Home » 0. TOP content

Sony Vaio Duo 13 Review [Hybrid Ultrabook สุดหรูที่ใครๆ ต้องอยากได้]

29 Jul 13 - By l

หลังจากที่ทาง Sony ประสบความสำเร็จในส่วนของ?Sony Vaio Duo 11 ที่เป็น?Hybrid?Ultrabook กันไปแล้ว?ในตอนนี้ล่าสุดก็ได้ปล่อยรุ่นใหม่ออกมาเป็นที่เรียบร้อย กับ?Sony Vaio Duo 13 ที่ถือได้ว่าเป็นการต่อยอดมาจาก?Sony Vaio Duo 11 มาอย่างเต็มตัว แต่ได้มีการปรับปรุงส่วนของหน้าจอให้มีขนาดใหญ่เป็น 13.3 นิ้ว ซึ่งยังคงในเรื่องของความละเอียดหน้าจอที่ Full HD พร้อมพาเนลคุณภาพสูง IPS ที่มีปากกามาให้ใช้ชุดจัดจำหน่ายอยู่

โดย Sony Vaio Duo 13?มีหน้าตาดูแล้วไม่เหมือนกับ Ultrabook ในท้องตลาดทั่วไปกับการที่มีหน้าจอสไลด์ขึ้นเพื่อใช้งานคีย์บอร์ด แล้วเมื่อสไลด์หน้าจอลงก็จะเป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows 8ได้อย่างทันใจ มาพร้อมหน้าจอสัมผัสที่รองรับมัลติทัชถึง 10 จุด และปากกาสไตลัสที่มีมาให้ในตัว ที่สำคัญยังให้ซอฟต์แวร์เอกสิทธิ์ต่างๆ จาก Vaio มามากมาย ?สนนราคาที่ 49,900 บาท ทำให้จัดได้เป็น?Ultrabook ระดับสูงที่น่าสนใจที่สุดรุ่นหนึ่ง

VDO Product Tour

แต่ก่อนจะเข้าสู่บทความรีวิวของ Sony Vaio Duo 13?นั้น เราลองมาชมวีดีโอแนะนำที่ทำได้น่าสนใจจากทาง Sony กันดีกว่าครับ เรียกได้ว่าสื่อได้เห็นภาพทีเดียวว่า ?Ultrabook เครื่องนี้มันมีความสามารถและฟีเจอร์อะไรบ้าง

Specification

สเปกภายในของตัว?Sony Vaio Duo 13 จะคล้ายกับกลุ่ม Ultrabook ทั่วไปกับขนาดหน้า 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริงและมุมมองที่กว้างขว้าง ด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-4200U ความเร็ว 1.6GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 2.6GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 2 คอร์ 4 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน โดยเป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 4 ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 4GB DDR3 ที่ถึงแม้ว่าอาจจะอัพเกรดเพิ่มเติมไม่ได้ แต่ก็พอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็นแบบออนบอร์ด Intel HD Graphics 4400 ที่เรียกได้ว่าแรงกว่า HD4000 ใน Intel Core i Gen 3 เล็กน้อย ?นอกจากนี้ฮาร์ดดิสก์ยังเป็นแบบ SSD ความจุ 12GB ที่มีความเร็วสูงทั้งเขียนและอ่าน ที่สำคัญคือยังใช้พลังงานที่น้อย ส่งผลให้ Ultrabook ที่แปลงเป็นแท็บเล็ตเครื่องนี้ใช้งานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไป

Sony Vaio Duo 11 ได้ติดตั้งทั้งกล้องด้านหน้าและด้านหลัง โดยกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call ส่วนกล้องด้านหลังสามารถทำให้เราใช้ถ่ายภาพต่างๆ ได้ทันที เหมือนอย่างที่ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในการถ่ายภาพ และด้วยน้ำหนัก 1.3 กิโลกรัมถือได้ว่าเป็น Ultrabook ที่มีน้ำหนักเบาพกพาสะดวก ซึ่งแน่นอนว่ามาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 8 ที่สนับสนุนการใช้จอสัมผัสได้อย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งยังได้ติดตั้งเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ในแท็บเล็ตไฮเอนด์ทั้งหมดมีอย่าง?GPS, หมุนภาพอัตโนมัติ, ตรวจจับวัตถุใกล้เคียง, เซ็นเซอร์หมุนภาพ 3 แกน,?ปรับแสงสว่างอัตโนมัติ, เข็มทิศ, WiDi และชิป NFC เป็นต้น สนนราคาอยู่ที่ 49,900 บาท พร้อมการรับประกันทั่วโลก 2 ปี และประกันอุบัติเหตุอีก 1 ปี

สเปกเต็มๆ ของ Sony Vaio Duo 13 <<<

Hardware / Design

Sony Vaio Duo 13 วัสดุของตัวเครื่องหลักๆ เป็นแม็กนีเซียมอัลลอยด์ประกอบเข้าด้วยกันกับคาร์บอนไฟเบอร์ ที่ให้ความแข็งแรงทนทานกว่าโน้ตบุ๊กทั่วๆ ไปอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังให้ในเรื่องของน้ำหนักที่เบากว่าการใช้พลาสติกแบบปกติอีกด้วย ซึ่งดูจากภาพแล้วจะเห็นว่าหน้าจอเป็นกระจกแบบชิ้นเดียวทั้งหมด แถมยังมคุณสมบัติในการกันรอยขูดขีดในระดับหนึ่ง ทำให้เมื่อใช้งานส่วนของการทัชกรีนใน Windows 8 นั้นไม่มีสะดุด หรือกังวลในเรื่องของการที่จอเป็นรอย อีกทั้งยังมุม 90 องศา เพื่อรองรับการใช้งานบนโต๊ะหรือตักได้อย่างลงตัว สำหรับปุ่มตรงกลางด้านล่างจะเป็นปุ่ม Windows ตามมาตรฐานของแท็บเล็ต Windows 8 ที่ต้องมีทุกรุ่นโดยไว้สำหรับเข้าสูงหน้า Live Tiles พร้อมกล้องเว็บแคมด้านหน้าความละเอียด Full HD และเซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุใกล้เคียง, ปรับแสงสว่างอัตโนมัติอยู่ด้านบน

ด้านหลังตัวเครื่องที่เป็นบานพับก็จะมีโลโก้ Vaio แสดงเอาไว้อย่างโดดเด่นชัดเจน ตามสไตล์ของคอมพิวเตอร์จาก Sony ที่มีความเด่นเป็นสง่าอยู่ โดยกลไกของบานพับมีลักษณะที่แข็งแรงคงทน ซึ่งจากข้อมูลด้วยการทดสอบเลื่อนขึ้นลงกว่า 150,000 ครั้ง ที่ในการใช้งานจริงเชื่อว่าใช้งานได้อย่างไร้กังวล โดยมีขอบด้านบนตรงกลางเป็นตัวช่วยในการจับสไลด์ขึ้น แต่จะว่าไปก็มีข้อจำกัดในเรื่องของการที่เราไม่สามารถปรับระดับความเอียงของหน้าจอได้ แต่ก็เข้าใจว่าเป็นไปตามลักษณะการออกแบบที่ได้กำหนดเอาไว้แล้ว?อีกทั้งเมื่อใช้งานจอพาเนล IPS ก็ให้มุมมองที่กว้างขวางกว่าจอพาเนล TN ทั่วไปอยู่แล้วในระดับนึง

ฝาด้านหลัง ที่จะมีลักษณะการออกแบบเรียบๆ โดยมีฐานรองเครื่องทั้ง 4 ด้าน ที่สำคัญ?Sony Vaio Duo 13 ยังได้มีการติดตั้ง NFC (Near field communication) มาไว้ภายในเครื่อง เพื่อที่จะรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่รองรับ NFC อย่างสมาร์ทโฟนและหูฟัง, ลำโพง โดยตัว NFC ได้ถูกติดตั้งบริเวณโลโก้ NFC บริเวณตรงกลางหลังเครื่อง ถัดไปก็จะเป็นลำโพงแบบสเตอริโอที่ถูกติดตั้งทั้งแทบด้านหน้าของตัวเครื่อง ส่วนต่อมาก็จะเป็นปุ่มควบคุมต่างๆ อย่างระดับเสียง และ Assist เพื่อใช้งานฟังค์ชั่นของ Vaio นอกจากนี้แล้วยังจะพบกับกล้องดิจิตอลความละเอียด Full HD อีกตัวบริเวณมุมซ้ายบนอีกด้วย

ทดสอบการพับหน้าจอลงให้กลายเป็นแท็บเล็ตขนาด 13.3 นิ้ว ก็พบว่าในการถือด้วยมือเดียวนั้นอาจจะลำบากไปซักเล็กน้อย ถ้าให้ดีให้วางหรือถือสองมือพร้อมๆ กันจะเหมาะสมที่สุด ซึ่งในการใช้งานเป็นแท็บเล็ต Windows 8 ก็ถือว่าสอบผ่านอย่างสบายๆ ทั้งในเรื่องของการแสดงผล ความลื่นไหนของระบบ รวมไปถึงประสบการณ์ใช้งานที่แปลกใหม่ เหนือสิ่งอื่นใดงานประกอบโดยรวมของ?Sony Vaio Duo 13 จัดได้ว่ามีความเรียบร้อยตามมาตรฐานของ Sony อย่างดีไซน์ที่สวยงามหรูหรา แต่ก็มาพร้อมคุณสมบัติต่างๆ ที่ใช้งานได้จริง ด้วยการออกแบบที่โค้งรับเข้ากับมือเวลาจับถือเป็นต้น ที่สำคัญยังมีสองสีสันให้เลือกคือ สีขาวหรูหรือสีดำสุดเท่

Screen / Speaker

Sony Vaio Duo 13 ได้ติดตั้งหน้าจอมัลติทัชกรีนขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่สำคัญยังเลือกใช้พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ที่มีความสามารถในเรื่องของการแสดงสีสันที่สดใสและกว้างกว่าพาเนลทั่วไปที่ส่วนมากใช้ในโน้ตบุ๊กปกติ ซึ่งจากการใช้งานจริงก็พบว่าทั้งจากความละเอียดของหน้าจอที่สูงและสีสันที่สวยนั้น ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ค่อนข้างน่าประทับใจกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไป รวมไปถึง Ultrabook อีกหลายๆ รุ่น โดยการใช้หน้า Desktop ปกติที่ตัวหนังสือหรือปุ่มต่างๆ มีขนาดไม่เล็กจนเกินไปนัก เรียกได้ว่ากำลังพอดีทีเดียว รวมไปถึงสามารถจับเป็นแนวตั้งได้เมื่อใช้งานเป็นแท็บเล็ตตัวหน้าจอก็จะทำการหมุนให้อัตโนมัติ (ใครไม่อยากให้หมุนไปมาก็ปิดคุณสมบัตินี้ได้) นอกจากหน้าจอที่ลักษณะเป็นกระจกแผ่นเดียวแบบนี้ยังค่อนข้างสะท้อนแสงพอสมควร ส่งผลให้ในการใช้งานไม่ควรหันจอไปทางแหล่งกำเนิดแสงหรือในที่ที่สว่างมากๆ ที่สำคัญ?Sony Vaio Duo 13 ยังมีระบบปการปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติตามสภาพแสงอีกด้วย

Sony Vaio Duo 11 มาพร้อมกับปากกาสไตลัส ที่ไว้ใช้งานสำหรับการเขียนหรือการวาดโดยเฉพาะ วัสดุหลักๆ ทำจากอะลูมิเนียมที่มีความแข็งแรง สนนราคาปากกาอยู่ที่ประมาณ 3,xxx บาท (ซื้อเครื่องไปแล้วอย่าทำหายเชียว) โดยปากกานี้สามารถเก็บไว้กับตัวเครื่องได้อีกด้วย เพราะตัวเครื่องออกแบบมาให้มีที่เสียบปากกาทั้งแบบแนวตั้งหรือเรียบเนียนไปกับตัวเครื่อง ซึ่งตัวปากกาสไตลัสนี้ใช้พลังงานจากถ่านขนาด AAAA จำนวน 1 ก้อน สำหรับการใช้งานนนั้นมีความรวดเร็วและแม่นยำ รวมไปถึงรองรับการรับน้ำหนักแรงกดได้ถึง 256 ระดับด้วยกัน ทำให้เราสามารถใช้งานได้แทบไม่แตกต่างจากการใช้ปากกาหรือดินสอจริงๆ เลย นอกจากนี้เมื่อเราหยิบปากกาขึ้นจากตัวเครื่องส่วนซอฟต์แวร์ที่ใช้ขีดเขียนก็จะเปิดขึ้นมาทันที?ซึ่งก็ใช้งานได้เป็นอย่างดีกับซอฟต์แวร์ที่ทาง Sony ได้ติดตั้งมาให้ อย่าง Note Antime for Vaio ?

เมื่อทดลองฟังเสียงลำโพงที่อยู่ด้านหน้าของตัวเครื่อง พบว่าให้เสียงที่ค่อนข้างดี แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตเล็กน้อยในส่วนของความดังของเสียงที่ค่อนข้างเบาแม้จะปรับไปที่ระดับสุดแล้ว อย่างไรก็ตามหากต้องการเสียงคุณภาพหรือความดังมากกว่านี้แนะนำให้ต่อลำโพงแยกหรือต่อกับหูฟังคุณภาพดีมาให้จะดีกว่า

Screen Angle

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ???

คุณภาพหน้าจอของ Sony Vaio Duo 13?เครื่องนี้ อย่างที่บอกไปแล้วว่าเป็นการติดตั้งพาเนลจอแบบ IPS มาให้ นั้นถือว่าเป็นพาเนลมาตรฐานสำหรับโน้ตบุ๊กหรือ Ultrabook ระดับสูงในปัจจุบัน โดยการเลือกใช้พาเนลหน้าจอคุณภาพสูงระดับมืออาชีพอย่าง IPS (In-Plane Switching) ที่จัดได้ว่าพาเนลหน้าจอมอนิเตอร์ที่มีคุณภาพดีที่สุด ที่ให้ทั้งสีสันที่ตรง ความกว้างของช่วงสีสันที่มาก ส่งผลให้สีสันที่แสดงออกมาจากหน้าจอนั้นมีความสมจริงอย่างที่สุด ประกอบกับการที่มีมุมมองที่กว้างมากๆ เกือบ 180 องศาเลยทีเดียว รวมไปถึงด้วยความที่เป็นหน้าจอความละเอียด Full HD บนขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ทำให้รอยยักต่างๆ ที่เกิดขึ้นแทบจะมองไม่เห็นทีเดียว?

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ??

ด้านของมุมมองจากฝั่งซ้ายและขวาจะเห็นว่ายังสามารถมองเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนแต่ความสว่างหน้าจอจะลดลงไปบ้างเล็กน้อยแต่ผู้ใช้คนที่สองและสามก็ยังสามารถมองเห็นหน้าจอได้ดีไม่แพ้ผู้ใช้คนแรกที่อยู่ตรงกลางหน้าจอ ถือว่าหน้าจอที่ติดตั้งมาให้ Sony Vaio Duo 13?เครื่องนี้มีมุมมองที่กว้างใช้ได้ทีเดียว?

? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ? ??

รวมถึงแบบมุมก้มมุมเงยหน้าจอของ Sony Vaio Duo 13?ผลที่ได้ก็คือ สีสันที่เรามองเห็นนั้นให้สีสันที่ตรง ไม่เกิดอาการสีเพี้ยนที่หน้าจอแต่อย่างใดเลย แน่นอนว่าโน้ตบุ๊กน้อยเครื่องน้อยรุ่นนักที่จะสามารถทำได้แบบนี้ และเรียกได้ว่าประสิทธิภาพในการแสดงผลนั้นเหนือกว่าโน้ตบุ๊กหรือ Ultrabook ที่มีจำหน่ายในตลาดตอนนี้ทีเดียว

Keyboard / Touchpad

ส่วนของคีย์บอร์ดจะอยู่ซ่อนอยู่ใต้หน้าจอ เมื่อเราจะใช้งานก็เพียงสไลด์หน้าจอขึ้น ก็จะพบกับคีย์บอร์ด QWERTY ดีไซน์มาตรฐานตามรูปแบบของ Sony ที่มาพร้อมทัชแพดแบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวารูปร่างสี่เหลี่ยมพื้นผ้าแนวกว้าง?ซึ่งเราสามารถใช้งานได้เหมือนกับทัชแพดแบบปกติ (คลิกได้ด้วย) อีกทั้งยังมาพร้อมกับปุ่มกดคลิกซ้าย-ขวา ตามมาตรฐานของโน้ตบุ๊กทั่วไปอีกด้วย ?โดยถือได้ว่ามีการปรับเปลี่ยนจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง?Sony Vaio Duo 11 ที่จะเป็นลักษณแป้น Trackpad คล้ายบนสมาร์ทโฟน BlackBerry?

สำหรับไฟส่องสว่างคีย์บอร์ดของตัว?Sony Vaio Duo 13 ก็มีมาให้เช่นกัน โดยเราไม่สามารถเปิดปิดด้วยปุ่มตัวเครื่องภายนอก แต่การทำงานจะใช้เซ็นเซอร์วัดความสว่างเปิดปิดให้อัตโนมัติให้เท่านั้น ซึ่งถ้าใครต้องการบังคับเปิดปิดล่ะก็ต้องทำการควบคุมผ่านซอฟต์แวร์อย่าง Vaio Control Center ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมการปรับแต่งฮาร์ดแวร์ภายในเครื่อง เมื่อทดสอบใช้งานจริงพบว่าตัวคีย์บอร์ดเองนั้นมีพื้นที่ไม่แตกต่างจาก Ultrabook ขนาดหน้าจอ 13 นิ้วปกติ ประกอบกับการที่ทัชแพดแบบใหม่นั้นมีขนาดเล็กที่ในบางครั้งก็ลำบากเช่นกันสำหรับการทำงานที่จำเป็นต้องใช้ทัชแพดบ่อยๆ ถึงแม้ว่าจะใช้จอสัมผัสได้แต่ก็ไม่สะดวกซักทีเดียว จากการที่ต้องละมือขึ้นมากดไปที่หน้าจอ ยังไงก็ข้อแนะนำหากใครใช้ทำงานก็ให้ต่อเมาส์จะดีที่สุด อย่างไรก็ตามสำหรับทัชแพดขนาดเล็กที่มีมาให้ในเครื่องไว้ใช้งานนอกสถานที่ก็เพียงพอแล้ว??

Connector / Thin And Weight

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง?Sony Vaio Duo 13 จะโล่งๆ ไม่มีพอร์ตอะไรเป็นพิเศษ นอกเหนือจากปุ่มเปิดปิดที่เรียบเนียนไปกับตัวเครื่อง โดยมีลักษณะนูนออกมาเล็กน้อย พอที่จะคลำๆ ได้อย่างสบายๆ

ส่วนทางด้านขวาของตัวเครื่องก็มีรูปแบบที่โล่งๆ เช่นกัน ซึ่งก็จะมีแต่แท่นเสียบปากกาเท่านั้น โดยการใช้งานเพียงเกี่ยวออกมาง่ายๆ เท่านั้น

แต่ในส่วนด้านหลังของตัวเครื่องจะมาพร้อมช่องทางการเชื่อมต่อที่ครยครันเริ่มจากช่องต่อสายชาร์จไฟ ช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ถัดไปก็จะเป็นพอร์ต USB 3.0 จำนวน 2 ?พอร์ตตามปกตของ Ultrabook ในหลายๆ รุ่น และพอร์ต HDMI ไว้เชื่อมต่อจอนอกอีกหนึ่งช่อง สุดท้ายของช่องทางการเชื่อมต่อก็จะเป็น SD Card Reader พร้อมกับช่องระบายความร้อนด้านหลัง ที่แม้จะเร่งการทำงานสูงสุดแต่เสียงรบกวนก็ไม่ค่อยดังมากนัก

ว่ากันด้วยความหนาของตัวเครื่องก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน Ultrabook ได้สบายๆ ด้วยตัวเครื่อง?Sony Vaio Duo 13 มีความหนาเพียง 9.2 มิลลิเมตรเท่านั้นเมื่อพับฝา แน่นอนว่าจะหากระเป๋าใส่คงต้องซื้อแบบบางๆ เฉพาะทางมาหน่อย เพื่อเวลาใส่จะได้แน่นและไม่หลวมจนเกินไป ในส่วนของน้ำหนักเมื่อชั่งจริงน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.3 กิโลกรัม ในกรณีเครื่องเล่าไม่มีอแดปเตอร์ แต่เมื่อมีอแดปเตอร์เพื่อเข้ามาก็ยังหนักเพียงประมาณ 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าในเรื่องของน้ำหนักเมื่อพกพาคงไม่ต้องเป็นกังวลมากนัก เพราะน้ำหนักและความบางก็แทบไม่ต่างจาก Ultrabook ทั่วไปเท่าไหร่เลย

อีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจของ?Sony Vaio Duo 13 ก็คือ อแดปเตอร์ที่ให้มาในชุดจำหน่ายนั้นจะมีการติดตั้งพอร์ต USB มาให้ เพื่อไว้ทำหน้าที่ชาร์จไฟให้กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่เราใช้งานอยู่ เรียกได้ว่าทำให้เราสะดวกใช้งานมากยิ่งขึ้นทีเดียว นอกจากยังมาพร้อมตัวแปลงที่จะทำหน้าที่แปลงพอร์ต USB นี้ให้กลายเป็นไวเลสเราเตอร์ได้อีกด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปในตัวเครื่องอย่างพอร์ต LAN ซึ่งในการใช้งานสามารถทำได้ง่ายมาก เพียงต่อสาย LAN ที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตเข้าไป จากนั้นกดที่ปุ่ม WPS เพียงเท่านี้เราก็สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตบนเครื่อง?Sony Vaio Duo 13 ได้แล้ว

Performance / Software

Sony Vaio Duo 13 ตัวทดสอบนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-4200U ซึ่งเป็นซีพียูใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.60 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 2.6 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 2 Core 4 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสูงกว่าพวก Core i7 ตัวปกติไม่ได้ แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel HD Graphics 4400 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 ?มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า?Intel HD Graphics 4000 รุ่นก่อนหน้าแน่นอน

เริ่มแรกเรามาดูคะแนนของ Windows 8 กันก่อน ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างกลางค่อนไปทางสูง ด้วยเครื่องนี้อาจจะไม่ได้เน้นประสิทธิภาพที่แรงมาก เพราะเป็นชิปประมวลผลแบบประหยัดพลังงาน แต่สำหรับในส่วนของฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ที่ติดตั้งมาแล้วส่งผลให้มีคะแนนโดยรวมดีขึ้นทีเดียว อย่างไรก็ตามสำหรับ Sony Vaio Duo 13 เครื่องนี้คงเน้นไปในการใช้งานที่หลากหลายมากกว่างานด้านกราฟิกหรือประมวลผลหนักๆ

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังประมวลผลซีพียู คะแนนก็อยู่ในระดับกลางๆ เปรียบเทียบกับ CPU ที่เป็นรหัส U ด้วยกันแล้ว ก็ทำได้ดี แต่ก็ดีกว่าปกตินิดหน่อยจากการที่มี SSD เข้ามาช่วยเสริม

สำหรับการทดสอบความเร็วในการอ่านเขียน SSD ได้ใช้โปรแกรม AS SSD Benchmark ทดสอบ ผลที่ได้ออกมาก็คือมีความเร็วที่สูงมากในการอ่านข้อมูล ซึ่งถึงแม้ว่าความเร็วในการเขียนจะได้น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของความเร็วในการอ่าน ก็ยังจัดได้ว่าน่าพอใจอยู่ แน่นอนว่าความรู้สึกของการใช้งานจริงจะมีความเร็วกว่าโน้ตบุ๊กที่ใช้ฮาร์ดดิสก์กว่าหลายเท่าตัว โดยร่วมทำงานกับเทคโนโลยี Rapid Wake ของทาง Sony ส่งผลให้ในการเปิดปิดเครื่องใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีและ Sleep/Wake Up จะใช้เวลาเพียง 1-2 วินาทีเท่านั้นเองครับ

ทดลองด้วย Benchmark เกม Street Fighter IV จะเห็นได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจกว่ารุ่นเดิมอย่าง Sony Vaio Duo 11 ซึ่งจากสเปกทั้งหมดก็ถือว่าเป็นผลเกณฑ์ที่ดีกว่ามาตรฐาน คาดว่าน่าจะมาจากผลของการใช้งานเป็น SSD แทนฮาร์ดดิสก์ปกติ รวมไปถึงกราฟิกการ์ดรุ่นใหม่ที่อยู่ภายในชิปประมวลผล Intel Core i Gen 4

อีกเกมหนึ่งที่โดยส่วนตัวเล่นเป็นประจำอย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน?โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1280?720 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ แน่นอนว่าที่ความละเอียด Native ที่ Full HD จะไม่สามารถเล่นอย่างลื่นๆ ได้?สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดสุดทุกอัน ที่สามารถดูได้ตามภาพด้านบน ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่น ระดับเฟรมเรทอยู่ที่ประมาณ 40-60 แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 30 ขึ้นไปตลอด สรุปโดยรวมแล้วคือเล่นได้สบายๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นคมชัดแต่ก็จัดเต็มด้วยเอฟเฟคมากมาย?

นอกจากนี้เราจะมาชมเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ติดเครื่องกันต่อ ที่ทาง Sony ติดตั้งมาใน Sony Vaio Duo 13 เครื่องนี้ โดยเริ่มจาก Vaio Care โดยเป็นซอฟต์แวร์ศูนย์รวมเครื่องมือต่างๆ ของ Vaio ทั้งในส่วนของการใช้งานต่างๆ การแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมไปถึงเครื่องมือในการปรับปรุงเครื่องด้วยตัวซอฟต์แวร์เอง และการกู้ข้อมูล กู้ระบบ Backup ตลอดจนไปถึงการคืนการตั้งค่าต่างๆ ที่เรียกได้ว่าผู้ผลิตคอมพิวเตอร์น้อยรายนักที่จะใส่ใจในรายละเอียดแบบนี้อย่าง Sony Vaio?

ต่อกันที่ซอฟต์แวร์ Vaio Control Center ซึ่งถือได้ว่าเป็ยศูนย์รวมการตั้งค่าต่างๆ ภายในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแบตเตอรี่และการใช้พลังงาน เมาส์-คีย์บอร์ด การแสดงผล คุณภาพเสียง หรือฮาร์ดแวร์ปลีกย่อยอื่นๆ ระบบเครือข่าย และอื่นๆ ที่เป็นส่วนประกอบต่างๆ ภายในเครื่องโน้ตบุ๊ก Sony Vaio ที่บอกได้เลยว่าใครชอบปรับแต่งแก้ไขอะไรในเครืื่องด้วยตนเองต้องถูกใจซอฟต์แวร์ตัวนี้อย่างแน่นอน

อีกทั้งผลิตภัณฑ์ Sony Vaio ใหม่ๆ จะมาพร้อมกับฟีเจอร์การใช้งาน Vaio Gesture Control ที่จะทำให้เราสามารถสั่งงานด้วยมือได้ในบางโปรแกรมโดยอาศัยกล้องเว็บแคมด้านหน้าเป็นตัวจับการเคลื่อนไหว นับได้ว่าเป็นอีกเทคโนโลยีที่น่าตื่นตาตื่นใจกับ Sony Vaio Duo 13 เครื่องนี้ครับ แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องเปิดซอฟต์แวร์ขึ้นมาเพื่อตั้งค่ากันเสียก่อน?

สุดท้ายกับในส่วนของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่มาพร้อมกับเครื่องซึ่งเป็นของ Windows 8 จัดได้ว่ามีความน่าใช้งานมากขึ้นกว่า Windows 7 ในหลายๆ ตัวด้วยกัน ซึ่งก็จะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ ก็คือ หน้า Live Tiles และ Desktop ปกติ แน่นอนว่าใครต้องการใช้งานโปรแกรมอะไรก็เพียงพิมพ์ลงไปที่หน้า Live Tiles ได้เลย ตัวระบบก็จะปรากฎหน้าค้นหาขึ้นมา หรือถ้ากรณีอยู่ในหน้า Desktop ก็เพียงไปที่ค้นหาหรือกดปุ่มคีย์ลัดอย่าง Windows + Q ก็สามารถเปิดหน้าต้นหาโปรแกรมหรืออื่นๆ ได้เช่นกัน

อีกทั้งเรายังสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นโปรแกรมเพิ่มเติมได้ทั้งฟรีและเสียเงิน ผ่านทาง Windows Store ได้ทันที ถึงแม้ว่าอาจจะมีไม่เยอะเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าในอนาคตต้องทยอยมีมาเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

Battery / Heat / Noise

สำหรับแบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาในตัว?Sony Vaio Duo 13 จะเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ที่สามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องยาวนานด้วยความจุ 6235 mAh ซึ่งจากการทดสอบก็พบว่าสามารถใช้งานจริงเมื่อใช้งานในด้านของการเล่นอินเตอร์เน็ตเปิด Wi-Fi กับความสว่างระดับ 50% จะอยู่ที่ประมาณเกือบ 10 ชั่วโมงทีเดียว เรียกได้ว่ายาวนานกว่า Ultrabook รุ่นอื่นๆ พอสมควร เข้าใจว่าน่าจะมาจากการที่เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 4 แบบประหยัดพลังงานพิเศษที่ได้รับการพัฒนามาจากรุ่นเดิม?

สำหรับอุณหภูมิภายในเครื่องเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 40 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยโปรแกรม เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของตัวเครื่องอยู่ที่ประมาณ 75 องศาเซลเซียสเท่านั้น ?และเสียงพัดลมก็ไม่ได้ดังรบกวนมากนัก?

ประกอบกับทำการวัดอุณหภูมิโดยรอบของตัวเครื่องด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิไปยังตำแหน่งต่างๆ ของ?Sony Vaio Duo 13 พบได้ว่าบริเวณแป้นของคีย์บอร์ดมีอุณหภูมิอยูที่ประมาณ 31 องศาเซลเซียส ที่จัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่มีผลในการใช้งานแต่อย่างใด รวมไปถึงเมื่อทดลองวัดไปที่ช่องทางระบายความร้อนด้านหลังเครื่องก็อยู่ที่ 55 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง แต่ในส่วนของด้านหลังตัวเครื่องสังเกตเหHนว่ามีจุดหนึ่งที่อุณหภูมิสูงสุดที่อยู่ คาดว่าจะเป็นตำแหน่งของชิปประมวลผล

สรุปก็คือ?Sony Vaio Duo 13 มีการถ่ายเทความร้อนออกจากตัวเครื่องได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจรวมไปถึงความร้อนที่เกิดขึ้นไม่รบกวนในการใช้งานนัก ฉะนั้นในเรื่องของความร้อนที่เกิดกับตัวเครื่องเราก็สามารถใช้งานได้เต็มที่แบบไร้กังวลครับ

Conclusion / Award

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จาก Sony ที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุดอย่าง Windows 8 ของทาง Microsoft ที่เชื่อได้ว่าเมื่อทุกคนเห็นจะต้องให้ความสนใจกับมันอย่างแน่นอน กับ Sony Vaio Duo 13 ซึ่งเป็น Ultrabook Hybrid?ที่นอกเหนือจากจะเป็นโน้ตบุ๊กบางเบาแล้ว ยังมีคุณสมบัติแปลงร่างเป็นแท็บเล็ตได้ โดยการปรับเปลี่ยนนั้นก็ทำได้ไม่ยาก ด้วยการสไลด์หน้าจอขึ้นลงด้วยกลไกที่แข็งแรงและมีความทนทานทำให้เราสามารถใช้งานได้อย่างหายห่วงว่ามันจะเสียหายหรือพังก่อนช่วงเวลาอันควร ต่างจากโน้ตบุ๊กบางรุ่นที่สามารถทัชสกรีนหน้าจออย่างเดียวได้เท่านั้น แถมยังใช้เวลาในการเปิด-ปิดเครื่องเพียงไม่กี่วินาทีและ Sleep/Wake Up ก็ใช้เวลาก็น้อยนิด

ประกอบกับหน้าจอที่มีความละเอียดถึง Full HD ในขนาดหน้าจอเพียง 13.3 นิ้ว ทำให้การแสดงผลดูเรียบเนียนตา ที่แทบว่ามองไม่เห็นเม็ดพิกเซลเลยทีเดียว พร้อมกันนั้นยังสนับสนุนการทัชกรีนหน้าจอถึง 10 จุดพร้อมๆ กัน ส่งผลให้การเล่นเกมหรือใช้งาน Windows 8 ไม่มีการติดขัด ส่วนสเปกอื่นๆ ก็ถือว่าเป็นในกลุ่มของ Ultrabook ทั่วไปตามตลาดในปัจจุบันที่จะเป็นในส่วนของชิปประมวลผล Intel Core i5 สถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 4 ฉะนั้นในเรื่องของประสิทธิภาพในใช้งานและประหยัดพลังงานก็สบายใจได้ นอกจากนี้ในด้านของเทคโนโลยีในการใช้งานก็มีมาอย่างครบครับ อาทิ รองรับปากกาสไตลัส, ชิป?GPS, หมุนภาพอัตโนมัติ, Gesture Control, เซ็นเซอร์หมุนภาพ 3 แกน,?ปรับแสงสว่างอัตโนมัติ, เข็มทิศ, WiDi และชิป NFC เป็นต้น เรียกได้ว่าสมกับเป็น Ultrabook ระดับสูงจากทาง Sony จริงๆ

และด้วยเทคโนโลยี Rapid Wake + Eco ที่จะปรับเครื่องเข้าสูโหมด sleep แบบกินไฟต่ำ แต่ยังสามารถเก็บรักษาข้อมูลเอาไว้ได้เกือยเดือน และเมื่อเปิดฝาเครื่องกลับขึ้นมา ทุกอย่างก็จะพร้อมใช้งานต่อได้ภายใน 2 วินาที พอร์ต USB ที่มากับตัวเครื่อง ก็ยังสามารถใช้ชาร์จไฟได้ แม้ว่าจะไม่ได้เปิดเครื่องอยู่ก็ตาม?

สุดท้ายนี้หากใครต้องการความต่างอย่างมีสไตล์กับผลิตภัณฑ์ Windows 8 แล้ว ในส่วนของตัว Sony Vaio Duo 13 ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายที่เราต้องการได้อย่างแน่นอน จากการที่ในหลายๆ ส่วนได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นจากรุ่นเดิมอย่าง Sony Vaio Duo 11 สำหรับ?Sony Vaio Duo 13?สนนราคาค่าตัวอยู่ที่ 49,900 บาท ซึ่งดูแล้วเหมือนว่าจะมีราคาสูงซักเล็กน้อยสำหรับใครหลายๆ คน แต่ก็รับรองว่าคุ้มค่าน่าใช้งานแน่นอนครับ

จุดเด่น :

  • เป็น Hybrid?Ultrabook ทำให้สามารถใช้งานเป็นโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตได้ในเครื่องเดียว
  • มีเทคโนโลยี Rapid Wake จาก Sony ทำให้เปิดเครื่องเร็วภายใน 2 วินาที
  • มาพร้อมกับเทคโนโลยี Gesture Control (ระบบสั่งการด้วยมือ)
  • หน้าจอทัชกรีนขนาด 13.3 นิ้ว พาเนล IPS ความละเอียดระดับ Full HD ให้ภาพสวยสมจริง
  • รองรับการใช้งานปากกาสไตลัสพร้อมมีซอฟต์แวร์ออกมาสนับสนุนการใช้งาน
  • สเปกเครื่องจัดได้ว่าเป็นมาตรฐาน Ultrabook ที่มาพร้อม SSD ขนาด 128GB?
  • ตัวเครื่องบางน้ำหนักเครื่องก็จัดได้ว่าเบากว่าโน้ตบุ๊กทั่วไป
  • วัสดุและงานประกอบคือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Sony Vaio
  • ช่องการเชื่อมต่อครบครันในระดับนึง อย่าง USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ต
  • มีเซ็นเซอร์ช่วยในการใช้งานมากมาย อาทิเช่น ปรับความสว่าง, พลิกหน้าจออัตโนมัติ?
  • รองรับการใช้งานกับอุปกณ์ที่มีชิป NFC เหมือนๆ กัน
  • มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 8 ที่สนับสนุนการใช้งานทัชกรีนอย่างเต็มที่
  • ใช้งานแบตเตอรี่ได้ต่อเนื่องยาวนานเกือบ 10 ชั่วโมง
  • อแดปเตอร์มาพร้อมพอร์ต USB ชาร์จไฟและแปลงเป็นไวเลสเร้าเตอร์ได้

ข้อสังเกตุ :

  • จากการที่หน้าจอเป็นแบบสไลด์ขึ้นลงส่งผลให้ปรับความเอียงหน้าจอไม่ได้ตามต้องการ
  • น้ำหนักถือว่ามากหากใช้งานเป็นแท็บเล็ต
  • ทัชแพดและคีย์บอร์ดมีขนาดเล็กใช้งานไม่สะดวกมากนัก
  • กระจกหน้าจอค่อนข้างสะท้อนกับแสงพอสมควร
  • ไม่สามารถอัพเกรดในส่วนของแรมและ SSD ได้ ตามปกติของ Ultrabook

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 13 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง?Sony Vaio Duo 13?ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Sony มาอย่างยาวนานแล้วนะครับ โดยดีไซน์ของตัวเครื่อง Sony Vaio Duo 13 มีความสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์? ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์ Vaio ประกอบการงานการประกอบระดับคุณภาพ ที่เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกันอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว โดยเมื่อเทียบกับ Ultrabook ด้วยกันก็จะมีความโดดเด่นอย่างที่สุด เป็นสาเหตุให้ในเรื่องของรางวัล Best Design จงทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็นนัก

?

Best Mobility

สำหรับความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของ Ultrabook จากทาง Sony Vaio อยู่เช่นเดิม ทั้งในความบางเพียง 17.85 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 1.3 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก แถมไม่ต้องกลัวว่าเครื่องจะมีปัญหาอีกด้วย เพราะระบบไม่ได้ใช้ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเป็นแท็บเล็ตทันที (จะใช้งานต่อหรือเก้บเข้ากระเป๋าก็แล้วแต่) ส่วนอแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก จึงทำให้ Sony Vaio Duo 13 ได้รับรางวัล Best Mobility ไปอย่างง่ายดาย

?

Best Technology

Sony Vaio Duo 13 ได้เลือกใช้ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความเร็วสูงอย่างที่ Ultrabook ระดับสูงส่วนมากใช้กัน อีกทั้งในเรื่องของหน้าจอและความละเอียดจอก็มาในระดับที่สูงถึง Full HD ที่เป็นพาเนลจอคุณภาพสูงระดับมืออาชีพอย่าง IPS แน่นอนว่ายังทัชกรีนและใช้งานเป็นแท็บเล็ตได้ รวมไปถึงมีเทคโนโลยีมากมาย อาทิเช่น รองรับปากกาสไตลัส, ชิป?GPS, หมุนภาพอัตโนมัติ, Gesture Control, เซ็นเซอร์หมุนภาพ 3 แกน,?ปรับแสงสว่างอัตโนมัติ, เข็มทิศ และชิป NFC เป็นต้น?จึงทำให้คว้ารางวัล Best Technology ไป

Best Battery Life

แม้ว่าในตัวของ Sony Vaio Duo 13?จะอัดแน่นไปด้วยสเปกหรือเทคโนโลยีต่างๆ แต่ในเรื่องของการใช้งานของแบตเตอรี่ก็ถือว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉลี่ยแล้วถ้าใช้งานทั่วไปจะอยู่ได้นานถึงประมาณ 9 ชั่วโมงด้วยกัน ส่งผลให้ได้รางวัล Best Battery Life ซึ่งในส่วนนี้ก็เป็นผลมาจากการที่ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 4 ที่ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม อีกทั้งระบบปฏิบัติการ Windows 8 ก็เป็นตัวช่วยจัดการพลังงานได้เป็นอย่างดี โดยที่เราไม่จำเป็นต้องปรับค่าเองแต่อย่างใดเลย

Best Ultrabook

จากคุณสมบัติทั้งหมดนั้น ถือได้ว่า?Sony Vaio Duo 13 เป็นที่สุดของ Ultrabook อีกตัวหนึ่ง ซึ่งทั้งในเรื่องความแปลกใหม่ และการใช้งานที่สามารถแปลงเป็นแท็บเล็ตได้โดยง่าย ประกอบกับการที่ได้เลือกใช้ระบบปฏิบัติการที่ดีที่สุดอย่าง Windows 8 ฉะนั้นมีดีขนาดนี้กับรางวัล Best Ultrabook ก็ควรต้องได้รับไปนะครับ

© Copyright - Notebookspec.com All Rights