Home » Review

Review – MSI Modern 14 สเปก Ryzen 4000U แรงลื่นคุ้ม จอ 14″ เบา 1.3 โล ตัวเครื่องพรีเมียมทนทาน แบตนาน 13 ช.ม.เริ่ม 19,990 บาท

14 Aug 20 - By l

MSI Modern 14 เป็นโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่หน้าจอ 14″ ตัวแรงลื่นราคาคุ้มค่า มาพร้อมกับประสิทธิภาพจากชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นล่าสุดครั้งแรกใน MSI อย่าง Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U ผสานการทำงานร่วมกับการ์ดจอออนชิป Radeon 6 / 7 ที่สำคัญคือตัวเครื่องมีความพรีเมียมและบางเบาอย่างที่สุด มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ในส่วนของสเปกแรมได้มาขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz และ SSD M.2 NVMe PCIe ที่ 512GB จัดเต็ม ส่งให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ทรงพลังอย่างที่สุด สนับสนุนทั้งทำงานและเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ

สำหรับ MSI Modern 14 ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมสีดำ Onyx Black เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน หน้าจอแสดงผลพาเนล IPS ความละเอียด Full HD บางเฉียบ ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งได้ฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันตามสไตล์ของ MSI ที่จัดเต็ม ไม่เกรงใจใคร ในราคาเพียง 19,990 / 23,590 บาทเท่านั้น จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊ค Ryzen 4000U หน้าจอขนาด 14″ ที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียว

VDO Review

NBS Verdict

สรุปรีวิว MSI Modern 14 ซึ่งเป็นรุ่นแรกของโน๊ตบุ๊คบางเบาที่เลือกใช้งานชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U นอกเหนือจากประสิทธิภาพของการใช้ชิปประมวลผล Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U เทคโนโลยี 7 นาโนเมตร ที่แรงแซงหน้าสเปกก่อน ๆ ทั้ง AMD / Intel อย่างชัดเจน ทั้งเรื่อง สเปก ดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ นั้นก็ยังทำได้ดีเยี่ยมเช่นเดิม เพราะดูแล้ว MSI ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน๊ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง แต่ได้สเปกแรงๆ ที่รองรับการทำงานทุกๆ อย่าง หรือจะเล่นเกมออนไลน์ก็ยังพอได้แม้ไม่มีการ์ดจอแยก (ตามดูผลทดสอบกันได้) ที่สำคัญคือได้งานประกอบที่ดีเยี่ยม ดีไซน์ที่พรีเมียม ความทนทานที่เหนือชั้น และฟีเจอร์บางอย่างเทียบเท่ารุ่นราคาสูงอย่าง MSI Prestige 14 ด้วย

เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว เพียงพอที่จะเอาไปทำงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอได้เลยล่ะ แต่ก็ยังรองรับพกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ทำงานได้ยาวนานกว่าโน๊ตบุ๊คปกติ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสุดถึง 13 ชั่วโมง รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก  ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว  ซึ่งแม้ประสิทธิภาพก็คงจะสู้โน๊ตบุ๊คที่เน้นความคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพในการเล่นเกมจริงๆ จังๆ อย่าง MSI Bravo 15 (ซึ่งราคาก็สูงกว่าหลายพันบาท)

อย่างไรก็ตามในเรื่องข้อสังเกตของ MSI Modern 14 สเปก Ryzen 7 4700U ก็คือพาเนล IPS ให้ขอบเขตสีระดับกลางๆ แต่รวมๆ แล้วก็ยังให้ประสบกาณ์ใช้งานก็ยังเยี่ยมยอดอยู่ และแม้ไม่มีฟีเจอร์ Thunderbolt 3 อย่าง MSI Prestige 14 สเปก Intel Core i Gen 10U เท่านั้นเอง รวมไปถึงความร้อนที่เกิดขึ้นดูสูงไปหน่อยเวลาใช้งานหนักๆ (ไม่มีผลอะไร) และให้พอร์ต USB 2.0 Type-A มา 2 พอร์ต แต่บอกได้เลยว่าโนัตบุ๊คสเปก AMD Ryzen 4000U งบไม่ถึงสองหมื่นบาทหรือสองหมื่นบาทนิดๆ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลย ที่เทียบกับแบรนด์อื่นๆ ที่ใกล้เคียงกันแล้ว มีความน่าสนใจกว่าในเรื่องของความทนทาน และอัพเกรดแรมได้อิสระกว่าเพราะเป็นแรมแบบปกติ ไม่ใช่ฝังบอร์ดนั่นเอง สำหรับการเลือกซื้อดูเป็นรุ่น Ryzen 5 4500U ราคา 19,990 บาทก็ได้

จุดเด่น

  • เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาที่ประสิทธิภาพสูงมากแซงหน้า จากชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U
  • ดีไซน์การออกแบบบางเฉียบสวยงามถูกใจ งานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู สีดำพรีเมียม
  • น้ำหนักเบา 1.3 กิโลกรัม พกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่บางเบา ขอบจอบาง ตัวเครื่องเทียบเท่ารุ่น 13″
  • หน้าจอแสดงผลกางได้ 180 องศา และมีฟีเจอร์พิเศษ Flip-n-Share ช่วยกลับหน้าจอได้ง่าย 
  • Ergonomics View Design ที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้น ทำงานได้ดีขึ้น
  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ Content Creator ของ MSI มีความหรูหรา เกินราคา
  • วัสดุทำจากอะลูมิเนียมเกรดดีตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • สเปกโดยรวมให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลรวดเร็ว เล่นเกมออนไลน์พอได้เลย
  • หน้าจอความละเอียด Full HD พาเนล IPS สีสันสวยงามเนียนตา
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ติดตั้งมาให้ทันที
  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานสามารถใช้งานติดต่อกันได้สูงสุด 13 ชั่วโมง
  • ได้มาตรฐานความทนทาน MIL-STD 810G ทำให้มั่นใจได้เลยว่าตัวเครื่องจะมีความแข็งแรง
  • ราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับสเปกและฟีเจอร์
  • ประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI ที่ไว้ใจได้

ข้อสังเกต

  • ความร้อน CPU เมื่อใช้งานหนักๆ ค่อนข้างสูง แต่ไม่มีผลอะไร
  • ยังมี USB 2.0 Type-A จำนวน 2 พอร์ตติดตั้งมาให้อยู่
  • หน้าจอพาเนล IPS ขอบเขตสีอยู่ในระดับกลางๆ
  • ยังติดตั้ง Wi-Fi 5 AC มาให้อยู่ แทนที่จะเป็น 6 AX

Specification

MSI Modern 14 มีอยู่ 2 สเปกในตอนนี้ คือ AMD Ryzen 5 4500U ราคา 19,990 บาท และ AMD Ryzen 7 4700Uราคา 23,590 บาท ที่เป็นชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ที่แรงขึ้นมากๆ และร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน   การ์ดจอเป็นออนชิป Radeon 6 / 7  ได้แรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz ซึ่งเป็นแบบแรมปกติ 1 แถว พร้อมการรองรับอัพเกรดได้อีก 1 แถวทันที และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่เพียงพอกับการใช้งานพื้นฐานแน่นอน 

หน้าจอขนาด 14″ เป็นพาเนล IPS ความละเอียด Full HD แบบจอด้านลดแสงสะท้อน พร้อมได้มุมมองที่กว้างและสีสันสดใสซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ประทับใจอย่างสุดๆ โดยการใช้หน้า Desktop ปกติที่ตัวหนังสือหรือปุ่มต่างๆ มีความเรียบเนียนตาทำให้ใช้งานได้สะดวก ขอบจอเป็นสีดำบางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส รองรับใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ 180 องศา ทำให้นำเสนองานได้อย่างเต็มที่และง่ายขึ้นกว่าเดิม

สเปกที่จัดเต็มตอบโจทย์การใช้งานแบบสุดๆ ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายก็ครบครันด้วย Wi-Fi 5 AC และ Bluetooth 5.0 ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่อก็มีทุกรูปแบบทั้ง USB 3.2 Type-A / USB 2.0 Type-A / USB 3.2 Type-C / HDMI / Micro-SD Card Reader / ช่องต่อหูฟังและไมค์ 3.5 มิลลิเมตร เป็นมาตรฐานอีกด้วยพร้อม Windows 10 แท้และซอฟต์แวร์ Creator Center ช่วยปรับแต่งการทำงาน พร้อมการรับประกัน 2 ปี ตามมาตรฐานของ MSI

Hardware / Design

สำหรับ MSI Modern 14 ถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คราคาไม่แพงที่ได้บางเบา ขนาดหน้าจอ 14″ รุ่นล่าสุดอีกรุ่นหนึ่งที่ครบเครื่อง ถูกต่อยอดมาจาก MSI Prestige 14 (ลดฟีเจอร์หลายๆ อย่างออกไป) ที่เป็นสเปก Core i Gen 10 โดยเป็นรุ่นรองมาจาก MSI Modern 15 อีกที ในเรื่องของการดีไซน์ที่เน้นความบางเบา พกพาได้สะดวก โดยยังรักษาความเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยน้ำหนักเพียงหนึ่งกิโลกรัมนิดๆ ทำให้ถือมือเดียวได้สบายๆ การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันพรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง ทั้งฝาหลัง ด้านใน และด้านล่างของตัวเครื่อง 

โดยฝาหลังและดีไซน์ทั้งหมดมีการเลือกใช้ให้มีความเข้ากันอย่างที่สุด กับพื้นผิวส่วนของฝาหลังและตัวเครื่องเป็นลักษณะแบบด้าน พร้อมกับใช้สี Onyx Black สีเป็นสีดำด้านแบบ พร้อมเคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน ตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมตัวเครื่องที่เรียบเนียนตลอดทั้งหมด ตั้งแต่โลโก้ ขอบตัวเครื่อง ทัชแพด แกนบานพับ ช่องระบายความร้อน ซึ่งดูแล้วเป็นการเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆ ที่โน๊ตบุ๊คสายทำงานมืออาชีพ ให้กลายเป็นโน๊ตบุ๊คที่ดูน้อยแต่เรียบหรูแทนนั่นเอง

มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับกับขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัดที่ 5.6 มิลลิเมตร ทั้งด้านซ้ายขวาและขอบบน โดยยังติดตั้งกล้องเว็บแคมและไมโครโฟนไว้ที่ขอบด้านบนได้ปกติอยู่ ส่วนความบางตัวเครื่องอยู่ที่ 16.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ถือว่า MSI นำเสนอโน๊ตบุ๊คที่ทั้งเบามากๆ แถมยังบางสุดๆ เพียง 1.3 กิโลกรัม ท้าชนกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างสบายๆ เลยครับ สำหรับการเปิดปิดฝาของหน้าจอก็ทำได้ง่ายเพราะขอบตัวเครื่องด้านหน้าได้มีการเว้นร่องเว้าเอาไว้สวยงาม

ส่งผลให้ตลอดทั้งตัวเครื่องมีมิติตัวเครื่องที่เล็กลงกว่าโน๊ตบุ๊คทำงานหน้าจอ 14″ ทั่วไป ซึ่งโดยรวมแล้ว MSI Modern 14 ไม่ใช่แค่บางเบาและสเปกดีแต่ในประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยมด้วย เรียกได้ว่าเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในโน๊ตบุ๊คสายบางเบาเน้นพกพา ซึ่งสเปกภายในก็แรงพอตัวด้วยชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U ซึ่งมีราคาไม่แพง แต่ได้ความพรีเมียมไม่เป็นรองรุ่นบนๆ เลย ซึ่งเราได้น้ำหนักที่เบา พร้อมทั้งความทนทานระดับ Military Standard ด้วยการผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด ทั้งทนร้อนทนเย็น ความดันอากาศ ความชื้นและฝุ่นต่างๆ ในระดับหนึ่ง

ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่องจะอยู่มุมขวาบนของชุดคีย์บอร์ด พร้อมบริเวณบานพับก็เป็นช่องระบายความร้อน 1 ช่อง ที่ถูกซ่อนเอาไว้อย่างเรียบเนียน ภายในติดตั้งพัดลม 1 ตัว ที่แม้ MSI Modern 14 จะไม่ได้ใช้เทคโนโลยี Cooler Boost ที่มี Heat Pipes หลายเส้นและพัดลม 2 ตัว แบบรุ่นพี่ MSI Modern 15 แต่ก็ถูกดีไซน์ชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนของ CPU ด้วย Heat Pipes จำนวน 2 เส้น ส่งผลให้ในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม

ด้านฐานล่างตัวเครื่องจากรุ่นก่อนใช้วัสดุโลหะชิ้นเดียวตลอดทั้งชิ้น ลักษณะเป็นอลูมิเนียมที่มีช่องดูดลมเย็นดีไซน์สวยล้ำ พร้อมมียางรองใต้ตัวเครื่อง และยางรองขอบด้านหลัง พร้อมช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นเวลากางหน้าจอ ช่วยส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี พร้อม Ergonomics View Design ที่ช่วยยกตัวให้สูงขึ้นจากพื้นที่ 5 องศา ส่งผลให้พัดลมสามารถดูดลมเย็นเข้าไปได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งการเอียงของตัวเครื่องเล็กน้อยนั้น ก็ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง

เรียกได้ว่าดีไซน์การออกแบบและสีสันสมกับโน๊ตบุ๊คสายสร้างสรรค์งานอย่าง Content Creator ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูสวยงามลงตัว เหมาะกับการหยิบขึ้นมาใช้งานได้ตลอดเวลา ติดตั้งไปด้วยทุกๆ การเดินทางจากตัวเครื่องที่บางเฉียบและความเบา รวมไปถึงมีมิติตัวเครื่องที่เล็กกว่าโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ในสมัยก่อนๆ ที่สำคัญด้วยสีสันดำ Onyx Black ยิ่งส่งเสริมภาพลักษณ์ที่มีความเป็นศิลปินมืออาชีพได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่แม้ว่าจะดูง่ายๆ แต่ได้ใช้จริง คือการกางหน้าจอได้ 180 องศา พร้อมกดปุ่ม F12 กับการใช้งานฟีเจอร์พิเศษ Flip-n-Share ช่วยกลับหน้าจอไปฝั่งตรงข้ามได้ ช่วยในกรณีที่นำเสนองาน  แล้วสามารถหมุนจอไปฝั่งตรงข้ามได้ทันที ส่งผลให้คนนั่งฝั่งตรงข้ามที่เรากำลังนำเสนองานดูได้อย่างสะดวกที่สุด นับว่าเป็นอีกหนึ่งความใสใจที่ MSI ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ MSI Modern 14 เห็นแล้วต้องบอกว่าแตกต่างจากโน๊ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นของทาง MSI ก็จริง โดยให้ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ที่ดีเยี่ยมสำหรับการทำงาน มีระยะกดที่ 1.5 มิลลิเมตร ด้วยการที่รูปแบบปุ่มมีขนาดที่ใหญ่เพียงพอกับการใช้งานจริงๆ ที่สำคัญด้วยไฟ LED สีขาวสวยงาม เข้ากับตัวปุ่มสีขาวเนียนตาเป็นอย่างดี ส่วนตัวอังษรเป็นสีเทาให้ความพรีเมียมสุดๆ แน่นอนว่าไม่มีชุด Numpad อยู่แล้ว สำหรับโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ จากการใช้งานจริงถือว่าปุ่มเด้งรับกับนิ้วดีมากๆ รวมไปถึงมี Hotkey แถวบน พร้อมมีปุ่มเรียก Creator Center ใช้งานสะดวกด้วย

ทัชแพดมีขนาดใหญ่เพียงพอต่อการใช้งาน โดยเป็นเนื้อเดียวกับตัวเครื่อง ตัวปุ่มคลิกเป็นแบบชิ้นเดียวกับทัชแพด ส่วนปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าประทับใจ รวมถึงยังมีฟีเจอร์พิเศษ Flip-n-Share กับคนทำงานที่ต้องการนำเสนองานต่างๆ ให้คนที่ต้องนั่งอยู่ตรงข้าม คือการกางหน้าจอได้ 180 องศา และกดปุ่ม F12 แล้วสามารถหมุนจอไปฝั่งตรงข้ามได้ทันที ส่งผลให้คนนั่งฝั่งตรงข้ามที่เรากำลังนำเสนองานดูได้อย่างสะดวกที่สุด นับว่าเป็นอีกหนึ่งความใสใจที่ MSI ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี

Screen / Speaker

MSI Modern 14 ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 14″ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD ได้พาเนล IPS คุณภาพสูงกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ค่อนข้างน่าประทับใจ ทั้งเรื่องสีสันและมุมมองที่กว้างพิเศษ โดยการใช้หน้า Desktop ปกติที่ตัวหนังสือหรือปุ่มต่างๆ มีความเรียบเนียนตาทำให้ใช้งานได้สะดวก เรียกได้ว่ากำลังพอดีทีเดียว และด้วยความที่จอเป็นแบบด้านแต่ก็ยังให้เรื่องสีสันสดใส ตอนสนองการทำงานของเราได้เป็นอย่างดี เมื่อใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกม

ขอบจอจะเป็นพลาสติกสีดำบางฉียบเพียง 5.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งให้พื้นที่แสดงผลทั้งหมดกว่า 90% เลยทีเดียว แต่ก็ยังสามารถติดตั้งกล้องเว็บแคมพร้อมไมโครโฟนแบบคู่ไว้ที่ขอบจอด้านบนได้ปกติอยู่ ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นก่อนๆ พร้อมกางได้ถึง 180 องศา ช่วยให้การนำเสนองานกับคนที่นั่งตรงข้ามกันง่ายยิ่งขึ้นด้วย

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอเครื่องมือ Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่นเล็กน้อย

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 93% และค่า AdobeRGB อยู่ที่ 71% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับที่ดีมากๆ เหมาะกับงานระดับมืออาชีพแบบสุดๆ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอที่ดีกว่าในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไปแน่นอน หรือถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางแถวล่างป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับช่องบนขวาและซ้ายจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปที่ 13% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0 จากคะแนนเต็ม 5 ถือว่าน่าประทับใจ

ลำโพงยังจัดวางมาในตำแหน่งส่วนของขอบตัวเครื่องด้านหน้าในส่วนด้านใต้เครื่อง แบบขนาด 2W x 2 คุณภาพเสียงเบสให้แน่นลึกยิ่งกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไป เพราะชุดลำโพงข้างในขยับได้เมื่อต้องการเสียงทุ่ม สำหรับคุณภาพเสียงการใช้งานต่าง ๆ สามารถทำออกมาได้ดี น่าประทับใจให้เสียงที่ดังพอตัว เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแน่นอน

Connector / Thin And Weight

MSI Modern 14 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสายทำงานบางเบาหน้าจอ 14″ ซึ่งมีไซส์และมิติโดยรวมเล็กกระทัดรัดกว่าปกติ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น 1 x USB 3.2 Type-C / 1 x USB 3.2 Type-A / 1 x HDMI 1.4 / micro-SD Card Reader และ Mic-in/Headphone-out และน่าเสียดายยังคงให้พอร์ต 2 x USB 2.0 Type-A  มาอยู่ ซึ่งในการใช้งานจริงก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้วล่ะ แต่ถ้าได้เป็นพอร์ต USB 3.2 Type-A ก็จะดีมากๆ รวมถึงพอร์ต USB 3.2 Type-C ไม่ได้รองรับการชาร์จไฟหรือต่อจอแต่อย่างใด อีกทั้งมีเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 5 AC พร้อมใช้งานตามมาตรฐานโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ปี 2020 นี้

ส่วนของการพกพาของ MSI Modern 14 ก็ถือว่าทำได้เยี่ยมยอดเมื่อเทียบกับสเปก ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ดีกว่าตามมาตรฐานของโน๊ตบุ๊คค่ายอื่นๆ ที่ใช้สเปกนี้มาก ที่สำคัญอแดปเตอร์จ่ายไฟที่ 65 Watt นั้น มีขนาดที่เล็กและเบากว่าปกติ ทำให้การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ เป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกมากๆ น้ำหนักโดยรวมแล้วอยูที่ประมาณ 1.5 กิโลกรัมนิดๆ นับว่า MSI Modern 14 เป็นอีกหนึ่งโน๊ตบุ๊คสายทำงานจริงจังที่เหมาะสมกับเหล่า ยูทูปเบอร์, ช่างภาพ, อนิเมเตอร์ และนักดนตรี ที่เน้นพกพาพมากที่สุดเลยทีเดียว

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องเพื่ออัพเกรด MSI Modern 14 สเปก Ryzen 7 4700U นั้นสามารถทำได้ง่าย โดยเฉพาะในส่วนของแรมและ SSD เพียงแค่ไขน็อตทุกตัวรอบฝาล่างออก (สามารถเจาะทะลุสติ๊กเกอร์ MSI ได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าประกันจะหลุด) จากนั้นใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากด้านหลังมาด้านหน้าทีละข้าง งานประกอบการจัดวางตำแหน่งดูแล้วเรียบง่าย โดยอาศัยพัดลม 1 ตัว ดูดลมเย็นจากใต้ตัวเครื่องจากนั้นถ่ายเทความร้อนออกไปให้โดนฮีทไปป์แบบ 2 เส้น พร้อมฟินสีดำทางด้านหลังของตัวเครื่อง ที่ซ่อนช่องระบายความร้อนไว้อย่างเรียบเนียน

ซึ่งหน่วยความจำแรมเป็นแบบแรมปกติ โดยติดตั้งขนาด 8GB DDR4 Bus 3200MHz ตามสเปกจำนวน 1 แถว พร้อมใส่ได้ทันทีอีก 1 แถว เพื่อใช้งานเป็น 16GB ในอนาคต ส่วน SSD M.2 NVMe ติดมาแล้วที่ 512GB มีการติดตั้งเหนือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ส่วนอื่นๆ ก็ประกอบฮาร์ดแวร์อื่นๆ ถือว่ามีงานประกอบที่เรียบร้อยเป็นอย่างดี อีกทั้งยังดูแล้วในอนาคตยังทำความสะอาดได้ง่ายด้วย โดยรวมแล้วการแกะตัวเครื่อง MSI Modern 14 สเปก Ryzen 7 4700U เพื่ออัพเกรดแรมและ SSD ได้ หรือซ่อมแซมก็สามารถทำได้สะดวกดีกว่ารุ่นในตลาดที่ใกล้เคียงกัน

Performance / Software

.   

MSI Modern 14 รุ่นที่นำมารีวิว ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U ที่แรงกว่า AMD Ryzen 3000 U และ H รุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรอนัวร์) มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 2.00 – 4.10 GHz แบบ 8 Core/ 8 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 8MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 25W ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ

สำหรับ AMD Ryzen 7 4700U แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนที่หน่วยความจำแรมได้ขนาด 8GB เป็นมาตรฐาน Bus 3200 MHz ที่โดดเด่นกว่ารุ่นอื่นๆ เพราะเป็นแบบปกติ รองรับการใส่ได้ 2 แถว ซึ่งใส่มาแล้ว 1 แถว พร้อมใส่เพิ่มอีก 1 แถวทันที ให้ที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง AMD Radeon 7 มีความเร็วในการทำงานที่ 1600MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

.   

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH R15 / R20ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 3000 U / Intel Core i Gen 10 U ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับกลางๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2191 MB/s และเขียนที่ 1171 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe ระดับกลางค่อนบน

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,664 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U ที่แม้ไม่มีการ์ดจอแยก แต่ด้วยชิปประมวลผลเทคโนโลยี 7 นาโนเมตรเองก็ยังแรงมากๆ ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเลยทีเดียว

ทดสอบเกมสำหรับ MSI Modern 14 สเปก Ryzen 7 4700U คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U ที่ทำงานร่วมกับการ์ดจอ APU ออนชิปอย่าง AMD Radeon 7 ได้ดีเยี่ยม ประกอบกับใช้แรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz รวมไปถึง SSD ก็ส่งผลช่วยด้วย

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 28 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 19 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) และในส่วนของเกม Overwatch ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 41 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 34 รวมไปถึงเกมกินสเปกอย่าง PUBG เฟรมเรทก็ทำออกมาได้ลื่นไหลกว่าที่คาดไว้พอตัว ถือว่าลื่นไหลเป็นรอง MSI Prestige 14 สเปก Intel Core i Gen 10 U ที่มีการ์ดจอแยก GeForce MX250 ที่เคยทดสอบเสียอีก

ที่สำคัญยังมี Creator Center เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งคล้ายกับ Dragon Center เป็นโปรแกรมที่เป็นจุดเด่นของ Gaming MSI ก็ถูกมาปรับใช้ใน MSI Modern 14 นี้ด้วย โดยเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด จุดเด่นคือใช้งานง่ายและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Notebook ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของทาง MSI ก็ว่าได้ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ MSI Modern 14 ปี 2020 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คปีปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาดประมาณ 4600 mAh ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 13 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) ด้วยการทดสอบปรับเป็น Power Saver Mode แล้วดู Youtube ยาวๆ ซึ่งคาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ว่าเปิดโปรแกรมอะไร อย่างถ้าใช้ Microsoft Edge ก็จะใช้งานได้ยาวนานกว่า Chrome จากการที่ใช้ AMD Ryzen 7 4700U  ที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงานพิเศษ ส่วนช่องระบายความร้อนของตัวเครื่องมีเพียงช่องเล็กๆ พร้อมพัดลมตัวเดียว

อุณหภูมิภายในของชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U ล่าสุดได้ทดสอบผ่านทางโปรแกรม Core Temp โดยมีความร้อนสูงสุดคือ 98 องศาเซลเซียส ส่วนโปรแกรม Hardware Monitor ไม่สามารถดู CPU / GPU ได้ในขณะนี้ ด้วยการทดสอบให้ห้องแอร์ปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส จากการเล่นเกมยาวๆ หลายเกมต่อเนื่อง เรียกได้ว่าระบบระบายความร้อนของ MSI Modern 14 เครื่องนี้มีอุณหภูมิที่ไม่ถึงกับเย็นมาก เพราะจากการที่ตัวเครื่องเน้นความบางสุดๆ อย่างไรก็ตามไม่ได้ส่งผลให้ตัวเครื่องเสียหายหรือมีปัญหาหน่วงหรือกระตุกแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเป็น 2-in-1 Notebook รุ่นใหม่ที่จัดการความร้อนได้ดีเยี่ยมทีเดียว

โดยการใช้งานปกติทั่วไปสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนและการจัดการจาก MSI ที่ดีกับมาตรฐานตัวเครื่องที่บางเบา และชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นล่าสุด สถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir ที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร ซึ่งดีที่สุดในตอนนี้ ทำให้การใช้งานจริงๆ ยาวนานต่อเนื่องอย่าง เล่นเน็ต พิมพ์งาน ดูหนังฟังเพลง โดยตัวเครื่องมีความรู้สึกว่าร้อนอยู่บ้างเวลาใช้งานหนักๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องกังวลมากนัก เพราะเวลาใช้งานจริงๆ เราคงไม่ได้เอาไปเล่นเกมหรือประมวลผลงานหนักๆ ต่อเนท่องยาวนานอยู่แล้ว จากการที่เป็น Notebook เน้นบางเบา ไม่ใช่ Gaming Notebook นั่นเอง

Conclusion / Award

ปิดท้ายรีวิว MSI Modern 14 สเปก Ryzen 7 4700U ราคา 23,590 บาท ก็ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพความแรงกับโน๊ตบุ๊คประเภทเดียวกัน ในช่วงราคาใกล้เคียงกัน โดยมีรุ่นสเปก Ryzen 5 4500U ราคาเริ่มต้นที่ 19,990 บาท ซึ่งทั้ง 2 สเปกนี้มีความแตกต่างกันที่ราคา 3,600 บาท  (ทุกอย่างเหมือนกันหมด แตกต่างเฉพาะชิปประมวลผลเท่านั้น) ติดตั้งชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U Series ที่แม้ไม่มีการ์ดจอแยกแต่ก็แรงด้วย Radeon 6 / 7 ภายใน แรมก็เป็นมาตรฐาน DDR4 Bus 3200MHz ขนาด 8GB การเข้าถึงข้อมูลได้ไวด้วยฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe PCIe ความเร็วสูงที่ความจุ 512GB

ในแง่ของการดีไซน์ MSI Modern 14 เป็นโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ พาเนล IPS มาตรฐานความละเอียด Full HD ที่จะช่วยให้เหล่าครีเอเตอร์ได้เติมเต็มประสบการณ์ในด้านการสร้างสรรค์ผลงานได้มากยิ่งขึ้น บางเฉียบโดยมีพื้นที่แสดงผลกว่า 90% จอเป็นแบบด้านที่ให้เรื่องสีสันสดใส  มีเอกลักษณ์แต่ทันสมัยและแต่ต่างจากรุ่นก่อนหน้าชัดเจน ด้วยโลหะวัสดุอลูมิเนียมและสีสันพิเศษด้วยสีดำ Onyx Black เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ทั้งราคาและสเปกภายในถือว่ามีความคุ้มค่ามากๆ ยังไงใครต้องการโน๊ตบุ๊คพกพาเน้นทำงานเป็นหลัก หรือจะเล่นเกมบ้างก็ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว นักเรียนนักศึกษาคนทำงานจัดได้หมด หนุ่มๆ น่าจะชอบ หรือสาวๆ ก็จะดูเท่ไปอีกแบบ

สำหรับ MSI Modern 14 เหมาะสำหรับคนหรือใครที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คหน้าจอ 14″ สเปก AMD Ryzen 4000U ที่ดีที่สุดบางเบาที่สุดรุ่นหนึ่งในงบประมาณ 20,000 บาท (คู่แข่งกับ Acer Swift 3 / ASUS VivoBook S14 / Lenovo IdeaPad Slim 3) เพราะมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงในราคาไม่แพง เหมาะกับการทำงานทั่วไป หรือหนักๆ บ้าง อย่างตัดต่อวีดีโอ ที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก หรือถ้าจะเล่นเกมบ้างก็สามารถทำได้ดีลื่นไหล ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง สมราคาค่าตัว เหมาะกับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊ครุ่นราคาคุ้มๆ พร้อมได้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คสเปกทั่วไป อีกทั้งได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน๊ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14″ ด้วยกัน ซึ่ง MSI Modern 14 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

MSI Modern 14 เลือกใช้ชิปประมวลผลเป็น AMD Ryzen 4000U ทั้ง Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U สร้างสรรค์จากสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) เทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร สุดล้ำหน้ากว่าที่เคยมีมาในตลาดโน๊ตบุ๊ค ที่ส่งผลให้มีความแรงที่มากกว่าขึ้น ความร้อนที่น้อยลง แบตเตอรี่ยาวนานกว่า ได้ความสดใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย เรียกได้ว่าประสิทธิภาพงานประมวลผลแรงเทียบเท่าฝั่ง Gaming Notebook เลยก็ว่าได้ มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 512GB ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB DDR4 Bus 3200 MHz อีกทั้งรองรับการอัพเกรดแรมเป็น 16GB ได้ง่าย

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาของ MSI Modern 14 อยู่ในระดับที่ดีกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ทั้งในความบางเฉียบและน้ำหนักเบาเพียง 1.3 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก แถมอแดปเตอร์ก็เบาและเล็กกว่าปกติมากๆ ถือว่ามีการพัฒนาไปในทุกส่วน รวมแล้วหนักแค่ 1.5 กิโลกรัมนิดๆ เท่านั้น โดยสามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที พกพาสะดวก เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ โดยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 13 ชั่วโมงก็ถือว่าใช้งานได้มากแล้ว รวมถึงยังได้มาตรฐาน Military Grade มีความทนทานในการใช้งานเป็นพิเศษมากกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วๆไป ในเรื่องของการทน ฝุ่น ละอองน้ำ และการกระแทก

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ MSI ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน MSI Modern 14 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวในมิติที่เล็กกระชับลงกว่าเดิม ขอบจอบางเฉียบ แต่มีการออกแบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ออกแนวพรีเมียมและเรียบหรูมากยิ่งขึ้นพร้อมกับใช้สี สีดำ Onyx Black เคลือบพื้นผิวด้วยเทคโนโลยี Sandblasting พ่นเนื้อทรายละเอียด ให้สัมผัสที่เรียบเนียน การออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันพรีเมียมด้วยวัสดุอลูมิเนียม ตลอดทั้งตัวเครื่อง ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาเชื่อได้ว่าหลายๆ คนส่วนมากต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน


© Copyright - Notebookspec.com All Rights