Home » 0. TOP content

Review – Lenovo YOGA S730 โน้ตบุ๊คพรีเมียม Core i Gen 8 สายพกพา เบาแค่ 1.2 โล บางเพียง 11.9 ม.ม.

3 Apr 19 - By l

ถือเป็นศักราชใหม่ของซีรีส์ Yoga เลยก็ว่าได้ จากปกติที่จะเป็นเฉพาะ 2-in-1 Notebook จอสัมผัสเท่านั้น แต่คราวนี่เปลี่ยนไลน์มาควบ Ultrabook ระดับพรีเมียมด้วย ด้วยตระกูล S ส่วน C จะเป็น 2-in-1 Notebook (S = Slim / C = Convertible) จากแต่ก่อนที่จะเป็นตระกูล ideaPad S ซึ่ง Lenovo Yoga S730 จะมาพร้อมกับความเรียบหรูระดับพรีเมี่ยม และเป็นโน้ตบุ๊คที่บางที่สุดรุ่นนึงจากทาง Lenovo

ด้วยวัสดุตัวเครื่องที่ผลิตจากอะลูมิเนียมเกรดสูง ทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาเพียง 1.2 กิโลกรัม และบางเพียง 11.9 มิลลิเมตรเท่านั้น Lenovo Yoga S730 ด้วยขนาดหน้าจอแสดงผล 13.3 นิ้วแบบกระจกแข็งแรงทนทาน พาเนล IPS ความละเอียด Full HD รวมถึงระบบเสียงชั้นยอดอย่าง Dolby Atmos Speaker System ส่วนซีพียูจะใช้เป็น Intel Core i Gen 8 รหัส U โดยแบตเตอรี่สามารถใช้ยาวนานทั้งวัน สำหรับ Lenovo Yoga S730 นี้ จะมีราคาเริ่มต้นที่ 32,990 – 45,990 บาท สเปกเป็น Core i5 / i7 Gen 8 รุ่นล่าสุด

VDO Review

Specification

โดย Lenovo YOGA S730 ที่เราได้รับมารีวิวในครั้งนี้ จะเป็นรุ่นท็อปสุดคือ 45,990 บาท มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i7-8565U ที่เป็นชิป 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.8 GHz สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้เป็น 4.6 GHz ทำงานร่วมกับแรม DDR3L ขนาด 16GB การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 สำหรับใช้งานทั่วไป ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD แบบ PCIe ความจุ 512 GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo YOGA S730ใช้หน้าจอขนาด 13.3″ ความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080) อัตราส่วน 16:9 ขอบจอบางเฉียบเพียง 5 มม. พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ซึ่งจัดว่าเป็นสเปคจอที่เหมาะสำหรับการใช้งานแทบทุกรูปแบบ มาพร้อม Windows 10 Home Single Language และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB Type-C ที่เป็นมาตรฐานดีที่สุดอย่าง Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต ส่วนอีกพอร์ตจะเป็น USB Type-C มาตรฐาน 3.1 ปกติ ที่เน้นไว้ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์เป็นหลัก ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ นอกจากนี้ยังมี Finger Scan สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนนิ้วอีกด้วย ส่วนสเปคเต็ม ๆ ของแต่ละรุ่นย่อยของ Lenovo YOGA S730 ก็ตามนี้เลย (ต่างกันที่ CPU / RAM ) สำหรับประกันเป็น 2 ปี On-site Service

ส่วนตัวแล้วจริงๆ Lenovo YOGA S730 รุ่นเริ่มต้น 32,990 บาท ก็ดูเพียงพอกับการใช้งานทั่วไปแล้วล่ะ เพราะส่วนต่างที่เพิ่มเข้ามาแม้จะได้ CPU และ RAM ที่ดีกว่า แต่ส่วนต่างก็ถือว่ามากอยู่

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo YOGA S730 นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน้ตบุ๊คจอ 12.5″ ส่งผลให้ Lenovo YOGA S730 เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ปี 2019 ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด

ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบางแบบเพียง 5 ม.ม. ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา พร้อมสีสัน 2 สี อย่างสีเทา (Iron Gray) สีเงิน (Platinum) ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Lenovo YOGA S730 เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาที่ทรงประสิทธิภาพในการทำงานทั่วไปเน้นการพกพา เพราะมีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ แถมตัวเครื่องยังบางสุดๆ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น มาพร้อมความบางเพียง 11.9 มิลลิเมตรเท่านั้น บอกได้เลยว่าบางสุดๆ แบบที่หารุ่นเปรียบเทียบได้ยาก ซึ่งการที่จะบางขนาดนี้ได้ ฮาร์ดแวร์ภายในจำเป็นต้องฝังบอร์ดเกือบทั้งหมด จะมีเพียง SSD M.2 ที่สามารถอัพเกรดได้ (จริงๆ 512GB ก็ไม่อัพแล้วก็ได้นะ)

นอกเหนือจากนี้ Lenovo YOGA S730 ยังมีการออกแบบภายในโดยใช้พัดลมระบายความร้อนแบบ 1 ตัว ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ โดยดูดลมเย็นจากใต้ตัวเครื่องพร้อมทั้งช่องคีย์บอร์ด ทำให้การทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ ในการใช้งานไปแทบจะไม่รู้สึกถึงความร้อนภายใน ส่วนใต้ตัวเครื่องก็มาพร้อมงานประกอบเรียบร้อยมาตรฐานโน้ตบุ๊ค Lenovo ระดับสูง

สำหรับ Lenovo YOGA S730 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ใช้ซีรีส์ YOGA จากที่ผ่านมา Ultrabook ของทาง Lenovo นั้นก็จะใช้เป็น Ideapad อย่างรุ่นก่อนหน้านี้จะเป็น Lenovo Ideapad 720s แต่ในปี 2019 นี้ ได้ปรับเป็นซีรีส์ YOGA โดยถ้าเป็น YOGA S (Slim) ก็คือจะเป็นโน้ตบุ๊กเน้นความบางเบา ส่วนถ้าเป็น YOGA C (Convertible) ก็จะเป็น 2-in-1 Notebook ที่พับหน้าจอได้ 360 องศานั่นเอง อย่างไรก็ตาม Lenovo YOGA S730 แม้จะไม่ใช่ 2-in-1 Notebook แต่ก็สามารถกางหน้าจอได้เกิน 180 องศา จากการทดสอบ (แต่เกินกว่านี้จะหักเอานะ ระวังกันด้วย)

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องพร้อมตัวอักษรโปร่งแสง มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีความโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดีสไตล์ Lenovo ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น กับมาตรฐานคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังเด้งตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกดในส่วนของไฟ LED Backlit ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบนพร้อมไฟส่องสว่างแสดงสถานะ

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบไม่มีปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน้ตบุ๊คปัจจุบันหลายๆ รุ่น การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ที่สำคัญการเข้าใช้งานผ่านทาง Windows Hello ของ Windows 10 ยังสามารถทำได้ด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือ แน่นอนว่าทำให้เราไม่ต้องกรอกรหัสแบบเดิมๆ อีกต่อไป แถมยังปลอดภัยและรวดเร็วด้วย ซึ่งจากการใช้งานจริงแล้ว ถือว่าทำได้ดีได้ไวมากๆ ไม่ต่างจากสมาร์ทโฟนในตลาดปัจจุบันเลย

Screen / Speaker

จอของ Lenovo YOGA S730 เป็นจอกระจกพาเนล IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามทุกมุมมอง เมื่อประกอบกับขอบจอที่บางเฉียบ กว่า 95% เป็นหน้าจอแสดงผล ทำให้ไม่ว่าจะการใช้งานทั่วไป การเปิดหน้าเว็บ การชมภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงการเล่นเกมดูเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้าและไมโครโฟน 2 ตัวที่ซอนเอาไว้อย่างเรียบเนียน

อย่างไรก็ตามจอกระจกของ Lenovo YOGA S730 เองก็ยังมีเงาสะท้อนที่เกิดขึ้นอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกลางแจ้ง หรือเมื่อมีแสงอยู่ในมุมตรงกับจอภาพ ซึ่งอาจทำให้ไม่สะดวกกับการใช้งานอยู่บ้างเหมือนกัน ทางแก้ก็คืออาจจะต้องพยายามเลี่ยงมุมที่อาจเกิดแสงสะท้อนกับจอได้ก็จะเป็นการดีที่สุด อย่างเช่นในร้านกาแฟก็จะไฟประเยอะ ก็ต้องเลือกมุมดีๆ หน่อย แต่ก็ไม่ลำบากอะไรมากมาย

ให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 93% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับที่น่าประทับใจ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าแถวกลางซ้ายของจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่สุด แต่สำหรับช่องแถวล่างมุมขวาเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงแค่ระดับ 8% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ด้านของลำโพงสเตอรีโอของ Lenovo YOGA S730 มีเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก และสามารถจำลองเสียง 360 องศาได้ โดยถูกติดตั้งบริเวณด้านล่างซ้ายขวาขอบตัวเครื่อง ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น ถือว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานดูหนังฟังเพลงแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Lenovo YOGA S730 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาที่มีการกระชับพื้นที่มากๆ เพราะทั้งตัวเครื่องตัดพอร์ตออกแบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น USB Type-A หรือ HDMI แต่เลือกที่จะติดตั้งพอร์ต USB 3.1 Type-C หนึ่งพอร์ต (รองรับการชาร์จไฟ) อยู่ทางด้านขวา พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร อีกทั้งด้านขวาจะมี Thunderbolt 3 สุดล้ำด้วยอีก 2 พอร์ต มาให้ซึ่งในการใช้งานกับอุปกรณ์เดิมๆ จำเป็นต้องใช้ Hub ในการเชื่อมต่ออยู่ ปิดท้ายปุ่ม Recovery  ตามสไตล์ของ Lenovo นั่นเอง

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊ค 13.3 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.2 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวก้อนอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีหนักราวๆ 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คเน้นประสิทธิภาพในยุคปัจจุบันทีเดียว

Performance / Software

  

Lenovo YOGA S730 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language มาตั้งแต่แกะกล่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ Windows เลยครับ ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

เมื่อตรวจสอบข้อมูลของชิปประมวลผลด้วยโปรแกรม CPU-Z ก็พบว่าข้อมูลขึ้นมาครบถ้วนเลยครับ โดย Lenovo YOGA S730 เป็นรุ่นชิป Intel Core i7-8565U ที่มี 4 คอร์ 8 เธรดสำหรับการประมวลผล ความเร็วพื้นฐานอยู่ที่ 1.8 GHz มีค่า TDP ในการปลดปล่อยความร้อนสูงสุดแค่ 15W เท่านั้น ซึ่งจัดว่าต่ำมากสำหรับชิป Core i7 ในโน้ตบุ๊ก ทำให้ตัวเครื่องโดยรวมไม่ร้อนจนเกินไป ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ระดับ 14 นาโนเมตรเท่านั้น

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics 620 รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา

ส่วนการทดสอบพลังประมวลผลด้วยโปรแกรม Cinebench ก็ให้ผลคะแนนในส่วนของ CPU ได้ดีตามระดับของ Core i7 ในรหัส U ส่วนด้านของ OpenGL ก็คะแนนพุ่งกว่าเครื่องที่ใช้ชิปออนบอร์ดทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นประหยัดพลังงาน ที่ใกล้เคียงกับตระกูล H ทีเดียว โดยดีขึ้นกว่า Core i7-8550U รุ่นก่อนหน้าประมาณนึง

ด้านของ Storage เป็น SSD มาตรฐาน NVMe ระดับบน ความจุ 512GB ของ Samsung ที่ทำการทดสอบด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark ก็พบว่าความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 3366 MB/s ส่วนความเร็วในการเขียนก็อยู่ที่ 2033 MB/s ด้านของความเร็วในการอ่านเขียนไฟล์ก็จัดว่าอยู่ในระดับที่ดีมากๆ สามารถใช้งานทั่วไปได้เหลือเฟือ ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ เร็วกว่ามาตรฐาน SATA 3 หลายเท่าตัว

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3809 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คที่ไม่มีการ์ดจอแยก แต่ก็ให้มีคะแนนพุ่งใกล้เคียงมีการ์ดจอแยกในระดับนึงทีเดียว

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Lenovo Vantage ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมในหลายๆ ส่วนของเครื่องได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างละเอียดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด การเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง ตั้งค่าทัชแพด การเชื่อมต่อไร้สาย แบตเตอรี่ กล้องเว็บแคม ระบบเสียง และ Fingerprint ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นไม่ได้ติดตั้งมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีอีกด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo YOGA S730 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาด ประมาณ 4,500 mAh สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานประมาณเกือบ 9 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบดู YouTube ผ่าน Wi-Fi ถือได้ว่าเป็น Ultrabook หน้าจอ 13.3″ อีกรุ่นหนึ่งเลยที่มีแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนานในระดับนึง ในการใช้งานจริงก็ถือว่าน่าประทับใจแล้ว พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ทั้งวันได้เลย ที่สำคัญมีเทคโนโลยีรองรับระบบชาร์จเร็ว (Rapid Charge) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ด้วยอแดปเตอร์ขนาด 65Watt

ผลการตรวจสอบอุณหภูมิขณะเครื่องทำงานปกติ มีเปิดโปรแกรมทำงานอยู่ด้วยบางส่วน โดยทดสอบเมื่ออยู่ในห้องแอร์อุณหภูมิประมาณ 26 องศา พบว่าความร้อนของ CPU จะอยู่ในช่วง 47 องศา ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับปกติของโน้ตบุ๊กบางเบาที่ใช้ชิป Core i7 ส่วนถ้าเป็นอุณหภูมิหลังจากทดสอบงานประมวลผลหนักๆ แล้ว จะเห็นว่าอุณหภูมิสูงสุดของ CPU นั้นพุ่งไปสูงสุดที่ 99 องศา แม้อาจจะดูว่าอุณหภูมิของ CPU ค่อนข้างสูง แต่ความร้อนที่แผ่ออกมานั้นก็ม่ได้รบกวนการทำงานแต่อย่างใด รวมไปถึงถ้าไม่ใช้งานหนัก ตัวเครื่องเองก็ระบายความร้อนออกไปได้อย่างรวดเร็วดี

อย่างไรก็ตามช่องดูดลมเข้าไปในเครื่องจะอยู่ที่ฝาปิดด้านล่าง ดังนั้น แนะนำว่าระหว่างใช้งาน อย่าหาของไปปิดกั้นช่องนี้รวมไปถึงช่องร่องตามคีย์บอร์ดด้วย หรือถ้าต้องการหาแท่นระบายความร้อนที่มีพัดลมอยู่ใต้เครื่อง ก็ควรเลือกแท่นที่มาพร้อมพัดลมเป่าลมขึ้นมายังตัวเครื่องนะครับ เพื่อจะได้ให้ลมเย็นสามารถไหลเข้าไปภายในได้เร็วขึ้นด้วย

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน้ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง Lenovo Yoga S730 ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น Lenovo Ideapad 720s ได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบพร้อมเปลี่ยนซีรีส์เป็น YOGA ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็น Ultrabook ระดับสูงของทาง Lenovo ที่ทุกคนต่างให้ความนิยม ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ Ideapad หรือ YOGA ก็ตาม

 

Lenovo Yoga S730 เป็นโน้ตบุ๊กสายพกพาบางเบาอีกรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คยุคก่อนๆ น้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมนิด ๆ ขอบจอบางเฉียบที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งการใช้งานคีย์บอร์ดก็ยังคงยอดเยี่ยม นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Lenovo ที่ทำมาได้ดีโดยตลอด ถอดแบบมาจาก ThinkPad เลยก็ว่าได้

ส่วนประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องก็ยังครบครันทั้งแง่ของชิปประมวลผล Core i5 / i7 Gen 8 รุ่นล่าสุด รวมถึงแรม 8 – 16 GB และ SSD ในเครื่องอีก 512 GB หน้าจอ 13.3″ คุณภาพสูงพาเนล IPS ความละเอียด Full HD เนียนตา พร้อม Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ที่ทำให้โน้ตบุ๊กเครื่องนี้ตอบโจทย์ทั้งการทำงานทั่วไป การใช้งานเพื่อความบันเทิง ตอบโจทย์ได้หมด

อย่างไรก็ตาม Lenovo Yoga S730 อาจจะยังไม่ใช่โน้ตบุ๊คที่ออกแบบและผลิตขึ้นมาสำหรับทุกคน แต่เน้นประสบการณ์ใช้งานเรื่องความบางเบาและพกพา พร้อมความพรีเมียมมากกว่า เพราะด้วยพอร์ตเชื่อมต่อที่มีเพียง USB Type-C (Thunderbolt 3) ทำให้คนที่มีความต้องการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เดิมๆ อาจจะพก Hub เพิ่มนั่นเอง กับราคาเริ่มต้นที่ 32,990 บาท ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชูเรื่องของนวัตกรรมของทาง Lenovo ที่คุ้มค่าอีกหนึ่งรุ่น ส่วนตัวเองก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้สัมผัสและรีวิวโน้ตบุ๊คแบบนี้เหมือนกัน

จุดเด่น

  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ Lenovo Yoga มีความหรูหรา พรีเมียม
  • วัสดุทำจากอะลูมิเนียมอัลลอยด์ตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • น้ำหนักเบา ขอบจอบาง พกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe มีความรวดเร็วในการใช้งาน
  • หน้าจอความละเอียด Full HD พาเนล IPS สีสันสวยงามเนียนตา พร้อมทัชสกรีน
  • ติดตั้ง USB 3.1 Type-C จำนวน 3 พอร์ต รองรับ Thunderbolt 3 จำนวน 2 พอร์ต
  • มาพร้อมสแกนลายนิ้วมือ ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • รองรับ Rapid Charge  ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง
  • ลำโพงทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Dolby Atmos ให้เสียงที่ดีมาก
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ติดตั้งมาให้ทันที
  • ประกัน 2 ปี  แบบ On-site Service

ข้อสังเกต

  • อุณหภูมิตรวจสอบด้วยโปรแกรม เวลาทำงานหนักจะค่อนข้างสูง
  • ตัดพอร์ต USB Type-A, HDMI, SD Card Reader ออกทั้งหมด
  • ไม่มีมีอแดปเตอร์แปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ มาให้ในบันเดิลด้วย

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน้ตบุ๊คในกลุ่มเครื่องบางเบา ขนาดหน้าจอ 13.3″ ซึ่ง Lenovo Yoga S730 ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

 

ดีไซน์โดยรวมของ Lenovo Yoga S730 มีความโดดเด่นเรื่องสีสัน รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 13.3 นิ้วภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน อีกทั้งความบางเบาคือจุดเด่น ด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดมากๆ บางแค่ 11.9 มิลลิเมตร เบาเพียง 1.2 กิโลกรัม ทำให้เป็นโน้ตบุ๊กที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และนอกจากความบางเบา ยังมีความแข็งแกร่งอีกด้วย จากการใช้วัสดุอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

ปัจจัยสำคัญของด้าน Mobility ก็คือขนาดที่กะทัดรัด แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ซึ่งLenovo Yoga S730 ตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่รองรับทั้ง WiFi 802.11ac ทั้ง 2.4 และ 5 GHz รวมถึง Bluetooth 4.2 ส่วนแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานเกือบ 10 ชั่วโมง

ถ้านับในแง่ของ Ultrabook ต้องบอกว่า Lenovo Yoga S730 ตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะในแง่ของความบางเบาและประสิทธิภาพ ประกอบกับราคาในช่วงราคาเริ่มต้น 32,990 บาท ทำให้เป็น Ultrabook ที่ลงตัวมาก ๆ สำหรับผู้ที่มองหาโน้ตบุ๊กบางเบาซักเครื่องมาใช้งานในระดับจริงจัง

 

© Copyright - Notebookspec.com All Rights