Home » Accessories

Review – HyperX Cloud Stinger Wireless ใส่สบายไร้สายลงตัว

26 Jul 19 - By l

ปัญหาของหูฟังเกมมิ่งหลายตัวนอกจากเรื่องของระบบเสียงหรือฟังค์ชั่นการใช้งานแล้ว ก็คือเรื่องของสายที่ทำให้ใช้งานไม่ได้สะดวกนัด สั้นบางยาวบาง บางท่านเอาเคสไว้ไกลตัวก็ต้องลากสายวุ่นวาย จะใช้แบบ Bluetooth ก็กลัวเสียงจะดีเล ไม่สะดวกเท่าไร จึงมีการพัฒนาหูฟังไร้สายที่ส่งสัญญาณได้ดีไม่แพ้แบบสาย แต่สะดวกกว่าเยอะอย่าง HyperX Cloud Stinger Wireless

ชุดหูฟังเล่นเกมไร้สาย HyperX Cloud Stinger™ Wireless ใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สายสำหรับการเล่นเกมความถี่ 2.4Ghz ที่เชื่อถือได้เพื่อให้ไม่มีสายเกะกะกวนใจระหว่างเล่นเกม เพียงแค่เสียบต่ออะแดปเตอร์ขนาดเล็กเข้าที่พอร์ต USB ก็พร้อมใช้งานได้ทันที ความสบายในการสวมใส่ของ HyperX และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน (สูงสุด 17 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง1) ทำให้ชุดหูฟังไร้สายนี้พร้อมให้คุณเล่นเกมอย่างต่อเนื่องได้ตลอดทั้งคืน หากคุณต้องการพักสักครู่ก็สามารถหมุนที่ครอบหู 90 องศาเพื่อวางพักชุดหูฟังแบบสบาย ๆ รอบคอ โครงสร้างแบบครอบปิดหูและไดร์เวอร์ 50 มม. ที่เน้นเสียงเบสที่คมชัด ทำให้คุณสามารถรับฟังเสียงที่ชัดเจนและสมจริง สามารถสื่อสารกับทีมต่อสู้และจมเข้าสู่โลกดิจิตอลได้อย่างเต็มที่โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่กำลังขับเคี่ยว เพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากมายให้แก่เกมเมอร์ เช่น ส่วนควบคุมเสียงที่ส่วนครอบหูเพื่อให้สามารถปรับระดับเสียงชุดหูฟังได้โดยตรง หรือไมค์แบบหมุนปิดเสียงได้เพื่อให้คุณปิดเสียงได้ในทันทีที่ต้องการ ใช้งานได้กับ PC, PS4™ และ PS4™ Pro รับประกันเป็นเวลา 2 ปีพร้อมบริการทางเทคนิคฟรี

คุณสมบัติ

  •  ระบบไร้สายสำหรับเล่นเกม
  •  ความสบายในแบบ HyperX
  •  เสียงในเกมที่ครบทุกรายละเอียด
  •  แถบเลื่อนทำจากเหล็กกล้าที่ทนทานและปรับได้
  •  แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน
  •  ไมโครโฟนแบบปิดเสียงและตัดเสียงรบกวนได้
  •  ที่ครอบหูหมุนได้สะดวก 90°
  • รองรับการใช้งานกับ PC, PS4™, and PS4™ Pro

รายละเอียดทางเทคนิค

เฮดโฟน

ไดร์เวอร์: 50 มม. แบบไดนามิคพร้อมแม่เหล็กนีโอดีเนียม
ประเภท: แบบครอบเต็ม ปิดด้านหลัง
ความถี่: 20Hz-20,000Hz
ความต้านทาน: 32 Ω
ระดับแรงดันเสียง: 109dBSPL/mW ที่ 1kHz
T.H.D.: < 2%
น้ำหนัก: 270 ก.
ความยาวและประเภทสายต่อ: สายชาร์จ USB (1 ม.)

ไมโครโฟน

ส่วนประกอบ: ไมโครโฟนอีเล็คเตรทคอนเดนเซอร์
รูปแบบขั้ว: ระบบตัดสัญญาณรบกวน
ความถี่: 100Hz-7,000Hz
ความไว: -47dBV (0dB=1V/Pa,1kHz)
เวลาใช้งานแบตเตอรี่1: 17 ชั่วโมง
ช่วงสัญญาณไร้สาย2: 2.4GHz
สูงสุด 12 เมตร

หน้าตาของกล่องยังคงได้อารมณ์ของ HyperX Gaming แบบเดิมๆ ด้วยโทนสีดำขาว ดูดุดัน รวมถึงภาพของหูฟัง Cloud Stringer ให้เห็น พร้อมรุ่นที่รองรับอย่างชัดเจน ด้านหลังบอกข้อมูลและรายละเอียดเบื้องต้นที่เป็นองค์ประกอบต่างๆ ของหูฟัง ที่ทำเหมือนกันมาแบบรุ่นต่อรุ่น ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจได้ส่วนหนึ่ง

อุปกรณ์ภายในจะมีตัวหูฟัง คู่มือ ตัวส่งสัญญาณ และสาย micro USB สำหรับชาร์ตไฟ

ตัวส่งสัญญาณไร้สายแบบ USB 2.0 ความถี่ 2.4 GHz สามารถใช้งานได้ทั้ง PC และ PS4 นอกจากนั้นก็ยังสามารถต่อสาย Micro USB เพื่อชาร์ตและเชื่อมต่อแบบไม่มีสายก็ได้

สำหรับตัวหูฟังมาในโทนสีดำสนิทไม่มีสีสันอะไรเลย โดยสกรีน HyperX เป็นลาดสลักที่ครอบหูฟัง วัสดุจะต่างจากตัวรุ่นมีสายอยู่เล็กน่อยตรงที่เป็นพลาสติดดำด้านดูเรียบๆกันลื่น ทำให้การออกแบบดูไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไรนัก  จะเป็นการติดตั้งอยู่บนตัวหูฟัง ไม่สามารถแยกได้ โดยปรับหมุนได้ 90 องศา เพื่อให้เข้ากับสภาพของศีรษะแต่ละบุคคล อย่างน้อยก็ไม่ทำให้รู้สึกรำคาญ เหมือนโดนบีบ ด้านล่างเป็นตัวปรับระดับเสียง เพิ่ม-ลดเสียงได้จากตัวหูฟัง และเมื่อไม่มีสายเข้ามาทำให้หูฟังดูโล่งๆใส่สะดวกไม่เกะกะสาย

ครอบหูฟังด้านในที่ปิดตัวขับขนาด 50มม เอาไว้นี้ HyperX ยังเลือกที่จะใช้เมมโมรีโฟมหุ้มหนังมาใช้บน Cloud Stringer นี้ เพื่อความนุ่มนวลในการสวมใส่และกระชับใบหูมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มาก อาจจะทำให้ไม่ครอบหูครบทั้งหมด การใช้เมมโมรีโฟม จึงช่วยให้สบายหูมากขึ้น

ตัวปรับเลื่อนเป็นรางโลหะ ซึ่งมีชิ้นพลาสติดลักษณะขั้นบันได เพื่อให้เลื่อนทีละระดับได้ง่ายขึ้น ตัวรางค่อนข้างแน่นหนา ส่วนหนึ่งน่าจะเพื่อให้เกิดความกระชับขณะสวมใส่ แต่ก็เป็นผลให้เวลาที่เราสวมใส่ไปแล้ว จะปรับเลื่อน ก็ทำได้ยากอยู่เหมือนกัน

ครอบหูฟังด้านบนเป็นพลาสติกสีดำให้ความยืดหยุ่นได้ในระดับหนึ่ง พร้อมโลโก้ HyperX ซึ่งความแข็งแรงนี้ ช่วยให้หนีบเข้ากับศีรษะได้แน่นขึ้น บางคนที่หัวเล็กหน่อยน่าจะชอบ เพราะแรงหนีบทำให้กระชับยิ่งขึ้น ส่วนด้านล่างจะเป็นฟองน้ำสำหรับรองศีรษะ พร้อมหุ้มหนัง ให้ความนุ่มนวลได้ดีทีเดียว

ขอบหูฟังด้านขวาจะเป็นปุ่มเพิ่มลดเสียง

ขอบด้านล่างของหูฟังด้านซ้ายจะมีปุ่มเปิด/ปิด ไฟแสดงสถานะ และพอร์ต Micro USB

ไมโครโฟนคุณภาพดีทีเดียว สามารถตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ ให้ความคมชัดในการสนทนาขณะเล่นเกมได้ดี ช่วยให้การสื่อสารระหว่างทีมด้วยกันทำได้ดียิ่งขึ้น สามารถหมุนตั้ง และบิกงอเพื่อให้เข้ากับรูปทรงของปากเราได้อย่างลงตัว

HyperX Cloud Stinger Wirelessr ดูจะเป็นการออกแบบให้กระชับขึ้น ตั้งแต่ขนาด วัสดุและลูกเล่น ที่พยายามจบทุกส่วนในตัว  และเน้นไปที่กลุ่มเกมเมอร์ระดับต้นๆ หรือไม่ชอบความยุ่งยาก โดยเฉพาะการปรับมาเป็นหูฟังแบบไร้สาย ที่เพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องมาพะวงสายหรือการจัดวางอีกต่อไป ให้อิสระในการขยับ หรือจะลุกไปทำธุระระหว่างเกมก็ทำได้เลย โดยไม่ต้องถอดใส่หูฟังให้ยุ่งยากแต่อย่างใด

ในส่วนของคุณภาพสัญญาณไร้สายที่หลายท่านกังวลว่ามันจะมีปัญหาไหม สัญญาณจะขาย จะดีเลไหม ต้องบอกเลยว่าให้คุณภาพเสียเช่นเดียวกับการต่อสายเลยครับ เสียงมาครบ ไม่มีดีเลหรือหน่วงแต่อย่างใด ส่วนหนึ่งเพราะการใช้ตัวส่งสัญญาณของตัวเองที่ล๊อคมาให้หูฟังแต่ละตัว ไม่ใช่แบบ Bluetooth สัญญาณเองก็สามารถส่งได้ไกลระดับ 5-6 เมตร สบายๆ แต่ถ้าไกลกว่านั้น ถ้าเป็นที่โล่งไม่มีวัตถุหนาบังก็ยังได้ถึงระดับ 10 เมตร ส่วนแบตเตอรี่ต้องบอกว่าทนจริง ทดสอบใช้งานเปิดเพลงฟังบ้าง เล่นเกม ตลอดเวลางาน 8 ชั่วโมง สบายๆ

การสวมใส่จัดว่าสบายเลยทีเดียวแม้จะมีการเพิ่มแบตเตอรี่เข้าไป แต่น้ำหนักก็จัดว่าเบามาก ที่แม้ว่าจะเป็นโครงสร้างที่ถูกถ่ายแรงลงบนศีรษะโดยตรง  ไม่กระจายน้ำหนักเหมือนรุ่นอื่นๆ แต่น้ำหนักที่น้อย ฟองน้ำที่รองศีรษะมีความหนา ก็ทำให้ใส่สบายหู ให้ความรู้สึกที่สบายกว่า Cloud รุ่นที่ผ่านๆ มา

ในเรื่องของคุณภาพเสียง เช่นใน Battlefield 1 ให้เสียงกลางดีกลมกลืนและแน่นในระดับหนึ่ง เอฟเฟกต์ต่างๆ ยังเก็บรายละเอียดได้พอใช้ ส่วนที่ได้มาเพิ่มคือ ทิศทางของเสียง และเสียงสนทนาของตัวละครที่ชัดเจน เสียงการใช้อาวุธแทงไปที่ศัตรูจนเลือดสาดกระจายชัดจนรู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ เช่นเดียวกับเวลาที่เดินเข้าไปในฉากที่เป็นพื้นไม้ในบ้าน มีเสียงไม้กระดานลั่นอยู่ด้วย แต่เสียงเครื่องยนต์ของรถถังเล็ก และปืนใหญ่ที่กระหน่ำเข้าไปนั้น ยังไม่เต็มอิ่มนัก เหมือน เช่นเดียวกับใน The Crew ที่เสียงของรถที่แข่ง ขาดพลังไปบ้าง แต่ได้รายละเอียดของรถข้างๆ และเสียงยางบดลงไปบนถนนชัดเจนยิ่งกว่า ซึ่งถ้าใครที่เป็นแฟนเกมแนวหลอน เช่น Dead by Daylight น่าจะชื่นชอบหูฟังในลักษณะนี้ ชนิดที่ว่าปั่นไฟไป หลอนไป กับเสียงนักล่าที่ผ่านเข้ามาเป็นระยะ หรือช่วงจังหวะที่โดนขอสับลงไปกลางลำตัว

โดยภาพรวมต้องถือว่า HyperX Cloud Stinger Wirelessr นี้ได้มีการพัฒนามาจากรุ่นเดิมเพื่อการใช้งานที่สะดวกมากยิ่งขึ้น ด้วยระบบไร้สายช่วยเพิ่มอิสระในการใช้งาน ไม่ต้องมีสายให้กังวลโดยที่ให้คุณภาพเสียงเฉกเช่นเดียวกับรุ่นที่มีสาย เหมาะทั้งสายเกมเมอร์ที่ต้องการหูฟังเพื่อการเล่นเกมอันแรกๆที่มีทั้งความสะดวก และคุณภาพเสียงที่ลงตัวทุกการใช้งาน

HyperX Cloud Stinger Wirelessr ราคา 3,290 บาท มาพร้อมการรับประกัน 2 ปี

จุดเด่น

  • ขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย
  • ให้เสียงทุ้มกลางและทิศทางเสียงได้ค่อนข้างดี
  • ไมโครโฟนให้ความคมชัดของเสียงได้ดีทีเดียว
  • แบตอึดดีทีเดียว
  • ไม่มีสายเกะกะ แต่ให้เสียงคมชัดไม่ดีเลเช่นเดียวกับรุ่นมีสาย

ข้อสังเกต

  • เสียงเอฟเฟกต์ดูจะบางเบา ไม่หนักหน่วงมากนัก
  • ไม่มีที่เก็บตัวส่งสัญญาณ


© Copyright - Notebookspec.com All Rights