Home » 0. TOP content

[Review] MSI GE73VR 7RE Raider โน้ตบุ๊ตเล่นเกมสเปกจัดเต็มแต่เย็นเฉียบ ฟีเจอร์เพียบ พร้อมไฟคีย์บอร์ดตะมุตะมิ

13 Aug 17 - By l

โน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมหรือ Gaming Notebook ในระดับกลาง ทางฝั่ง MSI ก็จริงจังกับ GE Series มาโดยตลอด เรียกได้ว่าที่ผ่านมานั้น GE62/ GE72 ที่สามารถทำตลาดได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ แน่นอนว่าเมื่อขายดีขนาดนี้แล้วทาง MSI เองก็ต้องเปิดตัวรุ่นสานต่อมาขยายตลาด โดยทาง MSI ได้ใช้โอกาสในงาน Computex 2017 ในการเปิดตัวโน๊ตบุ๊คระดับกลางสำหรับการเล่นเกมรุ่นล่าสุดออกมาอย่าง GE63VR /GE73VR Raider ออกมา (ขนาดหน้าจอ 15.6″ และ 17.3″) ซึ่งในบทความรีวิวนี้เราจะมาดูว่า MSI GE73VR 7RE Raider มีความน่าสนใจอะไรบ้าง

โดยการเปลี่ยนแปลงของ MSI  GE63VR /GE73VR Raider นั้นนอกจากจะมีเรื่องของสเปคภายในอย่าง Core i7 + GTX 1060 (6GB) แล้วนั้น ตัวเครื่องได้รับการดีไซน์ใหม่โดยสื่อให้เห็นเหมือนรถยนต์สปอร์ตสุดหรู ซึ่งเราจะเห็นได้ตั้งแต่เคสฝาปิดไปจนถึงภายในของตัวเครื่อง สิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่นั้นก็คือเรื่องระบบระบายความร้อนที่ยังเจ๋งเหมือนเดิม สนนราคาที่ 65,990 บาท

VDO Review

Specification

MSI GE73VR 7RE Raider เลือกใช้ชิปประมวลผลตัวแรงรุ่นยอดนิยมอย่าง Intel Core i7-7700HQ (2.80 – 3.80 GHz) ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด ประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวแรงระดับ Desktop อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB GDDR5) มีที่เก็บข้อมูล 1TB 7200 RPM พร้อมติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ขนาด 128GB มาให้ ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 16GB แบบ DDR4 อัพเกรดได้สูงสุด 32GB โดยระบบปฏิบัติการนั้นเป็น DOS ซึ่งทำให้จะให้งานจริงๆ คงต้องติดตั้ง Windows กันเองอีกที

นอกจากนี้ MSI GE73VR 7RE Raider มาพร้อมจอแสดงผลแบบด้าน 17.3″ ที่ความละเอียด Full HD พาเนล TN คุณภาพสูงกว่า TN ทั่วไปมาก (IPS level) ให้การแสดงผลอัตราการตอบสนองระดับ 120Hz/3ms เพื่อการเล่นเกมที่ลื่นไหลให้ภาพในการเล่นเกมที่คมชัดสมจริงสมจริง ที่มุมมองใกล้เคียงพาเนล IPS มากขึ้นกว่านรุ่อนก่อนๆ พร้อมเทคโนโลยี MSI True Color Technology ปรับโปรไฟล์สีให้ตรงกับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ และตัวเครื่องยังมีระบบเสียง Dynaudio บนซอฟแวร์เสียง Nahimic Audio Enhancer เวอร์ชั่น 2 ขับเสียงได้ดียิ่งกว่า

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง HDMI, mini DisplayPort, 2 x USB 3.0, 1 x USB 3.1 Type-C, Kensington lock slot, 2-in-1 SD, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 4.0 และ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac

สนนราคา MSI GE73VR 7RE Raider อยู่ที่ 65,990 บาท มาพร้อมการรับประกัน 2 ปีตามมาตรฐานของ MSI

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบของ MSI GE73VR 7RE Raider เป็น Gaming Notebook ที่ได้รับการออกแบบใหม่หมดจดแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับซีรีส์ GE ที่สามารถทำได้ดีมากๆ ในเรื่องของการดีไซน์และการออกแบบที่ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน บนความเป็นเกมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบให้ความรู้สึกโลหะที่ดุดันมีพลัง โดยที่ฝาหลังก็สื่อความเป็นโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมได้ดูสปอร์ตถูกใจคอเกมอย่างสุดๆ ด้วยฝาหลังวัสดุอลูมิเนียมที่ดีขึ้น มีลูกเล่นนูนตามสไตล์ฝากระโปรงรถสปอร์ตพร้อมไฟสีแดงส่องสว่าง เรียกได้ว่ามีมีการต่อยอดจาก GE72 รุ่นเดิมพอสมควร

ด้านฐานล่างใช้วัสดุพลาสติก ABS งานประกอบแน่นหนาแข็งแรง มียางรอง 4 มุม ยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นทำให้มีพื้นที่ลมมากกว่าเดิม ช่วยส่งมวลลมเย็นเข้าช่องดูดลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ในจุดนี้สามารถถอดอัพเกรดเพิ่มแรมความจุสูงสุดถึง 32GB แบบ DDR4  สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลแบบทะลุขีดจำกัด รวมถึงซ่อมบำรุงรักษาทำความสะอาดเครื่องในระยะยาวได้สะดวกสมเป็น Gaming Notebook ระดับสูงก็ว่าได้ ที่สำคัญมาพร้อมลวดลายมังกรที่มีความโดดเด่นกว่า MSI รุ่นอื่นๆ พอสมควร

รายละเอียดในเรื่องของระบบระบายความร้อนใช้เทคโนโลยี CoolerBoost 5 ซึ่งมีช่องระบายอากาศถึง 4 จุด อยู่ทางด้านหลังของตัวเครื่อง 2 และซ้ายขวาอีก 2 มาพร้อมชุดระบายความร้อนและพัดลมคู่ขนาดใหญ่ ที่แยกการระบายความร้อนระหว่าง GPU และ CPU ด้วย Heat Pipes รวมกันถึง 7 เส้น เรียกได้ว่าจัดเต็มหายห่วงได้เลยในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะเล่นเกมหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสมแต่อย่างใด ซึ่งแม้ว่าจะจัดเต็มขนาดนี้ แต่ตัวเครื่องก็ยังบางและเบาเพียง 2.8 กิโลกรัมเท่านั้น

ขอบตัวเครื่องด้านหน้าจะมีการไล่จากความบางสุดของตัวเครื่อง พร้อมไฟแสดงผล 3 ดวง เวลาใช้งานจะกระพริบแสดงสถานะ เรียกได้ว่าโดยรวมแล้วต่อยอดความสำเร็จของรุ่นก่อนหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ สัมผัสได้ถึงความเป็น Gaming Notebook พันธุ์แท้ที่ก้าวกระโดดไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์การออกแบบที่ดูดีและดุดัน ที่สำคัญยังสามารถใช้งานได้จริงด้วย

Keyboard / Touchpad


คีย์บอร์ดของ MSI GE73VR 7RE Raider เห็นแล้วต้องบอกว่าแตกต่างจาก Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ แบบสิ้นเชิง จากการที่ใช้ Per-Key RGB Gaming Keyboard ที่ร่วมพัฒนากับแบรนด์ SteelSeries โดยพัฒนาและออกแบบมาสำหรับการเล่นเกมบน Gaming Notebook จาก MSI โดยเฉพาะ ทั้งอารมณ์การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด และการใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน ที่สำคัญในคราวนี้ไฟ LED ที่เป็น RGB สามารถเปลี่ยนสีทีละปุ่ม ตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ พร้อมเทคโนโลยีใหม่อย่าง Silver Lining Print ขอบโปร่งแสงสวยงาม และยังปรับแต่ง Macrokeys บนคีย์บอร์ดเพื่อใช้ในเกมหรือซอฟแวร์ต่างๆ ผ่าน Steelseries Engine 3 ได้ด้วยเช่นกัน

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ในระดับนึง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบปุ่มแยกออกมา โดยการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็มีความนุ่มและเด้งรับได้น่าประทับใจ การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก สัมผัสแบบผิวสากๆ เล็กๆ ทำให้ไม่เป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย และควบคุมได้ง่ายมากขึ้นกว่าปกติถือเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งที่ดีเลย นอกจากนี้ยังมี Hotkey ตรงมุมขวาบนของชุดแป้นคีย์บอร์ด ไม่ว่าจะเป็นปุ่มเร่งรอบพัดลมและปุ่มเปลี่ยนสีไฟของคีย์บอร์ด

Screen / Speaker

MSI GE73VR 7RE Raider  มีหน้าจอจอแสดงผลขนาด 17.3″ รองรับที่ความถี่ 120Hz และตอบสนองที่ 3ms ทำให้ภาพปรากฏออกมามีความลื่นไหลแบบสุดๆ กว่าที่ตาเราเห็น เพราะหน้าจอปกตินั้นจะแสดงได้สูงสุด 60Hz เท่านั้น ที่แม้ว่าจะเป็นพาเนล TN แต่ก็เป็น TN คุณภาพสูง ที่แม้ว่ามุมมองอาจจะสู้ IPS แท้ๆ ไม่ได้ แต่เรื่องสีสันก็ไม่ได้เป็นรองกรณีที่ใช้งานคนเดียวมองตรงๆ เมื่อใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าแทบเท่าพาเนล IPS เลยทีเดียว ยิ่งปรับโปรไฟล์สีผ่านซอฟแวร์ MSI True Color เทคโนโลยีที่ให้ค่าสีที่สมจริง ใกล้เคียงกับ 100% sRGB พร้อมโหมดพรีเซ็ทปรับได้อีก 6 อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ANTI-BLUE, sRGB, DESIGNER, OFFICE, MOVIE, GAMER ก็แจ่มและใช้งานได้จริง

ระบบเสียงก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ด้วยลำโพง Giant Speakers แบรนด์ DYNAUDIO 2.2 ชาแนล โดยลำโพงปกติก็ใหญ่ขึ้นขนาด 2W + 2W พร้อมมีซัพวูฟเฟอร์ในตัว 2 ตัวขนาด 3W + 3W โดยมีซอฟแวร์ปรับแต่งเสียง Nahimic 2 จำลองการซ้อมรบ สู่ระบบเสียงที่ดีที่สุดสำหรับการเล่นเกมจากฝรั่งเศส ทำให้มีการปรับแต่งเสียงที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าทั้งความดังและคุณภาพเสียงอย่างชัดเจน ใช้เล่นเกมนี่บันเทิงได้เต็มอารมณ์ ยิ่งถ้าต่อหูฟังเสียบผ่าน Audio Boost ยิ่งได้อรรถรสในการเล่นเกมได้ดีขึ้นไปอีกระดับ ด้วยการที่เป็นแจ๊คแบบชุบทองคำ จะช่วยเพิ่มรายละเอียดของคุณภาพเสียง และความกว้างของเวทีได้สูงขึ้นถึง 30% อีกด้วย

Connector / Thin And Weight

MSI GE73VR 7RE Raider จัดว่าเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 17.3″ ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันพอเพียงกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น 3x USB 3.0, 1x USB 3.1 Type-C, 1x HDMI 1.4, 1x Mini DisplayPort 1.2, SD(XC/HC) Card reader, RJ45 (Killer E2400 Gigabit Ethernet with Killer Shield) และ Mic-in/Headphone-out (HiFi / SPDIF) แถมโดดเด่นด้วยพอร์ต USB ยังไมีไฟ LED สีแดงลอดออกมาด้วย (ปิด – เปิดได้) รวมไปถึงยังรองรับการชาร์จไฟไปยังมือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ อีกด้วย

รวมถึงยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 4.2 และอินเตอร์เน็ตมาตรฐาน 802.11b/g/n/ac ผ่าน Killer ac ระบบเน็ตเวิร์คสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะลดกาารกระตุกช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นๆ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติ Matrix Display ช่วยให้ต่อจอเล่นเกม 4K ได้หลากหลายจอ ทั้ง USB 3.1 Type-C, Mini DisplayPort, HDMI ส่วนของการพกพาทำได้ไม่เลวเลย ด้วยน้ำหนัก 2.8 กิโลกรัม ถือว่าเบากว่าโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 17.3″ เพื่อการเล่นเกมแบบปกติพอสมควร ในสเปกที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยมทีเดียว รวมกับอแดปเตอร์แล้วก็จะหนักไม่เกิน 3.5 กิโลกรัม

Feature

สรุปฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ MSI GE72mVR 7RG Apache Pro ที่ไม่เคยมีในก่อนใน Gaming Notebook ของ MSI

  • MSI GE63 Raider, MSI GE73 Raider มาพร้อมดีไซน์ใหม่ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน สวยงามดุดันกว่าเดิม
  • MSI GE63 Raider, MSI GE73 Raider มาพร้อมระบบระบายความร้อน Cooler Boots 5 ที่ดีกว่าเดิม
  • MSI GE63 Raider, MSI GE73 Raider มาพร้อมคีย์บอร์ดใหม่ Steelseries Perkey ให้สีสัน RGB เต็มรูปแบบ
  • MSI GE63 Raider, MSI GE73 Raider มาพร้อมลำโพง 2.2 channel ลำโพงปกติ 2 ตัว และซัฟวูฟเฟอร์อีก 2 ตัว
  • MSI GE63 Raider, MSI GE73 Raider มาพร้อมตัวเลือกหน้าจอ 120Hz 3 ms ที่ให้มุมมองกว้าง 170 องศา สีสันดีเยี่ยม

Performance / Software

 

โดยมาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i7-7700HQ (รุ่นยอดนิยมประจำปี 2017) ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.80 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 3.80 GHz เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Intel Core i7-6700HQ มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR4 ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

  

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel HD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน อีกทั้งยังมีกราฟิกการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1070 ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ และแรงกว่า GTX 980M แบบรู้สึกได้ โดยเคลมไว้ว่าแรงกว่าถึง 25% เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 128GB แบบ M.2 NVMe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2073MB/s และเขียนที่ 577MB/s ซึ่งถ้าใครอยากเร็วแรงกว่านี้ก็สามารถซื้อ SSD มาทำเรทเพิ่มได้ ความเร็วก็จะไประดับ 3000 MB/s เลยทีเดียว

ทดสอบการทำงานฮาร์ดดิสก์ความจุอยู่ที่ 1TB แบบความเร็วรอบ 7200 ที่ติดตั้งมาให้ ด้วยโปรแกรม HD Tune แล้วพบว่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลน้อยสุดที่ 67.6MB/s และสูงสุดที่ 143.3MB/s ทำให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 108.4MB/s ด้วยกัน มีอัตราการเข้าถึงข้อมูลที่ 15.4 ms ซึ่งนับได้ว่าผลทดสอบที่ออกมานั้นมีความน่าประทับใจทีเดียว เรียกได้ว่าทำได้ดีกว่าฮาร์ดดิสก์ปกติที่ 5400 รอบแบบรู้สึกได้เวลาเข้าเกมโหลดเกม

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-7700HQ ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce GTX 1060 ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 16GB DDR4 รวมไปถึง SSD + ฮาร์ดดิสก์ 7200 รอบ

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง GTA V / Battlefield 1 / Rise of the Tomb Raider / Ghost Recon Wildlands ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด เว้นแต่ Ghost Recon Wildlands ก็ปรับเป็นระดับ High ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ที่สำคัญด้วยหน้าจอ 120Hz ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย

เกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 / Overwatch / PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 90 ขึ้นไปตลอด แต่ในส่วนของเกม PUBG อาจจะมีเฟรมเรทตกไปต่ำกว่า 60 บ้าง ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเป็นเกมออนไลน์ที่กินทรัพยากรพอตัวเหมือนกัน ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่

MSI DRAGON CENTER เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ออกแบบและพัฒนาโดย MSI ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายและสามารถช่วยเหลือ และ จัดการการปรับแต่งตั้งค่า MSI Gaming Notebook ซึ่งแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน ดังนี้

  • System Monitor : ตรวจสอบสถานะเครื่อง (ประสิทธิภาพ,ความเร็วของพัดลม,ความร้อน)
  • App Portal : ทางลัดในการเข้าสู่โปรแกรมต่างๆของ MSI Gaming Notebook
  • System Tuner : ปรับแต่งตั้งค่าการใช้งานต่างๆของ MSI Gaming Notebook
  • Mobile Center : ทำการเชื่อมต่อกับมือถือ
  • Tools & Help : ติดต่อ MSI และ ฟังก์ชั่นช่วยเหลือต่างๆ ที่จำเป็น

นอกเหนือจากนี้ยังมีในส่วนของ MSI True Color ที่เราสามารถปรับโปรไฟล์สีสันได้ รวมไปถึง SteelSeries Engine 3 ที่ช่วยในการปรับแต่งการใช้งานของอุปกรณ์ต่อพ่วง Gaming Gear ต่างๆ ของ SteelSeries แน่นอนว่าในส่วนของคีย์บอร์ด SteelSeries Per-Key RGB ตัวเครื่องก็สามารถปรับแต่งได้ผ่านทางโปรแกรมนี้ เรียกได้ว่าจะปรับไฟให้ตะมุตะมิแค่ไหนก็สามารถทำได้เลย หรือจะได้พรีเซ็ทต่างๆ ที่มีมาแล้วก็สามารถทำได้เช่นกัน

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน MSI GE73VR 7RE Raider เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณไม่เกิน 2 ชั่วโมง ดังนั้นเวลาใช้งานจริงโดยปรับความสว่างหน้าจอและเสียงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะทำให้แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานยาวนานกว่านี้แน่นอน (หรือใช้งานหนักๆ ก็ลดลงไปอีก)

สำหรับอุณหภูมิเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผลอยู่ที่ไม่เกิน 75 องศาเซลเซียส และการ์ดจอก็ไม่เกินอง 67 ศาเซลเซียส ส่วนเสียงพัดลมก็ดังพอสมควรเมื่อเร่งรอบพัดลม แต่ก็ไม่ถือว่ารบกวนอะไรมากมายสำหรับคนที่เล่นเกมอยู่แล้ว โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดีที่สุด สำหรับโน้ตบุ๊คสเปกแบบนี้

Conclusion / Award

สรุปรีวิว MSI GE73VR 7RE Raider เป็น Gaming Notebook ดีไซน์ใหม่หมดจดขนาดหน้าจอ 17.3″ (MSI GE63VR 7RE Raider ต่างกันแค่ขนาดหน้าจอที่ 15.6″) พร้อมติดตั้งการ์ดจอตัวแรงระดับลางค่อนบนอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 โดยแรงกว่ารุ่น GTX 1050Ti ประมาณ 30% ด้วยความสมบูรณ์แบบในความเป็นโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมจากประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ทำได้ดี ด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-7700HQ ที่เป็น Core i Gen 7 Kaby Lake บนแรม DDR4 ซึ่งในมาขนาด 16GB ที่สำคัญคือควบคุมความร้อนได้แบบมีเสถียรภาพผ่านชุดระบายความร้อน Cooler Boost 5

อีกทั้ง MSI GE73VR 7RE Raider ยังมีคุณสมบัติอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่เก็บข้อมูลความเร็วสูง PCIe, เทคโนโลยีจอแสดงผล 120Hz ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งมี True Color ให้สีสมจริง, ระบบเสียง Dynaudio – Nahimic 2, Killer Network, คีย์บอร์ด SteelSeries Per-key RGB มีไฟแสดงผลเปลี่ยนสี RGB ได้แต่ละปุ่มอิสระอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมกันนั้นยังรองรับการเชื่อมต่อ USB 3.1 Type-C ที่ครอบคลุมใช้ประโยชน์ได้จริงและทันสมัย และขาดไม่ได้เลยสำหรับ MSI Dragon Center ที่บอกได้เลยว่าไม่มี Gaming Notebook แบรนด์ไหนใส่ฟีเจอร์สำหรับเกมเมอร์ได้มากมายขนาดนี้ เรียกได้ว่าแรงเทียบเท่า Desktop PC แบบสบายๆ ในราคาที่รับได้

ถึงแม้ MSI GE73VR 7RE Raider ไม่ได้ให้ Windows 10 อีกทั้งไม่ได้มีเทคโนโลยี G-Sync (ถ้าต้องให้ลื่นไหลภาพไม่ฉีกขาดจำเป็นใช้ V-Sync ทำให้กินทรัพยากรเครื่องมากกว่าปกติเล็กน้อย) แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสเปค ฟีเจอร์ และการออกแบบสไตล์ Gaming Notebook โดนใจเกมเมอร์กับสนนราคาขายที่ 65,990 บาท ต้องยอมรับเลยว่า MSI GE73VR 7RE Raider เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับเกมเมอร์ที่มีงบประมาณในการซื้อที่สูงซักหน่อย เพราะเอาเข้าจริงในสเปกที่ใกล้เคียงกันบางแบรนด์สามารถทำได้ราคาได้ดีกว่า แต่ก็นั่นแหละ ฟีเจอร์หรือคุณสมบัติต่างๆ ก็คงไม่ครบครันขนาดนี้

เอาเป็นว่าเพื่อนๆ ท่านไหนที่สนใจ Gaming Notebook ระดับสูงรุ่นนี้หรือรุ่นอื่นๆ จาก MSI สามารถสอบถามไปที่ MSI Gaming Shop หรือร้านจำหน่ายโน้ตบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศกันได้เลย

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์ นักเล่นเกมที่จริงจัง งานประกอบแน่นวัสดุดี
  • สเปคสูงมากทั้ง Intel Core i7-7700HQ และการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1060
  • หน้าจอแสดงผลรองรับ 120Hz ที่ดียิ่งขึ้น พร้อมปรับแต่งผ่าน MSI True Color ได้ด้วย
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.0, USB 3.1 Type-C และ Mini DisplayPort 1.2 , HDMI 1.4
  • มาพร้อม Giant Speakers แบรนด์ Dynaudio แบบ 2.2 ชาแนลพร้อมระบบเสียง Nahimic 2 ให้เสียงที่ดี
  • ระบบระบายความร้อน Cooler Boost 5 มีประสิทธิภาพดีเยี่ยม เย็นเวอร์ เล่นเกมนานๆ ได้สบาย
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง อาทิ MSI Dragon Center
  • คีย์บอร์ด SteelSeriesPer-Key RGB ปรับเปลี่ยนสีไฟได้อิสระในแต่ละปุ่ม ให้แสงสดใสสวยงาม

ข้อสังเกต

  • ระยะเวลาใช้งานบนแบตเตอรี่ค่อนข้างจำกัด ด้วยสเปคที่แรงและกินไฟเยอะ
  • ไม่มีระบบปฏิบัติการ Windows มาให้ ต้องหาติดตั้งภายหลังด้วยตนเองอีกที
  • ไม่ได้ติดตั้งชิป NVIDIA G-Sync มาให้
  • ถ้าดูแต่สเปก ถือว่าราคาค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

AWARDS

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 17 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง MSI GE73VR 7RE Raider ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

BEST TECHNOLOGY

award_use_2_create_16

MSI GE73VR 7RE Raider เป็น Gaming Notebook ที่มีความสดใหม่และเทคโนโลยีล้ำๆ มากมาย อาทิเช่น Cooler Boots 5, Steelseries Per-Key, Giant Speakers, หน้าจอ 120Hz/3ms, Killer Network, USB 3.1 Type-C รวมไปถึงซอฟต์แวร์ MSI Dragon Center ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง อีกทั้งคีย์บอร์ด SteelSeries ถือได้ว่าเป็นผู้นำในตลาด Gaming Notebook ยิ่งเทียบในระดับเดียวกันยิ่งหาตัวจับยาก

BEST PERFORMANCE

award_use_2_create_05

MSI GE73VR 7RE Raider มีสเปคที่ครบครัน ทั้งชิบประมวลผล Core i7-7700HQ และการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1060 (6GB GDDR5) เล่นเกมปัจจุบันปรับสุดได้แบบลื่นๆ สบายๆ พร้อมแรมตัวเครื่องที่อัพเกรดได้มากถึง 32GB มาตรฐานใหม่แบบ DDR4  และ SSD แบบ NVMe M.2 ให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสูงถึง 3000MB/s (ต่อเรท) ความเร็วสูงรองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล

BEST DESIGN

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ MSI Gaming มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน MSI GE73VR 7RE Raider ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ G Seris แต่มีการออกแบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ออกแนวดุดันและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น (แถมยังมีไฟ LED เพิ่มเข้ามาทั้งฝาหลังและพอร์ต) รวมไปถึงไฟคีย์บอร์ดก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาเชื่อได้ว่าหลายๆ คนที่เป็นเกมเมอร์ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

© Copyright - Notebookspec.com All Rights