Home » 0. TOP content

Review – Predator Helios 500 พี่เบิ้มรุ่นใหญ่ จอ 4K สเปคแน่นปึก i9 + GTX 1070 ราคาแสนนิดๆ

20 Oct 18 - By l

ในที่สุดก็มาใครสักทีกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นท็อปของทางแบรนด์ Acer รุ่น Predator Helios 500 ที่เป็นการพัฒนาสานต่อจากรุ่น Helios 300 ให้ดียิ่งขึ้น ดีไซน์ใหม่ ใหญ่บึกบึน ให้สมกับเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คระดับท็อปที่มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้ว แถมจัดสเปคมาแรงๆ จัดเต็มไม่มีกั๊ก ซึ่งมีมาให้เลือกด้วยกันถึง 4 สเปค 4 แบบ 4 ราคาด้วยกัน เริ่มต้นตั้งแต่ 69,900 บาท ไปจนถึง 109,900 บาทเองทีเดียวครับ

โดยทั้ง 4 รุ่นมาพร้อมกับประกัน 3 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ซึ่งรุ่นที่ทีมงาน NBS ได้มารีวิวนั้นจะเป็นรุ่นตัวท็อปสุด i9-8950HK + GTX 1070 ราคา 109,900 บาท ประสิทธิภาพการทดสอบจะเป็นเช่นไรบ้าง ไปติดตามที่รีวิวนี้เต็มๆ ในบทความนี้กันได้เลยครับ

VDO Review

Specification

Predator Helios 500 ในตอนนี้จะมีจำหน่ายด้วยกัน 4 รุ่นย่อย ซึ่งตัวที่ NBS ได้มาทดสอบเป็นตัวรุ่นท็อปสุดราคา 109,900 บาท ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i9-8950HK (2.90 – 4.80 GHz) ทำงานแบบ 6 Core/12 Thread ประสิทธิภาพสูงแรงสุด ณ เวลานี้สำหรับ CPU โน้ตบุ๊คเลยก็ว่าได้ พร้อมกราฟิการ์ดตัวแรงระดับ Desktop อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1070 (8GB GDDR5) มีที่เก็บข้อมูลฮาร์ดดิสก์ความจุ 1 TB 5400 รอบ พร้อมติดตั้ง SSD m.2 NVMe ความจุ 512 GB 2 ตัวต่อ Raid 0 เอาไว้ด้วย ในส่วนของ Ram เองมีมาให้ 32 GB แบบ DDR4 Bus 2666 จัดเต็ม

หน้าจอแสดงผลเป็นแบบด้าน 17.3 นิ้ว ที่ความละเอียด 4K พาเนล IPS ให้สีสันที่สวยงามทุกมุมมอง และมาพร้อมกับเทคโนโลยี G-Sync ในตัว แ ขอบเขตสีสูงสุด 94% sRGB 90% AdobeRGB มี Refresh Rate อยู่ที่ 60 Hz และในส่วนของระบบเสียงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ 2.1 ให้เสียงที่ดีมากพร้อมกับ Subwoofer ในตัว

ตัวหน้าจอยังมาพร้อมกล้อง Webcam แบบ HD และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัวแบบตัดเสียง ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, Display Port, 3 x USB 3.0, 2 x Thunderbolt 3, Kensington Lock, รูหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกัน 2 ช่อง พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi Intel Dual Band มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac รวมถึงตัวเครื่องมาพร้อม Windows 10 Home แท้พร้อมใช้งาน ประกัน 3 ปีเต็ม Onsite Service ทุกรุ่น

Hardware / Design

ดีไซน์ของตัวเครื่อง Predator Helios 500 นั้นเรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดจากตัว Helios 300 ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งโครงสร้างภายนอกทรงคล้ายกับยานอวกาศ วัสดุหลักทั้งตัวเครื่องพลาสติกเกรดสูง ABS ซึ่งบอกได้เลยว่าประกอบทำได้ยอดเยี่ยมไรที่ติ โดยสีสันตัวเครื่องที่ทีมงานได้มาจะเป็นโทนครามน้ำเงินตัดดำ (รุ่นปกติที่วางจำหน่ายจะเป็นสีดำตัดเทา) ตามสไตล์ Gaming ดุดัน พร้อมมีโลโก้ Predator เส้นขอบสีฟ้าอยู่ตรงกลางฝาหลัง และเส้นสองแถบข้างสวยงาม

พื้นผิวฝาหลังจะเป็นผิวเรียบให้สัมผัสที่ดีลื่นมือ ไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย งานดีมีคุณภาพ ขอบจอตัดเหลี่ยมลบมุมออก แกนฝาพับเป็นแกนเดี่ยวยึดข้าง แข็งแรง ไม่โยกเยกง่าย ด้านหลังจะมีช่องระบายความร้อน 2 ช่อง และด้านข้างซ้ายขวาอีกอย่างละช่อง รวมตัวเครื่อง Predator Helios 500 มีช่องระบายความร้อนถึง 4 ช่องเลยทีเดียวครับ

ดีไซน์ด้านในถอดแบบมาจากตัว Predator G9 15 เป๊ะๆ ที่จะมีปุ่ม Macro 5 ปุ่มด้านบน ปุ่มลูกศรแยกกออกมาจากตัวเครื่องชัดเจน วัสดุบอดี้ตรงนี้ก็ยังคงพลาสติกเกรดพรีเมียมสีคราม คีย์บอร์ด RGB ทัชแพทเป็นแบบแยกปุ่มพร้อมไฟสีฟ้าดูโดดเด่น และมีปุ่มเปิดปิดเครื่องอยู่ตรงกลางด้านบนรูปสามเหลี่ยมเท่ไม่เหมือนใคร สำหรับเรื่องขนาดของถือได้ว่าขนาดค่อนข้างใหญ่และหนาขึ้นกว่าตัว Helios 300 อย่างเห็นได้ชัด ด้วยขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้ว ทำให้เครื่องต้องออกแบบมามีขนาดใหญ่ รวมถึงสเปคที่แรงระดับนี้ ไม่แปลกถ้าหากเครื่องบางเกินไปคงจะระบายความร้อนกันไม่ไหวแน่นอน

Keyboard / Touchpad

บริเวณแป้นคีย์บอร์ด Predator Helios 500 ใช้ได้ดีไม่แพ้แป้นเกมมิ่งคีย์บอร์ดแยกเลย ตัวแป้นขนาดใหญ่พร้อมแป้นตัวเลข และมีการทำไฮไลท์เล่นสีฟ้าบริเวณปุ่ม WASD ให้ฟีลสัมผัสที่ค่อนข้างนุ่ม สามารถตอบสนองได้ดี พิมพ์มัน เล่นเกมสนุกในระดับนึง แถมยังสามารถปรับไฟ 4 โซน แบบ RGB อีกด้วย สวยงามหยดย้อยมากๆ เลยทีเดียว ซึ่งในส่วนคีย์บอร์ดนี้เองจะมี Predator Sense และปุ่ม Marco จำนวน 5 ปุ่มที่อยู่มุมบนซ้าย โดยปรับตั้งค่าได้มากถึง 3 โปรไฟล์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

ส่วนในบริเวณทัชแพดเองก็จะเป็นทัชแพดขนาดใหญ่แบบแยกชิ้นคลิกซ้ายคลิกขวา สามารถใช้งานได้ดี รวมถึงรองกับการใช้งานมัลติทัชได้อย่างไม่มีปัญหา และมาพร้อมปุ่ม Gaming สำหรับกดเพื่อปิดการใช้งานทัชแพดและปุ่ม Windows ในขณะเล่นเกมได้อีกด้วย

Screen / Speaker

Predator Helios 500 รุ่นที่ทีมงาน NBS รีวิวมาพร้อมหน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด 4K (3840×2160 พิกเซล) แบบ ComfyView ที่เลือกใช้ พาเนล IPS 60 Hz พร้อมทั้งมี G-Sync ในตัว ให้มุมมองที่คมชัด สีสันสวยสดงดงามลื่นไหล โดยพื้นผิวจอเป็นแบบจอด้าน Anti-Glare ช่วยลดแสงสะท้อนเวลาเรานำโน้ตบุ๊คไปทำงานข้างนอก ซึ่งดูรวมๆ แล้งทั้งสีสันและความคมชัดจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกม ดูหนังก็ทำได้ย่อมทำได้อย่างน่าประทับใจไม่มีปัญหา เรียกได้ว่าที่สุดของหน้าจอในโน้ตบุ๊ค ณ เวลานี้อีกตัวเลยครับ

ส่วนทางด้านลำโพงของเจ้าเครื่องนี้ เป็นแบบ 2.1 ชาแนล โดยมีลำโพงแยกอยู่ทางด้านล่างมุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอย่างละตัว ส่วนซับวูฟเฟอร์นั้นจะอยู่ด้านล่างตัวเครื่องเป็นแดง ซึ่งเสียงที่ได้ฟังแล้วสมราคาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการแยกทิศทาง เสียงเบส เสียงกลาง เสียงสูง ก็ทำออกมามีคุณภาพ ทำให้ได้ยินถึงรายะเอียดเนื้อเสียง เสียงดังฟังชัด

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Predator Helios 500 ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 94% และ AdobeRGB ที่ 90% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง

ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าค่อนข้างสว่างกว่าหน้าจอเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่น ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้สบายๆ

สรุปสุดท้ายด้วยคะแนนรวมทั้งหมดโดยตัวเครื่อง Predator Helios 500 รุ่นใหม่ล็อตใหม่ก็ได้คะแนนไป 4.0 คะแนน ซึ่งเมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างสูงสามารถเอาไปใช้งานแต่งภาพ ตัดต่อภาพ วิดีโอที่ต้องการความเที่ยงตรงสูงๆ ได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียวนั่นเองครับ

Connector / Thin And Weight

Predator Helios 500 จัดว่าเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้ว ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันที่สุดหนึ่งเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.0 x 3(เป็นแบบชาร์จเจอร์ด้วย 1 พอร์ต), Thunderblot 3 x 2 (จัดเต็มมากปกติถ้าเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ จะมีมาแค่พอร์ตเดียวเท่านั้น), Display Port, HDMI, Lan Gigabit Ethernet และ รูหูฟังและรูไมโครโฟนแบบแยกออกจากกัน แต่แอบน่าเสียดายนิดหนึ่งที่ตัวเครื่องตัด SD Card Reader ออกไป

ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายอย่างรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน 802.11 b/g/n/ac รูปแบบมาตราฐานใหม่ที่รองรับสัญญานแบบ 5 GHz ขนาดของตัวเครื่อง Predator Helios 500 จะอยู่ที่ 1.5 x 16.9 x 11.7 นิ้ว บอกเลยว่าหนาและใหญ่มาก น้ำหนักตัวเครื่องจะอยู่ที่ 3.78 กิโลกรัม ค่อนข้างหนักเลยทีเดียว ยิ่งรวมกับอแดปเตอร์อันใหญ่ด้วยแล้วเวลาจะพกพาไปไหนจะมีน้ำหนักมากถึง 5 กิโลกรัมเลยทีเดียว ดังนั้นเวลาจะเอาเครื่องไปไหนควรใช้กระเป๋าดีๆ หน่อยนะครับ ไม่งั้นมีขาดหรือเมื่อยหลังแน่นอน

Performance / Software

สำหรับตัว Predator Helios 500 มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i9-8950HK ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.90 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.80 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core/12 Threads รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพียงพอสำหรับการใช้งานหนักๆ สบาย และมาพร้อม Ram ภายในขนาด 32 GB DDR4 Bus 2666 MHz

กราฟิกการ์ดจะมีให้ใช้เฉพาะการ์ดจอแยกตัว NVIDIA GeForce GTX 1070 ขนาด 8 GB ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซี และแรงกว่า GTX 1060 แบบรู้สึกได้ สามารถนำเอาไปเล่นเกมแบบ Full HD ปรับสุดได้ทุกเกมสบายๆ 4K ก็พอเล่นได้ดีในระดับหนึ่ง แถมยังรองรับเทคโนโลยี VR ในอนาคตอีกด้วย (ที่ไม่มีการ์ดจอออนบอร์ดเพราะ BIOS เซ็คปิดค่าเอาไว้ทำให้ตัวเครื่องสามารถใช้งานตัว GTX 1070 ได้แรงขึ้น)

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเดิมมาก รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นผสานกับการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานหนักเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD m.2 NVMe ขนาดความจุ 512 GB x 2 รวมเป็น 1 TB ต่อกันแบบ Raid 0 ทำให้ประสิทธิภาพวิ่งแรงขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ โดยความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2720.2 MB/s และเขียนที่ 1972.7 MB/s

ทดสอบการทำงานฮาร์ดดิสก์ความจุอยู่ที่ 1 TB แบบความเร็ว 5400 รอบที่ติดตั้งมาให้ ด้วยโปรแกรม HD Tune แล้วพบว่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลน้อยสุดที่ 98.4 MB/s และสูงสุดที่ 253.2 MB/s ทำให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 246.4 MB/s ด้วยกัน มีอัตราการเข้าถึงข้อมูลที่ 0.983 ms ซึ่งนับได้ว่าผลทดสอบที่ออกมานั้นมีความน่าประทับใจและเสถียรมาก เรียกได้ว่าทำได้ดีกว่าฮาร์ดดิสก์ 5400 รอบตัวอื่นแบบชนิดที่เรียกได้ว่าคนละระดับกันเลย

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,934 คะแนน ถือได้ว่าคะแนนอยู่ในระดับท็อปสุดยอด ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ทำงานหนักแค่ไหนก็เอาอยู่แน่นอนครับ

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของ FPS จากทั้ง 6 เกม จะเป็นอย่างไรบ้างไปดูกราฟด้านล่างเลยครับ

จากทดสอบเกมทุกเกมบนความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซลหรือ 4K UHD ตามค่า Native หน้าจอ ผลที่ได้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ พอเล่นเกมได้ระดับหนึ่ง โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ยกเว้นเกม Monster Hunter World ที่ปรับเป็นระดับ High ทุกเกมสามารถเล่นได้ลื่นไหลเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 30 FPS ภาพที่ได้ก็สวยจนน่าประทับใจแบบที่สุด ซึ่งหากเพื่อนๆ เอามาเล่นความละเอียด Full HD ธรรมดาบอกเลยว่า FPS เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 70-80 ชิวๆ แถมมี NVIDIA G-Sync อีกทำให้ภาพที่ได้ไม่เกิดอาการภาพฉีก ภาพขาด และ FPS ไม่ตกเหมือนที่รุ่นไม่มีแน่นอนครับ

Battery / Heat / Noise

Predator Helios 500 นั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ 4,810 mAh ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นก็ให้มาค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว แต่เมื่อมาดูประสิทธิภาพก็อยู่ในระดับธรรมดาเพราะตัวเครื่องค่อนข้างกินไฟเยอะ ทีมงานทดสอบโดยการใช้งาน Wi-Fi เพื่อท่องเว็บดูท่องเว็บดู YouTube ได้สูงสุด 2 ชั่วโมง 7 นาที พอเปิดธรรมดาโดยไม่ต้องเสียบอแดปเตอร์ได้ระดับหนึ่งเท่านั้น

ส่วนของอุณหภูมิถือว่าสามารถที่จะทำได้ดีตอนที่ใช้งานเครื่องแบบไปบีบขั้นทรัพยากรมากนัก และถึงจะเป็นการเล่นเกมที่เน้น GPU และ CPU เข้ามาด้วยเป็นเวลานานๆ ตัวเครื่องจะไปร้อนสะสมอยู่ที่ด้านล่างซ้ายคีย์บอร์ด แต่ก็ไม่ได้ร้อนมากจนจับไม่ได้ โดยจากการทดสอบอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดที่วัด CPU ได้อยู่ที่ 96 องศา และ GPU อยู่ที่ 67 องศา (ทดสอบในห้องแอร์อุณหภูมิ 25 องศา) เรียกได้ว่าทำได้น่าพอใจ เพราะตัว i9 มันแรงมากย่อมร้อนเป็นปกติ ซึ่งถึงแม้ว่าจะร้อนขนาดนี้ก็สามารถใช้งานเล่นเกมได้ปกติไม่มีอาการแลคแต่อย่างใด

Conclusion / Award

แน่นอนว่า Predator Helios 500 ถือเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คระดับท็อปที่แรงโคตรๆ รุ่นหนึ่งและให้สเปคมาที่เกือบจะสุดทางแล้ว ทั้งชิปประมวลผล Intel Core i9-8950HK รุ่นล่าสุดที่สามารถ OC เพิ่มความแรงได้อีก การ์ดจอแยกระดับสูงที่เป็น NVIDIA GeForce GTX 1070 (8GB GDDR5) ที่สามารถเล่นเกม Full HD ปรับสุดทุกเกมลื่นๆ หรือจะเล่น 4K ก็พอไหว รวมถึง Ram ที่ยัดมาใหถึง 32 GB เหลือๆ ทั้งการทำงานหนักๆ และเล่นเกมทุกเกมบนโลกนี้

อีกทั้งหน้าของรุ่นท็อปยังมาพร้อมกับความละเอียดระดับ 4K IPS มี G-Sync ในตัวให้ภาพที่ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ความจุตัวเครื่องก็ให้มาจัดเต็มที่เป็น SSD M.2 NVMe ขนาด 512 GB ถึง 2 ตัวเอามาต่อ Raid 0 วิ่งแรงๆ และมี Windows 10 แท้ในตัวมาให้เลย ทำให้ Predator Helios 500 ตัวท็อปที่ทีมงาน NBS มารีวิวนั้น เรียกได้ว่าเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คที่แรงที่สุดในงบนี้ก็ว่าได้ ซึ่งถ้าใครจะซื้อจริงๆ และไม่ได้จำเป็นต้องใช้งานหนักระดับ Worksation แนะนำว่าไม่จำเป็นต้องซื้อตัวท็อปที่เป็น Intel Core i9 ก็ได้ ซื้อตัว i7-8750H รุ่นเริ่มต้นที่ราคา 69,900 บาท ก็แรงเพียงพอแล้ว ความร้อนก็น้อยกว่า เก็บเงินส่วนต่างไปซื้อเกมมิ่งเกียร์อื่นๆ ได้อีกหลายชิ้นเลย

ส่วนข้อสังเกตของเครื่องนี้ก็มีอยู่บ้างคือ Predator Helios 500 ตัวเครื่องค่อนข้างหนา ใหญ่และหนัก ทำให้เวลาพกพาไปไหนค่อนข้างลำบาก รวมถึงอแดปเตอร์ก็อันใหญ่หนักมากเช่นกัน ในส่วนของพอร์ตเชื่อมต่อก็แอบเสียดายนิดหนึ่งที่ไม่มี SD Card Reader กับอีกเรื่องหนึ่งคือความเร็วของ SSD m.2 NVMe ที่ให้มาเป็นตัวระดับกลางไม่ใช่ระดับสูง ถ้าให้ระดับสูงมาต่อ Raid 0 ความแรงการอ่านคงวิ่งทะลุ 5000 MB/S

อย่างไรก็ตาม Predator Helios 500 ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าซื้อไม่น้อย เพราะด้วยสเปคที่เต็มในทุกๆ ด้าน ที่ให้มากกว่าคู่แข่งอื่นๆ ทั้งในส่วนของสเปคซีพียูการ์ดจอเอง, จอมี G-Sync, มี Thudnerbolt 3 ถึง 2 ช่อง และขอบเขตสีที่สูงถึง 94% sRGB 90% AdobeRGB ก็เพียงพอมากๆ แล้วสำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คเครื่องหนึ่งที่ควรมี เรียกได้ว่าเจ็บแต่จบตั้งแต่ตัวเริ่มต้นเลยครับ มีเงินก็ต้องจัดแล้วล่ะ แถมหากเครื่องมีปัญหาก็ประกัน Onsite ซ่อมปีถึงบ้าน 3 ปีเลยนะจะบอกให้

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบมาใหม่สวยงาม  วัสดุดี งานประกอบแน่นหนา แกะอัพเกรดได้ง่าย
  • สเปคแรงมาก Core i9-8950HK การ์ดจอ GeForce GTX 1070 (8GB) และ Ram มากถึง 32 GB
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทั้ง Thunderbolt 3 ถึง 2 ช่องและมี Display Port ตัวเต็มมาให้ด้วย
  • ใส่ SSD M.2 NVME 512 GB มาให้ 2 ตัว ต่อ Raid 0
  • มีระบบอินเตอร์เน็ตแบบ Killer Network ช่วยจัดการให้เล่นเกมให้ไหลลื่นขึ้น
  • โปรแกรม Predator Sense สามารถปรับตั้งค่าได้หลายอย่างกว่าเดิม OC เพิ่มได้
  • คีย์บอร์ดใช้งานได้ดีมากนุ่มมือ สีไฟ RGB มีปุ่มมาโครมาให้ถึง 5 ปุ่ม 3 โปรไฟล์
  • จอ 17.3 นิ้ว 4K UHD IPS 60 Hz ขอบเขตสี 94% sRGB 90% AdobeRGB พร้อม G-Sync ในตัว
  • ลำโพง 2.1 Channel มี Subwoofer ในตัว เสียงดีมาก
  • มี Windows 10 แท้ติดตั้งมาให้เลย
  • การรับประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต

  • ตัวเครื่อง กับ อแอปเตอร์ ใหญ่ หนา หนัก และพกพาไปไหนลำบาก
  • ไม่มี SD Card Reader
  • SSD m.2 NVMe ที่ให้มาเป็นตัวระดับกลางไม่ใช่ระดับสูง

AWARDS

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน้ตบุ๊คในกลุ่ม Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้ว ซึ่ง Predator Helios 500 ก็ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Acer มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดใน Predator Helios 500 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงาม ดุดัน เรียกได้ว่าพัฒนามาจากตัว Helios 300 ได้อย่างยอดเยี่ยมและลงตัวสุดๆ แถมมีช่องระบายความร้อนเพิ่มขึ้นมาเป็น 4 ช่องด้วย

Best Performance

Predator Helios 500 สเปคที่ได้แรงโคตรอยู่ในระดับท็อปๆ ของโน้ตบุ๊คในตลาด ทั้ง Intel Core i9-8950HK และการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1070 (8GB GDDR5) พร้อม Ram ตัวเครื่องขนาด 32 GB เหลือ และ SSD M.2 NVMe 512 GB 2 ตัวต่อ Raid 0 แรงๆ เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลไม่มีปัญหา

Best Multimedia

Predator Helios 500 ถือได้ว่าเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คฟีเจอร์คุณสมบัติอื่นมาอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่ใช้ NVIDIA G-Sync ความคมชัดระดับ 4K ขอบเขตสี 94% sRGB 90% AdobeRGB ลำโพง 2.1 Channel มี Subwoofer ในตัว ระบบอินเตอร์เน็ตแบบ Killer Network พอร์ต Thunderbolt 3 ที่ล้ำสมัย เรียกได้ว่านอกจะเล่นเกมเก่งแล้วยังสามารถใช้งานด้านโปรดักชั่นหรือเอามาดูหนังฟังเพลงก็เก่งอีกด้วย ใช้งานได้ครอบจักรวาลมากรุ่นนี้

© Copyright - Notebookspec.com All Rights