Home » lenovo review

Review – Lenovo Legion Y7000SE อีกหนึ่ง Gaming Notebook คุ้มค่า ได้ Office มูลค่า 4,290 บาท ฟรี !

24 Jul 19 - By l

Lenovo Legion Y7000SE หนึ่งใน Gaming Notebook อีกรุ่นในตลาด ที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเป็นการต่อยอดมาจาก Lenovo Legion Y540 แต่เน้นโทนดุดันเป็นสีแดง ซึ่งมีการอัพเกรดใหม่เป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 9 ตัวที่แรงด้วย Core i7-9750H พร้อมการ์ดจอรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce GTX 16 Series / RTX 20 Series ด้วย อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยขอบจอที่บางและน้ำหนักเครื่องที่เบา กับดีไซน์ที่แตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไป ที่สำคัญหน้าจอยังลื่นไหลด้วยการที่รองรับการแสดงผลที่ 144Hz โดดเด่นกว่า Legion Y540 นั่นเอง

สำหรับ Lenovo Legion Y7000SE นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่องเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วที่ครบครัน ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนรับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ รองรับทั้งการทำงานที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูง อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์ 3 มิติ ก็เอาอยู่ สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 36,990 – 52,990 บาท ได้ประกัน 3 ปี On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน อีกทั้งยังได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ

VDO Review

Coming Soon

Specification

สเปกเต็มๆ ของ Lenovo Legion Y7000SE รุ่นที่แอดมินโป้งได้รับมารีวิวจะเป็นรุ่นเริ่มต้นราคา 36,990 บาท ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i7-9750H (2.60 – 4.50 GHz) ทำงานแบบ 6 คอร์ 12 เธร์ด และประสิทธิภาพไว้ใจได้ พร้อมกราฟฟิการ์ดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) เล่นเกมได้ลื่นไหลทุกเกมแน่นอน

พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB รวามถึงสามารถอัพเกรด HDD เพิ่มได้ ในส่วนของแรมเองมีมาให้ 8GB แบบ DDR4 หนึ่งแถว (อัพได้สูงสุด 32GB) ระบบปฎิบัติการเป็น Windows 10 แท้ พร้อมใช้งานทันที และที่ไม่เหมือนใครคือให้โปรแกรม Office Home & Student 2019 มูลค่า 8,990 บาท มาให้เลย ใช้ได้ตลอดอายุการใช้งานของตัวเครื่องด้วย

ได้หน้าจอขนาด 15.6″ แบบด้าน ขอบหน้าจอบางพิเศษเป็น ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ที่มี Refresh Rate ที่ 144Hz ให้สีสันสวยงามและมุมมองที่กว้าง เหมาะกับการทำงานหรือเล่นเกมเพราะลื่นไหลกว่าจอ 60Hz แบบเดิมๆ พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว

ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB 3.1 Type-C , mini DisplayPort, HDMI, 3 x USB 3.1 Type-A, Kensington lock slot , SD Card Reader, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5 และ Wi-Fi มาตรฐาน AC (2×2) ส่วนการรับประกันแน่นอนว่าเป็น ประกัน 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน จาก Lenovo Thailand สนนราคาที่ 36,990 บาท

นอกจากนี้ยังมีอีกสเปกที่ท็อปกว่าในราคา 52,990 บาท ได้สเปกชิปประมวลผลเหมือนกัน แต่การ์ดจอเป็น NVIDIA GeForce RTX 2060 (6GB GDDR6) แรมได้มาเป็น 16GB (8GB x 2) พร้อมด้วย SSD 512GB ผสานการทำงานกับ HDD อีก 2TB ด้วยกัน เรียกได้ว่าเหลือๆ แบบไม่ต้องอัพเกรดอะไรแล้ว

Hardware / Design

Lenovo Legion Y7000SE พัฒนาต่อยอดมาจาก Lenovo Legion Y540 อีกหนึ่ง Gaming Notebook ประจำปี 2019 ที่มาพร้อมความแตกต่างจากดีไซน์ที่ดูดุดันกว่าด้วยสีสันสีแดงตามสไตล์ Gaming ตัวจริง กับหน้าจอขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลเป็น IPS คุณภาพให้สีสันสวยงาม ที่ Refresh Rate 144Hz เหมาะสมที่สุดสำหรับการเล่นเกมและความบันเทิงอื่นๆ ที่สำคัญยังมีดีไซน์ขอบจอที่บางเฉียบตามที่ควรจะเป็น เทียบแล้วมิติตัวเครื่องเหมือนจะเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แต่ความเป็นจริงคือ 15.6″ นั่นเอง ส่งผลให้พกพาสะดวกยิ่งขึ้นแบบรู่สึกได้

ส่งผลให้ดีไซน์รวมๆ ของตัวเครื่องมีมิติที่เล็กกระชับลงด้วย ด้วยความบางเพียง 25.9 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจุดที่สมดุลทั้งในแง่ของประสิทธิภาพในการเล่นเกม และความสามารถในการพกพาได้อย่างลงตัว กับ Gaming Notebook ราคาระดับกลางๆ ที่ไม่ได้เน้นแต่ความคุ้มค่าอย่างเดียว แต่อยากได้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีด้วย ซึ่งเชื่อได้เลยว่าน่าจะถูกใจหลายๆ คน คือ อยากได้ Notebook เอาไปเล่นเกม แต่ไม่อยากได้ดีไซน์ Gaming จ๋าๆ เพราะเครื่องเดียวกันนั้นต้องพกพาไปใช้งานด้วย

ตอกย้ำการออกแบบและดีไซน์ตัวเครื่องไม่ว่าจะเป็นสีสันที่เป็นตัวเครื่องเลือกที่จะให้มีความเรียบง่าย แตกต่างจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ที่เน้นสีสันแดงดำเท่านั้น อย่างไรก็ตามความร้อนคือปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการเล่นเกมโดยตรง ด้วยการออกแบบให้มีชุดระบายอากาศ 2 ชุด แยกกันระหว่าง CPU และ GPU ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อนถึง 4 ช่อง และพัดลมที่มีใบพัดถึงกว่า 70 ใบ ในแต่ละชุด เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไป โดยยังให้ประสิทธิภาพที่ดีอยู่

Lenovo Legion Y7000SE วัสดุที่ใช้ในการประกอบตัวเครื่องนั้นจะเป็นพลาสติกทั้งหมดก็จริง โดยเลือกใช้พลาสติกเกรดสูงที่ให้สัมผัสที่ดีอีกทั้งยังทนทานไม่เป็นรอยง่ายๆ งานประกอบรวมก็มีคุณภาพมาตรฐาน สำหรับฝาหลังให้ความรู้สึกถึงพื้นผิวที่ไม่เรียบมีความันวาวเล็กน้อยพร้อมไฟ LED ที่แดงบริเวณโลโก้ Legion ตรงกลางฝาหลัง พร้อมโลโก้ Y อยู่ด้านในอีกที โดยบานพับเป็นแบบแกนเดียวที่มีความมันวาว พร้อมโลโก้ Y ซ่อนอยู่ตรงขอบแกน

ด้านในส่วนของคีย์บอร์ดมีไฟ Backlit สีแดงฉูดฉาดสวยงามใช้ได้จริง ทั้งยังตอบสนองการกดได้อย่างรวดเร็วด้วยการออกแบบให้มีระยะกดปุ่มเพียง 1.7 มิลลิเมตร เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่สะดวกสบายกว่าที่เคย และทัชแพดให้ความรู้สึกกการใช้งานที่ดีมีความทนทานรวมไปถึงทำความสะอาดได้ง่าย สิ่งนี้นับว่าทาง Lenovo มีความใส่ใจไม่แพ้ส่วนอื่นๆ

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุของ Lenovo Legion Y7000SE รุ่นใหม่นั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ Lenovo ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ซึ่งถ้าเทียบกับรุ่นแฝดพี่แฝดน้องอย่าง Lenovo Legion Y540 (เน้นเรียบง่ายทำงานได้เล่นเกมดี) ก็ถือว่าเน้นความเป็น Gaming อย่างชัดเจน ให้ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมเป็นหลัก ให้ความเข้มและดุดันอย่างชัดเจน จากดีไซน์ที่แตกต่างและการใช้ไฟเป็นสีแดงทั้งหมด รวมถึงสเปกที่สุดทางมากกว่า

Keyboard / Touchpad

ตัวเครื่อง Lenovo Legion Y7000SE มาพร้อมกับหน้าจอใหญ่ที่ 15.6″ ก็จริง แต่ตัวเครื่องเล็กกระชับลง ถึงอย่างนั้นก็ทำให้สามารถที่จะติดตั้งคีย์บอร์ดแบบ Full Size สไตล์ Lenovo มาให้ผู้ใช้งานได้ใช้กันได้อย่างสบายๆ ถอดแบบมาจากตระกูล ThinkPad ที่หลายคนประทับใจ โดยมีปุ่มแป้น Numpad มาให้ รวมไปถึงแป้นปุ่มตรงตัวอักษรทั้งหมดเป็นขอบแดง ซึ่งมาพร้อมกับไฟส่องสว่างสีแดงดุดันฉูดฉาด แม้ว่าตำแหน่งของปุ่ม Numpad อาจจะมีความแปลกซักหน่อย แต่เชื่อว่าใช้งานไปซักพักจะดีขึ้นเอง สำหรับความรู้สึกในการกดพิมพ์นั้น ทำได้ดีทีเดียว นับว่าเป็น Gaming Notebook อีกรุ่นที่พิมพ์ได้มันมือ

ในส่วนของทัชแพดนั้นได้รับการออกแบบมาใหม่ที่ดูแล้วเรียบง่าย ลักษณะเป็นแบบแยกปุ่มคลิ๊กซ้ายขวา ดูแล้วมีความสวยงามไม่น้อยเลยสำหรับการดีไซน์ออกแบบ โดยรวมแล้วให้ความรู้สึกการใช้งานที่ดี ที่สำคัญเรายังสามารถปิดทัชแพดและปุ่ม Windows แบบอัตโนมัติเมื่อเราเข้าสู่การเล่นเกม ผ่านทางฟีเจอร์นี้ในซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage

 

Screen / Speaker

ในส่วนของหน้าจอ Lenovo Legion Y7000SE เป็นแบบด้านที่ลดแสงสะท้อนขนาด 15.6″ บนความละเอียดในระดับ Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ที่สำคัญพาเนลยังเป็น IPS คุณภาพสูง แบบ 144Hz ให้การแสดงผลที่สมจริงมุมมองกว้างกว่าพวกโน้ตบุ๊คที่เป็นพาเนล TN เหมาะการใช้งานทุกประเภทแน่นอน โดดเด่นกว่า Legion Y540 อย่างชัดเจน เมื่อลองใช้งานจริงแล้วให้ประสบการณ์ใช้งานระดับที่น่าประทับใจ ทั้งการเล่นเกม ดูหนัง หรือชมวีดีโอจาก Youtube เรียกได้ว่า Lenovo Legion Y7000SE ยังคงรักษามาตรฐานของ Gaming Notebook เหมือนรุ่นอื่นๆ โดยได้ขอบจอที่บางและกล้อง Webcam ถูกย้ายมาไว้ใต้หน้าจอแทน มุมมองการใช้งานก็จะแปลกๆ หน่อย

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Lenovo Legion Y7000SE ที่เป็นโน้ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ด้วย Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 94% และ Adobe RGB ที่ 71% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับทั่วไปมากๆ ใกล้เคียง sRSB 100% ทีเดียว โดยมีความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 240 cd/m2 ซึ่งจัดได้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เอาไปทำงานข้างนอกสบายๆ เรียกได้ว่าเหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านตกแต่งภาพที่ต้องการความเที่ยงตรงของสีเป็นหลัก

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าตรงกลางหน้าจอมีค่า 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับช่องซ้ายกลางและล่างที่ลดลงไปที่ระดับ 12% ทำให้ต้องใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ อย่างไรก็ตามด้วยคะแนนรวม 3.5 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตราฐานทั่วไป เหมาะสำหรับคนเอามาดูหนังฟังเพลง เล่นเกม หรือตกแต่งโปรเซสภาพถ่าย หรืองานกราฟิกก็จัดว่ารองรับอยู่

Lenovo Legion Y7000SE ระบบและการออกแบบลำโพงที่เป็นจุดเด่นอย่างแท้จริง ด้วยลำโพงขนาดใหญ่แยกซ้ายขวาที่ติดตั้งบริเวณขอบตัวเครื่องด้านหน้าจำนวน 2 ตัว โดยใช้ระบบเสียง Harman ซึ่งได้คุณภาพเสียงที่ดี พร้อมระบบเสียง Dolby Audio Premium ที่จะเข้ามาเสริมพลังเสียงให้หนักแน่น เต็มอิ่ม และดังเพียงพอสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ความบันเทิงให้กับคนรอบข้าง

Connector / Thin And Weight

Lenovo Legion Y7000SE จัดว่าเป็น Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้ว ที่มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น 3x USB 3.1 Type-A, 1x USB 3.1 Type-C, 1x HDMI 1.4, Mini DisplayPort, RJ45 และ Mic-in/Headphone-out โดยตัวพอร์ตเองมีทั้งด้านข้าง 2 ข้าง และด้านหลัง เรียกได้ว่ามีการจัดว่าอย่างลงตัว เหมาะสมกับการใช้งานจริง พร้อมใส่สัญลักษณ์ตามพอร์ตต่างๆ เอาไว้ แต่ในส่วนของ Card Reader ไม่มีมาให้ พร้อมรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5 และอินเตอร์เน็ตไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi AC (2×2) ซึ่งจะช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมีความสเถียร จนส่งผลให้การเล่นเกมออนไลน์สามารถได้ลื่นๆ อีกด้วย

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊ค 15.6″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่ค่อนข้างใหญ่โตพอสมควรกับการจ่ายไฟที่ 230Watt  ส่วนของการพกพา Lenovo Legion Y7000SE ทำได้น่าพอใจไม่แพ้ Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ด้วยน้ำหนัก 2.35 กิโลกรัม อย่างไรก็ตามเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ก็จัดว่ามีความลำบากอยู่เล็กน้อย แต่ก็ถือว่าพอพกพาไปไหนมาไหนได้

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง Lenovo Legion Y7000SE นั้นสามารถที่จะทำได้ค่อนข้างง่าย เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ส่วนวางตัว โดยตัวเครื่องนั้นจะเป็นแบตเตอรี่ที่มีความจุอยู่ที่ 4955 mAh ในส่วนของ SSD M.2 NVMe ถูกติดตั้งมาแล้ว อยู่มุมซ้ายของเครื่องตามภาพและช่อง HDD 2.5″ ก็สามารถอีพเกรดได้ทันที ที่ทั้ง 2 ส่วนนี้แค่ไขเอาน๊อคออกก็สามารถที่จะทำการอัพเกรดได้ทันทีโดยไม่ต้องไปยุ่งกับส่วนอื่นๆ สำหรับในส่วนของแรมนั้นจะต้องถอดเอาที่ครอบออกก่อนจากนั้นก็จะเห็นแรม โดยตัวเครื่องนั้นจะมี 8GB 1 แถว เราสามารถที่จะอัพเกรดหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 32 GB (ที่ 2 แถว)

ระบบระบายความร้อนของ Lenovo Legion Y7000SE นั้นมีทิศทางการไหลของลมที่ดีขึ้นจากเดิมพอสมควร ด้วยการออกแบบให้มีชุดระบายอากาศ 2 ชุด แยกกันระหว่าง CPU และ GPU ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อนถึง 4 ช่อง และพัดลมที่มีใบพัดถึงกว่า 70 ใบ ในแต่ละชุด เพื่อระบายความร้อนออกสู่ภายนอกให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไปอีกด้วย เรียกได้เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อน แต่จะดีขึ้นหรือเปล่านั้นไปติดตามกันต่อดู

Performance / Software

โดย Lenovo Legion Y7000SE มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen 9 อย่าง Intel Core i7-9750H โดยจะเป็นรุ่นยอดนิยมประจำช่วงครึ่งปีหลังของ 2019 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.6 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.5 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 Buss 2666MHz แบบ 8GB x 1 ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

ยกระดับประสบการณ์การเล่นเกม Lenovo Legion Y7000SE มีการนำชิปประมวลผล หรือ CPU รุ่นล่าสุดจาก Intel Core i Gen 9 มาใส่ไว้ใน Gaming Notebook ตัวใหม่นี้ด้วย ทำให้การประมวลผลการทำงานหรือการเล่นเกมของ Gaming Notebook รุ่นใหม่นี้ ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ได้อย่างที่ไม่เคยมี Gaming Notebook รุ่นไหนเคยทำได้มาก่อน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้นกว่าเดิมถึง 45% มีผลอย่างมากต่อการทำงานที่ต้องใช้การประมวลผลของ CPU หนักๆ เช่น การต่อต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์งาน 3D เป็นต้น

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ด Intel UHD Graphics 630 ได้ถูกปิดการใช้งานไป โดยอาศัยเพียงกราฟิกการ์ดจอแยกตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 เท่านั้น (เพื่อให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุดไม่ต้องสลับไปมา) ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ และแรงกว่า GTX 1050 Ti แบบรู้สึกได้จากการที่สามารถขับเฟรมเรทได้ลื่นไหล โดยเป็นรอง GTX 1660 Ti อีกทีหนึ่ง และแม้ไม่มีฟีเจอร์อย่างที่ใน RTX Series มี แต่ก็ตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1739MB/s และเขียนที่ 1455MB/s ความเร็วถือว่าทำได้ดีน่าประทับใจใช้ได้

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,140 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยกอย่าง GTX 1650 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปมากพอสมควร ระดับเทียบเท่า Desktop สบายๆ

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 80 – 100+ FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce GTX 1650 ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 รวมไปถึง SSD NVMe ก็ส่งผลช่วยด้วย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว แม้จะไม่รองรับฟีเจอร์ DLSS / Ray Tracing อย่าง RTX Series ก็ให้ภาพสวยงามไม่แพ้กัน แถมไม่กินทรัพยากรเครื่องเพิ่มเติมด้วย

เกมออนไลน์กินสเปกน้อยลงมาอย่าง DOTA 2 / Overwatch รวมไปถึง PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 100 ขึ้นไปตลอด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ แบบไร้กังวล

ที่สำคัญด้วยหน้าจอ พาเนล IPS แบบ 144Hz ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล หรือเอาจริงๆ สำหรับเกมสไตล์ MOBA แค่ 60 FPS นิ่งๆ ก็เอาอยู่

Lenovo Legion Y7000SE ยังมาพร้อมซอฟต์แวร์ Lenovo Vantage ซึ่งปรับหน้าตาเป็นสไตล์ Legion ช่วยตรวจเช็กสเปคตัวเครื่อง เพิ่มรอบพัดลมช่วยในการระบายความร้อน พร้อมเชื่อมต่อปรับจูนกับเกมที่ลงไว้ในเครื่องได้ด้วย เรียกได้ว่าทำให้การใช้งาน Gaming Notebook อย่าง Lenovo Legion Y540 ใช้งานได้เป็นอย่างดี เหมาะกับการเล่นเกมมากยิ่งขึ้น โดยในส่วนของรุ่นใหญ่อย่าง Lenovo Legion Y740 จะมาพร้อมการตั้งค่าที่ซับซ้อนกว่านี้อีกด้วย

นอกจากนี้ทาง Lenovo เองก็ยังมีในส่วนเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย นับได้ว่า Lenovo Vantage เป็นซอฟต์แวร์ Ultility ติดเครื่องที่ดีและใช้งานจริงได้

Battery / Heat / Noise

Lenovo Legion Y7000SE นั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ประมาณ 4525 mAh ซึ่งจะว่าไปแล้วนั้นก็ค่อนข้างที่จะน้อยไปหน่อย แต่เมื่อมาดูประสิทธิภาพโดยรวมของอายุการใช้งานของแบตเตอรี่แล้วถือว่าโอเคเลย โดยสามารถใช้งาน Wi-Fi เพื่อท่องเว็บได้ยาวนานประมาณ 3:30  ชั่วโมง ซึ่งหากดูตามกราฟ ถือว่าทำเวลาได้น้อยกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คที่ใช้ Core i7 รุ่นเดียวกัน จากการที่ถูกปิดการ์ดออนบอร์ดไป ทำให้ต้องใช้งานการ์ดจอแยกตลอดเวลา

ส่วนของอุณหภูมิตัวเครื่องโดยรวม Lenovo Legion Y7000SE ถือว่าสามารถที่จะทำได้ดีขณะที่เราเล่นเกมทดสอบเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นการเล่นเกมที่เน้นชิปประมวลผลกับชิปกราฟิกพบว่าระดับของอุณหภูมิในจุดต่างๆ ของตัวเครื่องจะเพิ่มขึ้นมาน้อยมาก จุดที่มีอุณหภูมืที่หนักที่สุดจะอยู่ที่ ตรงกลางขอบเครื่องด้านหลัง แต่ก็ใช้เวลาถ่ายความร้อนออกไปได้ไม่นานมากเท่าไรนักเมื่อเราใช้งานทั่วไป จากการที่มีพัดลมสองตัว พร้อมฮีตไปป์สองเส้นเป่าออกด้านหลังด้านข้าง และเทคโนโลยี Lenovo Cooling Boots ช่วยจัดการ

อุณหภูมิภายในต่ำสุดของเครื่องจะอยู่ที่ 40 – 50 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าชิปประมวลผลจะร้อนที่สุดถึง 98 องศาเซลเซียสทีเดียว ส่วนการ์ดจอจะอยู่ที่ 71 องศาเซลเซียส ด้วยการทดสอบให้ห้องแอร์ปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส จากการเล่นเกมยาวๆ หลายเกมต่อเนื่อง เรียกได้ว่าระบบระบายความร้อนของ Lenovo Legion Y7000SE เครื่องนี้มีอุณหภูมิที่สูงพอตัว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตัวเครื่องเสียหายหรือเล่นเกมใช้งานมีปัญหาหน่วงหรือกระตุกแต่อย่างใด คาดการณ์ว่าอุณหภูมิที่สูงขนาดนี้มาจากการที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 9 ตระกูล H ที่มีการเพิ่ม Clock  ขึ้นนั่นเอง

ทั้งนี้ในการใช้งานทั่วไปตามปกตินั้น (เช่นท่องเว็บ, พิมพ์งาน ฯลฯ) เราจะแทบไม่ได้ยินเสียงของระบบระบายความร้อนเลยแม้แต่น้อย งานนี้ทาง Lenovo ทำการบ้านมาดีมาก ทำงานได้ค่อนข้างเบาและเงียบทีเดียว อย่างไรก็ตามเมื่อไรก็ตามที่เราต้องใช้การทำงานทั้งจาก CPU และ GPU (เช่นการเล่นเกม) เรื่องของเสียงพัดลมนั้นจะไม่มีเสียงดังรบกวนจนเกินไปนัก แม้ว่าจะใช้งานหนักๆ ก็ตาม

Conclusion / Award

จากการที่แอดมินโป้งสัมผัสและใช้งานจริงๆ ของ Lenovo Legion Y7000SE ทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม รวมไปถึงทำงานนอกสถานที่ และความบันเทิงดูหนังฟังเพลงที่บ้านแล้ว บอกได้เลยว่าทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบนั้นมีความน่าประทับใจ กับตัวเครื่องที่เล็กกระชับ ขอบหน้าจอที่บางลง ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้น รวมไปถึงมีสเปคประสิทธิภาพสูง เหลือเฟือในการใช้งานทั่วไป รวมไปถึงการเล่นเกมก็ทำได้อย่างลื่นไหล อีกทั้งมี Windows 10 มาให้พร้อมใช้งานด้วย ประกันก็เป็นแบบ 3 ปี On-site Service ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์แล้ว

รุ่นที่เราได้รับมารีวิวจะเป็นสเปก Intel Core i7-9750H พร้อมด้วยการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1650 และแรม DDR4 ขนาด 8GB อีกทั้งยังมี SSD NVMe อีก 512GB รองรับการใส่อัพเกรด HDD 2.5″ เพิ่มได้อีกตัว และหน้าจอคุณภาพดีที่ 144Hz มาให้พร้อมใช้งาน สมกับเป็น Gaming Notebook มีความเป็น Legion ที่ไม่ใช่แค่สวยงามดุดันแต่เน้นประสิทธิภาพด้วย และที่สำคัญคือ ได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 8,990 บาท) มาใช้งานทันที นับว่าคุ้มค่าจริงๆ (ลองลบกับค่าตัวเครื่องดู) ไม่ต้องไปหาซื้อแยกให้เสียเงินเพิ่มเลย

เรื่องของการออกแบบที่ Lenovo Legion Y7000SE ส่วนตัวทำได้ดีมาก น่าจะถูกใจหลายๆ คนอยู่ ด้วยดีไซน์สไตล์ Legion ปี 2019 ที่เป็น Gaming Notebook ที่เรียบง่าย สวยงามหรูหรา รวมถึงฝั่ง Gaming Desktop PC อย่าง T Series ด้วย บวกกับขอบจกบางเฉียบกระทัดรัด รวมถึงมี USB 3.1 Type-C 3.1 ติดตั้งมา ทำให้ตัวเครื่องมีความบางเบาลงด้วย ที่ 25.9 มิลลิเมตร และเบาเพียง 2.35 กิโลกรัมเท่านั้น และที่โดดเด่นก็คือเรื่องของประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งานในการเล่นเกมที่ลื่นไหล

อย่างไรก็ตามใช่ว่า Lenovo Legion Y7000SE จะไม่มีข้อสังเกตเสียทีเดียว กับความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อเราใช้งานหนักๆ ที่ถึงแม้ว่าทาง Lenovo จะออกแบบชดระบายความร้อนใหม่แล้ว แต่ก็ยังมีอุณหภูมิที่สูงอยู่ อาจจะเป็นเพราะการใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 9 ตระกูล H ซึ่งมีประสิทธิภาพความแรงที่ดีกว่ารุ่นก่อนๆ ด้วยการเพิ่ม Clock และ Core ส่งผลให้มีความร้อนที่สูงขึ้นเป็นเงาตามตัวไปด้วย ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ตัวเครื่องใช้งานและหน่วงกระตุกแต่อย่างใด รวมไปถึงแบตเตอรี่ก็อาจจะน้อยไปหน่อย คือใช้งานได้นานแค่ 3:30 ชั่วโมงเท่านั้น

สรุปแล้ว Lenovo Legion Y7000SE ถือว่าเป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง Lenovo ที่น่าสนใจทีเดียว เพราะมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงทั้งด้วยชิปประมวลผลและกราฟิกการ์ด ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเบาลง ขอบจอบางเฉียบ ดีไซน์ Gaming ดุดันฉูดฉาด ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง สมราคา 36,990 บาท กับสเปกที่นำมาทดสอบรีวิวให้ได้ชมกัน ส่วนอีกสเปกจะมีราคาที่ 52,990 บาท ได้สเปกที่เหนือชั้นกว่าคือการ์ดจอ RTX 2060 แรมมา 16GB และฮาร์ดดิสก์ให้มาเลยที่ 2TB แน่นอนว่าได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 8,990 บาท) เหมือนกันด้วย

จุดเด่น

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงาม งานประกอบแน่นวัสดุดี แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ
  • ตัวเครื่องเล็กกระชับ แม้จะเป็นหน้าจอ 15.6″ แต่เล็กพอๆ กับโน้ตบุ๊คจอ 14″
  • ตัวเครื่องมีความบาง 25.9 มิลลิเมตรและเบาที่ 2.35 กิโลกรัมเท่านั้น
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Core i7-9750H และการ์ดจอ GTX 1650 Ti
  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกมดีลื่นไหลทั้ง แนวออฟไลน์และออนไลน์
  • หน้าจอคุณภาพดี IPS เกรดสูง รองรับที่ 144Hz
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง
  • มาพร้อม Windows 10 ใช้งานได้ทันที
  • มีได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,290 บาท) ฟรี !!!
  • มีพอร์ต USB 3.1 Type-C และ Mini DisplayPort มาให้พร้อมใช้งาน
  • ลำโพงคุณภาพเสียงดี น่าประทับใจ
  • ประกัน 3 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต

  • อุณหภูมิชิปประมวลผลค่อนข้างสูง แต่ไม่มีผลต่อการใช้งาน
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 3:30 ชั่วโมง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Lenovo Legion Y7000SE ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Lenovo Legion โน้ตบุ๊คสาย Gaming มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Lenovo Legion Y7000SE ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามเรียบหรูดูเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม อีกทั้งยังพกพาไปทำงานได้ลงตัว รวมไปถึงตัวเครื่องก็เล็กลง บางเบาลง ไฟเป็นสีขาว ทำให้เป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook ที่หลายคนจับตามองทีเดียว

Best Performance

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i7 Gen 9 ตระกูล H ตัวล่าสุด ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 8GB แบบ DDR4 และกราฟิกการ์ดยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) โดยยอมแลกที่จะปิดการใช้งานการ์ดจอออนอบร์ดไปเลย รวมไปถึง SSD M.2 ความเร็วสูง ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ลื่นไหลสุดๆ

Best Multimedia

ลำโพง Harman พร้อมระบบเสียง Dolby Audio Premium ที่จะเข้ามาเสริมพลังเสียงให้หนักแน่น เต็มอิ่ม และดังเพียงพอสำหรับการแบ่งปันประสบการณ์ความบันเทิงให้กับคนรอบข้าง บนหน้าจอแสดงผลขนาด 15.6 นิ้วความละเอียดแบบ Full HD พาเนล IPS แถมมาพร้อมด้วยสเปคของระบบที่สดใหม่และเร็วแรง สามารถตอบสนองความบันเทิงได้ในทุกๆ รูปแบบไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมก็ทำได้เป็นอย่างจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ Lenovo Legion Y7000SE จะได้รางวัลนี้ไป

© Copyright - Notebookspec.com All Rights