Home » 0. TOP content

[Review] HP 14 โน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้ม ได้ Core i Gen 8 + SSD + การ์ดจอ Radeon 530 ราคาแค่สองหมื่นบาท

20 Oct 17 - By l

ล่าสุด HP ได้นำเสนอโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งเป็นซีรีย์เริ่มต้นประจำปี 2017 อย่าง HP 14 แนวๆ Ultrabook ที่ออกแบบดีไซน์มาใหม่ ดูสวยงามไม่แพ้รุ่นพี่ตัว Pavilion และเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ราคาไม่แพง เป็นหลัก และที่สำคัญมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบามากเพียง 1.46 กิโลกรัมเท่านั้น เหมาะกับสายการทำงานและบันเทิงที่เน้นการพกพาไปนอกสถานที่ อาจจะใช้งานตามออฟฟิศหรือร้านกาแฟแบบชิคๆ คูลๆ ได้อย่างโดดเด่นไม่น้อยหน้าใคร

โดย HP 14 ปี 2017 รุ่นนี้มีความโดดเด่นสุดๆ เพราะเป็นรุ่นแรกของ HP ที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 8 (Kaby Lake R) อย่าง Core i5-8250U ตัวประหยัดพลังงานรุ่นล่าสุด พร้อมการ์ดแยกรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon 530 (2 GB DDR3) ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย SSD ความจุ 256GB อีกด้วย สนนราคาเพียง 20,990 บาท ได้ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านตามมาตรฐาน HP ด้วย

VDO Review

Specification

สำหรับสเปคโดยรวมของ HP 14-bp104tx (ชื่อรุ่นเต็มๆ) รุ่นที่ทีมงาน NotebookSPEC ได้รับมารีวิวนี้ ได้ใช้ชิปประมวลผลเป็น Inter Core i5-8250U ซึ่งถือได้ว่าเป็นซีพียูรุ่นประหยัดพลังงานตัวใหม่แบบ 4 Core/8 Thread (รุ่นก่อนๆ แค่ 2 Core/4 Thread) ที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งการทำงานทั่วไปและการเล่นเกมที่พอได้ดีกว่า Core i Gen 7 พอสมควร มาพร้อมการ์ดจอออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ตามมาด้วยกราฟิกการ์ดแยกอย่าง AMD Radeon 530 (2GB GDDR3) รุ่นใหม่กลางๆ ซึ่งสามารถการเล่นเกม 3 มิติได้ในระดับนึง แรมเดิมๆ เป็น 4GB แบบ DDR4 บัส 2400 MHz (สามารถอัพเกรดได้ 16 GB) และฮาร์ดดิกส์แบบ SSD ความเร็วสูงความจุ 256GB

ในส่วนของหน้าจอกระจกขนาด 14 นิ้วความละเอียด HD 1366 × 768 พิกเซล พาเนล TN ให้สีสันและมุมมองธรรมดา ไม่ได้สวยเวอร์วังอะไร ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.0 จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง, SD Card Reader, HDMI สำหรับต่อหน้าจอเสริม, LAN และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac มาตราฐานใหม่กับ Bluetooth 4.2 และมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.46 กิโลกรัม พร้อมการรับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service สนนราคาจะอยู่ที่ 20,990 บาท

ชมหน้าสเปกเต็มๆ ของ HP 14-bp104tx

Hardware / Design

ลักษณะการออกแบบ HP 14 ปี 2017 ที่ทำได้น่าสนใจ จากวัสดุที่ดีอย่างพลาสติกเกรดสูง สีสันเป็นสีขาวตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมพื้นผิวแบบไม่เรียบ งานประกอบก็มีความเรียบร้อยแบบสุดๆ โดยรวมถือว่าเรียบหรูตามสไตล์ HP มีโลโก้กลางฝาหลังเป็นสีเทาเข้ม ส่วนใต้เครื่องจะเป็นสีขาวสีเดียวกันกับด้านนอกที่ดูแล้วก็สวยงามดี เอาจริงๆ คือ ดีไซน์ตัวเครื่องภายนอกนั้นดูดีมีราคากว่าค่าตัว 20,990 บาทเสียอีก แต่ก็ต้องระวังเรื่องของความสะอาดตัวเครื่องเสียหน่อย

ส่วนด้านในตัวเครื่องบริเวณที่พักข้อมือก็จะเป็นสีขาวพื้นผิวก็จะเหมือนด้านนอกตัวเครื่องทั้งหมด รวมถึงแป้นคีย์บอร์ดก็เป็นสีขาว ช่วยเสริมความสวยงามได้ดี บานพับเป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ที่แลดูแข็งแรงทนทานเข้ากับเครื่อง แถมยังบางเบาพกพาง่ายกว่าเดิมมาก ด้วยน้ำหนักเพียง 1.46 กิโลกรัม และด้วยความบางของตัวเครื่องเพียงที่ 19.9 ม.ม. จากแบตเตอรี่ที่นำไปไว้ในตัวเครื่อง ตามสไตล์ Ultrabook ก็ว่าได้

HP 14 ปี 2017 ต้องบอกว่งานดีจริงๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คเพื่อใช้งานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสารหรือเล่นอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ รวมไปถึงงานหนักๆ หรือเล่นเกมก็สามารถรองรับได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญดีไซน์การออกแบบยังก้าวล้ำด้วยความบางเบากว่าคู่แข่งในสเปกและราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องยอมรับว่ามีการตัดไดร์ฟออฟติคอล DVD ที่คนที่ไม่ค่อยได้ใช้ออกไปด้วย

ส่วนระบบระบายความร้อนก็ได้ติดตั้งอยู่ใต้หน้าจอ จากที่รุ่นก่อนหน้าจะติดตั้งอยู่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง ทำให้หมดกังวลเรื่องปัญหาที่จะทำให้ร้อนมือ จนหัวร้อนอีกต่อไป เรียกได้ว่า HP ยินดีรับฟังและแก้ไขตามใจผู้ใช้งานจริงๆ แต่อย่างไรก็ตามระบบระบายความร้อนภายในนั้นจะมีพัดลมเพียงตัวเดียว ซึ่งนั่นเป็นเพราะชิปประมวลผลประหยัดพลังงานและกราฟิกการ์ดนั้นไม่ได้แรงจนทำให้ร้อนมากมายนัก

Keyboard / Touchpad

แป้นคีย์บอร์ดของ HP 14 ปี 2017 นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีขาวเข้ากับตัวเครื่อง โดยสกรีนตัวอักษรเป็นเทา อีกทั้งได้รับการปรับดีไซน์ใหม่แบบ Island Style ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับคนที่นิ้วเล็กนิ้วใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งหมด อีกทั้งให้สัมผัสและการเด้งตอบสนองได้ดีในระดับหนึ่ง โดยขนาดของคีย์บอร์ดเป็นไซต์แบบปกติของโน้ตบุ๊คจอ 14 นิ้ว ซึ่งจะไม่มีแป้นในส่วนของ Numpad มาให้ ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมซ้ายบนสีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งข้อดีก็คือมั่นใจได้ว่าจะไม่ไปเผลอกดระหว่างการใช้งานแน่นอน

ทางด้านทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และยาวเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็นแบบซ่อนปุ่ม การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ กดไม่มียวบยาบ งานประกอบดี ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ใช้งานมัลติทัชได้ลื่นไหล แถมมีฟังก์ชันการจับความเคลื่อนไหวว่าผู้ใช้กำลังพิมพ์ข้อความอยู่หรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้เคอร์เซอร์ไม่เลื่อนไปจากตำแหน่งเก่า ถ้าผู้ใช้เผลอนำมือไปโดนทัชแพดเข้านั่นเอง

Screen / Speaker

ในส่วนของหน้าจอ HP 14 ปี 2017 เป็นแบบจอกระจกขนาด 14 นิ้วบนความละเอียดในระดับ HD หรือ 1366 x 768 พิกเซล  ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของโน้ตบุ๊คทั่วไป พาเนล TN ซึ่งให้สีสันที่ดีในระดับธรรมดาทั่วไป ซึ่งไม่ว่าจะนำมาเล่นเกม ดูหนังฟังเพลง หรือชมวีดีโอจาก YouTube ก็พอได้ ภาพที่เห็นก็คมชัดดี เพียงแต่อาจจะเห็นเม็ดพิกเซลนิดหนึ่งบ้างแต่ก็ไม่ได้น่าเกลียด หากไม่ได้จ้องหรือมองดูผ่านๆ ก็เรียบลื่นเนียนๆ กันเลยทีเดียว ตัวงานประกอบก็ทำได้ดีเป็นพลาสติกด้าน และมียางรองหน้าจอถึง 4 จุด บน 2 ซ้ายขวา 2 ช่วยเรื่องลดแรงการกดทับได้อย่างดี

ารทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ HP 14 ปี 2017 ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล TN ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 53% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันแค่พอใช้เท่านั้น ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 200 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป แต่ถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงแล้ว อันนี้ไม่แนะนำ

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าขอบจอด้านซ้ายแถวบนเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับขอบจอตรงกลางด้านล่างเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปถึงระดับ 14% เลยทีเดียว ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 2.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ทางด้านลำโพงจะเป็นแบบสเตอริโอ 2.0 Channel ซึ่งถูกติดตั้งอยู่เหนือชุดคีย์บอร์ด คุณภาพถือว่าเพียงพอที่จะใช้งานในด้านของความบันเทิงทั่วๆ ไป เช่นดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมต่างๆ ได้ตามมาตรฐาน ซึ่งตัวลำโพงจะวางอยู่ด้านบนคีย์บอร์ด ทั้งในด้านคุณภาพของเสียงและระดับความดังของเสียงอยู่ในเกณฑ์กลางๆ คือไม่ดีเวอร์หรือแย่อะไร ซึ่งก็ถือว่าดีเลยเดียวหากเทียบกับราคา

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง HP 14 ปี 2017 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีความครบครับอย่างมากเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.1 Type-C อีก 1 พอร์ต, HDMI, LAN, SD Card Reader และช่องต่อหูฟังกับไมค์ขนาดแบบคอมโบขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร เพียงพอต่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ในยุคปัจจุบัน

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊ค 14 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ขนาด 33.6 x 23.9 x 1.99 เซนติเมตร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.46 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีน้ำหนักราวๆ 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักเบาในระดับ Ultrabook ไปแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คในยุคปัจจุบันทีเดียวเลย จากการที่เลือกตัดไดร์ฟออฟติคอล DVD ช่วยได้เยอะในเรื่องของความบางเบาที่ได้กลับมา

Performance / Software

  

HP 14 ปี 2017 เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-8250U ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.60 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 3.40 GHz ครับ เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads พร้อมแคช 6MB ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสูงกว่าพวก Core i5 HQ Gen 7 ไม่ได้ แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 4GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

  

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน อีกทั้งยังมีกราฟิกการ์ดจอแยกระดับกลางอย่าง AMD Radeon 530 ซะด้วย เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมบางเกมได้เป็นอย่างดีประมาณนึง (แต่ไม่แนะนำให้เอาไปเล่นเกมจริงๆ จังๆ นะ)

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD M.2 ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 256GB ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดไดร์ฟแบบจานหมุนหรือแบบลูกผสมอย่าง SSHD แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊ม

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3692 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานพีซีทั่วไปนั่นสอบผ่านแบบสบายๆ เรียกได้ว่า PCMark 10 Advance เน้นเป้าการทดสอบที่ตรงจุดมากกว่าเดิม โดยได้มีการออกแบบการทดสอบในรูปแบบบใหม่ออกมาซึ่งผลที่ได้ก็คือตัว PCMark 10 Advance นั้นสามารถทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องได้เหมือนกับ PCMark 8 แต่ทว่าน้อยลงจากเดิมแบบครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Battlefield 1  ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับต่ำสุด ภาพก็สวยงามตามท้องเรื่อง ซึ่งดูจากเฟรมเรทเฉลี่ยแล้วต่ำกว่า 30FPS เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว แม้ว่าต้องยอมว่าภาพอาจจะไม่สวยงามพวกตัวแรงๆ อยู่แล้ว

อีก 2 เกมออนไลน์ ที่โดยส่วนตัวเล่นเป็นประจำอย่าง Overwatch, DOTA 2 ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1366 x 768 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ แต่ก็ปรับภาพต่ำที่สุดเช่นเดียวกัน ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่น แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ใกล้ๆ 30FPS สรุปโดยรวมแล้วคือไม่เหมาะที่จะนำมาเล่นเกม แต่ถ้าจะเล่นนิดๆ หน่อยๆ ก็พอแก้ขัดไปได้

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ HP 14 ปี 2017 รวมไปถึงโน้ตบุ๊ค HP ทุกรุ่น ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง HP Support Assistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ HP 14 ปี 2017 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับ Ultrabook ตัวแบตเตอรี่มีขนาด 5000 mAh ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราว 5 – 6 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ว่าเปิดโปรแกรมอะไร อย่างถ้าใช้ Microsoft Edge ก็จะใช้งานได้ยาวนานกว่า Chrome ส่วนช่องระบายความร้อนของ HP 14 ปี 2017 มีเพียงช่องเล็กๆ พร้อมพัดลมตัวเดียว ซ่อนอยู่ใต้หน้าจอ จากการที่ใช้ Core i Gen 8 รหัส U ที่มีคุณสมบัติประหยัดพลังงานพิเศษ

อุณหภูมิต่ำสุดของเครื่องจะอยู่ที่ 35 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดเพียง 74 องศาเซลเซียสเท่านั้น จากการใช้โปรแกรมรีดประสิทธิภาพ (ซึ่งถึงจุดนี้ชิปประมวลผลจะลดความเร็วลงมาเองอัตโนมัติประมาณครึ่งนึง) นับว่าระบบระบายความร้อนของ HP 14 ปี 2017 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีกว่าในระดับนึงที่เคยทำการรีวิวมาพอควร เพราะความร้อนทั่วไปจะอยู่ที่เพียง 40 – 50 องศาเซลเซียสตอนทำงานปกติ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดที่มีมีเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลง

Conclusion / Award

สรุปได้ว่า HP 14 ปี 2017 เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาหน้าจอขนาด 14″ พาเนล TN ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล จากระดับราคา 20,990 บาท โดยสเปกชิปประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด Intel Core i5-8250U ส่วนกราฟิกการ์ด AMD Radeon 530 แรมมีขนาด 4GB DDR4 ที่สำคัญคือให้ SSD ความจุ 256GB ซึ่งมีข้อสังเกตว่าแรมให้มาเพียง 4GB ถ้าเทียบกับการใช้งานปัจจุบันอาจจะน้อยไปหน่อย เป็นไปก็ควรอัพเกรดเป็น 8GB

HP 14 ปี 2017 โดยให้ประสิทธิภาพการทำงานที่พอใช้งานทั่วๆ ไป อย่างพิมพ์งานหรือเล่นอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ กับความบางและน้ำหนักที่เหมาะแก่การพกพาไปใช้งานนอกสถานที่มากๆ รวมไปถึงยังประหยัดพลังงาน ส่งผลให้ปล่อยความร้อนออกมาน้อยมาก จนไม่จำเป็นต้องมีพัดลมระบายความร้อนอีกต่อไป แถมยังมีราคาเบาๆ เป็นเจ้าของได้ง่ายเพียง 20,990 บาทเท่านั้น ที่ต้องขอบอกว่าคุ้มค่ามากๆ เหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการมองหาโน้ตบุ๊คราคาไม่แพงบางๆ เบาๆ ไว้ใช้งานนอกบ้าน

บวกการรับประกันอย่าง HP On-site Service รับซ่อมเครื่องถึงหน้าบ้านเป็นระยะเวลา 2 ปี + Smart Friend 1 ปี กู้ข้อมูลฟรี 1 ครั้ง , เช็คเครื่องฟรี 2 ครั้ง และ Call Center Support ตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มความคุ้มยิ่งเพิ่มเข้ามาอีกเยอะเลยละ เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊คที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่ดีเหนือระดับกว่าโน้ตบุ๊คยุคก่อนๆ ในเรื่องความแตกต่างและมีดีไซน์ที่หรูหราน่าใช้งานแล้วล่ะก็

HP 14 ปี 2017 น่าจะตอบโจทย์ความต้องการได้เป็นอย่างดีทีเดียวกับโน้ตบุ๊ตบางเบา ที่ให้ความสดใหม่แบบสุดๆ ส่วนถ้าใครเน้นเล่นเกมจริงๆ แนะนำว่าเพิ่มตังค์ไปเอา HP OMEN 15 หรือ HP Pavilion 15 ดีกว่า ส่วนข้อสังเกตก็คงมีเรื่องแรมที่น้อยไปหน่อย รวมไปถึงหน้าจอเป็นเพียงพาเนล TN ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล ทำให้ไม่เหมาะกับสำหรับงานที่เน้นความเที่ยงตรงของสีหรืองานกราฟิกเท่าไหร่นัก

ข้อดี

  • ตัวเครื่องออกแบบใหม่ ให้ความสวยงามและหรูหรา งานประกอบดี
  • ตัวเครื่องบางเบา เพียง 1.46 กิโลกรัม บาง 19.9 มิลลิเมตร
  • ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5 Gen 8 รุ่นใหม่ล่าสุด
  • มาพร้อมหน่วยความจำ SSD M.2 ความจุ 256GB
  • การจัดการระบายความร้อนทำออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มีพอร์ต USB 3.0 ทั้งหมด พร้อม USB 3.1 Type-C
  • รับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service
  • HP SmartFriend บริการหลังการขายที่มากกว่าจาก HP

ข้อสังเกตุ

  • แรมมีขนาดเพียง 4GB ถ้าให้ดีแนะนำให้อัพเกรดเป็น 8GB
  • หน้าจอพาเนล TN ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ต บุ๊คขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง HP 14 ปี 2017 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

ในกลุ่มโน้ตบุ๊คที่รองรับการทำงานรอบด้านและมาพร้อมหน้าจอ 14″ ที่ให้วัสดุเกรดคุณภาพ อีกทั้งมีดีไซน์ที่ทันสมัยสุดๆ แน่นอนว่าทำได้น่าประทับใจเสมอมาสำหรับ HP ซีรีส์เริ่มต้น จากวัสดุที่ดีอย่างพลาสติกเกรดสูง สีสันเป็นสีขาวตลอดทั้งตัวเครื่อง พร้อมพื้นผิวแบบไม่เรียบ งานประกอบก็มีความเรียบร้อยแบบสุดๆ แถมยังบางเบาพกพาง่ายกว่าเดิมมาก ด้วยน้ำหนักเพียง 1.46 กิโลกรัม และด้วยความบางของตัวเครื่องเพียงที่ 19.9 ม.ม. จากแบตเตอรี่ที่นำไปไว้ในตัวเครื่อง ตามสไตล์ Ultrabook ก็ว่าได้

award_use_2_create_12

Best Value

HP 14 ปี 2017 รุ่นนี้มีความโดดเด่นสุดๆ เพราะเป็นรุ่นแรกของ HP ที่ใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 8 (Kaby Lake R) อย่าง Core i5-8250U ตัวประหยัดพลังงานรุ่นล่าสุด พร้อมการ์ดแยกรุ่นใหม่อย่าง AMD Radeon 530 (2 GB DDR3) ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีด้วย SSD ความจุ 256GB อีกด้วย สนนราคาเพียง 20,990 บาท ได้ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้านตามมาตรฐาน HP ด้วย ถือว่าคุ้มค่าน่าใช้งานสุดๆ

© Copyright - Notebookspec.com All Rights