Home » Gaming Notebook

[Review] NEED FOR SPEED: SHIFT 2 UNLEASHED

28 Nov 10 - By l

มันคือเหล้าเก่าที่เอามาเพิ่มดีกรี แล้วใส่ขวดโฉมใหม่ก่อนวางขาย!!

need_for_speed_shift_2_unleashed

เครื่อง Notebook ขั้นต่ำที่ต้องการ:

CPU Intel Core 2 Duo T5870
RAM 2 GB RAM
VGA Card nVidia GeForce 8600M / AMD Radeon HD 6470M
HDD 7 GB of free Hard Drive space
OS Windows XP, Windows Vista or Windows 7

เครื่อง Notebook ที่แนะนำ:

CPU Intel Core i5-450M
RAM 3 GB RAM
VGA Card nVidia GeForce GT 540M / AMD Radeon HD 6650M
HDD 7 GB of free Hard Drive space
OS Windows Vista or Windows 7

NFS05

Shift 2 ยังคงนำเสนอการแข่งรถในสนามปิดเช่นเดียวกับ Shift ภาคแรกจนคุณอาจจะพูดได้ว่าเกมภาคนี้ได้หยิบเอาองค์ประกอบจากเกมภาคก่อนมาเล่าใหม่เพียงแต่เพิ่มองค์ประกอบบางอย่างที่น่าสนใจเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นระบบ Autolog 2.0 ที่ยกมาจากภาค Hot Pursuit เพื่อให้ผู้เล่นสามารถแชร์ผลการแข่งขันร่วมกันได้สะดวกขึ้น หรือมุมมองใหม่ที่เป็นจุดขายของซีรีส์ และยังมีรถใหม่อีกเป็นโหล แต่ในส่วนของการเล่นนั้นตัวเกมแทบจะไม่มีอะไรที่รู้สึกแปลกใหม่ไปจากภาคแรกเลย

NFS02

โหมด Career ในภาคนี้ผู้เล่นยังคงต้องทำการแข่งขันในรายการต่างๆ เพื่อเก็บค่าประสบการณ์ เก็บแต้มคะแนนเพื่อเข้าสู่การแข่งขันรายการถัดไป และหาเงินมาซื้อหรือแต่งรถให้ได้ดั่งใจ ในส่วนของ Quick Race นั้นก็ยังเน้นการเล่นแบบเดิมๆ เหมือนภาคที่แล้ว แต่ที่เพิ่มเข้ามาเด่นๆ ก็เห็นจะเป็นการแข่งแบบตัวต่อตัวในโหมด Duel รวมถึงการแข่ง Drift นอกนั้นการเล่นทั่วไปไม่ได้แตกต่างจากภาคก่อนแม้แต่น้อย

NFS04

พูดถึงโชว์รูมรถกันสักนิด Shift 2 เป็นอีกหนึ่งเกมที่รวบรวมรถยี่ห้อดังไว้ให้คุณได้เลือกขับอย่างจุใจและในครั้งนี้ผู้พัฒนาก็ได้เพิ่มซูเปอร์คาร์เทพๆ หลายแบรนด์เข้ามาให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น Lamborghini รถตรากระทิงดุที่หลายๆ คนคิดถึง, Koenigsegg ซูเปอร์คาร์สุดแรงสัญชาติสวีเดน และ Pagani รถแบรนด์ดังจากดินแดนมักกะโรนี และอีกมากมายสาธยายไม่หมด ซึ่งบางคันบางยี่ห้อที่ห่างหายจากเกมซีรีส์นี้ไปนานก็กลับมาด้วย และในภาคนี้คุณสามารถปรับแต่งรถเพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ แต่ตัวเลือกสำหรับการตกแต่งรถก็ออกจะแปลกๆ สำหรับเกมเมอร์ทั่วๆ ไปอยู่สักนิด โดยเฉพาะเรื่องการตกแต่งสีตัวถังที่เกมแทนด้วยคำสั่งอย่าง Hue Saturation หรือ Brightness แต่สำหรับผู้ที่เคยใช้โปรแกรมแต่งภาพทั่วๆ ไป ก็คงจะพอคุ้นเคยกับคำเหล่านี้อยู่บ้าง ซึ่งก็แน่นอน มันคือการปรับแต่งสีให้สดหรือซีดนั่นเอง และสำหรับหรับผู้ที่คิดถึงการแต่งรถด้วยชิ้นส่วนต่างๆ ก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะ Shift 2 ได้ใส่องค์ประกอบนี้เข้ามาด้วย แต่การแต่งรถนี้ก็ไม่ได้มีเพื่อความสวยงามและประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว เพราะมันสามารถยกระดับคลาสของรถคุณได้ด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมเผลอแต่งรถคลาส C แบบเพลินเกินห้ามใจ พอมารู้ตัวอีกทีรถสุดรักก็เปลี่ยนเป็นคลาส B ไปซะแล้ว ซึ่งนั่นทำให้ผมไม่สามารถนำมันกลับไปแข่งในสนามสำหรับคลาส C ได้ และต้องไปลงเอยโดยการเลือกซื้อรถคันใหม่สถานเดียว สำหรับการปรับแต่งจูนรถนั้น

NFS03

เกมภาคนี้เพิ่มความเป็นซิมเข้าไปอีกขั้น ผู้เล่นสามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ได้อย่างละเอียดและยังสามารถนำไปวิ่งทดสอบก่อนลงสนามได้ด้วย หรือถ้าคุณเป็นมือใหม่ปรับค่าอะไรไม่เป็น เกมก็ยังมีตัวช่วยในการปรับแต่งอย่าง Quick Mode ให้เลือกใช้และคุณสามารถบันทึกค่าที่ปรับแต่งแล้วไว้ใช้ครั้งต่อไปได้ด้วย

NFS01

จุดขายของ Shift ภาคแรกที่เคยถูกยกมาโฆษณาก่อนวางจำหน่ายก็คือ มุมมองหลังพวงมาลัยสุดเฉียบ แล้ว Shift 2 ก็ยังยกจุดนี้มาขายอยู่เช่นเดิม แต่มันก็ไม่ใช่แค่เอาเหล้าเก่ามาใส่ขวดขายใหม่ เพราะมุมมองหลังพวงมาลัยนี้ถูกปรับปรุงให้มีรายละเอียดมากขึ้นและเพิ่มเป็นมุมมองใหม่ที่ชื่อว่า Helmet Cam หรือ ?มุมมองผ่านหมวกกันน็อค? มุมมองนี้จะให้ความรู้สึกที่สมจริงในการขับขี่มากขึ้นและยังช่วยเพิ่มอรรถรสให้คุณรู้สึกได้ถึงแรงเหวี่ยงขณะเข้าโค้ง หรือแม้แต่แรงกระแทกที่แสดงออกมาเป็นภาพกราฟิกขณะชน ต้องบอกว่าถ้าคุณคิดว่ามุมมองหลังพวงมาลัยจากเกมภาคแรกเจ๋งแล้ว มุมมองใหม่ล่าสุดนี้เจ๋งกว่าอีกเป็นสิบเท่า แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบมุมมองด้านหลังรถ หากคุณจะมาขับด้วยมุมมองนี้ คุณอาจจะต้องทำความคุ้นเคยกับมันสักระยะ เพราะวิสัยทัศน์ในการมองค่อนข้างจะแคบไปสักหน่อยครับ (ก็มองผ่านหมวกนี่นะ)

NFS06

สิ่งหนึ่งที่จะนำรถของคุณมุ่งเข้าสู่เส้นชัยได้อย่างราบรื่นก็คือ การควบคุม และสำหรับ Shift 2 แล้ว ส่วนนี้ยังทำได้ไม่ดีนัก ความรู้สึกที่ได้จากการควบคุมรถไม่ว่าจะเป็นการเบรก การเลี้ยวรถในช่วงโค้งต่างๆ ค่อนข้างจะครึ่งๆ กลางๆ จะว่าง่ายเหมือนการขับรถในเกมสไตล์อาเขดก็ไม่ใช่ จะต้องใช้ทักษะการขับแบบสมจริงอย่างเกมแนวซิมก็ไม่เชิง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การควบคุมที่ผู้พัฒนาตั้งใจยัดเข้ามาในเกมนั้น เน้นความเป็นเกมแนวซิมมากกว่า เช่น การปรับแต่งรถที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้การควบคุมรถเปลี่ยนไปในทันที ซึ่งตรงจุดนี้แฟนๆ ซีรีส์ NFS ภาคเก่าๆ ที่ชอบการขับกึ่งแอ็กชั่นเน้นความมันส์ไม่ชอบอะไรซีเรียสคงจะไม่ถูกใจนัก มันดูจะเหมาะกับผู้ที่ชอบเล่นเกมแข่งรถในระดับฮาร์ดคอร์ที่มีความอดทนสูงที่จะเรียนรู้การเล่นซะมากกว่า




© Copyright - Notebookspec.com All Rights