Home » 0. TOP content

Review – Dell Inspiron 7373 บางเบา สวยเฉียบ ใช้งานหลากหลาย 2-in-1 Notebook สเปก Core i Gen 8

14 Feb 18 - By l

โน้ตบุ๊คแบรนด์ Dell ได้รับความน่าเชื่อถือมาอย่างยาวนานและเป็นที่นิยมในการใช้งานกับองค์กรและภาคธุรกิจอย่างมากมาย ทั้งมาตรฐานการบริการ Dell Premium Support และ On-site Service “บริการซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก 1 วันทำการ” ถึง 3 ปีด้วยกัน มาพร้อมดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แฝงความหรูหรา รวมถึงโดยทั่วไปแล้วคนมักจะมองว่าแบรนด์ Dell เป็นแบรนด์ระดับสูง เพราะผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในท้องตลาดนั้นค่อนข้างจะอยู่ในเกรดที่สูงกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปนั่นเอง

โดยล่าสุดทาง Dell ได้นำเสนอ Dell Inspiron 7373 ที่เป็น 2-in-1 Notebook หน้าจอ 13 นิ้ว ที่ดูหรูหรา มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่บางเบาเล็กกระทัดรัด ขอบจอก็บางเฉียบ ส่วนสเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 8 แรมขนาด 8GB DDR4 พร้อม SSD ความจุ 256GB สำหรับความละเอียดหน้าจอก็เป็นระดับ Full HD พาเนล IPS ใช้งาน Windows 10 ได้ทันที สนนราคารุ่น Intel Core i5-8250U อยู่ที่ 42,900 บาท ส่วนถ้าเป็นรุ่น Core i7-8550U จะอยู่ที่ 45,900 บาท

Video Review

Specification

สเปกภายในของตัว Dell Inspiron 7373 จะคล้ายกับกลุ่ม Ultrabook ระดับบน โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง มุมมองกว้างถึง 170 องศา ซึ่งรุ่นที่นำมารีวิวจะเป็นสเปกชิปประมวลผล Core i7-8550U ความเร็ว 1.8GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 4.0GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 8 (Kaby Lake R) รุ่นล่าสุด

ส่วนแรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็นออนบอร์ดอย่าง UHD Graphics 620 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดีระดับหนึ่ง พอเล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ สำหรับฮาร์ดดิสก์เป็น SSD M.2 ความเร็วสูงที่ความจุ 256GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wireless AC ด้วย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 1.63 กิโลกรัมเท่านั้น

Dell Inspiron 7373 รุ่นที่ทางทีมงานนำมารีวิวอยู่ที่ 45,900 บาท พร้อมการรับประกัน 3 ปี แบบ Dell Premium Support และ On-Site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน ตามมาตรฐานของ Dell รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้และซอฟต์แวร์ McAfee Security Center ใช้ฟรี 15 เดือนด้วยกัน

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Dell Inspiron 7373 นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้วอื่นๆ อยู่พอสมควร เนื่องด้วยมีการใช้ตัวเครื่องขนาด 12.1 นิ้วเท่านั้น ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็ก แต่ก็ยังใส่จอขนาด 13.3 นิ้วเทียบเท่ากับโน้ตบุ๊คมาตรฐานจากแบรนด์อื่นๆ มาให้อยู่ดี ทำให้มีความโดดเด่นมากๆ ที่สำคัญขอบจอยังบางเฉียบ เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง Dell XPS 13 เป็นอย่างดี ทำให้ห้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป

ส่วนของตัวเครื่องหลักๆ สีสันจะเป็น Platinum Silver เหมาะกับทั้งสาวๆ หรือหนุ่มๆ วัยทำงานยุคนี้ แล้วจะใช้เป็นอะลูมิเนียมคุณภาพสูงตลอดทั้งตัวเครื่องเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา โดยตัวเครื่องภายนอกทั้งฝาหลังและด้านล่างตัวเครื่องจะเป็นอะลูมิเนียม ส่งผลให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป แต่ก็เป็นรอยนิ้วมือได้ค่อนข้างง่ายเช่นกัน ดังนั้นผู้ใช้อาจจะต้องขยันเช็ดดูแลทำความสะอาดเครื่องซักหน่อย ส่วนด้านในก็เป็นอะลูมิเนียมเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าเวลาใช้งานวางมือลงไปนั้นมีมั่นคงไม่แพ้ด้านนอก ในการใช้งานจริงทำให้มั่นใจได้เลยเรื่องความทนทาน ตามสไตล์ Dell

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Dell Inspiron 7373 ที่เป็นโน้ตบุ๊คที่ใส่ใจในรายละเอียดก็คือ มีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ แถมตัวเครื่องยังบางสุดๆ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.63 กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนความบางเครื่องก็เพียง 15.19 -16.74 มิลลิเมตร บอกได้เลยว่าจะหาโน้ตบุ๊คแบบนี้จากแบรนด์อื่นๆ ก็ยากซักหน่อย  ที่สำคัญอีกเรื่องก็คือบานพับก็เป็นอะลูมิเนียมที่แข็งแรงทนทานไม่ต่างจากตัวเครื่อง คอยทำหน้าที่หมุนหน้าจอได้ถึง 360 องศา ไว้ใช้ Multi Mode ทำให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

ส่วนการออกแบบมาอื่นๆ ที่น่าสนใจก็คงเป็นส่วนของโลโก้ Dell ฝาหลังที่สวยงามเป็นสีเงิน ส่วนตัวเครื่องด้านล่างก็จะมีคำว่า Inspiron ปั๊มเอาไว้ นอกจากนี้การออกแบบยางรองใต้เครื่องก็เรียกได้ว่าไม่เหมือนใคร โดยใช้เป็นแถบยางยาวขนานไปกับแนวยาวของตัวเครื่อง พร้อมกับมีช่องระบายอากาศอยู่เป็นแนวยาวอีก สำหรับ Dell Inspiron 7373 ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ ทำให้สเปกแรงแบบนี้ก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ แม้จะมีพัดลมเพียงตัวเดียวก็สามารถจัดการความร้อนภายในได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญยังมีการในส่วนของเชื่อมต่อของ Dell Inspiron 7373 ก็รองรับเพราะมีพอร์ตการเชื่อมต่อที่ครบครัน เรียกได้ว่าเรื่องของดีไซน์นั้นตอบโจทย์กับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คหน้าจอ 13.3 นิ้วเครื่องเดียวจบแน่นอน ทำให้ไม่ว่าเราจะเอาไปทำงาน หรือเพื่อความบันเทิง ก็ตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้หมด ด้วยสเปคภายในที่ครบครัน แม้ว่าตัวเครื่องจะบางเบาแล้ว แถมยังมีการรับประกันถึง 3 ปีอีกด้วย แบบ On-site Service คือมารับมาส่งถึงบ้านเลย นอกจากนี้ยังมี Call Center ช่วยบริการตลอด 24 ชั่วโมงด้วย !!!

Keyboard / Touchpad

ส่วนของคีย์บอร์ดนั้น Dell Inspiron 7373 ตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำสกรีนตัวอักษรสีขาว มีการออกแบบมาให้ปุ่มมีความโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดี ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ก็ถือว่าทำไว้ดีอยู่แล้วเช่นกันตามสไตล์ของ Dell กับคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด รวมทั้งแป้นก็เด้งกับนิ้วเมื่อกดลงไปอย่างพอดี ในส่วนของไฟ LED Backlit ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง ซึ่งข้อดีก็คือมั่นใจได้ว่าจะไม่ไปเผลอกดระหว่างการใช้งานแน่นอน พร้อมมีไฟส่องสว่างให้เห็นสถานะ

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบไม่มีปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่น การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี โดยมีการจับความเคลื่อนไหวว่าผู้ใช้กำลังพิมพ์ข้อความอยู่หรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้เคอร์เซอร์ไม่เลื่อนไปจากตำแหน่งเก่า ถ้าผู้ใช้เผลอนำมือไปโดนทัชแพดเข้า

Screen / Speaker

Dell Inspiron 7373 ได้ติดตั้งหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล Full HD เทคโนโลยี Truelife ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ค่อนข้างน่าประทับใจ โดยการใช้หน้า Desktop ปกติที่ตัวหนังสือหรือปุ่มต่างๆ มีความเรียบเนียนตาทำให้ใช้งานได้สะดวก เรียกได้ว่ากำลังพอดีทีเดียว และด้วยความที่จอเป็นแบบกระจกที่ให้เรื่องสีสันสดใส แต่ก็ค่อนข้างสะท้อนแสงพอสมควร ส่งผลให้ในการใช้งานไม่ควรหันจอไปทางแหล่งกำเนิดแสงหรือในที่ที่สว่างมากๆ เพราะอาจจะรบกวนการทำงานของเราได้ อย่างไรก็ตามมีการใส่ยางขอบจอมาตลอดแนวของจอเลย ต่างจากโน้ตบุ๊คอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งยางนี้จะมีประโยชน์ก็ในการซับแรงกระแทกที่เกิดในเวลาที่จอพับอยู่ได้

ลำโพงสเตอริโอเทคโนโลยี Waves MaxxAudio Pro ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น ให้เสียงที่ค่อนข้างดี แยกรายละเอียดได้ในระดับที่ดีน่าประทับใจ ถือได้ว่ามีเสียงดังชัดเจนออกแนวใสๆ เน้นไปโทนกลางเป็นหลักตามสไลต์ลำโพงจากโน้ตบุ๊คทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีเพียงพอแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Using Experience

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า Dell Inspiron 7373 ตอบสนองได้อย่างหลากหลายจากการที่เป็น 2-in-1 Notebook ตามสมัยนิยม ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ด้วยการพับใช้งานถึง 4 รูปแบบด้วยกันไม่ว่าจะเป็น Notebook / Stand / Tent / Tablet ที่ทีมงานของเรานั้นนำไปใช้งานอะไรบ้าง และรูปลักษณ์เมื่อเปลี่ยนไปใช้โหมดต่างๆ นั้น จะมีลักษณะเป็นอย่างไร

Notebook Mode เป็นรูปแบบธรรมดาทั่วไปเหมือนกับโน้ตบุ๊กปกติ เน้นสำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงงานเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้คีย์บอร์ดและทัชแพดในการควบคุมเหมือนโน้ตบุ๊คปกติ

Stand Mode เน้นใช้งานที่ระบบจอสัมผัสของตัวเครื่องอย่างเดียวและวางไว้บนพื้นที่ราบ โดยรูปแบบการใช้งานนี้จะเน้นไปทางการใช้งานแอพพลิเคชั่นของ Windows เอง หรือเน้นไปทางการดู Youtube หรือชมภาพยนตร์เป็นหลัก พร้อมรองรับการทำงานแบบมัลติทัชได้พร้อมกันมากสุดที่ 10 จุดพร้อมกัน

Tent Mode ค่อนข้างจะคล้ายกับ Stand Mode ก่อนหน้านี้ แต่จะอยู่ในรูปทรงตั้งเครื่องเอาไว้เป็นลักษณะสามเหลี่ยม ใช้ในการวิวดูข้อมูลการแสดงผลหน้าจอเป็นหลัก อีกทั้งยังสามารถจับพาดหรือเกาะกับสิ่งของรอบๆ ได้

Tablet Mode ด้วยการพับหน้าจอกลับแบบ 360 องศา จนฝาหลังและฐานใต้เครื่องมาติดกัน เราก็จะได้แท็บเล็ตที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งเรามีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เหมาะสำหรับการเอาไว้เล่นเกมหรือดู E-Book อย่างที่แท็บเล็ตอื่นๆ ทั่วไปในตลาดสามารถทำได้

อย่างไรก็ตามสำหรับ Dell Inspiron 7373 ก็ต้องบอกว่าวางใจได้เลยเรื่องความทนทาน เพราะมีการออกแบบบานพับใหม่ที่สามารถเปิดปิดหรือปรับระดับได้อย่างลื่นไหลได้เหมือนใหม่ทุกครั้ง บานพับสแตนเลสนี้ยังผ่านบททดสอบสุดทรหดด้วยการเปิดปิดกว่าหมื่นๆ ครั้ง และการหมุนรอบ 360 องศา  อีกทั้งกลไกการทำงานเของฟันเฟืองเปิดปิดบานพับเหล็กกล้ายังช่วยป้องกันฝุ่นละออง ทำให้ทนทานต่อการสึกหรอ

บอกได้เลยว่าสำหรับใครที่กำลังมองหา 2-in-1 Notebook ซักตัวที่พกพาสะดวกในราคาพรีเมียมไฮเอนด์ มีความสามารถครบครันทั้งในเรื่องของการทำงานทั่วไปหรือแท็บเล็ตที่ทำงานร่วมกับโปรแกรมบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ส่วนสเปกก็ถือว่าแรงพอตัวด้วยชิประมวลผลประหยัดพลังงานอย่าง Intel Core i7 Gen 8 ซึ่งใช้งานได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำงานทั่วไปอย่างงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ชมภาพยนตร์ ฟังเพลง หรือเล่นเกมเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถเลือก Dell Inspiron 7373 เป็นหนึ่งใน 2-in-1 Notebook ที่จะตัดสินใจได้เลย

Connector / Thin And Weight

มาดูในส่วนของการเชื่อมต่อกันบ้าง หลักๆ แล้ว Dell Inspiron 7373 ถือว่ามีความครบครันทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.0 จำนวนสองพอร์ต (รองรับการชาร์จไฟ 1 พอร์ต) ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูล รวมไปถึงชาร์จสมาร์ทโฟน และพอร์ต USB 3.1 Type-C อีกหนึ่งพอร์ตที่ไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ในอนาคต ที่สำคัญรองรับการเชื่อมต่อ DisplayPort ไว้แส้งผลความละเอียดสูงระดับ 4K Ultra HD อีกด้วย

รวมไปถึงสามารถเชื่อมต่อออกหน้าจอภายนอกได้ง่ายๆ ผ่านทาง HDMI ขนาดมาตรฐาน รวมไปถึงยังมีช่องเชื่อมต่อไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่องอ่าน SD Card ตามสมัยนิยมอีกด้วย นอกเหนือจากส่วนของปุ่มเปิดปิดเครื่องและปุ่มปรับระดับเสียงจะอยู่ด้านข้างตัวเครื่อง ทำให้สามารถใช้งานได้สะดวก

เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊ค 13.3 นิ้วทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าเล็กน้อย ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.63 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับอแดปเตอร์ที่ชาร์จเข้าไปด้วย ก็จะมีหนักราวๆ 1.8 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คเน้นประสิทธิภาพในยุคปัจจุบันทีเดียว ถือมือเดียวก็สบายๆ

Performance / Software

Dell Inspiron 7373 เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i7-8550U ซึ่งเป็นชิปประมวลผลใช้พลังงานไฟต่ำมาก มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.8 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.0 GHz นะครับ เป็นซีพียูแบบ 4 Core 8 Threads ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ เทียบกับรุ่นก่อนเรียกได้ว่าแรงขึ้นพอตัวเพราะ Core เยอะขึ้น แม้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะสูงกว่าพวก Core i7 ตัวซีรีย์ HQ แต่เรื่องประหยัดพลังงานนั้นไม่เป็นรองใครอย่างแน่นอน มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR3L ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบาย

  

ด้านของการ์ดจอก็ดีขึ้นกว่าเดิม แน่นอว่าติดมากับ Core i Gen 8 อยู่แล้ว ซึ่งการ์ดจอออนบอร์ดจะเป็น Intel UHD Graphic 620 สำหรับประมวลผลทั่วไปเช่นดูหนังหรือฟังเพลง รองรับการประมวลผลกราฟิกระดับ 3 มิติไม่หนักมาก ไม่ว่าจะตัดต่อหนังหรือจะเล่นเกมก็ถือว่าตอบสนองการทำงานได้ดีทีเดียว แม้อาจจะไม่แรงมากเทียบเท่าพวกการ์ดจอแยก แต่ก็พอเพียงกับการใช้งานเล่นเกมประเภทออนไลน์ได้อยู่

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 256GB สำหรับการเป็นไดร์ฟหลัก ที่ใช้ในการติดตั้งระบบและโปรแกรมต่างๆ ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนหรือแบบลูกผสมอย่าง SSHD แล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Dell Inspiron 7373 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาด 3,200 mAh ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราว 9.30 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ดูแล้วอาจให้ระยะเวลาการทำงานที่ค่อนข้างสั้นกว่าเครื่องอื่นเล็กน้อย ส่วนช่องระบายความร้อนของ Dell Inspiron 7373 จะอยู่ด้านบนบริเวณข้อพับจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอะลูมิเนียมของจอ ถึงพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 35 – 40 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดที่ 80 – 100 องศาเซลเซียสเ นับว่าระบบระบายความร้อนของ Dell Inspiron 7373 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีกว่าโน้ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ ที่เคยทำการรีวิวมาพอควร เพราะความร้อนทั่วไปจะอยู่ที่เพียง 50 องศาเซลเซียส นับว่า Dell Inspiron 7373 เครื่องนี้จัดการระบบระบายความร้อนออกมาได้ดีมากทีเดียว ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชุดระบายความร้อนจาก Dell ที่ดี และชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุดที่มีมีเทคโนโลยีการผลิตที่เล็กลง

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน้ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจ อย่าง Dell Inspiron 7373 ที่ต่อยอดความสำเร็จตระกูล Inspiron 7000 Series ได้เป็นอย่างดี เพราะมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน ที่แม้ว่าอาจจะข้อสังเกตุในเรื่องของราคาค่าตัวที่สูงซักหน่อย (เมื่อเทียบกับสเปกที่ใกล้เคียงกัน)

โดยสนนเริ่มต้นที่ 42,900 บาท สำหรับรุ่น Core i5 ส่วนรุ่น Core i7 ก็สนนราคาที่ 45,900 บาท ซึ่งสเปกอื่นๆ ก็เหมือนกันหมด โดยส่วนตัวแล้วแนะนำว่าถ้างบถึงตัว Core i7 ก็จัดรุ่นนี้จะดีกว่า ราคาสูงกว่า 3,000 บาทเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีราคา Dell Inspiron 7373 จะมีราคาที่สูงกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ แต่ก็เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ด้วยการที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กและการพกพา วัสดุและประสิทธิภาพ

Dell Inspiron 7373 เป็นโน้ตบุ๊คประเภท 2-in-1 ที่จัดได้ว่ามีความครบครันในการใช้งานหลายๆ ด้าน ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในกลุ่มที่เป็นผู้ใช้งานทั่วๆ ไปหรือผู้ที่รักความบันเทิงทั้งในส่วนของเกมและมัลติมีเดีย ด้วยสเปคภายในที่ครบครัน แม้ว่าตัวเครื่องจะบางเบาแล้ว แต่ก็ยังได้ Core i7 และการ์ดจอแยก อีกทั้ง SSD ก็มี ฮาร์ดดิสก์ธรรมดาก็มา หน้าจอสวยสุดด้วย IPS ความละเอียดเนียนๆ ที่ Full HD ยังไงก็จัดได้ว่ามีความน่าซื้ออยู่ไม่น้อยเช่นกัน สำหรับการเป็นโน้ตบุ๊คระดับสูง แถมยังมีการรับประกันถึง 3 ปีอีกด้วย แบบ On-site Service คือมารับมาส่งถึงบ้านเลย นอกจากนี้ยังมี Call Center ช่วยบริการตลอด 24 ชั่วโมงด้วย !!!

เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊ค ที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่เหนือระดับโดยไม่กังวลในเรื่องของราคาค่าตัวเมื่อเทียบกับสเปกความแรงล่ะก็ Dell Inspiron 7373 น่าจะตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีทีเดียวครับ

จุดเด่น

  • เป็น 2-in-1 Notebook ใช้งานได้หลากหลายโหมด
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับ Full HD 1920 x 1080 พิกเซล
  • พาเนลหน้าจอ IPS มีคุณภาพสูง พร้อมเทคโนโลยี Truelife
  • ขอบจอบางพิเศษกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป เพิ่มความโดดเด่น
  • น้ำหนักเบา ตัวเครื่องบางพิเศษ วัสดุเป็นอะลูมิเนียมคุณภาพสูง
  • ประสิทธิภาพดีด้วยชิปประมวลผล Intel รุ่นล่าสุด และ SSD ความเร็วสูง
  • พอร์ตการเชื่อมต่อครบครัน แม้จะเป็นโน้ตบุ๊คบางเบา
  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 10
  • ประกันถึง 3 ปี มาพร้อม On-site Service มาตรฐาน Dell

ข้อสังเกตุ

  • ราคาสูงกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปในสเปกใกล้เคียงกัน

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Dell Inspiron 7373 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Inspiron มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Dell Inspiron 7373 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ แถมยังบางเบาสุดๆ ด้วย ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกันอยู่ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

award_use_2_create_12

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพา Dell Inspiron 7373 ก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของโน้ตบุ๊ตที่เน้นความบางเบา ทั้งในความบางเพียง 15.19 -16.74 มิลลิเมต และน้ำหนักเบา 1.63 กิโลกรัม ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วยังไม่ถึง 1.8 กิโลกรัม เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ

award_use_2_create_23

© Copyright - Notebookspec.com All Rights