Home » lenovo review

[Review] Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) Gaming Notebook สุดคุ้มอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามอง

17 Feb 17 - By l

โน๊ตบุ๊คซีรีส์ Y นั้นถือว่าเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมในฝันสำหรับใครหลายๆ คนก็ว่าได้ครับ ทว่าตั้งแต่ที่ซีรีส์ Y เปิดตัวออกมานั้นมันก็มีปัญหาบ้างเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นบางรุ่นก็มีปัญหาเรื่องระบบเสียง, บางรุ่นมีปัญหาเรื่องระบบระบายความร้อน ฯลฯ ทำให้ซีรีส์ Y นั้นไม่ลงตัวสักที จนกระทั่งมาในตอนนี้ในที่สุดก็เหมือนกับว่า Lenovo ได้ทำให้ซีรีส์ Y ลงตัวสักทีกับ Legion Y520 (GTX 1050 Ti) ที่พึ่งเปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ครับ

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 01

สำหรับ Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นเรียกได้ว่ามาครบเครื่องเป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วที่ครบครัน ลงตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนครับ ที่เด็ดที่สุดก็คือเรื่องของราคาที่สามารถสู้กับโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมในตลาดระดับกลางได้อย่างสบาย(เทียบกับ Dell Inspiron 7567 และ Acer Aspire VX 15 (VX5-591G))

Legion Y520 (GTX 1050 Ti) มีจุดเด่นในเรื่องของระบบระบายความร้อนที่ได้รับการปรับปรุงมาเป็นอย่างดี(ในส่วนของเคสด้านนอก) ในแบบที่รับรองได้ว่ามันสามารถที่จะสร้างประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบใหม่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสบายๆ ในขณะที่ทุกอย่างที่ลงตัวของ Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นมีราคาอยู่ในระดับที่ใครๆ ก็เอื้อมถึง คือเริ่มต้นที่ราวๆ $900 หรือประมาณ 32,400 บาทเท่านั้นครับ

Specification

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 02

สำหรับโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมนั้นจะขาดการดูในส่วนของสเปคไปไม่ได้เลยหล่ะครับ โดยจากตารางด้านบนนั้นจะเห็นได้ชัดเลยหล่ะครับว่า Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นมีสเปคที่จัดเต็มไม่ว่าจะเป็นในส่วนของหน่วยประมวลผล, หน่วยความจำ(RAM) และแหล่งเก็บข้อมูลที่เรียกได้ว่าเทียบกับโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมระดับบนได้อย่างสบาย นี่ถ้าเปลี่ยนชิปกราฟิกเป็น GTX 1060 หรือ GTX 1070 หล่ะก็ในตลาดน่าจะเกิดสงครามราคาขึ้นมากันเลยทีเดียวครับ

พอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้นเรียกว่าให้มาครบครันมีรองรับทั้งอดีต ปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างสบายๆ ตัวเครื่องมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้คือราวๆ 2.5 kg ซึ่งน่าจะทำให้การพกพาไปไหนมาไหนนั้นยังพอสะดวก แต่เสียดายที่ในส่วนความหนาของตัวเครื่องนั้นดูจะหนาไปหน่อยเพราะอยู่ที่ 25.8 mm ซึ่งเกือบจะหนาเท่ากับโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 17.3 นิ้วของบางยี่ห้อเลยหล่ะครับ

Design and construction

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 03review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 04

อย่างที่บอกไปในตอนต้นครับว่า Legion Y520 (GTX 1050 Ti) ทำให้การออกแบบและดีไซน์ตัวเครื่องของซีรีส์ Y กลับมาเข้าที่เข้าทางหลังจากที่มีอะไรขาดๆ เกินๆ มาหลายปี ดีไซน์ของตัวเครื่องนั้นลงตัวเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตำแหน่งการจัดวางอุปกรณ์ พอร์ตต่างๆ หรือกระทั่งตำแหน่งของระบบระบายความร้อนก็ถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและให้ประสิทธิภาพได้ดีมากๆ

แต่ทว่าด้วยราคาของตัวเครื่อง Legion Y520 (GTX 1050 Ti) ที่ลดลงจากเดิมมากทำให้เกิดข้อเสียที่ยิ่งใหญ่ขึ้นซึ่งนั่นก็คือเรื่องของวัสดุที่ใช้ในการประกอบเครื่องรุ่น Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นจะเป็นพลาสติกทั้งหมด จากเดิมที่ในซีรีส์ Y นั้นจะใช้งานพลาสติกในส่วนด้านล่างของตัวเครื่องส่วนที่เป็นฝาพับด้านหน้าจอนั้นจะเป็นอลูมิเนียมครับ

อีกจุดที่จะว่าเป็นข้อดีก็ได้หรือจะบอกว่าเป็นข้อเสียก็ไม่เชิงนั่นก็คือเรื่องความหนาและน้ำหนักของตัวเครื่องที่ค่อนข้างจะมากถ้าเปรียทเทียบกับคู่แข่งที่เป็นโน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มีหน้าจออยู่ที่ 15.6 นิ้วครับ ด้วยน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.5 kg และความหนาที่ 25.8 mm นั้นทำให้มันค่อนข้างที่จะพกพาได้ไม่สะดวกเท่าไรนักแถมจะพูดไปแล้วทั้งน้ำหนักและความหนาขนาดนี้นั้นก็ไปใกล้เคียงกับเครื่องรุ่นที่มาพร้อมกับหน้าจอ 17.3 นิ้วเลยหล่ะครับ

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 05review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 06

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 07review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 08

ถึงแม้ว่าวัสดุจะถูกเปลี่ยนมาใช้แบบถูก แต่เรื่องของดีไซน์นั้นดูเหมือนกับว่าทาง Lenovo จะใส่ใจมาค่อนข้างดีครับ ไม่ว่าจะเป็นโค้งที่มุมของบานพับ(ระหว่างส่วนของหน้าจอด้านบนกับส่วนของคีย์บอร์ด) ถูกปรับปรุงใหม่ให้มีความสวยงามมากขึ้น การวางตำแหน่งของพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ นั้นก็ลงตัวดีมีระยะห่างที่สวยงามและเวลาใช้งานนั้นพอร์ตที่อยู่ติดกันก็สามารถที่จะเสียบใช้งานอุปกรณ์ได้พร้อมๆ กัน ไม่เหมือนกับโน๊ตบุ๊คบางรุ่นที่จะไม่สามารถใช้งานพอร์ตที่ติดกันได้เนื่องจากมีพื้นที่น้อยเกินไปครับ

ระบบระบายความร้อนของ Legion Y520 (GTX 1050 Ti) ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยในที่นี้เราจะพูดถึงตำแหน่งลมเข้าออกตัวเครื่องซึ่งถูกประปรุงให้ดีขึ้นจากเดิมของในรุ่น Y50 โดยบน Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นเมื่อใช้งานไปนานๆ ผู้ใช้จะสังเกตได้ครับว่าตรงบริเวณลมเข้าและออกจากตัวเครื่องนั้นจะไม่มีฝุ่นเกาะเหมือนกับในรุ่น Y50 นั่นเป็นเพราะตัวระบบกรองฝุ่นได้ถูกเอาออกไปทำให้ฝุ่นที่เข้ามาจะเข้าและออกไปทางส่วนที่ใบพัดระบายความร้อนออกครับ

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 09

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 10review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 11review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 12

สำหรับการออกแบบทางด้านใต้ในส่วนของคีย์บอร์ดและ Touchpad นั้น Lnovo ยังคงใช้การออกแบบแบบ soft-touch matte ทำให้การทำความสะอาดในส่วนของแป้นคีย์บอร์ดและ Touchpad สามารถที่จะทำความสะอาดได้ง่ายเช่นเดิม อย่างไรก็ตามแต่ในส่วนของ Touchpad นั้นได้รับการออกแบบมาใหม่ที่ลักษณะของส่วน Touchpad นั้นจะลาดเอียงลงเข้าไปหาปุ่มสำหรับคลิ๊ก ที่หากจะพูดไปแล้วนั้นก็เป็นการนำของเก่ามาผสมกับรูปแบบใหม่ซึ่งมันไม่เข้ากันแล้วและถือว่าการมีปุ่มสำหรับคลิ๊กเมาส์บน Touchpad นั้นเป็นเรื่องที่ล้าหลังไปแล้วหล่ะครับ

หมายเหตุ – และจากการออกแบบที่ยกของเก่ามารวมกับของใหม่นี้ ทำให้ตรงกลางของปุ่มคลิ๊กทั้ง 2 บน Touchpad ไม่สามารถที่จะใช้งานได้และด้วยดีไซน์ของมันนั้นก็ทำให้ทุกครั้งที่เผลอผู้ใช้(ในที่นี้คือผู้รีวิวของ LaptopMedia) พบว่าตัวเองจะนำนิ้วมือไปคลิ๊กที่ตรงกลางของปุ่มทั้ง 2 แถบจะทุกครั้งที่ใช้ Touchpad บน Legion Y520 (GTX 1050 Ti) ครับ

อีกจุดที่ถือว่าเป็นเรื่องประหลาดก็คือตำแหน่งของปุ่ม Numpad ที่โดยปกติแล้วนั้นจะอยู่บริเวณด้านซ้ายบนของชุดปุ่ม Numpad แต่ทว่าบน Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นมันกลับมาอยู่ด้านล่างใกล้ๆ กับปุ่ม Enter ของคีย์บอร์ดหลัก(ตามรูปกลางทางด้านบน) ดังนั้นเมื่อใช้งานจริงแล้วจะพบว่าการกดปุ่ม Enter นั้นมักจะพลาดไปโดนปุ่ม Numpad บ่อยๆ ครับ(แถมปุ่ม Enter ก็ยังเล็กจนทำให้กดพลาดหลายครั้งด้วยหล่ะครับ)

หมายเหตุ – ท่ามกลางข้อเสียนั้นก็มีข้อดีอยู่บ้างตรงที่ทาง Lenovo ได้ใส่ปุ่มควบคุมโปรแกรมมีเดียมาให้แล้วครับ(กด FN แล้วตามด้วยตัวเลขที่ Numpad)

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 13review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 14

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 15review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 16

การออกแบบตัวเครื่องที่แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นซีรีส์ Y

Disassembly, maintenance and upgrade

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 17review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 18

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 23review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 24

การแกะเครื่องนั้นสามารถที่จะทำได้ค่อนข้างง่ายครับ เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ส่วนวางตัวอยู่เช่นที่เห็นได้ชัดเจนก็คือแหล่งเก็บข้อมูลทั้ง 2 ประเภทซึ่งสามารถที่จะไขน๊อตแล้วอัพเกรดได้ทันที ทางด้านบนของตัวเครื่องจะเห็นที่วางพัดลมระบายความร้อนอยู่ส่วนทางด้านล่างของตัวเครื่องนั้นจะเป็นแบตเตอรี่ที่มีความจุอยู่ที่ 45 Wh ครับ

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 19review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 20

หลังจากที่แกะออกมาแล้วนั้นจะพบกับฮาร์ดแวร์ในส่วนที่สามารถทำการอัพเกรดได้ทันทีอย่างแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SATA ขนาด 2.5 นิ้วกับ M.2 ที่ทั้ง 2 ส่วนนี้แค่ไขเอาน๊อคออกก็สามารถที่จะทำการอัพเกรดได้ทันทีโดยไม่ต้องไปยุ่งกับส่วนอื่นๆ ครับ

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 21review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 22

สำหรับในส่วนของหน่วยความจำนั้นจะต้องถอดเอาที่ครอบออกก่อนจากนั้นก็จะเห็นหน่วยความจำโดยตัวเครื่องนั้นจะมี slot สำหรับหน่วยความจำมาให้จำนวน 2 slot ทำให้จริงๆ แล้วเราสามารถที่จะอัพเกรดหน่วยความจำได้สูงสุดถึง 32 GB(แต่ในตัวเลือกของทาง Lenovo นั้นจะให้อัพได้สูงสุดที่ 16 GB และยังไม่แน่ชัดครับว่าถ้าผู้ใช้ไปอัพเกรดเองแล้วประกันจะหลุดหรือไม่)

Cooling system

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 25review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 26

ระบบระบายความร้อนของ Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นมีทิศทางการไหลของลมที่ดีขึ้นจากเดิมพอสมควรครับ(อย่างที่ได้บอกไปในตอนต้นว่ามันสามารถที่จะจัดการกับฝุ่นที่ไหลเข้าและออกได้เป็นอย่างดี) แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การจัดการเรื่องของทิศทางการไหลของลมเท่านั้นเพราะเมื่อแกะดูภายในเครื่องแล้วนั้นจะเห็นได้เลยครับว่าระบบระบายความร้อนของ Legion Y520 (GTX 1050 Ti) ยังคงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม(ดังนั้นแล้วเรื่องที่เปลี่ยนไปก็คือส่วนของที่ครอบซึ่งอยู่ด้านนอกที่ทำให้ทิศทางของลมดีขึ้นครับ)

ส่วนที่ใช้ในการพัดลมเข้าออกนั้นจะอยู่ที่บริเวณด้านหลังของตัวเครื่อง(ที่มีครีบระบายความร้อนเป็นทองแดงอยู่ โดยการเชื่อมต่อระหว่างส่วนของพัดลมนี้กับหน่วยประมวลผลและ GPU จะทำผ่าน heat pipe จำนวน 2 ท่อที่วางตัวยาวตั้งแต่ส่วนของ CPU เรื่อยมาจนถึงส่วนที่เป็นครีบระบายความร้อนทองแดงทางด้านหลังของตัวเครื่องครับ

Display quality

MIcr-Lenovo-Legion-Y520-Panel-LP156WF6-SPK3

หน้าจอของ Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นจะมีขนาด 15.6 นิ้วมาพร้อมกับความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 1920 x 1080 pixels ใช้พาเนลแบบ IPS(AH-IPS) รุ่น LG Philips LP156WF6-SPK3 ความหนาแน่นของจุด pixels อยู่ที่ 142 PPI และขนาดความกว้างของจุด pixels ทั้ง 3 สีอยู่ที่ 0.18 x 0.18 mm pixel เมื่อมองในระยะช่วง 60 cm แล้วจะพบว่าหน้าจอนี้นั้นอยู่ในระดับ Retina ครับ

Angles-Lenovo-Legion-Y520-Panel-LP156WF6-SPK3

มุมมองของหน้าจอนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของสีสันเกิดขึ้นเมื่อมองหน้าจอที่ความลาดเอียงตั้งแต่ 45 องศาเป็นต้นไป แต่ในส่วนของการมองตรงแบบไม่มีเฉียงนั้นสามารถมองได้ตามปกติสูงถึง 178 องศาทั้งแนวตั้งและแนวนอนครับ

MaxBrightness-Legion-Y520

จุดที่น่าเสียดายก็คือเรื่องของความสว่างสูงสุดของหน้าจอที่ทำได้เพราะหน้าจอของ Legion Y520 (GTX 1050 Ti) จะไม่สว่างไปมากกว่า 290 nits ในขณะที่ตรงกลางของหน้าจอนั้นจะสว่างสูงสุดที่ 268 nits อย่างไรก็ตามแต่แล้วที่ระดับความสว่างขนาดนี้นั้นก็ถือว่าทำได้ดีและสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีในที่ๆ มีแสงจากสิ่งแวดล้อมไม่มากจนเกินไปครับ

GAMUT-Lenovo-Legion-Y520-Panel-LP156WF6-SPK3

สำหรับเรื่องความถูกต้องของการแสดงสีสันของหน้าจอนั้น Legion Y520 (GTX 1050 Ti) ไม่สามารถทำได้ดีเท่าที่ควรครับ แต่ตรงนี้ก็ต้องไม่ลืมครับว่า Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นเป็นโน๊ตบุ๊คที่เน่นเรื่องของการเล่นเกมเป็นหลักซึ่ง Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นสามารถตอบสนองได้เป็นอย่างดีในเรื่องของสีที่จำเป็นต่อการมองเห็นครับ

NBS-Lenovo-Legion-Y520-Panel-LP156WF6-SPK3

เมื่อเปิด Gaming Profile แล้วนั้นจะพบว่าความสว่างของหน้าจอเพิ่มขึ้นจากเดิมซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีทีเดียวครับ

RespTime-ASUS-ROG-FX502-Panel-B156HTN03_8

Response time ของหน้าจอนั้นพบว่าอยู่ที่ราวๆ 15.1 ms ซึ่งอย่างตกใจไปนะครับ เนื่องจากว่าการทดสอบดังกล่าวนี้เป็นแบบ “black-to-white” และ “white-to-black” ไม่ใช่การทดสอบแบบ GTG ทั่วไปดังนั้นค่าที่ออกมาขนาดนี้นั้นจึงถือว่าอยู่ในดกณฑ์ที่ดีครับ

หมายเหตุ – ค่าเฉลี่ย Response time แบบ BTW ของหน้าจอที่ดีคือต่ำกว่า 25 ms

Sound

Sound-Lenovo-Legion-Y520-

เรื่องเสียงนั้นเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับ Legion Y520 (GTX 1050 Ti) ครับเพราะรุ่น Y ก่อนหน้านี้นั้นจะมาพร้อมกับ subwoofer ทางด้านล่างของตัวเครื่องด้วย แต่ว่าบน Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นไม่มีมาให้ดังนั้นแล้วเมื่อทดสอบในเรื่องของเสียง Legion Y520 (GTX 1050 Ti) จึงทำได้ไม่ดีเท่าไรนักในการแปล่งเสียงต่ำครับ(ส่วนเสียงสูงนั้นก็ทำได้พอๆ กับรุ่นพี่ของมันครับ)

Battery

อย่างหนึ่งที่ต้องบอกไว้ก่อนเลยนั้นก็คือเครื่องที่ทาง LaptopMedia ได้รับมาทดสอบนั้นมีพัดลมระบายความร้อนจำนวน 1 ตัวที่พัดไม่ยอมหยุดซึ่งน่าจะเกิดขึ้นมาจากความเสียหายที่เป็นไปได้ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ดังนั้นแล้วในเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่นั้นทาง LaptopMedia จึงขอละไว้เนื่องจากว่าหากทดสอบไปแล้วนั้นจะไม่ได้ผลที่ถูกต้องครับ

Performance

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 27

ในการทดสอบประสิทธิภาพของ CPU นั้นเราได้เลือกการทดสอบบน Cinebench 11 ที่มีการเปรียบเทียบกับ CPU รุ่นเดียวกันกับ CPU รุ่นก่อนหน้าซึ่งพบว่าคะแนนของการทดสอบนั้นดีกว่า CPU รุ่น i7-6700HQ อยู่เล็กน้อย ซึ่งตรงนี้ก็สามารถที่จะอธิบายได้ว่าอาจจะเป็นเพราะ i7-7700HQ นั้นมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ 2.8 GHz ซึ่งมากกว่ารุ่นเก่าอยู่ถึง 200 MHz ครับ

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 28

ในด้าน GPU นั้นเราขอยกการทดสอบ 3DMark Fire Strike (G) มาให้ดูซึ่งจะเห็นว่า Legion Y520 (GTX 1050 Ti) ดีกว่าคู่แข่งอยู่ในระดับหนึ่งซึ่งตรงนี้ไม่แปลกเลยครับเพราะว่า GPU ที่ Legion Y520 (GTX 1050 Ti) ใช้นั้นเป็นรุ่น GTX 1050 Ti ซึ่งมีสเปคสูงที่สุดในบรรดาเครื่องที่นำมาทดสอบเปรียบเทียบแล้ว จะน่าเสียดายก็ตรงทาง LabtopMedia ไม่ได้จับรุ่นที่มีสเปคเดียวกันมาชนกันนี่แหละครับ

หมายเหตุ – แต่รุ่นที่นำมาทดสอบนั้นราคาเฉลี่ยก็อยู่ใกล้ๆ กัน

review Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) 600 29

สุดท้ายกับประสิทธิภาพในการเล่นเกมจะเห็นได้ครับว่า GTX 1050 Ti นั้นสามารถที่จะรันความละเอียด 1080p ได้อย่างสบายโดยที่คุณจะต้องปรับเอฟเฟคของตัวเกมให้อยู่ในระดับกลาง ถ้าเป็นเกมใหม่ๆ กว่าปี 2014 ขึ้นมานั้นจะเห็นได้ว่า GTX 1050 Ti เริ่มมีการกระตุกแล้วถ้าปรับเอฟเฟคไปเป็น Ultra หรือ Max ตรงจุดนี้ต้องเลือกเอาแล้วครับว่าคุณต้องการเล่นเกมแบบใด ถ้าอยากได้ frame rate มากกว่านี้เห็นทีต้องมอง GTX 1060 แทนครับ

Temperatures

temperatures-bottom-1

ด้านความร้อนนั้น Legion Y520 (GTX 1050 Ti) ถือว่าทำได้ดีครับ โดยอุณหภูมิ ณ full load ของ GPU จะอยู่ที่ราวๆ 90 องศาเซลเซียส ส่วน GPU นั้นจะอยู่ที่ราวๆ 75 องศาเซลเซียส ซึ่งหลายๆ คนอาจจะบอกว่าสูงขนาดนี้มันดีตรงไหน ความดีของมันนั้นก็คือตัวระบบระบายความร้อนสามารถระบายความร้อนออกไปได้เร็วมาก คือใช้เวลาไม่ถึง 30 วินาทีดีความร้อนเฉลี่ยของทั้ง CPU และ GPU ก็จะลดลงมาอยู่ที่ราวๆ 30% – 45% ครับ

เนื่องจากอุณหภูมิดังกล่าวข้างต้นนั้นวัดจากภายในเครื่องทำให้อาจจะไม่ตรงกับความรู้สึกจริงที่ได้รับ งานนี้ทาง LaptopMedia ได้ทำการวัดอุณหภูมิของเครื่องด้านในตรงส่วนของคีย์บอร์ดและ Touchpad มาให้ดูด้วย(ตามรูป) โดยจะกรูปจะเห็นได้ครับว่าส่วนที่ร้อนที่สุดนั้นก็คือด้านตัวเลข Numpad ที่อยู่ราวๆ 44 องศาเซลเซียส ณ full load งานนี้เรียกว่าทำได้ดีกว่ารุ่นพี่อย่าง Ideapad Y700 อยู่พอสมควรเลยหล่ะครับ

สรุป

Lenovo Legion Y520 (GTX 1050 Ti) นั้นถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากครับถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้ ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องของหน้าจอที่ความสว่างอาจจะไม่มากและความถูกต้องของสีก็ไม่ได้ดีเท่าไรนัก แต่ต้องไม่ลืมว่าในเรื่องของการใช้งานเพื่อการเล่นเกมนั้นมันก็สามารถที่จะรองรับได้เป็นอย่างดี(และตัวหน้าจอที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหา แต่ว่าเวลาใช้งานจริงๆ ก็ดีกว่าหน้าจอพาเนล TN อยู่โขเลยครับ)

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจก็คือเรื่องของพัดลมระบายความร้อนที่ทาง LaptopMedia เจอตลอดการทดสอบว่าจะมีพัดลมอยู่ด้านหนึ่งที่ทำงานตลอดเวลาทำให้เกิดเสียงรบกวน โดยคาดว่าในรุ่นวางจำหน่ายจริงนั้นตรงนี้น่าจะได้รับการแก้ไขแล้ว ส่วนเรื่องอุณหภูมิภายในตัวเครื่องโดยเฉพาะตรงส่วนของ CPU และ GPU ที่เกือบจะถึง 100 องศาเซลเซียสนั้นเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะกังวลว่าเมื่อใช้ไปนานๆ จะมีปัญหาหรือไม่ แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยครับว่าไม่ต้องกังวัลไปเพราะขนาดเวลาเล่นเกมหนักๆ นั้นทั้ง CPU และ GPU ก็ไม่ได้ทำงานที่ 100% ตลอดเวลาเหมือนตอนทดสอบครับ

ข้อดี

  • ตัวเครื่องมีความหนาแน่น งานประกอบแข็งแรง ดูทนทาน
  • น้ำหนักเบากว่ารุ่นพี่พอดู
  • คีย์บอร์ดและ Touchpad ให้ประสบการณ์ในการทำงานที่ดี(เมื่อใช้จนชิน)
  • หน้าจอ IPS ในราคาที่ถูก คุณภาพของภาพที่ได้อยู่ในระดับที่ดี(แต่ก็ไม่ได้ดีมากเมื่อเทียบกับหน้าจอพาเนลแบบ IPS บนเครื่องราคาแพง)
  • รองรับ M.2 PCIe NVMe SSDs
  • ระบบระบายความร้อนมาพร้อมกับการไหลเวียนอากาศที่ดีกว่าเดิม แถมฝุ่นที่เกาะตรงตัวเครื่องมีปริมาณลดลง

ข้อเสีย

  • หน้าจอต้องใช้ Pulse Width modulation (PWM) จาก 0 – 99% เพื่อที่จะขับให้มีความสว่างออกมามากที่สุด(ซึ่งปกติแล้วหน้าจอแบบ IPS ไม่จำเป็นต้องใช้ช่วงกว้างของมอดูเลทขนาดนี้)
  • ระบบระบายความร้อนภายในไม่ได้ถูกดีไซน์ใหม่ ดังนั้นแล้วจึงทำให้เกิดปัญหาอุณหภูมิของ CPU สูงเมื่อใช้งานแบบ Full load แบบต่อเนื่อง

ที่มา : laptopmedia



© Copyright - Notebookspec.com All Rights