Home » Review

Review – dynabook Satellite Pro L40 โน้ตบุ๊คคุณภาพสูงจากญี่ปุ่น สเปก Core i Gen 10 มีการ์ดจอแยก ดีไซน์บางเบา ทนทาน ประกัน 2 ปี On-site

29 Jun 20 - By l

เป็นการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของแบรนด์ Notebook จากญี่ปุ่น สำหรับ dynabook จากทาง Sharp ที่ขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องใช้ภายในบ้านหรือระดับองค์กร โดยล่าสุดเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ได้ทำการเข้าซื้อกิจการโน้ตบุ๊คของทาง Toshiba ซึ่งในตอนนี้ก็พร้อมแล้ว กับการรวมของ 2 แบรนด์ ที่เน้นเรื่องของคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น ซึ่งในบทความนี้เราจะมารีวิว dynabook Satellite Pro L40 (ชื่อแบรนด์เป็น dynabook ของ Sharp และ Satellite เป็นชื่อซีรีส์ของ Toshiba) เหมาะสำหรับมืออาชีพที่พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ในทุกๆ วัน หรือนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊คมาตรฐานสูงสายพันธุ์ญี่ปุ่น

หลักๆ แล้วฟีเจอร์และสเปกของ dynabook Satellite Pro L40 ถูกวางให้เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ เน้นความบางเบา ได้วัสดุและงานประกอบคุณภาพสูง แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานทั้งวัน พร้อมประสิทธิภาพก็แรงพอตัว รองรับการใช้งานทั่วไปได้ลื่นไหล ด้วยการเลือกใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i5-10210U หรือ Core i7-10510U การ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX250 พร้อมแรมขนาด 8GB และ SSD M.2 ความจุ 256GB – 512GB ผสานการทำงานกับฮาร์ดดิสก์ 1TB แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที มีประกัน 2 ปีแบบ On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน สนนราคาเริ่มต้นที่ 29,990 บาท

NBS Verdict

dynabook Satellite Pro L40 เป็นโน้ตบุ๊คจากการแบรนด์ Sharp ซึ่งเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่เข้ามทำตลาดในไทยอย่างยาวนาน ที่เชื่อได้ว่าหลายๆ คนน่าจะรู้จักกันอยู่แล้ว ทั้งในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้านเรือน ไม่ว่าจะเป็น ทีวี ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ พัดลม หม้อหุ้งข้าว รวมไปถึงเครื่องฟอกอากาศที่ทุกๆ มั่นใจเรื่องของความปลอดภัยด้วยมาตรฐานที่สูง อีกทั้งตามองค์กร สำนักงาน ห้างร้านบริษัท หรือหน่วยงานราชการ ก็ใช้ผลิตภัณฑ์ของทาง Sharp กันมากมาย เรียกได้ว่าแบรนด์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาเป็นสิบๆ ปี ฉะนั้นเรื่องของคุณภาพและความไว้ใจ รวมไปถึงบริการหลังการขาย เป็นปัจจัยสำคัญของโน้ตบุ๊คจากทาง Sharp แน่นอน ทำให้เชื่อมั่นได้เลย dynabook Satellite Pro L40 ตอบสนองกับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คระดับมืออาชีพแน่นอน 

โดยการมาของ dynabook Satellite Pro L40 จัดได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหนึ่งรุ่น ที่เกิดจากการที่ Sharp ทำการควบรวมกิจกรรมของ Toshiba (แบรนด์แรกที่นำเสนอโน้ตบุ๊คเครื่องแรกของโลกในปี 1985 และมีการนำเสนอสิ่งใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา) ในส่วนของโน้ตบุ๊คและผิลตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจุดของ dynabook ก็คือ เป็นโน้ตบุ๊คที่ผลิตภัณฑ์และพัฒนาทั้งหมดโดยทาง Sharp เอง ตั้งแต่โรงงานผลิต เมนบอร์ด BIOS โดยไม่ได้พึงพาโรงงาน OEM (Origianl Equipment Manufacturer) ที่เป็นโรงงานภายนอกแบรนด์แต่อย่างใด อีกทั้งด้วยคุณภาพมาตรฐานที่สูงกว่าด้วยการผลิตและการทดสอบต่างๆ ส่งผลให้ได้ทั้งประสิทธิภาพ ความทนทาน ความสเถียรภาพ 

สรุปรีวิว dynabook Satellite Pro L40 ที่ทาง Sharp ประเทศไทยได้นำเข้ามาจำหน่าย ทั้งเรื่อง สเปก ดีไซน์การออกแบบ พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ นั้น เป็นการต่อยอดจากรุ่นเดิมที่ดูลงตัว เพราะดูแล้ว Acer ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง แต่ได้สเปกแรงๆ อย่างรุ่นที่รีวิวจะเป็น Core i7-10510U + GeForce MX250 เหมาะมากๆ สำหรับคนทำงานจริงจังพนักงานออฟฟิศ หรือนักเรียนนักศึกษา ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง ทำให้เราสามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว รวมไปถึงยังได้ความทนทานในอีกหลายๆ ส่วน

รองรับการทำงานพื้นฐานได้อย่างลื่นไหล ทั้งการใช้งานอินเตอร์เน็ต ใช้งานเอกสาร โปรแกรมเฉพาะทางขององค์กร หรือเพื่อความบันเทิงอย่างดูหนังฟังเพลง รวมไปถึงถึงเล่นเกม 3 มิติออนไลน์ก็ถือว่าทำได้ดีพอตัว สำหรับเรื่องความปลอดภัยก็หายห่วงด้วยม่านปิด Web Cam กรณีที่ไม่ได้ใช้งาน หรือ Fingerprint ที่สแกนลายนิ้วมือเพื่อ Log in เข้าใช้งาน Windows 10 ได้รวดเร็วไม่ต้องกรอกรหัสผ่านทุกๆ ครั้ง และมี USB 3.1 Type-C ที่รองรับ Power delivery และ DisplayPort อีกด้วย แต่ก็มีข้อสังเกตเล็กน้อยในส่วนของหน้าจอไม่ใช่พาเนล IPS ทำให้มุมมองไม่กว้างและสีสันไม่สดใส อีกทั้งแป้นคีย์บอร์ดก็ไม่มีไฟ LED ส่องสว่างในที่น้อยหรือแสงมืดๆ ด้วย ซึ่งถ้ามองข้าม 2 อย่างนี้ไปได้ โดยรวมแล้วถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ เพื่อการใช้งานที่ดีรุ่นนึงทีเดียว

จุดเด่น

  • น้ำหนักเบา 1.6 กิโลกรัม พกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่บางเบา มีการ์ดจอแยก ขอบจอบาง ตัวเครื่องเทียบเท่ารุ่น 13″
  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ dynabook ซีรีส์ Satellite มีความหรูหรา ทนทาน
  • วัสดุทำจากแม็กนีเซียมอัลลอยด์เกือบตลอดทั้งตัวเครื่อง งานประกอบดูแน่นหนา
  • คีย์บอร์ดทนทานต่อน้ำกระเด็นใส่ โดยมีช่องระบายน้ำออกได้ ป้องกันเครื่องเสียหาย
  • สเปกโดยรวมให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลรวดเร็ว จาก Core i Gen 10U + MX250
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe มีความรวดเร็วในการใช้งาน พร้อม HDD อีก 1TB 
  • ติดตั้งการเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐาน Wi-Fi 6 AX ที่ดีที่สุด 
  • มีพอร์ต USB 3.1 Type-C ใช้งานได้หลากหลาย อาทิ ชาร์จไฟ Power delivery และ ต่อจอแยก DisplayPort
  • มีสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ใช้งานร่วมกับ Windows Hello
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ติดตั้งมาให้ทันที
  • แบตเตอรี่อยู่ได้นานสามารถใช้งานติดต่อกันได้สูงสุด 10 ชั่วโมง
  • ฟีเจอร์ Quick Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 40% ภายใน 30 นาที
  • ฟังก์ชั่น EasyGuard เพื่อช่วยในการรักษาข้อมูลไม่ให้สูญหาย จากการตกกระแทก
  • ประกัน 2 ปี แบบ On-site ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต

  • คีย์บอร์ดไม่มีไฟส่องสว่าง Backlight อย่างที่ควรจะเป็น
  • หน้าจอพาเนล TN ขอบเขตสีและมุมมองสีสันน้อยกว่า IPS 
  • เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ ที่น้ำหนักเยอะหน่อย แต่ก็แลกมากับหลายๆ ฟีเจอร์ที่ดี

Specification

dynabook Satellite Pro L40 สเปก Intel Core i Gen 10 มีอยู่ 2 รุ่นหลักๆ ด้วยกันคือ Core i5-10210 ราคา 29,990 บาท และ Core i7-10510U ราคา 32,990 บาท ที่เป็นชิปประมวลผลสถาปัตยกรรม Comet Lake เทคโนโลยีที่ 14 นาโนเมตร ที่ให้ประสิทธิภาพที่แรงพอตัว โดยมีการ์ดจอออนชิปเป็น UHD Graphics 620 แน่นอนว่ารองรับทุกๆ การทำงานได้ดีขึ้น ทั้งดูหนังฟังเพลง ใช้งานเอกสาร ใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือทำงานหนักๆ รวมไปถึงเล่นเกมออนไลน์ก็ยังพอได้ พ่วงด้วยการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 ที่ทำให้เราทำงาน 3 มิติพื้นฐาน หรือเล่นเกม 3 มิติที่ไม่กินสเปกมากนักพอได้

ติดตั้งแรมมาให้ขนาด 8GB DDR4 Bus 2666 MHz  และ SSD M.2 NVMe PCIe ความจุ 256GB พร้อมด้วย HDD SATA3 ความจุอีก 1TB หน้าจอเป็นพาเนล TN แบบด้าน Anti-Glare ลดแสงสะท้อน ขนาด 14″ ความละเอียด Full HD พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที พอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานซึ่งมาให้ค่อนข้างครบ ด้วย USB 3.1 Type-C (รองรับ DisplayPort + Power Delivery), USB 3.0 Type-A, HDMI, LAN RJ45 ที่สำคัญยังมาพร้อม Wi-Fi 6 AX ที่แรงขึ้น 3 เท่า และการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth 5.0 ใหม่ล่าสุด ได้ประกันเป็น 2 ปี On-site Service 

  • Core i5-10210 / GeForce MX250 / RAM 8GB / SSD 256GB + HDD 1TB ราคา 29,990 บาท
  • Core i7-10510 / GeForce MX250 / RAM 8GB / SSD 256GB + HDD 1TB ราคา 32,990 บาท

สำหรับคนที่ซื้อ Dynabook ใน Official Mall ของ Sharp และ Lazada ในระหว่างวันที่ 8 กรกฎาคม – 7 สิงหาคม 2020, รับไปเลยเครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ รุ่น IG-Car (IG-DC2B-R) มูลค่า 3,990 บาท สินค้ามีจำนวนจำกัด

Hardware / Design

dynabook Satellite Pro L40 เครื่องนี้ใช้วัสดุประกอบหลักเป็นแม็กนีเซียมอัลลอยด์คุณภาพดีให้สัมผัสที่พรีเมียมหรูหรา โดยสีสันเป็น Gray (สีเทาตามเครื่องที่เรานำมารีวิว) และ Silver (เป็นสีเงินสว่างๆ) ที่เหมาะกับทั้งหนุ่มๆ หรือสาวๆ ที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่ดูแล้วเป็นทางการ อีกทั้งรูปโฉมโดยรวมแล้วมีความเป็นญี่ปุ่นมากๆ ให้อารมณ์คล้ายกับทาง Toshiba เมื่อก่อนมากๆ แต่ได้มีการปรับปรุงให้ตัวเครื่องความบางเบาสมกับเป็นโน้ตบุ๊คปี 2020 แต่ก็ยังได้ความแข็งแรงแบบเต็มเปี่ยมอยู่ เรียกได้ว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดจากโน้ตบุ๊คบางเบาของทาง dynabook ได้เป็นอย่างดีที่มาพร้อมราคาที่ไม่แพงจนเกินไป 

ส่งผลให้ดีไซน์โดยรวมดูแล้วมีความเรียบหรูกว่าราคาไปมาก โดยมาพร้อมกับบางเพียง 18.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอขนาด 14 นิ้ว แต่ตัวเครื่องเทียบเท่ากับหน้าจอ 13.3″ อย่างรุ่นก่อนๆ ที่บางเบาที่สุดรุ่นหนึ่ง พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นแบบรู้สึกได้ โดยภายในก็ยังมีความแข็งแรงทนทานจากโครงสร้างที่เป็นรังผึ้ง กับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ใช้งานได้ยาวนาน พร้อมยังสามารถชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็สามารถทำให้แบตเตอรี่มีความจะเพิ่มจาก 0% เป็น 40% ได้ 

ฝาหลังเป็นวัสดุแม็กนีเซียมอัลลอยด์เช่นกัน ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียมกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป พร้อมโลโก้ dynabook ตามมาตรฐานกลางฝาหลัง ให้สีสันเป็นเงินมันวาว รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นมากๆ สำหรับขอบตัวเครื่องด้านนอกมีความเรียบเนียนเพื่อความสวยงามแบบเรียบง่าย ส่วนด้านในก็จะเป็นแม็กนีเซียมอัลลอยด์ที่ดูหรูหรา ตัดกับคีย์บอร์ดสีดำยิ่งให้ความสวยงามและโดดเด่น ขอบตัวเครื่องภายในทั้งหมดจะเป็นดีไซน์แบบโค้งมนเนียนๆ เข้ากับมือเวลาหยิบจับถือขึ้นมา โดยจากสติ๊กเกอร์ด้านในบริเวณที่วางมือฟีเจอร์ที่แปะไว้เอาไว้ โดยตัวบานพันเป็นแบบแถวยาวแถวเดียวสีดำเรียบๆ เรียกได้ว่าดีไซน์ไปในทิศทางเดียวกันของ dynabook ทุกๆรุ่น

ในส่วนของรายละเอียดตัวเครื่อง dynabook Satellite Pro L40 จะเห็นว่าขอบตัวเครื่องด้านนหน้าได้ทำการเว้าเข้าไปเพื่อให้เปิดฝาจอได้ง่าย อีกทั้งขอบด้านหน้าทางซ้ายยังไฟ LED แสดงสถานะการทำงานของตัวเครื่อง โดยช่องระบายความร้อนได้มีการติดตั้งไว้ทางขอบตัวเครื่องด้านล่างทางขวาแบบซ่อนที่บานพับ พร้อมกับช่องระบายความร้อนทางขวาของเครื่องอีก 1 ช่องด้วยกัน ส่วนตัวเครื่องด้านตรงนี้จะเป็นพลาสติกสีดำอย่างดี มียางรองช่วยยกเครื่องให้สูงกว่าพื้น และตามขอบที่ติดกับพอร์ตทั้งหมด จะมีการทำตัวอังษรแจ้งไว้ด้วยว่าแต่ละพอร์ตนั้นคืออะไร เรียกได้ว่าเป็นความใส่ใจตามสไตล์ญี่ปุ่นจริงๆ

สรุปสำหรับตัวเครื่องและดีไซน์การออกแบบของ dynabook Satellite Pro L40 นั้น เป็นการต่อยอดจากเข้ามาทำตลาดของแบรนด์ dynabook จากทาง Sharp ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีกับโน้ตบุ๊คบางเบาราคาคุ้มค่า ที่ราคาไม่แพง ที่ให้ภาพลักษณ์โดยรวมนั้นทำได้เป็นอย่างดีน่าประทับใจ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คจากแบรนด์ญี่ปุ่น พร้อมได้ DNA ของทาง Toshiba มาด้วย ที่สำคัญคือเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ จัดได้ว่ามีราคาที่ถูกลงกว่าเดิมมากๆ อีกทั้งยังได้ความบางเบา และด้วยการได้สเปกมาเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ทำให้เรื่องของประสิทธิภาพการทำงานนนั้นตอบสนองแน่นอน 

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดที่ติดตั้งมาใน dynabook Satellite Pro L40 เป็นแบบ Chiclet Keyboard เป็นปุ่มขนาดใหญ่ ซึ่งระยะเว้นระหว่างปุ่มพิมพ์ทำออกมาได้พอดีไม่ชิดกันมากเกินไปและระยะยุบตัวของปุ่มพิมพ์นั้นค่อนข้างสั้น แต่ใช้งานจริงก็พอได้อยู่ไม่ได้ลำบากในการใช้งานนัก ผิวสัมผัสของปุ่มแต่ละปุ่มนั้นให้ความรู้สึกที่ติดนิ้ว ส่งผลให้พิมพ์ได้อย่างสะดวกไม่แพ้คีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ เลย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีไฟ LED Backlight ช่วยค่อยส่องสว่างในที่มืด แต่ได้ฟีเจอร์ทนทานต่อน้ำกระเด็นหกใส่คีย์บอร์ดได้ (ปริมาตร 30 มิลลิลิตร) ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมซ้ายเหนือแป้นคีย์บอร์ด โดยเป็นสีเงินโดดเด่นตัดกับตัวเครื่อง 

ทัชแพดถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กำลังดี โดยจะซ่อนปุ่มคลิกซ้ายและคลิกขวาเอาไว้ทำให้ดูเรียบง่ายหรูหรา จากการทดสอบแล้วทัดแพชนี้รองรับ Gesture Control ได้ดีและมีการตอบสนองที่รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือที่ถูกติดตั้งในกรอบของทัชแพดที่เพียงแตะเท่านั้น คล้ายๆ ใช้งานพวกสมาร์ทโฟน ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ใช้งานได้ง่ายและสะดวกมากๆ อีกทั้งให้ความปลอดภัยสูง ส่งผลให้เราไม่ต้องกรอกรหัสทุกครั้งที่เข้าใช้งานเครื่องนั่นเอง

Screen / Speaker

ในส่วนของหน้าจอ dynabook Satellite Pro L40 เป็นแบบด้านที่ลดแสงสะท้อนขนาด 14″ บนความละเอียดในระดับ Full HD หรือ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งจอเป็น LED Backlight Display สำหรับคนที่จ้องจอทั้งวัน Anti-Glare นั้นจะช่วยรักษาสายตาได้ดี แม้มุมมองหรือสีสันอาจจะเป็นรองพาเนล IPS แต่ก็สามารถตอบสนองการทำงานที่ดีและความบันเทิงก็พอได้ เวลาใช้มองมุมด้านข้างอาจจะมีผิดเพี้ยนเล็กน้อย แต่เมื่อมองจากมุมบนก็จะแทบมองไม่เห็นเลย ซึ่งเมื่อลองใช้งานจริงแล้วให้ประสบการณ์ใช้งานอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

แม้ขอบจอจะบางเฉียบแต่ก็ได้ติดตั้งกล้องเว็บแคมไว้ด้านบนเหมือนเดิม ที่สำคัญยังมาพร้อมฟีเจอร์ Webcam Slider ซึ่งทำหน้าที่เป็นม่านชัตเตอร์ปิดเลนส์กล้องที่ทำให้เรามั่นใจว่ากล้องจะเห็นในเวลาที่เราต้องการใช้งานเท่านั้น การใช้งานก็ง่ายมากๆ ด้วยการใช้นิ้วเลื่อนเปิดหรือปิดการใช้งานเท่านั้น เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่ามีฟีเจอร์ที่เทียบเท่ากับในส่วนของ dynabook ที่เป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานระดับมืออาชีพเลยก็ว่าได้

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 59% และ AdobeRGB ที่ 44% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับมาตรฐานในช่วงราคานี้ ไม่เหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านตกแต่งภาพ หรือทำ Art Work ที่ต้องการความเที่ยงตรงของสีเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นงานที่ไม่จริงจังมากก็พอได้อยู่ ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เอาไปทำงานข้างนอกสบายๆ

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางมีค่าเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ แต่สำหรับขอบจอมุมซ้ายล่างที่ลดลงไปที่ระดับ 19% ทำให้ต้องใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนนรวม 2.5 คะแนนถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตราฐานทั่วไปของพาเนล TN เหมาะสำหรับคนเอามานำมาเน้นทำงานทั่วไปเป็นหลักมากกว่า 

ในส่วนของลำโพงที่ติดตั้งมาเป็นแบบสเตอริโอ โดยเป็นลำโพงขนาดเล็กอยู่ทางด้านล่างฝั่งผู้ใช้มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่องอัดลงพื้นให้สะท้อนขึ้น จากการทดสอบลำโพงพบว่าเสียงที่ออกมาค่อนข้างดีน่าประทับใจ แยกรายละเอียดได้ในระดับหนึ่ง ถือได้ว่ามีเสียงที่ดังชัดเจน โดยเน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊กทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเสียงที่ค่อนข้างดังกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง dynabook Satellite Pro L40 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีความครบครันสุดในรุ่น แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบา แต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น 2 x USB 3.1 Type-A (Sleep & Charge) และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน ที่สำคัญยังให้พอร์ตอย่าง USB 3.1 Type-A ที่รองรับเป็ย DisplayPort ต่อหน้าจอแยก และ Power Delivery รองรับการชาร์จไฟในตัวอีกด้วย โดยรวมแล้วต้องบอกว่าเหนือชั้นกว่าโน้ตบุ๊คในกลุ่มราคาเดียวกันทีเดียว

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่พอๆ กัน ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น (อาจจะไม่ได้เบามากๆ ถ้าเทียบกับหลายรุ่น) และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์ไซส์เล็กเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักไม่ถึง 1.8 – 1.9 กิโลกรัม ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่านอกจากตัวเครื่องที่บางเบาแล้ว ในส่วนของอแดปเตอร์เองก็มีขนาดที่เล็กและเบามากๆ โดยรวมแล้วก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่ลำบากในการพกพาเลย สมกับเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานบางเบาอีกรุ่นหนึ่ง หยิบใส่กระเป๋าไปใช้งานข้างนอกแบบสบายๆ

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง dynabook Satellite Pro L40 นั้นสามารถที่จะทำได้ค่อนข้างง่าย เมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ ส่วนวางตัว โดยตัวเครื่องนั้นจะเป็นแบตเตอรี่ที่มีความจุอยู่ที่ 4000 mAh ในส่วนที่แหล่งเก็บข้อมูลแบบ HDD SATA 3 ขนาด 2.5 นิ้ว ได้ถูกติดตั้งมาแล้วความจุ 1TB โดยติดตั้ง SSD M.2 (รองรับเป็นแบบ NVMe) ที่ติดตั้งมาแล้ว ที่ความจุ 256GB ไว้เป็นที่เก็บข้อมูลหลัง ที่ทั้ง 2 ส่วนนี้แค่ไขเอาน๊อคออกก็สามารถที่จะทำการเปลี่ยนอัพเกรดได้ทันทีโดยไม่ต้องไปยุ่งกับส่วนอื่นๆ สำหรับในส่วนของแรมนั้นจะต้องถอดเอาที่ครอบออกก่อนจากนั้นก็จะเห็นแรม โดยตัวเครื่องนั้นจะมี 8GB 1 แถว (มีแผ่นโลหะปิดเอาไว้อย่างเรียบร้อย)

ระบบระบายความร้อนของ dynabook Satellite Pro L40 นั้นมีทิศทางการไหลของลมที่ดีประมาณนึง ด้วยการออกแบบให้มีชุดระบายความร้อนที่เห็นว่า CPU และ GPU ทำงานร่วมกับช่องระบายความร้อน 1 ช่องขนาดใหญ่ พัดลม 1 ตัว โดยมีฮีต์ไปป์ 2 เส้นเป็นตัวนำพาความร้อนออกไป โดยมีช่องระบายความร้อน 2 ทิศทาง ที่สำคัญไม่ทำให้เกิดเสียงรบกวนที่ดังเกินไปอีกด้วย เรียกได้เป็นเพราะสเปกแรง ทำงานหนักยังไงชุดระบายความร้อนก็เอาอยู่ แม้อาจจะไม่ดีเท่ากับรุ่นหนาๆ หนักๆ ก็ตาม อย่างก็ตามการแกะฝาล่างแม้จะง่ายแต่ก็ยังระวังด้วย เพราะถ้าเกิดแตกหักถ้าเครื่องเสียหายขึ้นมา ประกันอาจจะตีเป็นหลุดได้

Performance / Software

 

dynabook Satellite Pro L40 ที่ได้รับมารีวิวเป็นสเปกเครื่องเดโม ได้ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดระดับกลางอย่าง Intel Core i7-10510U สถาปัตยกรรม Comet Lake ใหม่ล่าสุด ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread ความเร็ว 1.80 – 4.80 GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 15Wattโดยมีการ์ดจอบนชิปเป็น Intel UHD Graphics UHD 620  ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ อาทิ งานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต หรือโปรแกรมที่เป็น 2 มิติ ทั้งหมด

ส่วนแรมก็ให้มาเป็นแบบ 16GB DDR4 ที่เหลือเฟือต่อการใช้งานทันที อีกทั้งได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ผสานการทำงานร่วมกับ HDD SATA 3 ที่ได้ทั้งความเร็ว และขนาดที่ใหญ่ใส่ไฟล์ได้เยอะ โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language มาตั้งแต่แกะกล่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ Windows เลยครับ ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

 .  

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ไม่ต่างจาก Core i Gen 8 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการ์ดจออย่าง NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5) ที่ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับ GTX 950M พอเล่นเกมออนไลน์ได้เลย ซึ่งเดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผลอย่าง Core i Gen 10U สถาปัตยกรรม Comet Lake คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจมากๆ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้วอย่าง Core i Gen 8U รวมไปถึงตัวการ์ดจอแยกเองก็มีประสิทธิภาพสูงพอตัว เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก แน่นอนว่าถ้าเอาไปใช้งานทั่วไปพื้นฐานก็มีความลื่นไหลไร้ปัญหาแน่นอน

ตัวเก็บข้อมูลหลักของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ของ WD ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe ระดับกลางๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2320 MB/s และเขียนที่ 1237 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ อาจจะไม่แรงสุดๆ ที่ 3,xxx MB/s ก็ตาม

ทดสอบการทำงานฮาร์ดดิสก์ความจุอยู่ที่ 1TB แบบความเร็ว 5400 รอบ ที่ติดตั้งมาให้ ด้วยโปรแกรม HD Tune Pro แล้วพบว่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลน้อยสุดที่เป็น 39.5 MB/s และสูงสุดที่ 252.4 MB/s ทำให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 101.2 MB/s ด้วยกัน มีอัตราการเข้าถึงข้อมูลที่ 16 ms ซึ่งนับได้ว่าผลทดสอบที่ออกมานั้นก็ถือว่าดีกว่ามาตรฐาน ของ HDD ทั่วไปแบบรู้สึกได้ แน่นอนว่าแบรนด์ HDD ที่ใช้ก็เป็นของ WD ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Sharp อีกที เรียกได้ว่ามีที่เก็บข้อมูลแบบ Dual Storage ซึ่งได้ทั้งความลื่นไหลโดยรวมและความจุที่สูงด้วย อีกทั้งด้วยฟังก์ชั่น EasyGuard เพื่อช่วยในการรักษาข้อมูลไม่ให้สูญหาย กรณีเครื่องกระแทกตรงหล่นอีกด้วย

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4033 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบไร้กังวล ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ โปรแกรวีดีโอคอล โปรแกรมเฉพาะทาง รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยกอย่าง MX250 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปมากพอสมควร ระดับเทียบเท่า Desktop เมื่อหลายปีก่อนแบบสบายๆ

ทดสอบเกมสำหรับ dynabook Satellite Pro L40 คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-10510U ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce MX250 ประกอบกับใช้แรม 8GB DDR4 รวมไปถึง SSD ก็ส่งผลช่วยด้วย

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 69 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 36 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) และในส่วนของเกม Overwatch ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 82 ซึ่งต่ำสุดอยู่ที่ 55 ส่วนเกม PUBG ทำเฟรมเรมได้ดีพอเล่นได้ที่เฟรมเรทเฉลี่ย 36 ส่วนต่ำสุดที่ 24 อย่างไรก็ตามก็ช่วงที่กระตุกบ้าง อย่างไรก็ตามจากการทดสอบทั้งหมดนี้นำมาจาก dynabook Satellite Pro L40 เครื่องเดโม ไม่ใช่เครื่องขายจริงแต่อย่างใด

 

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ dynabook Satellite Pro L40 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายรุ่น ที่ความจุ 4-cel 40Whr Lithium Ion โดยสามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานเล่นอินเตอร์เน็ตดู Youtube และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร แต่โดยรวมแล้วสามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Fast Charge ที่รองรับการชาร์จได้รวดเร็วด้วยการชาร์จเพียง 30 นาที ก็ได้แบตเตอรี่ 0% เป็น 40% อีกทั้งเรายังสามารถใช้อแดปเตอร์หรือ Power Bank ที่รองรับฟีเจอร์ Power Delivery ผ่านทาง USB 3.1 Type-C เพื่อชาร์จไฟเข้าตัวเครื่องได้อีกด้วย เรียกได้เรื่องการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่นั้นลงตัวสุดๆ ไปเลย

จากการทดสอบและดูผ่านทางโปรแกรม Hardware Monitor อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 40 – 50 – 60 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุด 100 องศาเซลเซียส ที่เป็นในส่วนของ CPU และร้อนสุดของ GPU อยู่ที่ 71 องศาเซลเซียส เวลาเล่นเกมต่อเนื่องนานๆ นับว่าความร้อนของ dynabook Satellite Pro L40 เครื่องนี้ค่อนข้างสูง แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้กระทบกับการใช้งาน หรือทำให้เครื่องค้างหรือหน่วงแต่อย่างใด เทียบกันก่อนๆ ถือว่าเย็นลงด้วย โดยการใช้งานปกติทั่วไปสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจ ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก dynabook ที่ดี และชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุด สถาปัตยกรรม Comet Lake ที่บริหารจัดการความร้อนที่ดีขึ้นด้วย

Conclusion / Award

สเปกและฟีเจอร์ของ dynabook Satellite Pro L40 ก็ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คสายทำงานพกพาราคาไม่แพงที่คุ้มค่ามากๆ ด้วยการติดตั้งชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 สถาปัตยกรรม 14 นาโมตร อย่าง Comet Lake ที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น อย่าง Core i5-10210U หรือ Core i7-10510U พร้อมการ์ดจอแยกตัวแรง NVIDIA GeForce MX250 แรมก็เป็นมาตรฐาน DDR4 ขนาด 8GB การเข้าถึงข้อมูลได้ไวด้วยฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ความเร็วสูงที่ความจุ 256GB ผสานการทำงานกับ HDD 1TB ทำให้รองรับการใช้งานพื้นฐานได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งทั้ง 2 สเปกนี้มีความแตกต่างกันที่ราคา 3,000 บาท พร้อมการรับประกันแบบ On-site Service ระยะเวลา 2 ปี ซ่อมฟรีที่ ทั้งที่บ้านหรือที่ทำงานก็ได้ เอาเข้าจริงคือเลือกซื้อได้ตามงบประมาณเลย แน่นอนถ้างบถึงสเปก i7 ก็ซื้อ i7 ไปเลยก็ได้

ในเรื่องของฟีเจอร์อื่นๆ ได้พอร์ตการใช้งานครบครัน และรองรับการเชื่อมต่อไร้สายมาตรฐาน Wi-Fi 6 AX อยู่ด้วย โดยตัวเครื่องมีความบาง 18.9 มิลลิเมตร และมีความเบา 1.6 กิโลกรัม ได้ขอบตัวเครื่องบางเฉียบมิติตเล็กกระทัดรัด แน่นอนว่าตอบโจทย์สำหรับการพกพาแบบสุดๆ พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงและ USB Power Delivery ด้วยกัน ซึ่งบอกได้เลยว่ากรณีที่เราจะซื้อโน้ตบุ๊คบางเบาหรือ Ultrabook ที่ได้ฟีเจอร์ครบเครื่องแบบนี้ ราคาต้องหลายหมื่นบาทแน่นอน แต่ dynabook Satellite Pro L40 ที่ขายอยู่ในตอนนี้ทำราคาได้ดีมากๆ ถ้าเทียบโน้ตบุ๊คแบรนด์ญี่ปุ่นเมื่อหลายปีก่อน 

อย่างไรก็ตามในเรื่องข้อสังเกต ก็คือพาเนล TN ให้ขอบเขตสีที่น้อยและมุมมองที่ไม่กว้าง และคีย์บอร์ดไม่มีไฟ Backlight แต่รวมๆ แล้วก็ยังให้ประสบกาณ์ใช้งานใช้งานทั่วไปพอได้ ที่แม้อาจจะไม่เบาสุดเท่ากับโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ หลายรุ่น แต่ได้เรื่องความทนทานเข้ามาแทนที่ อย่างทนตกกระแทกหรือทนน้ำหกใส่คีย์บอร์ด แน่นอนว่าเหมาะกับ dynabook Satellite Pro L40 คนทำงานพนักงานออฟฟิศหรือนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการโน้ตบุ๊ค ที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว กับคนที่อยากได้โน้ตบุ๊คสัญชาติญี่ปุ่นแบบแท้ๆ แต่เรื่องดีไซน์และวัสดุภายนอกอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละคนอีกที

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง dynabook Satellite Pro L40 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้
 
Best Design

นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ dynabook Satellite Pro L40 ในเรื่องของดีไซน์การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว เรียกได้ว่ามีความเป็นญี่ปุ่นมากๆ ด้วยการที่ตัวเครื่องมีความบางและน้ำหนักเบาแต่ก็ยังได้ความแข็งแรงทนทานที่สูง ที่เชื่อได้เลยว่าทาง Sharp ได้ใส่ใจในส่วนของรายละเอียดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับวัสดุหลักในการผลิตยังใช้เป็นอลูมิเนียมที่ให้ในเรื่องของความแข็งแรงทนทาน และยังบ่องบอกได้ถึงความสวยงามหรูหราอีกด้วย ฉะนั้นในเรื่องของรางวัล Best Design ทำให้ได้ไปอย่างไม่ยากเย็น

Best Mobility

สำหรับ dynabook Satellite Pro L40 ตัวเครื่องมีความบางที่ 18.9 มิลลิเมตร และมีความน้ำหนัก 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น จัดได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊กที่มีน้ำหนักเบาประมาณนึง แน่นอนว่าจะไม่เป็นภาระในการนำออกไปใช้งานนอกสถานที่ อีกทั้งได้เรื่องของมาตรฐานความทนทานต่างๆ เหนือกว่าโน้ตบุ๊คในกลุ่มขนาดหน้าจอ 14″ ด้วยกันในหลายๆ จุด อาทิ EasyGuard เพื่อช่วยในการรักษาข้อมูลไม่ให้สูญหาย หรือน้ำกระเด็ยใส่ และสำหรับระยะเวลาในการใช้งานแบตเตอรี่ก็ถือได้ว่ามีความน่าประทับใจที่สูงสุด 10 ชั่วโมง อีกทั้งชาร์จผ่าน USB Power Delivery ไดด้วย จึงได้รางวัลในส่วนของการพกพาไป


© Copyright - Notebookspec.com All Rights