Home » Review

Review – HP ENVY x360 13 สเปก Ryzen 4000U 2-in-1 บางเบา แรงลื่น มี Office แท้ ประกัน 3 ปี On-site เริ่ม 29,900 บาท

9 Aug 20 - By l

HP ENVY x360 13 ปี 2020 สเปกชิปประมวล AMD Ryzen 4000U ที่แรงลื่นล้ำกว่ารุ่นก่อนๆ มาก ถือว่าเป็น 2-in-1 Notebook ขนาดหน้าจอ 13.3″ ที่ได้ความบางเบาหรูหราพรีเมียม ฟีเจอร์ครบครัน กับค่าตัวที่ไม่แพงเลย รองรับการใช้งานต่างๆ ได้ลื่นไหลสุดๆ อีกทั้งยังบันเดิลปากกา Stylus ใช้วาดรูปขีดเขียนรุ่นใหม่ ที่สามารถติดกับตัวเครื่อง พร้อมชาร์จผ่านทาง USB-C ซึ่งบอกเลยว่าเป็น 2-in-1 Notebook ที่น่าซื้อสุดๆ ในราคา 29,900 – 32,900 บาท ได้ประกัน 3 ปี On-site Service และบริการหลังการขาย HP SmartFriend ที่เยี่ยมยอด

สำหรับ HP ENVY x360 13 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ ชิปประมวลผล Ryzen 5 4500U / Ryzen 7 4700U ได้หน่วยความจำแรมขนาด 8GB Bus 3200MHz และที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที อีกทั้งยังได้ซอฟต์แวร์การทำงาน Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาทฟรีๆ ด้วย ซึ่งมีฟีเจอร์อื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ FringerPrint / Privacy Screen / Webcam Kill เรียกได้ว่าเป็น 2-in-1 Notebook ปี 2020 ที่น่าซื้อมากๆ รุ่นหนึ่งทีเดียว

VDO Review

NBS Verdict

HP ENVY x360 13 ปี 2020 เป็นอีกหนึ่ง 2-in-1 Notebook ที่น่าสนใจมากๆ ทั้งจากราคาที่คุ้มค่าเริ่มต้นเพียง 29,990 บาท แต่ได้โน๊ตบุ๊คระดับสูงของทาง HP ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความพรีเมียมหรูหรา โดดเด่น และมีสไตล์มากๆ จนคิดว่าราคาค่าตัวจะสูงหลายหมื่นบาทเหมือนกับซีรีส์ของ SPECTRE ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะทาง HP เลือกใช้ชิปประมวลผลของ AMD อย่าง Ryzen 5 4500U และ Ryzen 7 4700U ที่ไม่ใช่ให้ประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีเยี่ยม จากสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm เท่านั้น ฟีเจอร์ต่างๆ ยังเพียบอีกด้วย อาทิ FringerPrint / Privacy Screen / Webcam Kill  ทำให้ HP สามารถทำราคาได้ไม่แพง ส่งผลให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆ ตัดสินใจซื้อกันได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย

การออกแบบดีไซน์ของ HP ENVY x360 13 ปี 2020 ที่ดูแล้วเรียบหรูและใช้วัสดุคุณภาพอย่างอะลูมิเนียมแม็กนีเซียมอัลลอยด์เกรดสูงตลอดทั้งตัวเครื่อง งานประกอบก็เรียบร้อย มิติตัวเครื่องก็เล็กกระชับบางเบา พกพาสะดวก แบตใช้งานได้ยาวนานราว 8 ชั่วโมง รวมไปถึงมีประกันจัดเต็ม ยาวนานกว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 3 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน และมีบริการหลังการขาย HP SmartFriend  พร้อมด้วยโปรแกรม Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาท ให้ใช้งานฟรีทันที ทำให้ HP ENVY x360 13 ปี 2020 เป็น 2-in-1 Notebook สไตล์บางเบา ที่มีความโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งหลายๆ ตัวในตลาด สนนราคารุ่นสเปก AMD Ryzen 7 4700U ที่นำมารีวิวอยู่ที่ 32,900 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ยี่ห้ออื่นไม่มีคือ HP Sure View ฟีเจอร์กันคนแอบมองจอที่สามารถกดเปิดปิดได้ในปุ่มเดียว และสวิตช์ Webcam Kill ป้องกันเพื่อความปลอดภัย อย่างที่หาไม่ได้ในโน๊ตบุ๊คแบรนด์อื่นๆ แน่นอน โดดเด่นด้วยลำโพง Bang & Olufen คุณภาพสูงที่หาได้ยากมากในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ พร้อมบันเดิลปากกา HP Active Pen แบบใหม่ และ USB-C Hub มาให้ในตัวไม่ต้องไปหาซื้อเพิ่ม ซึ่งถือได้ว่า HP ENVY x360 13 ปี 2020 จัดมาเต็ม คุ้มค่าครบเครื่องจริงๆ ส่งผลให้เป็น 2-in-1 Notebook ที่น่าซื้อที่สุดในตลาด ณ เวลานี้เลยก็ว่าได้ กับข้อสังเกตเพียงเล็กน้อย อย่างจอกระจกที่แสงสะท้อนมากกว่าจอด้าน กับความร้อนที่มากกว่าแต่ก็ไม่มีผลกับการใช้งานใดๆ

ข้อดี

  • สเปกแรงคุ้มประสิทธิภาพดีด้วย AMD Ryzen 4000U + RAM 8GB DDR 4 Bus 3200MHz + SSD 512GB ความเร็วสูง
  • เล่นเกม 3 มิติ หรือตัดต่อวีดีโอพอได้ ใช้งานทั่วไปลื่นไหลสบายมาก
  • วัสดุทำจากอะลูมิเนียมอัลลอยด์ตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • น้ำหนักเบา 1.3 กิโลกรัม ขอบจอบาง เหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • หน้าจอสัมผัสมัลติทัชลื่นมาก รองรับแรงกดได้หลายระดับ พร้อม Stylus สามารถใช้วาดรูปได้ดี
  • เป็นโน๊ตบุ๊คที่มีคุณสมบัติ 2-in-1 Notebook ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ
  • รองรับการใช้งานกับปากกาสไตลัส HP Active Pen รุ่นใหม่ ที่เก็บที่เครื่องได้ ชาร์จผ่าน USB-C
  • หน้าจอพาเนล IPS ความละเอียด Full HD รองรับการทัชกรีนได้ กระจก Corning Gorilla Glass
  • ลำโพง Bang & Olufsen แบบ Dual Speakers พร้อมฟีเจอร์ HP Audio Boost
  • มีไฟ Backlit Keyboard สวยงาม รวมถึงใช้งานได้เป็นอย่างดี
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานราวๆ 8 ชั่วโมง
  • ตัวเครื่องสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายโหมด กางหน้าจอได้ 360 องศา
  • มีระบบสแกนนิ้วมือใช้กับ Windows Hello รักษาความปลอดภัยได้ดี
  • HP Sure View ป้องกันคนแอบมองจากด้านข้าง ด้วยการลดมุมมองหน้าจอลง
  • สวิตช์ Webcam Kill ปิดกล้องเว็บแคมได้เพื่อความปลอดภัย
  • มี USB-C บันเดิลมาให้เลย เพื่อขยายการเชื่อมต่อ ไม่ต้องไปหาซื้อเอง
  • มี Windows 10 แท้ในตัวเครื่อง พร้อมซอฟต์แวร์ HP ต่างๆ ที่ดี
  • มี Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาท ให้ฟรีๆ
  • ประกัน 3 ปี แบบ On-site Service ที่ยาวนานกว่ารุ่นก่อนๆ ที่เป็น 2 ปี 
  • มีบริการหลังการขาย HP SmartFriend ที่เยี่ยมยอด

ข้อสังเกต

  • จอกระจกทำให้เวลาใช้งานกลางแจ้งเจอแสงสะท้อน
  • เป็นโน๊ตบุ๊คสเปก AMD Ryzen 4000U ที่ความร้อนค่อนข้างสูง จากการที่เครื่องบางเฉียบ

Specification

HP ENVY x360 13 ปี 2020 รุ่นที่แอดมินโป้ง NBS ได้รับมารีวิวจากทาง AMD ประเทศไทยเป็นเครื่องขายจริง หลักๆ ตอนนี้มีอยู่ 2 สเปก คือ AMD Ryzen 5 4500U ราคา 29,900 บาท และ AMD Ryzen 7 4700U ราคา 32,900 บาท ที่เป็นชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ที่แรงขึ้นมากๆ และร้อนน้อยกว่าเดิม เพิ่มเติมด้วยแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน การ์ดจอเป็นออนชิป Radeon 6 / 7  ได้แรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz แบบฝังบอร์ด และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB 

ส่วนหน้าจอจะเป็นแบบมัลติทัชขนาด 13.3 นิ้ว รองรับสัมผัสมัลติทัชและปากกา HP Active Pen รองรับแรงกดได้หลายระดับ ถึง 4,096 ระดับ ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับปากกาจริงๆ พาเนลจอเป็น IPS ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD) กระจกเป็น Corning Gorilla Glass มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว แถมตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit สีขาวมาให้ด้วย มี FingerPrint เพื่อใช้งาน Windows Hello ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเฉียบ และมีน้ำหนักเบาเพียง 1.30 กิโลกรัมเท่านั้น พร้อมพับปรับได้ 360 องศา

พอร์ตการเชื่อมต่อมีมาตามนี้คือ 2 x USB 3.1 Type-A, USB 3.1 Type-C, Kensington Lock, Micro SD Card Reader และ Headset 3.5 mm พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX แบบ 2×2 ระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ในตัว ที่สำคัญคือได้โปรแกรม Office Home & Student 2019 (มูลค่า 4,299 บาท) ไปใช้งานฟรีๆ ติดเครื่องไปใช้งานยาวๆ ได้เลย คุ้มค่าสุดๆ  ประกันเทพ On-site 3 ปีเต็ม + บริการ HP SmartFriend เช่น Cal Center 24/7 พร้อมบันเดิลHP Active Pen และ USB-C Hub เพื่อขยายการเชื่อมต่อมาให้เลยในกล่องเลย

Hardware / Design

HP ENVY x360 13 ปี 2020 เป็น 2-in-1 Notebook ขนาดหน้าจอ 13.3″ มาพร้อมกับดีไซน์พรีเมียม หรูหรา เกินราคาค่าตัวไปมาก เห็นแล้วต้องอิจฉาตามชื่อ เรียกได้ว่าเทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊คระดับไฮเอนด์ที่มีราคาหลายหมื่นบาทอย่าง SPECPTRE ซึ่ง HP ตั้งใจที่จะออกมาให้เป็นแบบนั้นจริงๆ สังเกตได้จากโลโก้ HP ที่เป็นตัวอักษรแบบที่ใช้งานในซีรีส์ที่สูงกว่าพวก Pavilion งานประกอบก็ถือว่าแข็งแรงสอบผ่านได้สบายๆ เรียกได้ว่าสาวๆ หนุ่มๆ หลายคนเห็นแล้วคงชอบอยากได้เครื่องนี้ไว้ทำงานแน่นอน  ได้ขอบหน้าจอที่บางเฉียบทำให้ตัวเครื่องเทียบเท่ารุ่น 12.5″ รุ่นก่อนๆ อีกทั้งยังสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานโน๊ตบุ๊คทั่วไปด้วย

โดยวัสดุที่ทาง HP เลือกใช้ประกอบตัวเครื่องทั้งหมดเป็นอะลูมิเนียมที่ตัดผ่านกระบวนการ CNC ทั้งหมด สีสัน Nightfall Black ออกไปแนวดำๆ น้ำตาลๆ ดีไซน์แบบมินิมอลและพื้นผิวเรียบเนียนตลอดทั้งตัวเครื่องพร้อมกับโลโก้ HP ที่เป็นสีเงินเงางามบริเวณกลางฝาหลัง ส่วนด้านในเครื่องบริเวณหน้าจอกระจกขอบบางเฉียบที่เป็น Corning Gorilla Glass ทั้งบาน ซึ่งเล่นสีกับขอบจอด้านในเป็นสีดำดูเข้ากันดี  ตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit สีขาวมาให้ด้วย ที่สำคัญตัวเครื่องยังบางเฉียบ พกพาได้สะดวก พร้อมพับปรับได้ 360 องศา เพื่อใช้งานมัลติโหมด และขาดไม่ได้เลยสำหรับสแกนลายนิ้วมือผ่านทาง Windows Hello ที่ถูกย้ายเข้ามาแทนที่ปุ่ม Crtl นั่นเอง

ลำโพงติดตั้งด้านใต้ตัวเครื่องสเตอริโอ ซึ่งเป็นของ Bang & Olufsen ให้เสียงที่ดีมีมิติ ปุ่ม Power จะถูกออกแบบย้ายเข้ามารวมกับชุดคีย์บอร์ด พร้องช่องระบายความร้อนติดตั้งไว้ที่ขอบตัวเครื่องด้านหลังที่เก็บซ่อนได้เรียบเนียน แน่นอนว่าบานพับเป็นแบบ 2 แกน ที่แข็งแร็งทนทาน ส่งผลให้ตัวเครื่องสามารถพับได้ 360 องศา ได้อย่างมั่นคงไม่เสียหายง่ายๆ และมีความบางเพียง 16.4 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งโดยรวมแล้วสำหรับดีไซน์การออกแบบของเรียกได้ว่า HP ได้ก้าวไปอีกขั้นกับโน๊ตบุ๊คราคานี้สเปคแบบนี้ โดดเด่นด้วยสติ๊กเกอร์ที่แจ้งไว้เลยว่ามี Ofiice Home & Student 2019 มาให้ในตัวด้วย

ซึ่งต้องบอกเลยว่าเทียบกับ HP ENVY x360 13 ปี 2019 แล้ว ในส่วนของดีไซน์ภายนอกของ HP ENVY x360 13 ปี 2020 เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร จากการที่มิติตัวเครื่องมีความเล็กกระชับลงไปอีก และได้มีการเปลี่ยนแปลงปุ่มต่างๆ ในหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นสวิตช์ Webcam Kill จากที่เป็นปุ่มเลื่อนไปมาสำหรับเปิดปิดการใช้งานกล้องเว็บแคม ที่ช่วยเราให้เรื่องของความปลอดภัย ไม่ต้องหากระดาษมาแปะที่กล้องเว็บแคมโดยตรงอีกต่อไปเหมือนโน๊ตบุ๊คปกติ ได้ถูกย้ายเข้ามาเป็นปุ่มที่ต่อจาก F12 และปุ่ม Power ก็ถูกย้ายเข้ามาต่อจากปุ่ม  Webcam Kill อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นไปตามทิศทางของ HP ENVY Series ปี 2020 นั่นเอง

ด้านล่างตัวเครื่องของ HP ENVY x360 13 ปี 2020 จะเห็นว่ายางรองตัวเครื่องขนาดใหญ่ 2 เส้นยาวเพื่อยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นและเวลาใช้งานจะแน่นหนากับพื้นที่วาง พร้อมช่องดูดลมเย็นขนาดใหญ่ สำหรับส่วนของน็อตก็เป็นแบบพิเศษ แน่นอนว่าตรงนี้จะมีโลโก้ Windows 10 นอกจากนี้ตรงส่วนขอบด้านหน้าที่ใช้ยกฝาจอเพื่อเปิดเครื่องใช้งานก็จะมีการทำเป็นเว้าร่องลงไปเพื่อช่วยในการเปิดเครื่องที่ง่ายขึ้น ส่วนขอบด้านหลังที่เป็นบานพับจะเป็นโลโก้ ENVY ที่ตอกย้ำความพรีเมียม และที่โดดเด่นสุดๆ ก็คือ ที่เก็บปากกา ซึ่ง HP Active Pen เป็นรุ่นใหม่ที่มีด้านแบน ส่งผลให้ขอบบานจอด้านซ้ายขวาที่เป็นแม่เหล็ก สามารถที่จะเก็บปากกาไปในตัวได้เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานเข้าไปอีกขั้น 

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ HP ENVY x360 13 ปี 2020 ก็เรียกได้ว่าพัฒนาไปจากรุ่นก่อนๆ ให้ความรู้สึกว่ากดได้ดีขึ้นไปอีก ซึ่งปุ่มกดมีมีขนาดใหญ่และมีความเหมาะสมกับขนาดตัวเครื่องส่วน Layout คีย์บอร์ดยังคงเป็น 4 แถวขนาด Full Size ด้วยคีย์บอร์ดไซต์มาตรฐานแบบแยกปุ่ม ซึ่งตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด รวมทั้งแป้นก็เด้งกับนิ้วเมื่อกดลงไปอย่างพอดี ที่สำคัญยังมีไฟคีย์บอร์ดส่องสว่าง ไว้ใช้งานในที่แสงน้อยหรือในที่มืดได้เป็นอย่างดี หรือจะปิดไว้ก็สามารถทำได้ แน่นอนว่าฟังก์ชั่นอย่าง HP Sure View ติดตั้งไว้ที่ปุ่ม F1 

ทัชแพดเป็นแบบซ่อนปุ่มคลิกซ้ายคลิกขวามีขนาดที่พอดีเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง โดยสามารถลากนิ้วได้ลื่น ไม่เกิดอาการสะดุดหรือหน่วงใดๆ สามารถตอบสนองการใข้งานได้เป็นอย่างดี ทั้งในการใช้งานแบบปกติหรือใช้งานฟังก์ชันการทำงานแบบ Multi-Touch Gesture ใน Windows 10 อย่างเต็มที่ และแน่นอนยังมีการติดตั้ง FingerPrint สำหรับสแกนลายนิ้วมือผ่านทาง Windows Hello เพื่อให้ Login ได้สะดวกและปลอดภัยที่สุดนั่นเอง 

Screen / Speaker

หน้าจอ HP ENVY x360 13 ปี 2020 แน่นอว่าเป็นขนาด 13.3″ ความละเอียด 1920 x 1080 (Full HD) ซึ่งถือได้ว่าคมชัดเป็นอย่างมาก ที่มีขอบบางเฉียบถึง 3 ด้านด้วยกัน ซึ่งเป็นแบบจอกระจก Corning Gorilla Glass ที่ทนทานกับรอยขีดขวน ซึ่งอาจจะมีการสะท้อนภาพบ้างเวลาใช้งานกลางแจ้งหรือที่มีแสงจัดๆ โดยตัวจอรองรับการทัชสกรีนจำนวน 10 จุด ทั้งการใช้งานทั้งนิ้วมือแบบมัลติทัชและปากกา HP Active Pen ไม่แค่นั้นตัวเรื่องยังสามารถรองรับแรงกดได้หลายระดับ

อีกทั้งยังสามารถพับปรับจอได้ 360 องศา ตามสไตล์ของ 2-in-1 Notebook และจากการที่ตัวจอเป็นพาเนล IPS คุณภาพสูง ทำให้สีสันคมชัดสมจริงไม่ว่ามองมุมไหน หรือการใช้งานโหมดใด ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้อง HP Wide Vision HD Camera และไมคโครโฟนคู่เพื่อใช้งาน VDO Call รวมถึงยังมีหลอดไฟ LED สำหรับแสดงสถานะว่ากล้องทำงานอยู่ อีกทั้งยังด้วยฟีเจอร์ Webcam Kill เมื่อเรากดปุ่มใช้งาน ก็จะมีแผงกั้นตรงกล้องขึ้นมาทันที 

ที่สำคัญคือเป็นโน๊ตบุ๊ค HP ที่ได้ติดตั้งฟีเจอร์ HP Sure View เป็นมาตรฐาน โดยเป็นเทคโนโลยีกันคนแอบมองจากด้านข้าง ซึ่งที่ผ่านทางปกติจะมีเฉพาะรุ่นท็อปๆ เท่านั้น (แบรนด์อื่นๆ ไม่มี) รูปแบบการทำงานก็คือ Privacy Screen กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง เพื่อไม่ให้คนอื่นมาส่องมาเผือกได้เวลาที่ใช้งานนอกสถานที่  ที่ไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อฟิล์มมาติดเพิ่ม ไม่ต้องลอกออกไปมา เพราะเราสามารถกดปุ่มปิดเปิดได้ตามความต้องการ ที่ปุ่ม F1 เรียกได้ว่าตอบโจทย์การทำงานสายมืออาชีพที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสุดอีกด้วย 

ทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ HP ENVY x360 ปี 2020 ที่เป็นโน๊ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง แต่สูงแค่ไหนดีแค่ไหนต้องทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรตหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด นอกจากนี้เรายังทำการ Display Analysis ดูประสิทธิภาพการแสดงผลแบบละเอียด อย่างที่ดูด้วยตาเปล่าไม่สามารถบอกได้ จึงต้องใช้เครื่องมือช่วย

โดยขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 93% และ AdobeRGB ที่ 47% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันในระดับที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปรวมไปถึงมืออาชีพ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างที่ดีมากๆ ของหน้าจอในโน๊ตบุ๊คราคาระดับนี้ คือรองรับการใช้งานที่กลางแจ้งได้สบายๆ อย่างไรก็ตามถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นสีตรงกับอุปกรณ์เกี่ยวพ่วงก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางด้านบนที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน ซึ่งเป็นช่องขวาแถวบน แต่สำหรับช่องมุมซ้ายด้านล่างจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปถึงระดับ 21% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 4.0

ระบบเสียง HP ENVY x360 13 ปี 2020 เลือกใช้ของ Bang & Olufsen พร้อมฟีเจอร์ HP Audio Boost ซึ่งวางส่วนของลำโพงไว้ด้านล่าง 2 ตัว แบบ Dual speakers ทำให้เสียงที่ออกมากระจายกว้างไม่มีอะไรปิดกั้น ซึ่งให้เสียงที่ดีและดังพอสมควร จนไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องใช้งานในที่เสียงดัง สามารถตอบสนองเรื่องความบันเทิง การฟังเพลงสำหรับคนที่ชอบทำงานได้โอเคเลย ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้มีเสียงเบสมาก และเสียงจะค่อนไปทางเสียงกลาง เสียงแหลมมากกว่าก็ตาม แต่ก็จัดว่าดีกว่าโน๊ตบุ๊คบางเบาทั่วๆ ไปแบบรู้สึกได้

Multi-Mode

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า HP ENVY x360 13 ปี 2020 ตอบสนองได้อย่างหลากหลายจากการที่เป็น 2-in-1 Notebook ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ด้วยการพับใช้งานถึง 4 รูปแบบด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Notebook / Stand / Tent / Tablet ซึ่งก็ต้องบอกว่าวางใจได้เลยเรื่องความทนทาน

เพราะมีการออกแบบบานพับที่สามารถเปิดปิดหรือปรับระดับได้อย่างลื่นไหลได้เหมือนใหม่ทุกครั้ง แข็งแรงสามารถหมุนเปิดปิดได้เป็นพันๆ หมื่นๆ ครั้ง อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน ที่ทีมงานของเรานั้นนำไปใช้งานอะไรบ้าง และรูปลักษณ์เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมดต่างๆ นั้น จะมีลักษณะเป็นอย่างไร

Notebook Mode เป็นรูปแบบธรรมดาทั่วไปเหมือนกับโน๊ตบุ๊คปกติ เน้นสำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงงานเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้คีย์บอร์ดและทัชแพดในการควบคุมเหมือนโน๊ตบุ๊คปกติ

Stand Mode เน้นใช้งานที่ระบบจอสัมผัสของตัวเครื่องอย่างเดียวและวางไว้บนพื้นที่ราบ โดยรูปแบบการใช้งานนี้จะเน้นไปทางการใช้งานแอพพลิเคชั่นของ Windows เอง หรือเน้นไปทางการดู YouTube หรือชมภาพยนตร์เป็นหลัก พร้อมรองรับการทำงานแบบมัลติทัชได้พร้อมกันมากสุดที่ 10 จุดพร้อมกัน

Tent Mode ค่อนข้างจะคล้ายกับ Stand Mode ก่อนหน้านี้ แต่จะอยู่ในรูปทรงตั้งเครื่องเอาไว้เป็นลักษณะสามเหลี่ยม ใช้ในการวิวดูข้อมูลการแสดงผลหน้าจอเป็นหลัก อีกทั้งยังสามารถจับพาดหรือเกาะกับสิ่งของรอบๆ ได้

Tablet Mode ด้วยการพับหน้าจอกลับแบบ 360 องศา จนฝาหลังและฐานใต้เครื่องมาติดกัน เราก็จะได้แท็บเล็ตที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งเรามีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการเอาไว้เล่นเกมหรือดู E-Book อย่างที่แท็บเล็ตอื่นๆ ทั่วไปในตลาดสามารถทำได้

สำหรับปากกาสไตลัส HP Active Pen ทาง HP ได้ร่วมกับ Wacom ในการผลิต โดยตัวสไตลัสจะมีความสามารถที่โดดเด่น จากการที่เป็นแม่เหล็กซึ่งทำให้แนบติดกับตัวเครื่องได้ อีกทั้งรองรับการชาร์จไฟผ่านทาง USB-C ทันที ไม่ต้องไปหาถ่าน AAAA มาใช้งานเปลี่ยนไปมาให้เสียเวลา

การใช้งานคือมีปุ่มบนตัวสไตลัสจำนวน 2 ปุ่มทางด้านข้างไว้ควบคุม และที่สำคัญสไตลัสนี้ยังรองรับระดับแรงกดได้มากถึง 4,096 ระดับเลยทีเดียวอันนี้การันตีได้จากผู้ใช้งานนักวาดการ์ตูนหลายคนทีเดียว หรือจะใช้ไว้จดงานเขียนหนังสือก็สามารถทำได้สบายๆ เรียกได้ว่าจะลืมการใช้กระดาษแบบเดิมๆ ไปเลย

ซึ่งบอกได้เลยว่าสำหรับใครที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คบางเบาซักตัวที่พกพาสะดวกในราคาไม่แพง และมีความสามารถครบครันทั้งในเรื่องของการทำงานทั่วไปหรือแท็บเล็ตที่ทำงานร่วมกับโปรแกรมบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ส่วนการใช้งานจริงๆ ก็ถือว่าค่อนข้างโอเคมากๆ

ได้สเปกภายในที่ประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนๆ รองรับการทำงานหลากหลายไม่ว่าจะเป็นในเรื่องงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ชมภาพยนตร์ ฟังเพลง หรือเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ HP ENVY x360 13 ปี 2020 ก็สามารถทำได้ดีและเป็นหนึ่งใน 2-in-1 Notebook ที่เป็นตัวเลือกน่าซื้ออันดับต้นๆ เลยทีเดียว

Connector / Thin And Weight

HP ENVY x360 13 ปี 2020 มาด้วยตัวเครื่องที่ค่อนข้างบางเฉียบก็จริง แต่ยังก็มีพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครับระดับหนึ่งไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type -A จำนวน 2 พอร์ต แบบพับเก็บได้ (บางรุ่นอาจจะเลือกตัดทิ้งไปเลย) , USB 3.1 Type-C จำนวน 1 พอร์ต (ต่อหน้าจอเพิ่มได้) ที่รองรับการชาร์จไฟไปยังอุปกรณ์อื่นๆ อีกทั้งมี Micro SD Card-Reader และช่องต่อหูฟังกับไมค์แบบ Combo ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับทั้ง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 6 AX มาตราฐานใหม่ โดยเสาเป็นแบบ 2×2 ที่ดีกว่าทั่วไป 

อย่างไรก็ตามด้วยตัวเครื่องที่บางเฉียบทำให้ติตตั้งพอร์ตมาได้อย่างจำกัด แต่ทาง HP ก็บันเดิล USB-C Hub มาให้บันเดิลในกล่องทันที (มูลค่าเป็นพันบาทได้) โดยมาพร้อมกับดีไซน์ที่บางเฉียบเล็กกระฉับ พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกไม่เป็นภาระ รองรับการเชื่อมต่อเพิ่มเติมคือ USB 3.1 Type -A และ HDMI ซึ่งไว้เชื่อมต่อกับหน้าจอภายนอกเพิ่มเติม และการเพิ่ม USB 3.1 Type-C อีก 1 พอร์ต

ทำให้เมื่อเราใช้ USB-C Hub แล้ว ก็ยังมี USB 3.1 Type-C ใช้งานได้อยู่ พร้อมกันนั้นจากการที่ HP Active Pen รุ่นใหม่ รองรับการชาร์จไฟผ่านทาง USB-C ก็ยังได้สายชาร์จแบบ USB-C to USB-C มาอีกเส้นด้วย ซึ่งการชารจ์ก็ง่ายๆ เพียงดึงที่ด้านปากกาจากนั้นก็มีพอร์ต USB-C ที่ซ่อนอยู่ จากนั้นก็ชาร์จผ่านทาง USB-C ได้เลย ซึ่งขณะชาร์จจะติดเป็นไฟสีส้มขึ้นมาบอกสถานะด้วย

มิติขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ 306.5 x 194.6 x 16.4 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับขนาดของโน๊ตบุ๊ค 13.3″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ซึ่งมีน้ำหนักตัวเครื่องเปล่าเพียง 1.30 กิโลกรัมเท่านั้น แถมอแดปเตอร์ก็อันเล็กนิดเดียว จ่ายไฟที่ 65W (แต่แอบเสียดายน่าจะเป็นมาตรฐาน USB PD ได้แล้ว จะได้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้หลากหลาย)

และเมื่อรวมกับตัวอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วยก็จะมีน้ำหนักประมาณ 1.50 กิโลกรัม ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักที่รับได้ จัดได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เบามาก แต่ก็ไม่ถึงขั้นเบาสุดๆ ซึ่งนั่นก็เป้นเพราะวัสดุและงานประกอบที่แน่นหนา ตอบสนองทั้งการทำงานและการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้เป็นอย่างดีมากๆ รุ่นหนึ่งเลยทีเดียว หรือจริงๆ จะไม่พกอแดปเตอร์ก็ยังพอได้อยู่ เพราะแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานเหมือนกัน

Performance / Software

.  

HP ENVY x360 13 ปี 2020 รุ่นที่นำมารีวิว ได้สเปกเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U ที่แรงกว่า AMD Ryzen 3000U และ H รุ่นก่อนหน้าแบบก้าวกระโดด ด้วยสถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir (เรนัวร์) มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 nm ความเร็ว 2.00 – 4.10 GHz แบบ 8 Core/ 8 Thread ร้อนน้อยกว่า ได้ L3 Cache ที่ 8MB มีค่าอัตราการใช้พลังงานสูงสุด (TDP) ที่ 15W

ที่ต้องบอกว่าสร้างมาตรฐานประสิทธิภาพที่มากกว่าชิปประมวลผลรุ่นก่อนๆ แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ ส่วนแรมได้ขนาด 8GB แบบฝังบอร์ด เป็นมาตรฐาน DDR4 Bus 3200 MHz ตามเทคโนโลยีของ AMD Ryzen 4000U พร้อมให้ที่เก็บข้อมูล SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 แบบไร้กังวล

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง AMD Radeon 7 มีความเร็วในการทำงานที่ 1600MHz มาตรฐานแรม DDR4 ขนาด 512MB ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ซึ่งโดดเด่นจริงๆ จะเป็นเรื่องของการประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานเบาๆ

 .  

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจสมกับเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปรียบเทียบกับชิปประมวลผล AMD Ryzen 3000 U / Intel Core i Gen 10 U ก็ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงตัวการ์ดจอเองก็มีประสิทธิภาพสูงเช่นเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe PCIe ระดับสูง แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3580 MB/s และเขียนที่ 2947 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe ระดับสูงที่ความเร็วดีมากๆ

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,740 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน๊ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U ที่แม้ไม่มีการ์ดจอแยก แต่ด้วยชิปประมวลผลเทคโนโลยี 7 นาโนเมตรเองก็ยังแรงมากๆ ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน๊ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันกับ Gaming Notebook หลายๆ รุ่นเลยทีเดียว

ทดสอบเกมสำหรับ HP ENVY x360 13 ปี 2020 สเปก Ryzen 4000U ได้คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U ที่ทำงานร่วมกับการ์ดจอ APU ออนชิปอย่าง AMD Radeon 7 ได้ดีเยี่ยม ประกอบกับใช้แรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz รวมไปถึง SSD ก็ส่งผลช่วยด้วย

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 39 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 26 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) และในส่วนของเกม Overwatch ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 66 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 33 รวมไปถึงเกมกินสเปกอย่าง PUBG เฟรมเรทก็ทำออกมาได้ลื่นไหลกว่าที่คาดไว้พอตัว อย่างไรก็ตามด้วยตัวเครื่องที่บางเบาสุดๆ ทำให้เป็นข้อจำกัดอยู่บ้าง

HP ENVY x360 13 ปี 2020 นำมาซึ่งประสิทธิภาพและความอเนกประสงค์ในการสร้างและทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัยทุกที่ ทุกเวลา สามารถกำหนดปรับแต่งค่าการใช้งานของเครื่องด้วยตนเองจาก HP Command Center มีระบบควบคุมความร้อนดีเยี่ยมด้วย โดยทำงานร่วมกับเทคโนโลยี HP CoolSense คอยปรับความเร็วของพัดลมเพื่อช่วยให้โน๊ตบุ๊คเย็นอยู่ตลอด เวลาโดยอัตโนมัติ ไร้ปัญหาการสตรีมมิ่งสำหรับดูหนังฟังเพลง หรือเล่นเกมให้ลื่นไหล

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ HP ENVY x360 13 ปี 2020 รวมไปถึงโน๊ตบุ๊ค HP ทุกรุ่น ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง HP Support Assistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ HP ENVY x360 13 ปี 2020 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน๊ตบุ๊คปีปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาดประมาณ 3000 mAh ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 8:24 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) ด้วยการทดสอบปรับเป็น Power Saver Mode แล้วดู Youtube ยาวๆ ซึ่งคาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ว่าเปิดโปรแกรมอะไร อย่างถ้าใช้ Microsoft Edge ก็จะใช้งานได้ยาวนานกว่า Chrome จากการที่ใช้ AMD Ryzen 7 4700U  ที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงานพิเศษ ส่วนช่องระบายความร้อนของตัวเครื่องมีเพียงช่องเล็กๆ พร้อมพัดลมตัวเดียว

อุณหภูมิภายในของชิปประมวลผล AMD Ryzen 7 4700U ล่าสุดได้ทดสอบผ่านทางโปรแกรม Core Temp โดยมีความร้อนสูงสุดคือ 98 องศาเซลเซียส ส่วนโปรแกรม Hardware Monitor ไม่สามารถดู CPU / GPU ได้ในขณะนี้ ด้วยการทดสอบให้ห้องแอร์ปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส จากการเล่นเกมยาวๆ หลายเกมต่อเนื่อง เรียกได้ว่าระบบระบายความร้อนของ HP ENVY x360 13 ปี 2020  เครื่องนี้มีอุณหภูมิที่ไม่ถึงกับเย็นมาก เพราะจากการที่ตัวเครื่องเน้นความบางสุดๆ อย่างไรก็ตามไม่ได้ส่งผลให้ตัวเครื่องเสียหายหรือมีปัญหาหน่วงหรือกระตุกแต่อย่างใด เรียกได้ว่าเป็น 2-in-1 Notebook รุ่นใหม่ที่จัดการความร้อนได้ดีเยี่ยมทีเดียว

โดยการใช้งานปกติทั่วไปสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนและการจัดการจาก HP ที่ดีกับมาตรฐานตัวเครื่องที่บางเบา และชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U รุ่นล่าสุด สถาปัตยกรรม Zen 2 โค้ดเนม Renoir ที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่ 7 นาโนเมตร ซึ่งดีที่สุดในตอนนี้ ทำให้การใช้งานจริงๆ ยาวนานต่อเนื่องอย่าง เล่นเน็ต พิมพ์งาน ดูหนังฟังเพลง โดยตัวเครื่องมีความรู้สึกว่าร้อนอยู่บ้างเวลาใช้งานหนักๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องกังวลมากนัก เพราะเวลาใช้งานจริงๆ เราคงไม่ได้เอาไปเล่นเกมหรือประมวลผลงานหนักๆ ต่อเนท่องยาวนานอยู่แล้ว จากการที่เป็น 2-in-1 Notebook ไม่ใช่ Gaming Notebook

Conclusion / Award

HP ENVY x360 13 ปี 2020 นับว่าเป็นการต่อยอดจาก HP ENVY x360 13 ปี 2019 ในหลายจุดๆ ไม่ใช่แค่เพียงดีไซน์ภายนอก แต่สเปกภายในที่ดีขึ้นด้วย จากการเลือกใช้ชิปประมวลผล AMD Ryzen 4000U ที่ทรงพลังยิ่งกว่า ที่ต้องบอกก่อนกว่าจริงๆ แล้ว HP ENVY x360 13 ในรุ่นก่อนๆ ได้เลือกใช้ชิปประมวลผล AMD มาโดยตลอดตั้งแต่ Ryzen 2000U / Ryzen 3000U แล้ว อีกทั้งได้ปรับเพิ่มฟีเจอร์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น FringerPrint / Privacy Screen / Webcam Kill และ HP Active แบบใหม่ที่แนบติดเครื่องได้ ชาร์จผ่าน USB-C ได้ ซึ่งใช้งานได้ดีใช้งานจริง รวมถึงตอกย้ำความน่าซื้อขึ้นไปอีกด้วยการติดตั้งโปรแกรม  Office Home & Student 2019 (Word / Excel / Power Point) มูลค่า 4,299 บาท มาให้ใช้งานติดเครื่องกันยาวๆ 

อย่างไรก็ตาม HP ENVY x360 13 ปี 2020 ได้แก้ไขข้อสังเกตรุ่นก่อนๆ อย่างเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อที่อาจจะไม่เพียงพอเมื่อจำเป็นต้องใช้งานหลากหลาย โดยได้ให้ USB  Hub มาทันที และการแกะอัปเกรดที่ทำได้ไม่สะดวก โดยอัปเกรดได้เฉพาะ SSD M.2 NVMe เท่านั้น ซึ่งต้องถอดของเดิมออกก่อน ที่ต้องบอกว่าความแรงนั้นดีอยู่แล้ว อีกทั้งไม่สามารถแกะอัปเกรดเปลี่ยนแรมเป็นขนาด 16 GB ได้ เพราะแรมเป็นแบบฝังบอร์ดมา จากการที่ตัวเครื่องบางเบานั่นเอง ซึ่งตามจริงถ้าใช้งานทั่วๆ ไปแรม 8GB ก็เพียงพอมากๆ แล้ว ซึ่งถ้าใครมองข้ามเรื่องพวกนี้ได้ใครงบถึงต้องจัดสักเครื่องละครับ เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ ตามออฟฟิศ ร้านกาแฟ โรง มหาวิทยาลัยได้สะดวกสุดๆ !!!

Awards

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับกลุ่ม 2-in-1 Notebook ด้วยกัน ซึ่ง HP ENVY x360 13 ปี 2020 ก็ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

ดีไซน์โดยรวมของ HP ENVY x360 13 ปี 2020 มีความโดดเด่นเรื่องความพรีเมียมพรูหรา รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 13.3″ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊คทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน  ด้วยการที่ตัวเครื่องมีความบางและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ที่เชื่อได้เลยว่าทาง HP ได้ใส่ใจในส่วนของรายละเอียดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับวัสดุหลักในการผลิตยังใช้เป็นอลูมิเนียมที่ให้ในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน และยังบ่องบอกได้ถึงความสวยงามหรูหราอีกด้วย ฉะนั้นในเรื่องของรางวัล Best Design ทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็น

Best Value

ถึงแม้ HP ENVY x360 13 ปี 2020 จะไม่ใช่โน๊ตบุ๊คที่มีสเปคที่ดีที่สุด แต่ถือว่าเป็น 2-in-1 Notebook ราคาประมาณสามหมื่นบาท ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ด้วยราคาขาย 29,990 – 33,990 บาท ที่มาพร้อมสเปคอย่าง AMD Ryzen 5 4500U / 7 4700U รวมถึงมีแรม 8GB DDR4 Bus 3200MHz  และที่เก็บข้อมูลมาตรฐาน SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 512GB แถมมีสแกนลายนิ้วมือและฟีเจอร์อื่นๆ จัดเต็ม เป็น 2-in-1 Notebook  เหมาะกับการใช้งานทั่วไปเน้นหลากหลายพับหน้าจอไปมาได้ เรียกได้ว่าหาได้ยากสำหรับโน๊ตบุ๊คแบบนี้ ที่สำคัญประกันยังมีระยะถึง 3 ปี On-site Service เราจึงมอบรางวัล Best Value ไปให้เลยอย่างไม่ต้องสงสัย

Best Thin & Light

ความบางเบาคือจุดเด่น ด้วยมิติที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดมากๆ ขอบจอบางเฉียบทั้ง 3 ด้าน ตัวเครื่องบางแค่ 16.4 มิลลิเมตร เบาเพียง 1.3 กิโลกรัม ทำให้เป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และนอกจากความบางเบา ยังมีความแข็งแกร่งอีกด้วย จากการใช้วัสดุอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่องที่แข็งแรงทนทาน รวมไปถึงแบตเตอรี่ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานราวๆ 8 ชั่วโมง เรียกได้ว่าไม่ต้องพกอแดปเตอร์ไปมาก็ยังได้ ทำให้เป็น 2-in-1 Notebook ที่ลงตัวมาก ๆ สำหรับผู้ที่มองหาโน๊ตบุ๊คบางเบาซักเครื่องมาใช้งานในระดับจริงจัง


© Copyright - Notebookspec.com All Rights