Home » 0. TOP content

Review – HP Pavilion Gaming 15 (2019) i5-9300H + GTX 1660 Ti Max-Q จอเทพ 144Hz ได้ sRGB 96% !!!

18 Jul 19 - By l

HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ถือว่าต่อยอดความสำเร็จจริงๆ จากการนำเสนอ HP OMEN 15 รวมไปถึง Pavilion Gaming 15 รุ่นปีก่อนโดยมาพร้อมประสิทธิภาพสูง  ด้วยสเปก Core i Gen 9 และ GTX 16 Series คุณภาพเยี่ยม ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก รวมไปถึงการรับประกันที่เป็นแบบ On-site Serive ระยะเวลา 2 ปี

HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ได้มีการปรับปรุงใหม่ในหลายๆ ส่วน เมื่อเทียบกันรุ่นก่อน หลักๆ แล้วก็ช่องระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้นใต้ตัวเครื่องก็มีช่องดูดลมเย็นที่ใหญ่ขึ้น รวมไปถึงบานพักที่ยกสูงยิ่งขึ้นด้วย  เรียกได้มีความสดใหม่แต่ก็ยังมี DNA ของ HP Pavilion Gaming 15 รุ่นเดิมอยู่ มาพร้อม 2 สีสันหลักก็คือ สีเขียวและสีม่วง สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 25,990 – 34,990 บาท ใช้ชิปเป็น Core i5-9300H แตกต่างที่การ์ดจอ GTX 1650 / GTX 1660 Ti Max-Q และหน้าจอ 144Hz ที่มีให้เป็นตัวเลือก

Specification

HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 รุ่นใหม่ล่าสุด ตอนนี้จะมีอยู่ 4 สเปก 4 ราคา จำนวน 2 สี คือ ม่วงและเขียว หลักๆ โดยจะเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 9 อย่าง i5-9300H เพียงรุ่นเดียว ซึ่งทำให้การใช้งานโดยรวมลื่นไหลแน่นอน มีรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญมาพร้อมกับการ์ดจอแยกตัวแรง 2 รุ่น อย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) และ NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q (6GB GDDR6) ให้เลือกใช้งานกัน

พร้อมหน่วยความจำแรมขนาด 8GB มาตรฐาน DDR4 bus 2666 ฮาร์ดดิสก์แบบปกติที่ความจุ 1TB ความเร็ว 7200 รอบ (สามารถปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม ด้วยการอัพเกรด SSD แบบ M.2 PCIe NVMe ซึ่งควรอัพเกรดทันทีตั้งแต่ซื้อเครื่องมาจากร้าน) เรียกได้ว่าเล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นไหลแน่นอน ส่วนเกมออฟไลน์ปรับกลางๆ ลื่นไหลทุกเกมสบายๆ ตอบสนองได้คุ้มค่าราคา

นอกเหนือจากนั้นยังได้หน้าจอแบบด้านขอบจอบาง พาเนล IPS คุณภาพสูง ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ 60Hz และรุ่นที่เป็น 144Hz ให้เลือก ที่สำคัญได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ในราคาที่ถูกและคุ้มค่าไม่แพ้ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นในตลาด ที่ใช้สเปก i5-9300H + GTX 1650 / GTX 1660 Ti Max-Q ในรุ่นใกล้เคียงกัน ส่วนสเปกอื่นๆ ของ HP Pavilion Gaming 15 ไม่ว่าจะเป็นรุ่นที่ใช้ Core i7-9750H รวมไปถึงมีรุ่นพร้อม SSD อาจจะตามมาอีกให้เลือกซื้อกัน

นอกจากนี้ยังมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi แบบ Intel Wireless-AC 9560 มิติของตัวเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คจอขนาด 15.6 นิ้ว ก็มีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดแถมมีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.25 กิโลกรัม พกพาง่าย พร้อมการรับประกัน 2 ปี ซ่อมฟรีถึงบ้านและบริการช่วยเหลืออื่นๆ อีกด้วย

Hardware / Design

หน้าตาการออกแบบเอง HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ต้องบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงบางส่วน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีม่วงและยังมีสีเขียว โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สีม่วงหรือเขียวสะดุดตาด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ แต่ได้มีการปรับดีไซน์ใหม่ดูดลมเย็นได้ดีขึ้น

ส่วนดีไซน์อื่นๆ ของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ก็ถือว่าน่าประทับใจเช่นเดียวกัน กับมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กลงเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน บางขึ้นเพียง 23.4 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องที่ 2.25 กิโลกรัม โดยด้านหลังได้มีการวางตำแหน่งช่องระบายความร้อนแบบคู่แยกซ้ายขวาออกจากกัน ซึ่งมีการออกแบบได้ดูดุดันคล้ายรถสปอร์ตพร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้น  รวมไปถึงยางรองตัวเครื่องขนาดใหญ่ที่ดูแล้วมั่นคง รวมไปถึงฝาหลังสามารถถอดมาอัพเกรดหรือทำความสะอาดง่ายขึ้นอีกด้วย เพียงไขน๊อต 7 ตัวและค่อยๆ ดึงขึ้นเท่านั้น

ด้านในตัวเครื่องมาพร้อมสีสันที่โดดเด่นดำม่วง (หรือเขียว) เช่นเดียวกัน วัสดุจะเป็นพลาสติกเกรดดีให้ความรู้สึกที่แข็งแรง ตัดด้วยไฟสีม่วงจากแป้นคีย์บอร์ดแบบใหม่ ที่ช่วยเสริมความสวยงามได้ดี ส่วนด้านซ้ายจะเป็นปุ่ม Power มีไฟเมื่อเปิดใช้งาน ด้านขวาจะเป็น BANG & OLUFSEN การันตีด้านคุณภาพเสียง รวมถึงมีการใช้บานพับแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ที่ดูแข็งแรงทนทานสวยงามเข้ากับเครื่องได้ดีมากๆ ที่เชื่อได้ว่าไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องบานพับในระยะยาวของการใช้งานแต่อย่างใด พร้อมยกหน้าจอให้ระดับสูงกว่าเดิม ทำให้มุมมองการใช้งานดียิ่งขึ้น

ด้านหลังตรงแกนฝาพับจะมีสกรีนตัวอักษร Pavilion สีม่วงไว้ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นซีรีส์ Pavilion ชัดเจนดูโดดเด่น นอกจากนี้การระบายความร้อนยังแบ่งเป็น 2 ช่อง พัดลม 2 ตัวแยกออกจากันชัดเจน ซึ่งใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อน ส่วนด้านล่างตัวเครื่องจะมียางรองสี่จุดตามมุมตัวเครื่องทำเป็นรูปแนวแนวยาวสวยงามตามลักษณะของเครื่อง

ลำโพงจะอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องเหนือชุดคีย์บอร์ดทำเป็นลายแปดเหลี่ยมพื้นผิวนูนต่ำให้เสียงที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว ที่สำคัญและโดดเด่นกว่ารุ่นไหนในท้องตลาดตอนนี้คือเป็น Gaming Notebook ขอบจอบางที่ดูแล้วสวยงามลงตัวอีกรุ่นนึงในตลาด พร้อมสติ๊กเกอร์แปะเอาไว้ว่าเป็นรุ่นหน้าจอ 144Hz ด้วย

สรุปเรื่องการออกแบบดีไซน์ของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ต้องบอกว่างานดีกว่ารุ่นก่อนพอตัว โดยมีการปรับดีไซน์มาจาก HP OMEN 15 ปี 2019 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ รวมไปถึงงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือจะเอาไปทำงานเล่นอินเตอร์เน็ตก็สามารถรองรับได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญดีไซน์การออกแบบยังก้าวล้ำด้วยความดุดันและจริงจัง Gaming มากกว่าเดิม ซึ่งตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่าเป็น Gaming Notebok อีกรุ่นที่น่าสนใจในตลาด ณ ตอนนี้เลย

Keyboard / Touchpad

ส่วนของคีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำเข้ากับตัวเครื่อง โดยสกรีนตัวอักษรเป็นสีม่วงพร้อมฟอนต์ที่ดูเข้ากับตัวเครื่อง (ถ้ารุ่นสีเขียวก็จะเป็นมีสีเขียว) การใช้งานก็เด้งรับกันนิ้วเป็นอย่างดี ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับคนที่นิ้วเล็กนิ้วใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งหมด แน่นอนว่ามาพร้อมกับปุ่มชุดตัวเลข Numpad ด้านขวา ในส่วนของไฟ LED Backlit สีแดงก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว เห็นได้ชัดว่าดูเป็นเกมมิ่งมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญปุ่ม WASD ยังออกแบบแตกต่างด้วยไฮไลน์ขอบไว้ชัดเจน สำหรับปุ่ม Power อยู่มุมซ้ายบนเป็นสีเงินพร้อมมีไฟ LED แสดงสถานะการเปิดตัวเครื่อง

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง โดยมีสัมผัสที่หนืดเล็กน้อยกำลังดี ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบปุ่มซ่อนคลิกซ้ายขวา ทำให้ความรู้สึกในการกดที่ดี รองรับการใช้งานมัลติทัช สำหรับการใช้งานจริงจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ซึ่งตัวทัชแพดจะวางตัวไปทางด้านซ้ายของเครื่องเล็กน้อยไม่ได้อยู่ตรงกลางหน้าจอเป๊ะๆ โดยรวมก็สามารถใช้งานได้ดีไม่ปัญหาแต่อย่างใด

Screen / Speaker

หน้าจอแสดงผลของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 มีขนาด 15.6” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย Refresh Rate สูงสุด 144Hz รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB ที่ขอบเบขสีใกล้เคียง 100% ให้ทุกการใช้งาน สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย แน่นอนว่ามีดีไซน์หน้าจอขอบจอบางเฉียบทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ที่ยังสามารถติดตั้งกล้องเว็บแคมได้ปกติอยู่ ถือว่าดีกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2019 ทั่วไปมากทีเดียว

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019  ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง จึงได้ทำการทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 96% และ AdobeRGB ที่ 72% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีมากๆ ใกล้เคียง 100% sRGB ที่เคลมเอาไว้จริงๆ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่ 250 cd/m2 แต่สำหรับช่องขอบมุมด้านบนซ้ายจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 8% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว นับว่าเป็นหน้าจอรุ่นหนึ่งที่คุณภาพสูงเกินราคาค่าตัวจริงๆ

ทางด้านลำโพงเจ้าเครื่องนี้ก็เลือกใช้ระบบเสียง Bang & Olufsen โดยตัวลำโพงจะอยู่เหนือชุดคีย์บอร์ดจำนวน 2 ตัว แยกเสียงซ้ายขวาชัดเจน เช่นเดียวกับรุ่น Pavilion รุ่นอื่น ส่วนเรื่องเสียงก็ให้เสียงที่มีคุณภาพดีและเสียงดังพอสมควร เหมาะกับการดูหนัง ฟังเพลง ได้สบายๆ  อีกทั้งมีเทคโนโลยี HP Audio Boost ทำให้ได้พลังของเสียงที่มีคุณภาพ และความหนักแน่น สร้างประสบการณ์ที่ดูดีกว่าเสียงจากโน้ตบุ๊คทั่วไป

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีความครบครับ แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, USB 3.1 Type-C และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร แบบแยกไมค์หูฟังหรือไมค์อย่างเดียว แน่นอนว่ามี SD Card Reader เป็นมาตรฐาน โดดเด่นกว่า Gaming Notebook ทั่วไปตรงที่ทาง HP ได้มีการเล่นสีสันเหมือนกับโทนตัวเครื่องด้วย อย่างตามรุ่นที่นำมารีวิวนีเป็นสีม่วง สัญลักษณ์พอร์ตต่างๆ ก็จะเป็นสีม่วงไปด้วย ดูแล้วลงตัวจริงๆ

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊ค 15.6″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร พร้อมดีไซน์ที่สวยงามมีลักษณะขอบมนๆ แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นเหลี่ยมๆ ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 2.25 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีน้ำหนักที่ไม่เกิน 2.6 กิโลกรัม ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่หนักจนเกินไปนัก แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ หนุ่มๆ ชาวเกมเมอร์พกพาได้สบายๆ

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 นั้นสามารถทำได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว เพราะงานประกอบค่อนข้างแน่นหนา ต้องใช้ฝีมือและทักษะพอสมควร ซึ่งหลังจากถอดน็อตทุกตัวเสร็จหมดแล้ว ต้องใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากหลังมาหน้า ควรทำอย่างใจเย็น และขอบฝาด้านหลังตรงแกนฝาพับค่อนข้างคมระวังบาดนิ้วมือกันด้วย ส่วนหลายคนที่สงสัยว่ามีน็อตตรงแกนยางรองไหมบอกเลยว่ารุ่นนี้ไม่มี มีน็อตแค่เท่าที่เห็นคือ 7 ตัว ยาว 4 (ด้านหลัง) สั้น 3 (ด้านหน้า) โดยเมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ อย่างชัดเจนตามรูปเลย

การวางรูปแบบของฮาร์ดแวร์เครื่องนี้ทำได้ดูดีเลยที ซึ่งในส่วนที่สามารถทำการอัพเกรดไม่ว่าจะเป็นเปลี่ยน HDD SATA ขนาด 2.5 นิ้วธรรมดาเป็น SSD หรือใส่ SSD m.2 (รองรับเป็นแบบ NVMe) เข้าไปเลยก็ได้ หรือ Ram ที่สามารถใส่ได้สูงสุด 2 แถว โดยตัวเครื่องใส่มาให้แล้ว 8 GB DDR4 Bus 2666 1 แถว ส่วนเรื่องระบายความร้อนตัวเครื่องมี Heat Pipe จำนวน 2 เส้น วางพาดยาวไล่ไปทั้งชิพการ์ดจอและตัวซีพียูเอง ส่วนพัดลมเครื่องนี้ก็มีมาให้ 2 ตัว ตามแบบฉบับ Gaming Notebook ปกติทั่วไป

Performance / Software

โดย HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 รุ่นที่ได้รับมารีวิวมาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen อย่าง Intel Core i5-9300H โดยจะเป็นรุ่นยอดนิยมประจำช่วงครึ่งปีหลังของ 2019 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.4 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.1 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR4 Buss 2666MHz แบบ 8GB x 1 ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

  

ยกระดับประสิทธิภาพ จากการที่ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 มีการนำชิปประมวลผล หรือ CPU รุ่นล่าสุดจาก Intel Core i Gen 9 มาใส่ไว้ใน Gaming Notebook ตัวใหม่นี้ด้วย ทำให้การประมวลผลการทำงานหรือการเล่นเกมของ Gaming Notebook รุ่นใหม่นี้ ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ได้อย่างที่ไม่เคยมี Gaming Notebook รุ่นไหนเคยทำได้มาก่อน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้นกว่าเดิมมีผลอย่างมากต่อการทำงานที่ต้องใช้การประมวลผลของ CPU หนักๆ เช่น การต่อต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์งาน 3D เป็นต้น ซึ่งเทียบแล้วแรงกว่าฝั่ง AMD Ryzen 7 3750H อย่างแน่นอน

  

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน อีกทั้งยังมีกราฟิกการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti Max-Q รุ่นใหม่ (เน้นร้อนน้อยกว่ารุ่นปกติ) ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ และแรงกว่า GTX 1060 แบบรู้สึกได้จากการที่สามารถขับเฟรมเรทได้ลื่นไหล โดยเป็นรอง RTX 2060 และไม่มีฟีเจอร์อย่างที่ใน RTX Series มี แต่ก็ตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ซึ่งทาง NVIDIA ได้เผยข้อมูลออกมาว่า 3/4 ของผู้ใช้งาน Gaming Notebook นั้นยังคงใช้เครื่องที่มาพร้อมกับการ์ดจอรุ่นเก่าอย่าง GTX 960M อยู่ ซึ่งเมื่อพวกเขาเหล่านั้นตัวสินใจที่จะเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเป็นรุ่นใหม่ แน่นอนว่า GTX 1660 Ti (รุ่นปกติ) จะทำให้เห็นความแตกต่างของประสิทธิภาพที่เห็นได้อย่างชัดเจน โดยทาง NVIDIA ได้บอกเอาไว้ว่า GTX 1660 Ti นั้นจะมีประสิทธิภาพมากกว่า GTX 960M อยู่ถึง 4 เท่า และเมื่อเทียบกับ GTX 1060 นั้นพบว่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าที่ราวๆ 1.5 เท่าทีเดียว

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นพี่ตัวก่อนหน้าอย่าง Core i7-8750H ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงชิปรุ่นใหม่อย่าง AMD Ryzen 7 3750H ด้วย ตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงในระดับนึง เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับ GTX ที่เน้นการทำงานหรือเล่นเกมเป็นหลัก

ทดสอบการทำงานฮาร์ดดิสก์ความจุอยู่ที่ 1TB แบบความเร็วรอบ 7200 ที่ติดตั้งมาให้ ด้วยโปรแกรม HD Tune Pro แล้วพบว่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลน้อยสุดที่เป็น 63 MB/s และสูงสุดที่ 144.4 MB/s ทำให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 111.7 MB/s ด้วยกัน มีอัตราการเข้าถึงข้อมูลที่ 16 ms ซึ่งนับได้ว่าผลทดสอบที่ออกมานั้นก็ถือว่าดีตามมาตรฐาน อยู่เกณฑ์ที่ดีกว่า HDD ปกติที่ 5400 รอบ แบบรู้สึกได้

แต่ในการใช้งานจริงๆ นั้น ให้ประสบการณ์ใช้งานที่น่าหงุดหงิดไม่น้อยเลย เพราะทั้งหน่วงและช้า ทำหลายๆ อย่างพร้อมกันไม่ได้ จะมีอาการค้างอยู่บ่อยๆ ในช่วงการใช้งานแรก ต้องปล่อยไปซักพักถึงจะเข้าที่ รวมไปถึงโหลดเกมโหลดฉากก็จะช้ากว่ารุ่นที่มี SSD มา (บางทีเฟรมร่วงหรือกระตุกไปเลย) อย่างไรก็ตามควรต้องอัพเกรด SSD M.2 NVMe หรือ SATA3 เพื่อให้การใช้งานโดยรวมลื่นไหลขึ้นไปอีก เพราะต่อให้สเปกดีแค่ไหน แต่ถ้าขาด SSD ถือว่าเป็นปัญหาเหมือนกัน

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3,633 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยก ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป กับสเปก Core i5-93000H + GTX 1660 Ti เชื่อว่าถ้าอัพเกรด SSD เพิ่มเข้าไป คะแนนต้องสูงกว่านี้แน่นอน

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจประมาณนึง โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 30 – 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-9300H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti ออกมาได้อย่างเต็มที่และเหมาะสม ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 ก็ถือว่าพอได้อยู่ ติดอยู่ตรงที่ใช้ฮาร์ดดิสก์ปกตินี่แหละ ถ้าใส่ SSD บางเกมน่าจะลื่นไหลกว่านี้อีก

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง GTA V / FarCry 5 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้ แต่สำหรับ BF V ต้องยอมรับว่าจำเป็นต้องปรับเป็น Medium ลงไป ไม่อย่างงั้นจะไม่สามารถเล่นได้เลย อย่างไรก็ตามก็ยังกระตุกอยู่เรื่อยๆ ตลอดทั้งเกม จากการที่ฮาร์ดิสก์โหลดข้อมูลไม่ทัน

เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 40 – 60 – 80 ขึ้นไปตลอด แต่ในส่วนของเกม PUBG อาจจะมีช่วงกระตุก รวมไปถึงอาจจะมีอาการโหลดฉากช้าบ้าง ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเป็นเกมออนไลน์ที่กินทรัพยากรพอตัวเรื่องของพื้นที่ฉาก ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นพอได้อยู่

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง HP Support Assistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

อีกทั้ง HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ยังมีเทคโนโลยี HP CoolSense เป็นคุณสมบัติที่รวมเอา ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการออกแบบกลไกเพื่อช่วยในการจัดการอุณหภูมิของโน้ตบุ๊ก และช่วยให้เราเกิดรู้สึกสบายขณะใช้  โดยใช้เซ็นเซอร์การเคลื่อนที่ในโน้ตบุ๊กเพื่อตรวจจับว่ากำลังใช้งานแบบตั้งอยู่กับที่หรือแบบเคลื่อนที่ และจะทำการปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์และความเร็วของพัดลมเพื่อช่วยให้เย็นอยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัตินั่นเอง

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ (ผลิตในไทยด้วย) ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับต่ำ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube พร้อมเปิดโปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 3 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Gaming Notebook จอ 15.6″ ทั่วไป

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ  40 – 50 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วย HP CoolSense ซึ่งทำงานโดยอัตโนมัติไม่สามารถบังคับเองได้

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผล CPU อยู่ที่ไม่เกิน 95 องศาเซลเซียส นับว่าไม่ได้ร้อนจนเกินไปนัก ส่วนการ์ดจอถือว่าเย็นทีเดียวโดยร้อนสุดเพียง 75 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้กลับมากับขนาดตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดพกพาง่ายกว่าเดิม สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึง จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยโหมด HP CoolSense นั่นเอง

Conclusion / Award

จากการที่แอดมินโป้งสัมผัสและใช้งานจริงๆ ของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม รวมไปถึงทำงานนอกสถานที่ และความบันเทิงดูหนังฟังเพลงที่บ้านแล้ว บอกได้เลยว่าทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบนั้นมีความน่าประทับใจ กับตัวเครื่องที่เล็กกระชับ ขอบหน้าจอที่บางลง ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้น รวมไปถึงมีสเปคประสิทธิภาพสูง เหลือเฟือในการใช้งานทั่วไป รวมไปถึงการเล่นเกมก็ทำได้อยู่ในเกรดที่ดี อีกทั้งมี Windows 10 มาให้พร้อมใช้งานด้วย ประกันก็เป็นแบบ 2 ปี On-site Service ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

ส่วนสเปกก็ได้รับการอัพเกรดให้เป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-9300H ที่ทั้งแรงไม่แพ้ i7-9750H ที่เป็น Gen 9 เหมือนกัน สำหรับการ์ดจอก็เป็นตัวใหม่ ไม่ว่าจะเป็น GeFroce GTX 1660 Ti Max-Q มาพร้อมมาตรฐานแรม 8GB DDR4 และฮาร์ดดิสก์ปกติที่ความจุ 1TB แบบ 7200 รอบ ในส่วนของหน้าจอมีทั้งรุ่น 60Hz และ 144Hz ให้เลือกด้วย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 25,990 บาท จนไปถึง 34,990 บาท

ผลทดสอบของหน้าจอไม่ใช่มีดีแค่ 144Hz แต่ได้ให้เห็นค่าขอบเขตสีขั้นเทพระดับ sRGB 96% พร้อมคะแนน 4.5 ที่โน้ตบุ๊คน้อยรุ่นที่ได้หน้าจอระดับนี้ กับราคาเพียงเท่านี้ ซึ่งมีผลต่อการใช้งานระดับมืออาชีพเรื่องของสีสันที่ตรงและแม่นยำ คงเป็นหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อของเพื่อนๆ เหมือนกัน สำหรับคนที่เอาไปทำงานด้านสีที่จริงจัง ในเรื่องของการเชื่อมต่อก็ครบครันกว่าเดิมด้วย USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง พร้อมมี USB 3.1 Type-A อีก 3 ช่อง เรียกได้ว่าเลือกตัด USB 2.0 Type-A ไปเลย ซึ่งเป็นข้อดี

สำหรับการระบายความร้อนก็นับว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน Gaming Notebook อยู่ คือ ไม่ได้ร้อนเกินไปกว่า 95 องศา ส่วนการ์ดจอก็แค่ 75 องศา เข้าใจว่าทาง HP ออกแบบมาได้ดีขึ้น ด้วยชิปประมวลผล Intel Core i5-9300H ที่แรงขึ้นกว่ารุ่นก่อน ฉะนั้นถ้าดูจากผลทดสอบอุณหภูมิก็นับว่าทำได้ดีตามที่ควรจะเป็นแล้ว ส่วนการ์ดจอรุ่นที่ได้รับมาทดสอบก็เป็น GTX 1660 Ti Max-Q ที่เป็นรุ่นใหม่ เน้นร้อนน้อยกว่ารุ่นปกติ ถือว่าน่าประทับใจอย่างมาก คือได้ทั้งประสิทธิภาพความแรงที่ขับเกมได้เฟรมเรทที่ดี ใช้งานได้แบบสบายๆ ไร้กังวลเลย

อย่างไรก็ตามใช่ว่า HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 จะไม่มีข้อสังเกตเสียทีเดียว กับการที่ไม่มีรุ่นไหนเลยที่ติดตั้ง SSD M.2 มาด้วย เพราะจริงๆ ทุกรุ่นควรมีมาให้อยู่แล้วเป็นมาตรฐาน ซึ่งกรณีถ้า Gaming Notebook ไม่มี SSD ต่อให้สเปกแรงแค่ไหน ในช่วงแรกๆ ของการติดตั้งโปรแกรมต่างๆ ก็มีอาการค้าง ช้า หน่วงอยู่ดี ทั้งใช้งานทั่วไปหรือเล่นเกมบางเกมก็จะกระตุกจนเฟรมเรทร่วงไปเลยก็มี รวมไปถึงยังไม่มีรุ่นชิปประมวลผลที่เป็นตัวแรงกว่าอย่าง i7-9750H มาเป็นตัวเลือกแต่อย่างใด รวมไปถึงแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้น้อยไปหน่อยเพียง 3 ชั่วโมง

สรุปแล้ว HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ถือว่าเป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง HP ที่น่าสนใจทีเดียว เพราะมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงทั้งด้วยชิปประมวลผลและกราฟิกการ์ด ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเบาลง ขอบจอบางเฉียบ ดีไซน์เน้นเรียบๆ ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง สมราคา 24,990 บาท กับสเปกที่นำมาทดสอบรีวิวให้ได้ชมกัน จะเป็นรุ่นท็อปราคา 34,990 บาท

ยังไงสุดท้ายอย่าลืมเผื่อเงินไว้อัพเกรด SSD m.2 ด้วยละสำหรับรุ่นที่ไม่มี มิฉะนั้นอาจจะใช้งานเครื่องได้ไม่ประสบการณ์สเปกแรง เปิดเครื่องนาน ช่วงแรกเจอ Disk 100% ด้วย หรืออาการค้าง กระตุก เล่นเกมไม่ลื่นไหลอย่างที่ควรจะเป็น แนะนำเป็น SSD M.2 แบบ SATA 3 ก็เพียงพอแล้ว ถ้างบเยอะค่อยไป NVMe แล้วกัน ถ้าซื้อที่ร้านก็ให้ร้านอัพเกรดใส่ให้ย้าย Windows มา จบๆ ไป

จุดเด่น

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงาม งานประกอบแน่นวัสดุดี แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ
  • ตัวเครื่องเล็กกระชับ แม้จะเป็นหน้าจอ 15.6″ แต่เล็กพอๆ กับโน้ตบุ๊คจอ 14″
  • ตัวเครื่องมีความบาง 23.4 มิลลิเมตรและเบาที่ 2.25 กิโลกรัมเท่านั้น
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Core i5-9300H และการ์ดจอ GTX 1660 Ti Max-Q
  • หน้าจอพาเนล IPS เกรดสูงมาก ที่ 96% sRGB และเป็น 144Hz
  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกมดีลื่นไหลทั้ง แนวออฟไลน์และออนไลน์
  • คีย์บอร์ดมีไฟเป็นสีม่วง (หรือเขียว) ที่ดูแล้วสวยงาม แตกต่างจากแบรนด์อื่น
  • มีซอฟต์แวร์มากมาย ที่ใช้ได้จริง มาช่วยปรับแต่ง
  • มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร HP ใช้งานได้ทันที
  • มีพอร์ต USB 3.1 Type-C / A มาให้พร้อมใช้งาน
  • ลำโพงคุณภาพเสียงดี น่าประทับใจ
  • ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต

  • ไม่มีรุ่นที่ติดตั้ง SSD M.2 มาให้ ทำให้ต้องอัพเกรดเองเพิ่ม
  • ไม่มีรุ่นที่เป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ให้เลือกซื้อ
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 3 ชั่วโมง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ HP Pavilion Gaming โน้ตบุ๊คสาย Gaming มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามเรียบหรูดูเป็นเอกลักษณ์ โดยมีทิศทางเดียวกับรุ่นพี่อย่าง HP OMEN 15 ปี 2019 เลย ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม อีกทั้งยังพกพาไปทำงานได้ลงตัว รวมไปถึงตัวเครื่องก็เล็กลง บางเบาลง ไฟเป็นสีม่วง ทำให้เป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook ที่หลายคนจับตามองทีเดียว

Best Performance

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i5 Gen 9 ตระกูล H ตัวล่าสุด ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 8GB แบบ DDR4 และกราฟิกการ์ดยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti (6GB GDDR6) ได้แรมมารตรฐานมาเป็น 8GB รวมไปถึงรองรับ SSD M.2 ความเร็วสูงติดตั้งได้ภายหลัง ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ที่สำคัญหน้าจอพาเนลดีมากๆ ได้ sRGB 96% เมื่อเทียบกับราคาค่าตัว หาคู่เปรียบเทียบได้ยาก ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ทำได้อย่างสบายๆ

© Copyright - Notebookspec.com All Rights