั้งในแบบ M.2 NVMe หรือ PCI-Express ในแบบ Gen3 x4 ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม หรือถ้าให้ดีเป็น PCIe ต่อ RAID ร่วมกันบนการ์ด ในการผลักดันแบนด์วิทธ์ไปให้ถึงขีดสุด มากกว่า 3000MB/s เพื่อลดเวลาในการทำงานลง และเข้าถึงเกมได้ในเวลาเพียงอึดใจ

Graphic card: เมื่อทุกอย่างพร้อม การเลือกการ์ดระดับหัวแถว อาทิ GeForce GTX 1070 Ti, GTX 1080 Ti GDDR5x หรือจะเป็น GTX Titan รวมถึงค่าย AMD ที่มี Vega 56 และ Vega 64 HBM2 ก็เป็นเหตุผลที่ดี ในการรีดเฟรมเรตสำหรับการเล่นเกมในระดับ Full-HD หรือจะเป็น 4K และการต่อพ่วงหลายๆ จอ ให้ไหลลื่นตามต้องการได้เช่นกัน

PSU: ในเมื่อมีระบบประสิทธิภาพสูงเช่นนี้ ก็ไม่ควรที่จะลดทอนด้านของพลังงาน ด้วยเพาเวอร์ระดับ 1000W และการันตีด้วย 80+ ในระดับ Gold, Platinum ย่อมดูจะสมเหตุสมผล และยังช่วยให้มั่นใจได้ว่า ระหว่างที่คุณกำลังทำงาน เรนเดอร์ไฟล์ 3 มิติหรือจะเล่นเกมสุดมันส์อยู่ จะไม่เกิดปัญหา เสียงานเสียอารมณ์ อีกทั้งจ่ายไฟได้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ส่วนจะเลือกที่เป็น RGB ด้วยหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ

เมนบอร์ด

เมนบอร์ด ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อสัญญาณอุปกรณ์ทุกสิ่งอย่างเข้าด้วยกัน จึงมีความสำคัญอย่างมาก ในการเลือกใช้ จำเป็นจะต้องดูความต้องการในการใช้งานเป็นหลัก และต้องเลือกให้เหมาะสม ถูกต้อง เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่น กรณีที่ต้องการโอเวอร์คล็อก ก็ต้องเลือกชิปเซ็ตที่ีรองรับ ส่วนใหญ่จะเป็นชิปเซ็ตรุ่นท็อป เช่น Intel Z หรือ X series ส่วนทาง AMD ก็จะต้องเป็น X series เป็นหลัก หรือมีอุปกรณ์ต่อพ่วงเยอะ ก็เลือกเมนบอร์ดที่มีสล็อตหรือพอร์ตจำนวนมาก รวมไปถึงอยากได้เมนบอร์ดสวยงาม มีไฟ ก็ต้องเลือกที่รองรับ RGB แต่ก็ต้องไม่ลืมสิ่งต่างๆ เหล่านี้

การรองรับแรม และพร้อมสำหรับการอัพเกรด เช่น มีสล็อตอย่างน้อย 2-4 สล็อต รองรับได้อย่างน้อย 32GB หรือมากกว่า 64GB รองรับแรมความเร็วสูง กรณีที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและเล่นเกม รวมถึงสนับสนุน Dual-channel หรือ Quad-channel ตามแพลตฟอร์มที่ใช้

พอร์ตสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage) ก็ม่ีความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต SATA3 ที่ในปัจจุบันรองรับ HDD และ SSD ในแบบ SATA ให้ความเร็วสูงสุด 500-600MB/s หรือสนับสนุน SSD ในแบบ M.2 NVMe หรือ PCIe Gen3 x4 ที่ถือว่าเป็นขีดสุด สำหรับคนที่ต้องการการจัดการข้อมูลหรือระบบปฏิบัติการความเร็วสูง ปัจจุบันความเร็วไปมากกว่า 2000MB/s เลยทีเดียว แต่สนนราคาก็สูงกว่า SSD ทั่วไปอีกด้วย

พอร์ตต่อพ่วง เพียงพอต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB พื้นฐาน บางรุ่นมาพร้อม USB 3.1 หรือให้ USB Type-C มาด้วย หรือจะรองรับ Gigabit LAN พร้อมฟีเจอร์ Killer LAN รวมถึงพอร์ตแสดงผลกรณีที่ต้องใช้กราฟฟิกบนซีพียู (GPU, APU) ที่ตอบสนองความต้องการได้ เช่น HDMI, DVI หรือ VGA ก็ตาม

คอนเน็คเตอร์สำหรับพัดลมและการเชื่อมต่อบนเมนบอร์ด สำหรับเมนบอร์ดบางรุ่น มาพร้อมคอนเน็คเตอร์สำหรับเพิ่มการเชื่อมต่อมาให้บนบอร์ด เช่น USB, HD Audio หรือจะเพิ่มไฟเลี้ยงให้กับสล็อต PCI-Express รวมถึงชุดต่อพัด ที่รองรับแรงดันไฟให้กับบรรดาปั้มน้ำ ที่ใช้ไฟมากขึ้นกว่าพัดลมเคสทั่วไป หากคุณจำเป็นต้องใช้ ก็สามารถเลือกได้ตามต้องการ

ฟีเจอร์พิเศษ นอกจากนี้ยังมีฟเจอร์ที่เมนบอร์ดแต่ละรุ่นนำเสนอให้กับผู้ใช้ เช่น ปุ่มเพิ่มการโอเวอร์คล็อก เปิด/ปิดหรือรีเซ็ตบนเมนบอร์ด หรือจะเป็น LED Debug สำหรับตรวจสอบการทำงานของเมนบอร์ดเป็นต้น

อะไรคือความต่างของเมนบอร์ดทั่วไปกับเมนบอร์ดสำหรับเกมเมอร์

คำตอบเหล่านี้ โดยพื้นฐานต้องบอกว่า แทบไม่ต่างกัน แล้วแต่มุมมองของผู้ใช้แต่ละคน เนื่องจากเมนบอร์ดในซีรีส์เดียวกัน เช่น Intel B250, H270 และ Z270 ต่างก็สนับสนุนซีพียูได้ตั้งแต่ Pentium ไปจนถึง Core i7 แต่จะลดทอนฟีเจอร์บางส่วนลง เช่น การสนับสนุนการปรับแต่งโอเวอร์คล็อก หรือสล็อต PCI-Express ที่มากน้อยแล้วแต่ชิปเซ็ต รวมถึงการสนับสนุนพอร์ตต่อพ่วงและ PCI-Express Lane ในการเข้าถึงข้อมูลและการสนับสนุนการ์ดจอได้ต่างกัน

ส่วนที่เหลือก็จะเป็นเรื่องของฟีเจอร์เฉพาะ ที่แยกย่อยตามเมนบอร์ดแต่ละซีรีส์ของค่ายต่างๆ เช่น Gaming, Professional, Extreme หรือจะเป็น Pro และชื่ออื่นๆ อีกมากมายในท้องตลาด ซึ่งจะเป็นตัวบอกว่าเมนบอร์ดเหล่านั้น อยู่ในระดับไหน เหมาะกับใคร สิ่งที่สร้างความแตกต่าง ก็จะมีตั้งแต่ การเพิ่มฟีเจอร์ความสวยงาม เช่น Gaming port, RGB Lighting, Military grade, Armor, Dual LAN, WiFi module, Port connection หรือจะเป็นบรรดาซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนการโอเวอร์คล็อก แน่นอนว่าจะมีความแตกต่างกันออกไป สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เกมเมอร์ โอเวอร์คล็อกหรือมืออาชีพ ก็ตาม

  • ASUS ประกอบไปด้วย ASUS Prime, ROG, TUF, และยังแยกย่อยเป็น Maximus หรือ STRIX อีกด้วย
  • ASRock ประกอบไปด้วย ASRock Extreme, Taichi, Fatal1ty, Pro และ OC Formula เป็นต้น
  • GIGABYTE ประกอบไปด้วย GIGABYTE Aurus, Gaming, G1 และ Ultra Durable เป็นต้น
  • MSI ประกอบไปด้วย MSI Godlike, Gaming, Krait, Tomahawk, Mortar และ Pro เป็นต้น


© Copyright - Notebookspec.com All Rights