Home » 4. Other News

Sony และ Panasonic จับมือพัฒนาแผ่นดิสก์ใหม่ โดยมีความจุขั้นต่ำที่ 300GB

2 Aug 13 - By l

สำหรับแผ่น Blu-ray ที่เรามีให้ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามีความจุที่สูงมากกว่าแผ่น DVD ทั่วๆไปพอสมควรเลยทีเดียว แต่นั่นก็ดูยังไม่สาแก่ใจผู้พัฒนาอย่าง Sony และ Panasonic สักเท่าไหร่ ก็เลยได้มีการตั้งทีมพัฒนาสื่อรูปแบบใหม่ขึ้นมาอีก เพื่อพัฒนารูปแบบสื่อ Optical Storage รุ่นต่อไป สำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพอีกครั้ง

และก็เหมือนๆกันกับสื่อบันทึกเดิมๆที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นตลับเทป cassette, VHS หรือแผ่น floppy, optical มันก็ได้ค่อยๆสูญหายออกไปจากตลาดนับวันๆ ด้วยยุคสมัยดิจิตอลของเรา ที่ค่อยๆพัฒนาเปลี่ยนไปมากขึ้นเรื่อยๆ มีความต้องการใช้งานพื้นที่การเก็บข้อมูล ที่มีความจุกสูงมากกว่าที่เคย มอบรายละเอียดและความซับซ้อนของการทำงานได้ดีขึ้น จนเป็นที่มาของการพัฒนาสื่อบันทึกอย่าง flash storage และระบบ cloud computing ขึ้นมานั่นเอง ทำให้แผ่น optical เดิมๆที่มีมา เริ่มไม่ค่อยจะเป็นประโยชน์สักเท่าไหร่สำหรับการใช้งานของผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว และยิ่งไปกว่านั้น ผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ชื่อดังหลักๆ Apple, HP, Dell หรือ Lenovo ต่างก็เริ่มที่จะไม่ใส่อุปกรณ์อย่างไดรฟ์ optical มาให้ด้วยในเครื่องโน้ตบุ๊กของตัวเองกันแล้ว นั่นก็จะยิ่งเป็นการลดความสำคัญและปริมาณการใช้งานของสื่อประเภท optical storage ในตลาดของผู้บริโภคใช้งานงานทั่วไปให้น้อยลงมายิ่งขึ้นไปอีก

แต่แม้ว่าในตลาดของผู้บริโภคทั่วไป จะเห็นเค้าลางที่มันกำลังเริ่มตายออกไปแล้ว แต่กับในตลาดการใช้งานของวงการมืออาชีพหลายวงการ ข้อดีของสื่อชนิดนี้ ก็ยังคงถือเป็นสื่อที่สามารถใช้งานได้ดีอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องความสามารถทางด้านความทนทานต่ออุณหภูมิและความชื้นต่างๆ

และด้วยความต้องการของตลาด ที่ในอนาคตนั้น จะมีความต้องการความจุต่อแผ่นที่มากขึ้นกว่าที่เคย สื่ออย่าง Blu-ray ก็จะพบกับข้อจำกัดในไม่ช้า และนั่นจึงเป็นที่มาของการพัฒนาสื่อแบบใหม่ขึ้นมาแทนอีกครั้ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านความจุต่อแผ่นให้มายิ่งขึ้น โดยจะเป็นในระดับขั้นต่ำ 300GB ต่อแผ่นเลยทีเดียว และขาดว่าจะสามารถเปิดตัวออกมาได้ภายในปี 2015

แน่นอนว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อตลาดระดับมืออาชีพ แต่กับตลาดผู้บริโภคทั่วไปนั้น ก็ยังคงจะเป็นคำถามอยู่ ว่าใครจะต้องการเก็บข้อมูลต่อแผ่นที่มากมายขนาดนั้น ในเมื่อทุกวันนี้ เราได้มีระบบ cloud เข้ามาใช้ในการสำรองข้อมูลต่างๆและระบบ demand streaming เข้ามาแทนที่หมดแล้ว

ที่มา: VR-Zone



© Copyright - Notebookspec.com All Rights