Home » 0. TOP content

[Review] Dell XPS 15 โน้ตบุ๊คสายทำงานตัวแรง สเปก i5-7300HQ + GTX 1050 หน้าจอ 15.6″ เบาแค่ 2 โล

18 Aug 17 - By l

Dell XPS 15 (2017) ที่จัดได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมมาตรฐานใหม่ในเรื่องของขนาดตัวเครื่อง น้ำหนักและดีไซน์การออกแบบที่เล็กกว่าโน้ตบุ๊คในหน้าจอขนาดเดียวกัน แน่นอนว่านั่นก็มาจากการที่ Dell มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมทั้งต่อยอดความเร็จที่มีอยู่อย่างตลอดเวลา ที่สำคัญด้วยบริการ Dell Pro Support ซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก วันทำการ (On-site Sevice) ทำให้มั่นใจได้เลย บริการหลังการขายของ Dell นั้นยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน 

Dell XPS 15 (2017) ใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดจากทาง Intel อย่าง Core i5 ที่เป็นตระกูล HQ (เน้นประสิทธิภาพ) และการ์ดจอระดับสูงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1050 ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้นกว่าโน้ตบุ๊คที่เน้นประสิทธิภาพทั่วๆ ไปในตลาดทีเดียว สนนราคาเริ่มต้นที่ 69,900 บาท ไปจนถึง 94,900 บาท พร้อมประกัน Dell Pro Support ระยะเวลา 3 ปีเต็มด้วยกัน

Specification

ในเรื่องของสเปก Dell XPS 15 (2017) จะถูกแบบออกเป็น 2 รุ่นด้วยกัน ใช้ชิปประมวลเป็น Intel Core i5-7300HQ ที่มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.60 GHz และเร่งความเร็วด้วย TurboBoost ได้เป็น 3.50 GHz (ทำงานแบบ 4 คอร์ 8 เธร์ด) ส่วนการ์ดจอก็มีประสิทธิภาพสูงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1050 แรมก็ให้มา 8GB แบบมาตรฐานใหม่ DDR4 ส่วนฮาร์ดดิสก์เป็นไฮบริด SSHD ความจุ 1TB (SSD 32GB) ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD แถมตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED Backlit มาให้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คระดับสูงได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ส่วนเรื่องของพอร์ตเชื่อมต่อนั้นก็ยังมีพอร์ตมาตรฐานของกลุ่มโน้ตบุ๊คทั่วไปมาให้ค่อนข้างครบ เช่น USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ตที่มาพร้อมฟีเจอร์ Sleep Charge และ Thunderbolt 3 (USB-C) สุดล้ำ รวมไปถึงยังมี HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก และ Card Reader มาให้ด้วย อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยก็คือระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ พร้อมจุดเด่นเอกสิทธิ์ Dell ProSupport นั่นก็คือมีบริการทางโทรศัพท์ที่ให้คำปรึกษาทั้งด้าน Hardware และ Software ตลอด 24 ชม. ทุกวันไม่มีวันหยุด และจะรวมไปถึงบริการ On-site Service ที่ให้บริการถึงที่ ในทุกๆที่ ในอีก 1 วันทำการ ที่ให้เป็นระยะเวลา 3 ปีด้วยกัน สนนราคา 69,900 บาท

สเปกสามารถตามไปชมราละเอียดเต็มๆ ได้ ที่นี่ ครับ ส่วนสเปกท็อปจะเป็น i7 + SSD 512GB + RAM 16GB + จอ 4K Ultra HD ดูสเปกเต็มๆ ได้ ที่นี่

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Dell XPS 15 (2017) นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้วอื่นๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยมีการใช้ตัวเครื่องขนาด 14 นิ้วเท่านั้น ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็ก แต่ก็ยังใส่จอขนาด 15.6 นิ้วเทียบเท่ากับโน้ตบุ๊คจากแบรนด์อื่นๆ มาให้อยู่ดี ทำให้ดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบางแบบสุดๆ เพียงแต่อาจจะดูแปลกตาเล็กน้อยในตอนแรกๆ เท่านั้น ส่วนของบอดี้ จะใช้เป็นอะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์เป็นส่วนประกอบหลัก  ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ที่สำคัญส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหรามากๆ ให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อย ที่ขอบอลูมิเนียมรอบของตัวเครื่อง ส่วนคาร์บอนไฟเบอร์นั่น จะถูกนำเอามาใช้ด้านในของตัวเครื่องเป็นหลัก ส่งให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป แต่ก็เป็นรอยนิ้วมือได้ค่อนข้างง่ายเช่นกัน ดังนั้นผู้ใช้อาจจะต้องขยันเช็ดดูแลทำความสะอาดเครื่องซักหน่อย สมกับเป็นโน้ตบุ๊คระดับสูงของทาง Dell เป็นฝาแฝด Dell XPS 13 ก็ว่าได้

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Dell XPS 15 (2017) เป็นโน้ตบุ๊คทรงประสิทธิภาพระดับสูงที่เน้นการพกพา เพราะมีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ แถมตัวเครื่องยังบางสุดๆ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 2.09 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนความบางมีความส่วนที่บางสุดเพียง 8 มิลลิเมตร และส่วนที่หนาสุดก็เพียง 18.5 มิลลิเมตรเท่านั้น บอกได้เลยว่าบางสุดๆ แบบที่หารุ่นเปรียบเทียบได้ยาก ซึ่งแม้จะบางขนาดนี้ ยังได้รับการออกแบบเป็นอย่างดี เพราะสามารถถอดฝาหลังได้ ส่งผลให้ง่ายในการอัพเกรดตัวเครื่องเองของผู้ใช้ด้วยตนเอง ทั้งแรมที่ใส่สูงสุดสองแถวและฮาร์ดดิสก์ก็มีทั้งแบบธรรมดาและแบบ SSD M.2 ก็สามารถอัพเกรดได้

นอกเหนือจากนี้ Dell XPS 15 (2017) ยังมีการออกแบบภายในโดยใช้พัดลมระบายความร้อนข้างในเครื่องจำนวน 2 ตัว ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ ทำให้สเปกแรงแบบนี้ก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ

ส่วนการออกแบบมาที่ค่อนข้างแปลกตา นั่นคือมีแถบฝาโลหะอยู่ตรงกลางเครื่อง ซึ่งภายในจะมีโลโก้ Windows ติดอยู่ นับว่าเป็นการซ่อนได้ดีทีเดียว นอกจากนี้การออกแบบยางรองใต้เครื่องก็เรียกได้ว่าไม่เหมือนใคร โดยใช้เป็นแถบยางยาวขนานไปกับแนวยาวของตัวเครื่อง พร้อมกับมีช่องระบายอากาศอยู่เป็นแนวยาวอีก ที่สำคัญยังมีการในส่วนของดีไซน์การออกแบบ Dell XPS 15 (2017) ยังมีปุ่มสำหรับเช็คพลังงานในแบตเตอรี่ พร้อมไฟบอกระดับพลังงานแบตเตอรี่บริเวณขอบตัวเครื่องด้านซ้าย ที่จัดได้ว่าเป็นอะไรที่โดดเด่นกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ และเป็นตัวช่วยได้เป็นอย่างดีทีเดียว (เกร๋ๆ ไปโชว์เพื่อนก็ได้)

Keyboard / Touchpad

ส่วนของคีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำสกรีนตัวอักษรสีขาว มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีความโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดี ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ก็ถือว่าทำไว้ดีอยู่แล้วเช่นกันตามสไตล์ของ Dell กับคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด รวมทั้งแป้นก็เด้งกับนิ้วเมื่อกดลงไปอย่างพอดี ในส่วนของไฟ LED Backlit ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งข้อดีก็คือมั่นใจได้ว่าจะไม่ไปเผลอกดระหว่างการใช้งานแน่นอน พร้อมมีไฟส่องสว่างให้เห็นสถานะ

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบไม่มีปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน้ตบุ๊คปัจจุบันหลายๆ รุ่น การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี โดยมีการจับความเคลื่อนไหวว่าผู้ใช้กำลังพิมพ์ข้อความอยู่หรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้เคอร์เซอร์ไม่เลื่อนไปจากตำแหน่งเก่า ถ้าผู้ใช้เผลอนำมือไปโดนทัชแพดเข้า

Screen / Speaker

หน้าจอของ Dell XPS 15 (2017) นอกเหนือจากเรื่องความบางเฉียบด้วย InfinityEdge Display แล้ว พาเนล IPS ความละเอียด Full HD เรียกได้ว่ารองรับทุกการทำงานหรือความบันเทิงแบบเต็มประสบการณ์อย่างสุดๆ จุดที่น่าชื่นชมอีกอย่างหนึ่งก็คือ Dell XPS 15 (2017) เครื่องนี้ ก็คือมีการใส่ยางขอบจอมาตลอดแนวของจอเลย ต่างจากโน้ตบุ๊คอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งยางนี้จะมีประโยชน์ก็ในการซับแรงกระแทกที่เกิดในเวลาที่จอพับอยู่ได้ ส่วนที่แปลกตาก็คือกล้องเว็บแคมไปอยู่บริเวณมุมซ้ายล่างของหน้าจอ ซึ่งในการใช้งานจริงก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ

ด้านของลำโพงสเตอรีโอมีเทคโนโลยี Wave Maxxaudio นั้นอยู่บริเวณด้านล่างซ้ายขวาขอบตัวเครื่อง ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างสักเทาไหร่ แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีเพียงพอแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Dell XPS 15 (2017) นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาที่มีความครบครันครับเครื่องเลยทีเดียว แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ต และ USB 3.1 Type-C สุดล้ำ รวมไปถึงยังมี HDMI สำหรับเชื่อมต่อจอภายนอก พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน

นอกเหนือจากนี้ยังมีช่องต่อกับ Power Adapter สำหรับจ่ายไฟให้กับตัวเครื่องที่มีจุดเด่นที่หัวตัวเชื่อมต่อมีไฟบอกสถานะการชาร์จแบบชัดเจน รวมไปถึงตัวเครื่องก็มีไฟสถานะการใช้งานอีกเช่นกัน ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊ค 15.6 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 2.09 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวก้อนอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีหนักราวๆ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คเน้นประสิทธิภาพในยุคปัจจุบันทีเดียว

Performance / Software

  

Dell XPS 15 (2016) เครื่องรีวิวนี้เป็นเครื่องขายจริง โดยมาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-7300HQ ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.50 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 3.50 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 4 Core 4 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสูงกว่าพวก Core i7 ตัวซีรีย์ HQ ไม่ได้ มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

 

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel HD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน ที่โดยรวมแล้วให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Intel HD Graphics รุ่นก่อนหน้าแน่นอน เพราะอย่างน้อยๆ ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา อีกทั้งยังมีกราฟิกการ์ดจอแยกระดับกลางค่อนสูงอย่าง NVIDIA GTX 1050  ซะด้วย เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมบางเกมได้เป็นอย่างดีทีเดียว

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ทดสอบการทำงานฮาร์ดดิสก์แบบไฮบริดความจุอยู่ที่ 1TB ที่ติดตั้งมาให้ด้วยโปรแกรม HD Tune Pro แล้วพบว่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลน้อยสุดที่ 45.1 MB/s และสูงสุดที่ 232.6 MB/s ทำให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 86.5 MB/s ด้วยกัน มีอัตราการเข้าถึงข้อมูลที่ 14.1 ms ซึ่งนับได้ว่าผลทดสอบที่ออกมานั้นมีความน่าประทับใจทีเดียว เรียกได้ว่าจัดอยู่มาตรฐานของฮาร์ดดิสก์แบบไฮบริดที่มาพร้อม HDD และ SSD 32GB

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของ FPS จากทั้ง 5 เกมที่ได้ทดสอบมีค่ามากกว่า 30 – 60FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-7300HQ ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce GTX 1050 ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าทำได้ดี แต่ก็ยังเป็นรองในส่วนของโน้ตบุ๊คที่เป็นรุ่น Core i7-7700HQ อยู่เล็กน้อย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Battlefield 1 /GTA V และ  Ghost Recon Wildlands ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด (เว้น Ghost Recon Wildlands ปรับแค่ High ) ภาพก็สวยจนน่าประทับใจแบบที่สุด ซึ่งดูจากเฟรมเรทเฉลี่ยแล้วแทบไม่ต่ำไปกว่า 30FPS เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุด

อีก 2 เกมออนไลน์ที่โดยส่วนตัวเล่นเป็นประจำอย่าง Overwatch, DOTA 2 ก็จัดการทดสอบให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่น ระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทเฉลี่ยแทบไม่ต่ำ 60 เฟรมเช่นกัน

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Dell XPS 15 (2017) ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง Dell SupportAssistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Dell XPS 15 (2017) เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายๆ เครื่อง ตัวแบตเตอรี่มีขนาด 4300 mAh ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราว 7 – 8 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ซึ่งถ้าใช้งานที่เน้นการประมวลผลหรือเล่นเกมล่ะก็ แบตเตอรี่ก็น่าจะใช้งานได้น้อยกว่านี้ในระดับนึง ส่วนช่องระบายความร้อนของ Dell XPS 15 (2017) จะอยู่ด้านบนของแท่นเครื่องบริเวณขาพับจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอะลูมิเนียมของจอ ถึงพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

ส่วนของระบบนำอากาศเข้าจะอยู่ด้านใต้ตัวเครื่อง โดยจะอยู่ในส่วนบนของตัวเครื่องพอดี มีขนาดค่อนข้างใหญ่เห็นชัดเจน เวลาใช้งานแบบปกตินั้น ไม่มีเสียงรบกวนดังรบกวนแต่ถ้าดึงประสิทธิภาพเครื่องออกมาจนสุด ก็จะมีเสียงดังขึ้นมาพอควร เพื่อบอกกับผู้ใช้กลายๆ ว่าตอนนี้เครื่องทำงานเต็มที่แล้วนะ แต่ก็ไม่ถึงขั้นรบกวนมากมายอะไร

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 45 – 50 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดเพียง 85 องศาเซลเซียสเท่านั้น นับว่าระบบระบายความร้อนของ Dell XPS 15 (2017) เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีกว่าโน้ตบุ๊คบางๆ เครื่องอื่นๆ ที่เคยทำการรีวิวมาพอควร อย่างไรก็ตามที่บอกไปแล้วเมื่ออุณหภูมิ 85 องศาเมื่อไร ชิปประมวลผลและการ์ดจอจะลดความเร็วลงมาด้วย ทำให้ถ้าเล่นเกมอาจจะกระตุกได้ ฉะนั้นต้องพยายามอย่างใช้ในห้องที่ไม่ใช่แอร์ คาดว่าเป็นระบบป้องกันไม่ให้เครื่องเสียหายจากความร้อน

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน้ตบุ๊คทรงประสิทธิภาพที่แสนบางเบารุ่นล่าสุดสุดพรีเมียมจากทาง Dell อย่าง Dell XPS 15 (2017) ที่ต่อยอดความสำเร็จตระกูล XPS ได้เป็นอย่างดี เพราะมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน ที่แม้ว่าอาจจะข้อสังเกตุในเรื่องของราคาค่าตัวที่สูงซักหน่อย (ก็ไม่หน่อยเท่าไร) สำหรับความละเอียดหน้าจอ Full HD แรม 8GB และ SSHD 1000GB สนนราคาที่ 69,900 บาท

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีราคา Dell XPS 15 (2017) จะมีราคาที่สูงกว่าโน้ตบุ๊คเน้นประสิทธิภาพรุ่นอื่นๆ แต่ก็เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วยการที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กเทียบเท่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14 นิ้วเท่านั้น ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้ว และแน่นอนว่าขนาดเล็กกว่าโน้ตบุ๊ค 15.6 นิ้วทั่วไปแถมยังมีการรับประกันถึง 3  ปีอีกด้วย ที่สำคัญคือ Dell Pro Support On-Site Service คือมารับมาส่งถึงบ้านเลย อันนี้เจ๋งกว่าแบบเหนือชั้นจริงๆ

เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊คที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่เหนือระดับ ซึ่งครบครันทั้งประสิทธิภาพสูงระดับคอมพิวเตอร์พีซี ในขนาดตัวเครื่องที่เล็กกระทัดรัด พร้อมด้วย InfinityEdge Display ที่เห็นแล้วสวยงามสุดๆ โดยไม่กังวลในเรื่องของราคาค่าตัวล่ะก็ Dell XPS 15 (2017) น่าจะตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามต้องระวังเรื่องของความร้อนที่สูงเกิน 85 องศาเซลเซียสมันจะลดประสิทธิภาพลงมา ประกอบกับต้องบอกเลยว่าส่วนของดีไซน์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปเมื่อเทียบกับรุ่นปีก่อนๆ

จุดเด่น

  • เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 15.6 นิ้ว แต่มีขนาดตัวเครื่องเล็กเทียบเท่ารุ่นหน้าจอ 14 นิ้ว
  • หน้าจอมีความละเอียด Full HD พาเนลหน้าจอ IPS มีคุณภาพสูง แถมเป็นแบบจอด้าน แทบจะไร้แสงสะท้อน
  • ขอบจอบางพิเศษกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป InfinityEdge Display
  • น้ำหนักเบา ตัวเครื่องบางพิเศษ วัสดุเป็นคาร์บอนไฟเบอร์
  • ประสิทธิภาพสูงด้วย Intel Core i5 HQ และการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1050
  • พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน ทันสมัยด้วย Thunderbolt 3 (USB-C)
  • ประกันถึง 3 ปี มาพร้อม Dell Pro Support ซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก วันทำการ (On-site Sevice)

ข้อสังเกตุ

  • ราคาสูงกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปในสเปกใกล้เคียงกัน
  • เมื่อความร้อนสูงเกินจะลดประสิทธิภาพลง ทำให้ไม่เหมาะกับการเล่นเกม
  • ดีไซน์เหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นก่อนๆ

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Dell XPS 15 (2017) ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ XPS มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Dell XPS 15 (2017) ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์ครุ่นใหม่ ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกันอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

award_use_2_create_12

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊คตระกูล XPS อยู่เช่นเดิม ทั้งในความบางเพียง 15 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา 2.09 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ด้วยขนาดตัวเทียบเท่าโน้ตบุ๊ค 14 นิ้วเท่านั้น ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วยังไม่ถึง 2 กิโลกรัมนิดๆ เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

award_use_2_create_23

 

 

Best Performance

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i5-7300HQ ตัวล่าสุด ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 8GB (ตัวท๊อป) แบบ DDR4 และกราฟิกการ์ดยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1050 ขนาด 4GB DDR5 ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในสเปกโน้ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน ผลคะแนนที่ออกมานั้นทำได้อยู่ในช่วงเดียวกัน หรือบางจุดก็มากกว่าซะด้วย

 

 

© Copyright - Notebookspec.com All Rights