Home » msi review

Review – MSI GF63 Thin 9RCX โน้ตบุ๊คเล่นเกมบางเบาที่ 1.86 โล สเปก i7-9750H + GTX 1050 Ti แรงลื่น

18 Aug 19 - By l

Gaming Notebook อย่าง MSI GF63 Thin ได้รับการตอบรับดีที่มากๆ ตลอดที่ผ่านมาทาง MSI จริงจังเกมโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมส์มากยิ่งขึ้น โดยการแบ่งซีรีส์ออกอย่างชัดเจน และการนำเสนอซีรีส์ MSI GF63 Thin ที่เป็น Gaming Notebook ขอบจอบางมาพร้อมประสิทธิภาพสูง คุณภาพเยี่ยม โดดเด่นความความบางของตัวเครื่อง และมีน้ำหนักเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น เน้นพกพาสะดวก แต่ยังได้สเปก Gaming เล่นเกมได้ลื่นไหล ไม่แพ้โน้ตบุ๊คตัวหนักๆ หนาๆ เลย

ล่าสุด MSI GF63 Thin ได้ส่งสเปกใหม่ออกมาเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-9300H / i7-9750H ส่วนการ์ดจอก็เป็น NVIDIA GeForce GTX 1050 / GTX 1650 Max-Q จัดเต็มด้วยแรมขนาด 8GB และ SSD ที่ 512GB ในทุกๆ รุ่น ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ออกแบบโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก ทำให้ MSI GF63 Thin เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมน่าซื้อที่สุดรุ่นนึงทีเดียว

Specification

MSI GF63 Thin ปี 2019 หลักๆ ด้วยกันมีอยู่ 4 รุ่น ซึ่งที่แอดมินโป้งได้รับมารีวิวครั้งนี้ คือรุ่นราคา 29,900 บาท ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-9750H (2.60 – 4.50 GHz)  ทำงานแบบ 6 Core/12 Thread ประสิทธิภาพแรงเหลือๆ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวแรงระดับ Desktop อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1050Ti (4GB GDDR5) ที่มาพร้อมประสิทธิภาพที่เทียบเคียง GTX 1050Ti รุ่นปกติ แต่ปลดปล่อยความร้อนน้อยกว่า

มีที่เก็บข้อมูลเป็นมาตรฐาน SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่ทั้งแรงและลื่นไหล ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR4 จำนวน 1 แถว อัปเกรดได้สูงสุด 32 GB (ใส่ Ram ได้ 2 แถว) นับได้ว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 15.6 นิ้ว ที่ความละเอียด Full HD พาเนลคุณภาพสูง IPS ให้จอแสดงผลมีมุมมองกว้าง สวยงาม ไม่ว่าจะดูหนังหรือเล่นเกมก็สามารถใช้ได้ดีชัดเจน ลำโพงทำงานร่วมกับซอฟแวร์ของ Nahimic เวอร์ชั่น 3 ทำให้สามารถขับเสียงได้ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอล 2 ตัว

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI,  3 x USB 3.1, USB 3.1 Type C, Kensington lock slot, 2-in-1 SD, Lan RJ-45 , รูหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกัน พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Wi-Fi  802.11 ac + Bluetooth v5 น้ำหนัก 1.86 กิโลกรัม พร้อม Windows 10 แท้ ซึ่งดูจากราคาที่จำหน่ายแล้วถือว่าคุ้มค่าทีเดียว

Hardware / Design

หน้าตาการออกแบบเอง MSI GF63 Thin ปี 2019 ต้องบอกว่ามีลักษณะรูปทรงคล้ายเดิมทั้งหมดทั้งในส่วนของดีไซน์ภายนอกภายใน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม (แม้จะหนักขึ้นก็ตาม) ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน โดย MSI GF63 Thin ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีแดงเช่นเดิม ซึ่งต้องยอมรับว่าโดยรวมนั้นดีอยู่แล้ว

แม้เป็น Gaming Notebook หน้าจอขนาด 15.6 นิ้วบอดี้ 14 นิ้ว ซึ่งขอบจอบางมากเพียง 4.9 มม เท่านั้น บางมากๆ จนคิดว่าจอ 14 นิ้วด้วยซ้ำ ใช้งานเต็มตาสุดๆ แกนฝาพับแข็งแรงพัฒนาขึ้นกว่าเดิมจากรุ่นก่อน ส่วนคีย์บอร์ดจะเป็นไซต์มาตรฐานคือไม่มี Numpad แต่ปุ่มกดจะใหญ่กว่าปกติ ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือขึ้น

ในเรื่องของการดีไซน์ที่เน้นความบางเบาและพกพาได้สะดวก โดยยังคงรักษาความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลัง ด้วยวัสดุอลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง แม้แต่ฝาหลังก็สื่อความเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมได้เต็มเปี่ยมถูกใจคอเกมอย่างสุดๆ วัสดุอลูมิเนียมขัดเงาบรัชเป็นล่นเส้นๆ แนวตั้งดูโดดเด่นแบบเรียบง่าย พร้อม ด้วยโลโก้มังกรแดง Dragon Army มินิมอลสุดๆ

ด้านฐานล่างออกแบบมาใหม่ดีไซน์เป็นแนวตัว X วัสดุเป็นพลาสติกด้าน พร้อมกับทำการเซาะร่องระบายอากาศหลายตำแหน่งด้วยกัน ลำโพงก็อยู่ที่ด้านล่าง 2 ตัวทำให้ตัวเครื่องสามารถกระจายเสียงได้ดี การแกะอัปเกรดบอกเลยว่าค่อนข้างยาก เพราะต้องแกะน็อตออกหมดทุกตัวแล้วค่อยใช้บัตรแข็งๆ แงะที่ละส่วน

ในส่วนของช่องระบายความร้อนของ MSI GF63 Thin มีด้วยกัน 2 ช่องคือด้านหลังฝั่งซ้ายมือตัวเครื่อง และด้านข้างซ้าย โดยใช้พัดลม 1 ตัว ฮีทไปป์ 3 เส้น เพียงพอต่อการใช้งาน วัสดุบอดี้ตรงคีย์บอร์ดจะเป็นอะลูมิเนียมสีดำทำการบรัชลายเส้นเหมือนฝาหลัง สวยงาม แข็งแรง ปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่ที่ด้านมุมบนขวามือแยกจากคีย์บอร์ด นอกจากนี้คีย์บอร์ดยังมีไฟสีแดง สามารถเปิดปิดได้ 3 ระดับ

เรียกได้ว่า MSI GF63 Thin ตัวนี้ยังคงรักษามาตรฐานเหมือนรุ่นพี่ก่อนหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ สัมผัสได้ถึงความเป็น Gaming Notebook บางเบาสายพันธุ์แท้เหมือนรุ่น GS แต่ราคาถูกกว่าเกินครึ่ง ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูดีแบบเรียบง่าย ที่ไม่ใช่แค่เครื่องแรงอย่างเดียวแต่ในประสบการณ์ใช้งานก็ดีเยี่ยมด้วย แถมมีน้ำหนักเพียง 1.86 กิโลกรัม ทำให้พกพาไปไหนได้สบายๆ อย่างตามร้านกาแฟ หรือที่ทำงาน มหาวิทยาลัย เป็นต้น

MSI GF63 Thin ยังมาพร้อมกับสเปกเครื่องที่ตอบสนองการทำงาน หรือการเล่นเกมออนไลน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง GF63 นั้นมาพร้อมกับซอฟท์แวร์ MSI Dragon Center 2.0 ที่สามารถปรับการตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการเล่นเกมของคุณให้มากยิ่งขึ้น พร้อมการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ MSI GF63 Thin ถูกออกแบบมาใหม่โดยตัดปุ่ม Numpad ออก และก็ไม่ใช้คีย์บอร์ดของ SteelSeries เหมือน MSI รุ่นอื่นๆ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ SteelSeries แต่การออกแบบและการใช้งานถือว่าทำได้ดีกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊คแบรนด์อื่นแบบรู้สึกได้เลย เพราะทั้งการตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อม กัน สามารถทำได้แม่นยำไม่แพ้ตัวคีย์บอร์ด SteelSeries รุ่นอื่น และที่ขาดไม่ได้เลยคือไฟคีย์บอร์ดตัวเครื่องให้มาเป็นสีแดงสีเดียว ปรับสีไม่ได้ ซึ่งสามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ พร้อมทำการไฮท์ไลท์ขอบแดงทุกปุ่มให้ดูเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คสายพันธ์ุแท้

ส่วนของทัชแพดก็มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ขนาดเป็นสีเหลี่ยมผืนผ้าแนวนอน มีการเซาะร่องตัดขอบอะลูมิเนียมสวยงาม ผิวสัมผัสไม่ลื่นจนเกินไป ตัวปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวาเป็นแบบชิ้นเดียวซ่อนปุ่ม ซึ่งการใช้งานการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดี ทั้งการคลิกซ้ายคลิกขวาไม่มีอาการยวบยาบให้เห็น รวมถึงการใช้งานมัลติทัชก็สามารถทำได้อย่างลื่นไหล โดยรวมการใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี ส่วนปุ่มเปิดปิดของตัวเครื่องได้ติดตั้งอยู่มุมซ้ายของคีย์บอร์ดดีไซน์ได้เรียบเนียนไปกับตัวเครื่องเป็นอย่างดี

Screen / Speaker

ในส่วนของหน้าจอ MSI GF63 Thin นั้น มีขนาด 15.6 นิ้ว ผิวจอแบบ Anti-Glare ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD ตัวหน้าจอ Panel IPS มุมมองกว้างทำให้แสดงผลภาพออกมาได้อย่างสวยงามคมชัด ลดปัญหาเรื่องแสงสะท้อนจากแสงไฟรอบๆ ตัวได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งแสงสว่างของหน้าจอสามารถปรับได้หลายระดับให้พอดีกับสายตา สามารถสู้แสงจ้าจากภายนอกได้ในระดับหนึ่ง แถมขอบจอบางเพียง 4.9 มม. ทำให้ภาพที่ได้เต็มตาสุดๆ ส่วนเรื่องของสีดูสวยงามกว่า Panel TN ทั่วไปพอสมควรทั้งสีสด ไม่จืด และไม่เพี้ยนมาก

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ MSI GF63 Thin เป็นโน้ตบุ๊กเล่นเกมที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 61% และ Adobe RGB ที่ 46% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสัน ความเที่ยงตรงของสี ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 220 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปกติไม่ได้สว่างมาก คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไปแน่นอน โดยถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพพอได้เลย แต่ถ้าในระดับมืออาชีพต้องระวังนิดนึงควรคาลิเบรทก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องตรงกลางมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับขอบจอตรงด้านล่างขวาจะมีแสงสว่างลดลงไปที่ 10% เลยทีเดียว ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 3.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ลำโพงของตัวเครื่องใช้เป็นแบบ Stereo 2.0 แยกเสียงซ้ายขวาได้ชัดเจนดี ระบบเสียง Nahimic 3 ทำให้มีเสียงดังฟังชัด มีน้ำหนัก ถือว่าเอามาเล่นเกมฟังเพลงได้ดีในระดับหนึ่งตามสไลต์เสียงจากลำโพงโน้ตบุ๊ค ช่องลำโพงถูกออกแบบให้อยู่ที่ด้านล่างตัวเครื่อง ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถกระจายเสียงให้มีมิติ แยกเสียงซ้ายขวาให้ชัดเจนได้มากยิ่งขึ้น โดยรวมแล้วเลือกลำโพงถือว่าทำได้ดีเลยครับ

Connector / Thin And Weight

มาดูทางด้านพอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง MSI GF63 Thin กันบ้าง ซึ่งเครื่องนี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมขนาดหน้า 15.6 นิ้ว ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อมาให้ครบครับใช้ได้เลยทีเดียว แม้ว่าตัวเครื่องจะมีมิติเล็กและบางเบาก็ตามที่ได้ทั้ง USB 3.1 Type A จำนวน 3 พอร์ต, USB 3.1 Type C จำนวน 1 พอร์ต พร้อมช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบแยกออกจากกัน 2 ช่อง ขนาด 3.5 มิลลิเมตร , Lan, SD Card Reader, Kensington และส่วน HDMI จะพิเศษหน่อย โดยจะอยู่ที่ด้านหลังตัวเครื่องเพียงพอร์ตเดียวเท่านั้น

ในส่วนของการเชื่อมต่อไร้สายจะใช้ Bluetooth 5.0 และ Wireless Dual Band แบบ 802.11b/g/n/ac มาตราฐานใหม่ล่าสุด ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้มีความสเถียรมากยิ่งขึ้น และรองรับสัญญาณความที่ถี่ 5 Ghz ได้ ขนาดของตัวเครื่อง 359 x 254 x 21.7 มิลลิเมตร โดยมีน้ำหนัก 1.86 กิโลกรัม ถือว่าไม่หนักเลยถ้ามองในมุมของ Gaming Notebook ซึ่งเมื่อรวมกับอะแดปเตอร์ชาร์จเข้าไปด้วยจะมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 2.10 กิโลกรัม สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกสบายเอามากๆ

Inside / Upgrade


การแกะเครื่อง MSI GF63 Thin เพื่อทำการอัพเกรดนั้นสามารถอาจจะทำได้ค่อนข้างยาก ไม่แนะนำให้แกะเองเลยถ้าไม่ชำนาญพอ เพราะมีสลักค่อนข้างเยอะ และมีชิ้นตรงที่หุ้มปิดแกนฝาพับมาด้วย ซึ่งต้องไขน็อตทุกตัวออกที่มองเห็น แล้วใช้บัตรแข็งค่อยๆ แงะจากด้านหลังตรง เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ถูกออกแบบจัดระเบียบได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เมนบอร์ดสีดำ จุดสังเกตคือตัวเครื่องใช้พัดลม 1 ตัว ฮีทไปป์ 3 เส้น ช่องระบายความร้อน 2 ช่อง ด้านหลังกับด้านข่าง

เมื่อแกะออกมาแล้วนั้นจะเห็นแผ่นสีดำ สีเทาแปะติดไว้อยู่ในหลายๆ ส่วนเพื่อกันไฟฟ้าสถิต และในส่วนของฮาร์ดแวร์ที่สามารถทำการอัพเกรดได้คือฮาร์ดดิสก์มาตรฐาน 2.5 นิ้ว ส่วน SSD M.2 NVMe ติดตั้งมาแล้วที่ความจุ 512GB สำหรับแรมนั้นจะมีแผ่นกระดาษสีดำปิดไว้อยู่ ซึ่งสามารถอัพได้ 1 ช่องและได้สูงสุดถึง 32 GB ครับ แนะนำว่าซื้อ 8 GB DDR4 Bus 2666 มาใส่อีกตัวก็เพียงพอกับการใช้งานมากๆ แล้วครับ (MSI สามารถแกะอัปเกรดได้ไม่หลุดประกัน แต่จะไม่รับผิดชอบอุปกรณ์ที่ใส่เพิ่มครับ)

Performance / Software

โดย MSI GF63 Thin มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen 9 อย่าง Intel Core i7-9750HQ โดยจะเป็นรุ่นยอดนิยมประจำช่วงครึ่งปีหลังของ 2019 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.6 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.5 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR4 Buss 2666MHz แบบ 8GB x 1 ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

  

ยกระดับประสบการณ์การเล่นเกม MSI GF63 Thin มีการนำชิปประมวลผล หรือ CPU รุ่นล่าสุดจาก Intel Core i Gen 9 มาใส่ไว้ใน Gaming Notebook ตัวใหม่นี้ด้วย ทำให้การประมวลผลการทำงานหรือการเล่นเกมของ Gaming Notebook รุ่นใหม่นี้ ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ได้อย่างที่ไม่เคยมี Gaming Notebook รุ่นไหนเคยทำได้มาก่อน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้นกว่าเดิมถึง 45% มีผลอย่างมากต่อการทำงานที่ต้องใช้การประมวลผลของ CPU หนักๆ เช่น การต่อต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์งาน 3D เป็นต้น

  

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน พร้อมรองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา ซึ่งจริงๆ มันก็คือของเก่าเหมือน Core i7-8750H นั่นเอง และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการ์ดจอน้องเล็กรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1050Ti (4GB GDDR5) ที่ประสิทธิภาพดีเพียงพอสำหรับการเล่นเกมในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้ใหม่ล่าสุดเหมือนพวก GTX 16 Series

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานหนักๆ เป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1619MB/s และเขียนที่ 940MB/s ซึ่งถ้าใครอยากเพิ่มความจุของที่เก็บข้อมูลก็สามารถอัพเกรดใส่ฮาร์ดดิสก์ขนาด 2.5″ ได้อีกตัวด้วย

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,476 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยกอย่าง GTX 1050 Ti ร่วมกับชิปประมวลผลตัวแรงจัดกับ Core i7-9750H ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปมากพอสมควร ระดับเทียบเท่า Desktop สบายๆ

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce GTX 1050 Ti ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 รวมไปถึง SSD NVMe ก็ส่งผลช่วยด้วย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Battlefield V/ FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว แม้จะไม่รองรับฟีเจอร์ DLSS / Ray Tracing อย่าง RTX Series ก็ให้ภาพสวยงามไม่แพ้กัน แถมไม่กินทรัพยากรเครื่องเพิ่มเติมด้วย

เกมออนไลน์กินสเปกน้อยลงมาอย่าง DOTA 2 / Overwatch รวมไปถึง PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 60 – 80 ขึ้นไปตลอด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ แบบไร้กังวล

MSI DRAGON CENTER Version 2 เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ต่อยอดมาจากรุ่นก่อนหน้า จุดเด่นคือใช้งานง่ายและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Gaming Notebook ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลน์ของทาง MSI ก็ว่าได้ ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยหน้าเมนูมีอาทิเช่น

  • System Monitoring : ตรวจสอบสถานะเครื่อง (ประสิทธิภาพ, ความเร็วของพัดลม, ความร้อน)
  • System Tuner : ปรับแต่งตั้งค่าโหมดการใช้งานต่างๆ ทั้งประสิทธิภาพและรอบพัดลม
  • Battery Wizard : ดูสถานะ พร้อมปรับแต่งการใช้งานแบตเตอรี่
  • Gaming Mode : ตรวจสอบว่าเครื่องมีเกมไหนอยู่ พร้อมปรับแต่งเล่นเกมให้
  • Voice Wizard : ปรับแต่งด้านเสียง หรือเร่งคุณภาพเสียง
  • Mobile Center : ทำการเชื่อมต่อกับมือถือ
  • Tools & Help : ติดต่อ MSI และ ฟังก์ชั่นช่วยเหลือต่างๆ ที่จำเป็น

หรือจะย่อเป็นหน้าต่างโปรแกรมเล็กๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน ก็ดูเก๋ๆ ไปอีกแบบ สะดวกใช้งานด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน MSI GF63 Thin เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าว ได้ผลมาเกือบๆ 5 ชั่วโมงโดยประมาณ ถือว่าใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานทีเดียว สำหรับการเป็น Gaming Notebook โดยส่วนตัวก็ถือว่ายอมรับได้ (ใช้ได้นานมากแล้ว) ​จากการที่นำหนักเบาตัวเครื่องบาง พกพาอแดปเตอร์ไปอีกตัวก็พอไหวอยู่

สำหรับอุณหภูมิเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 35 – 43 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของ CPU อยู่ที่ไม่เกิน 81 องศาเซลเซียส (MSI ควบคุมเอาไว้ โดยจะลดความเร็วของ CPU เอง) แต่สำหรับการ์ดจอ GPU นั้นร้อนสุดๆ เพียง 94 องศาเซลเซียส ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควร จากการที่มีฟีเจอร์ Cooler Boots กรณีที่ใช้งานหนักๆ แต่ถ้าใช้งานทั่วไป พัดลมแทบไม่มีเสียงเลย

Conclusion / Award

Gaming Notebook น้ำหนักเบาถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เกมเมอร์หลายคนต้องการจับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งปกติแล้วโน้ตบุ๊คเล่นเกมแรงๆ แต่ละรุ่นมักจะมีน้ำหนักที่เยอะ พกพาลำบาก เวลาใส่กระเป๋าแบกไปไหนมาไหนปวดหลังปวดไหล่กันสุดๆ แต่ว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับ MSI GF63 Thin แน่นอน เพราะด้วยตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น โดยเป็นรุ่นหน้าจอ 15.6″ ก็จริง แต่น้ำหนักเบาเท่ากับรุ่นหน้าจอ 15.6″ แบบก่อนๆ เลย

โดยได้สเปคสุดแรง Intel Core i Gen 9 รุ่นล่าสุด อย่าง i7-9750H ส่วนการ์ดจอแม้ไม่ใช่รุ่นใหม่แต่ก็ยังแรงอยู่อย่าง GTX 1050 Ti บอกเลยสวยงามตามท้องเรื่อง ที่ได้ทั้งความบางเบา ประสิทธิภาพ และความสวยงามในเครื่องเดียว ในราคาเพียง 29,900 บาทเท่านั้น โดยมีรุ่นสเปกอื่นๆ ให้เลือก ทั้ง Core i5-9300H + GTX 1050 Ti หรือ Core i5-9300H / Core i7-9750H + GTX 1650 Max-Q อีก ถ้าอยากได้การ์ดจอเทคโนโลยีใหม่

ดีไซน์ตัวเครื่อง MSI GF63 Thin วัสดุเป็นอลูมิเนียมอัลลอยสีดำพร้อมแซมด้วยสีแดง ส่วนคีย์บอร์ดมีปุ่มกดจะใหญ่กว่าปกติ ทำให้พิมพ์สัมผัสได้ถนัดมือยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเองที่สำคัญเหนือกว่า Gaming Notebook ทั่วไปด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 5 ชั่วโมง ในการทดสอบจริงๆ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊คไว้ใช้ทำงานหรือเล่นเกม ที่เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่

ส่วนการระบายความร้อนตัวเครื่องเป็นแบบ Cooler Boost 3 ฮีทไปป์ 4 เส้น ขนาดใหญ่ ช่องระบายความร้อน 2 ช่อง พัดลมตัวเดียว ก็พอที่จะเอาอยู่สำหรับสเปกนี้ โดย CPU ไม่ร้อนเลย แต่ GPU ก็อาจจะสูงไปหน่อย ซึ่งไม่มีผลต่อการใช้งาน ส่วนแรมตัวเครื่องให้มา 8GB DDR4 พร้อมใส่เพิ่มได้อีกแถว อีกทั้งให้หน่วยความจำความจุ SSD 512GB m.2 NVMe ตัวแรงกลางๆ แถมตัวเครื่องยังสามารถใส่ฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ได้เพิ่มอีกหนึ่ง นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับ Windows 10 แท้พร้อมใช้งานอีกด้วย

นับได้ว่า MSI GF63 Thin เป็น Gaming Notebook ที่ดีรุ่นหนึ่ง ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะสูงรุ่นพี่อย่าง GP / GE / GS เต็มๆ ไม่ได้ แต่เมื่อเทียบกับราคาของ Gaming Notebook จากทาง MSI กันเอง ก็มีความคุ้มค่าไม่น้อยเลย ส่วนข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ คงเป็นเรื่องหน้าจอที่ไม่ใช่ 120Hz หรือ 144Hz แต่เข้าใจว่า MSI คิดมาแล้วว่าสเปกของการ์ดจอขับไม่ไหว ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เลยอาจจะไม่ได้ใส่หรือมีตัวเลือกมาให้ แต่รุ่นใหม่ในอนาคตก็อาจจะไม่แน่ก็ได้ รวมไปถึงช่องระบายความร้อนเป่าโดนหน้าจอ อันนี้ใช้ไปนานๆ อาจจะมีผลเสียได้ (หรือเปล่า)

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์ งานประกอบแน่นวัสดุดี แนวเรียบหรู
  • หน้าจอ 15.6″ เล็กกระชับกว่าเดิมเทียบ 14″ พกพาสะดวก
  • เป็น Gaming Notebook มีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 1.86 กิโลกรัมเท่านั้น
  • สเปคแรงด้วยชิป Core i7-9750H และการ์ดจอ GeForce GTX 1050
  • ได้แรมมาขนาด 8GB และ SSD ความจุ 512GB ใช้งานได้ลื่นไหลทันที
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง ให้สนุกยิ่งขึ้น
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานตามจริงที่ 5 ชั่วโมง
  • มี Windows 10 แท้ ใช้งานได้ทันที

ข้อสังเกต

  • พอร์ตการเชื่อมต่อ SD Card Reader ถูกตัดออกไป
  • การ์ดจอใช้เป็นรุ่นเก่าอย่าง GTX 1050 Ti
  • มีพัดระบายความร้อนตัวเดียว ความร้อน GPU สูงไปเล็กน้อย
  • ไม่มีรุ่นหน้าจอที่เป็น 120Hz / 144Hz ให้เลือก

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง MSI GF63 Thin ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Performance

ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7- 9750HQ (2.6 – 4.6 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวบนอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1050 Ti  ที่ทั้ง 2 อย่างนี้ระดับ Desktop มีที่เก็บข้อมูลรองรับการติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe และรองรับฮาร์ดดิสก์ 2.5″ มาตรฐาน  SATA 3 อีก 1 สล็อต โดยตามสเปกได้ติดตั้งมาแล้วที่ 512GB ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR4 แน่นอนทั้งตัวเครื่องนั้นแทบไม่ต้องอัพเกรดอะไร ลื่นไหลที่สุดอย่างไร้กังวล รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาของ MSI GF63 Thin อยู่ในระดับที่ดีกว่า Gaming Notebook ทั่วไปชัดเจน ทั้งในความบางเฉียบและน้ำหนักเบาเพียง 1.86 กิโลกรัม ขอบหน้าจอบาง มิติตัวเครื่องเล็ก ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ถือว่ามีการพัฒนาไปในทุกส่วน รวมแล้วหนักแค่ 2 กิโลกรัมนิดๆ เท่านั้น โดยสามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที พกพาสะดวก เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ รวมถึงแบตอาจจะใช้งานได้ 5 ชั่วโมงจริงๆ ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีของ Gaming Notebook จอ 15.6″

© Copyright - Notebookspec.com All Rights