Home » dell review

Review – Dell G7 15 7590 โน้ตบุ๊คเล่นเกมการ์ดจอ RTX 20 Series รุ่นแรกของ Dell ดีไซน์ใหม่จอ 144Hz

17 Apr 19 - By l

Dell G7 15 7590 ปี 2019 รุ่นต่อยอดมาจาก Dell G7 15 7588 ซึ่งเป็น Gaming Notebook ดีไซน์การมีการปรับใหม่ให้ดูสวยงามเฉียบเรียบยิ่งขึ้น มิติตัวเครื่องดูเล็กกระชับลงจากการที่ขอบหน้าจอบางลงตามเทรนด์ของ Notebook ปี 2019 มาพร้อมสีเทาที่ดูเข้มหน่อยสไตล์แบบทูโทน ที่บอกได้เลยว่าดูหรูหรามากๆ ตามมาตรฐานของ Dell ที่หลายๆ คนชื่นชอบกันอยู่แล้ว วัสดุหลักๆ ก็เป็นอะลูมิเนียม ที่มีงานประกอบที่แน่นหนา รวมไปถึงระบบระบายความร้อนก็ได้มีการปรับปรุงใหม่ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย เป็นแบบโชว์โปร่งใสสีฟ้าดูดีทีเดียว

สำหรับสเปกหลักๆ ใช้ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 8 อย่าง i7-8750H ใส่แรมมาขนาด 16GB รวมไปถึงสนับสนุนการใช้งานทั้งฮาร์ดดิสก์ปกติ 2.5″ และ SSD M.2 NVMe ตามมาตรฐาน ที่สำคัญการ์ดจอเป็น RTX 2060 และ RTX 2070 Max-Q ที่ต้องบอกว่าสมกับการรอคอยของหลายๆ คน นอกเหนือจากนั้นเรื่องของสเปกหน้าจอก็โดดเด่น ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD  พาเนล IPS ที่ 144Hz โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่น สนนราคาที่ 59,990 และ 69,990 บาท

Unbox Preview

Specification

Dell G7 15 7590 ใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดจากทาง Intel อย่าง Core i7-8750H และการ์ดจอระดับสูงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2060 หรือ RTX 2070 Max-Q แรมมาตรฐานเป็น DDR4 ขนาด 16GB พร้อม SSD 256GB + HDD 1TB หรือ SSD 512GB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน 144Hz ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน สนนราคาเริ่มต้นที่ 59,990 บาท ไปจนถึง 69,990 บาท ซึ่งจากสเปกหลักตรงนี้ทำให้รอรับการเล่นเกมในปัจจุบันลื่นๆ ได้ทุกเกมแน่นอน

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง USB-C DisplayPort/USB-C Thunderbolt 3 ในช่องเดียว, HDMI, mini DisplayPort, 3 x USB Type-A 3.1 (with PowerShare), Kensington lock slot , SD Card Reader, RJ-45 Killer Networks E2500V2 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi มาตรฐาน Killer Wireless 1550 2×2 AC ที่สำคัญยังโดดเด่นกว่ารุ่นอื่นด้วยการติดตั้ง Finger Print ไว้ทำหน้าที่สแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งานอีกด้วย

แน่นอนว่านั่นก็มาจากการที่ Dell มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมกับมาตรฐานของ Dell ที่มีแฟนๆ เชื่อมั่นอยู่เสมอมา ที่สำคัญด้วยบริการ Dell Premium Support ซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก วันทำการ (On-site Sevice) ระยะเวลา 2 ปีเต็มด้วย ทำให้มั่นใจได้เลย บริการหลังการขายของ Dell นั้นยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน 

หน้าสเปกราคาของ Dell G7 15 7590

Hardware / Design

การออกแบบต่างๆ ของ Dell G7 15 7590 ดูแปลกตาไปมากกว่า Dell G7 15 7588 รุ่นก่อน แม้ว่าเค้าโครงเหลี่ยมมุมได้ DNA มาจาก Dell รุ่นก่อนหน้านี้ ผสมกับความเป็น Alienware ที่ดูแล้วเป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมู โดยเปลี่ยนในเรื่องของพื้นผิวและดีไซน์บางอย่างบางตำแหน่งไม่เหมือนเดิม แต่แง่ของดีไซน์โดยรวมแล้ว ก็ยังแฝงความดุดันรวมไปถึงงานประกอบที่ต้องบอกว่าแน่นหนา ยังคงมีความเยี่ยมยอดตามมาตรฐาน Dell ที่ไม่ใช่แค่สวยงามแต่แข็งแรงทนทาน

Dell G7 15 7590 บอกได้เลยว่ามีโครงสร้างโดยรวมเป็นโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมสีสันแนวเย็นๆ สีเทาๆ ดำๆ อย่าง Abyss Grey ที่แซมด้วยสีฟ้าสดใสเชื่อว่าน่าจะถูกใจหลายๆ คนทีเดียว วัสดุก็จะเป็นอะลูมิเนียมและพลาสติกคุณภาพสูงให้สัมผัสที่ดีตลอดทั้งตัวเครื่อง โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 2.5 กิโลกรัม และมีความบางของตัวเครื่องอยู่ที่ 19.9 มิลลิเมตร เทียบแล้วบางเบากว่าเดิม ให้ประสบการณ์การเป็น Gaming Notebook ประสิทธิภาพสูงแต่ยังให้ความสะดวกในการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่

หน้าจอของ Dell G7 15 7590 จะเป็นแบบบานพับเดียวดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา ส่วนขอบด้านบนด้านหลังด้วยช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่แบบคู่สองพัดลม พร้อมด้านข่างตัวเครื่องอีกสองช่อง จุเด่นคือครีบฟินสีฟ้าสวยงาม ลักษณะไปในทิศทางเดียวกับตัวเครื่องโดยรวม ซึ่งสามารถทำหน้าที่ช่วยลดความอุณหภูมิจากชิปประมวลผลและกราฟิการ์ดได้อย่างน่าประทับใจ ส่งผลให้ไม่มีความร้อนสะสมจากสองช่องแยกจากกัน พร้อมร่องช่องแนวยาวพาดผ่านตลอดขอบๆ ตัวเครื่อง ที่ดูแล้วมีความเรียบหรูมากๆ

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องมียางรองกันลื่นสองเส้นพาดยาวยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น  ยกตัวเครื่องให้อากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 2 ช่องด้านล่างด้วยพร้อมมีโลโก้ G7 ติดตั้งเอาไว้ที่เราสามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจน ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตไม่กี่ตัว รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง Dell นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย เป็นข้อดีที่หาได้ยากในหลายๆ แบรนด์

Dell G7 15 7590 โดดเด่นด้วยการเลือกติดตั้ง Thunderbolt 3 มาให้ด้วย ซึ่งหน้าตาจะเหมือนกับ USB Type-C แต่ว่าสามารถโอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วกว่า ที่สำคัญยังเป็น Gaming Notebook รุ่นนึงในตลาดที่ติดตั้ง Finger Print มาให้ โดยเป็นปุ่มเดียวปุ่ม Power นั่นเอง ส่วนการพกพาเองก็ถือว่า Dell G7 15 7590 มีน้ำหนักที่ 2.5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ค 15.6 นิ้วตัวอื่นๆ สเปกใกล้เคียงกัน ที่ถึงแม้ว่าจะหนักซักหน่อย ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ นับได้ว่าเบากว่ารุ่นก่อนแบบรู้สึกได้เลย

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ Dell ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ อย่างไรก็ตามแม้ Dell G7 15 7590 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของ Dell ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลัก แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ อะไรก็แล้วแต่เลย อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าราคาสูงกว่าแบรนด์คู่แข่ง (เทียบกับ Gaming Notebook ที่เป็นการ์ดจอ RTX) วางตำแหน่งเป็นตัวรองท็อปจาก Gaming Notebook ตระกูล Alienware ที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี

Keyboard / Touchpad

ส่วนของคีย์บอร์ด Dell G7 15 7590 นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำสกรีนตัวอักษรสีขาวโปร่งแสง (ไม่มีภาษาไทย) มีการออกแบบตามสไตล์โน้ตบุ๊ค Dell ปกติ ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ก็ถือว่าทำไว้ดีอยู่แล้ว กับคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size พร้อม Numpad อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด รวมทั้งแป้นก็เด้งกับนิ้วเมื่อกดลงไปอย่างพอดี ในส่วนของไฟ LED RGB ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว เป็นแบบ 4 โซนคล้าย Alienware ดูแล้วสวยงาม ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่ด้านบนคีย์บอร์ด สีกลืนไปกับเครื่อง พร้อมใช้งานสแกนลายนิ้วมือได้

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ขอบเป็นฟ้า ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบไม่มีปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน้ตบุ๊คปัจจุบันหลายๆ รุ่น มีเส้นแบ่งเป็นสีฟ้า การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี โดยมีการจับความเคลื่อนไหวว่าผู้ใช้กำลังพิมพ์ข้อความอยู่หรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้เคอร์เซอร์ไม่เลื่อนไปจากตำแหน่งเก่า ถ้าผู้ใช้เผลอนำมือไปโดนทัชแพดเข้า

Screen / Speaker

Dell G7 15 7590 มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) พร้อมดีไซน์ขอบจอบางเฉียบ ตามมาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2019 ที่ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดที่เล็กลงอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าพาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ พร้อมมีกล้อง Web Cam และไมค์ติดตั้งมาตามมาตรฐานอยู่ที่บริเวณขอบจอด้านบน

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Dell G7 15 7590 ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 89% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันแค่พอใช้เท่านั้น ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 290 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป แต่ถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องมุมซ้ายล่างเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่ 235 cd/m2 แต่สำหรับช่องขอบจอบนตรงกลางด้านล่างมีแสงสว่างที่ลดลงไประดับ 9% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 3.5 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ตัวเครื่องมีช่องลำโพงคู่หน้าระบบเสียงให้เสียงคมชัด พร้อมฟีเจอร์ Nahimic Sound Center เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ด้วยความที่เป็น 2 ชาแนล อยู่ข้างใต้ตัวเครื่องทางซ้ายและขวา ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีเพียงพอแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Connector / Thin And Weight

ส่วนในการเชื่อมต่อต่างๆ Dell G7 15 7590 มีทั้งขอบตัวเครื่องทั้ง 3 ด้าน คือ ข้างซ้ายขวาและด้านหลัง รองรับการเชื่อมต่อที่ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 3 อย่างที่ Gaming Notebook น้อยรุ่นจะให้มา รวมไปถึง HDMI, miniDisplayPort, 3 x USB 3.1 Gen 1 with PowerShare, SD Card Reader, RJ-45 (Killer Networks E2500V2 Gigabit Ethernet Port), Headset และ Kensington lock พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 5.0 และอินเตอร์เน็ตไวเลสผ่าน Killer Wireless 1550 2×2 AC ถือว่ารองรับได้ดีเหนือตามมาตรฐาน Notebook ทั่วไป

Dell G7 15 7590 เลือกติดตั้ง Thunderbolt 3 มาให้ด้วย ซึ่งหน้าตาจะเหมือนกับ USB Type-C แต่ว่าสามารถโอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วกว่า รวมไปถึงต่อจอแยก หรือต่อการ์ดจอแยกก็ยังได้ นับได้ว่าเหนือชั้นกว่า Gaming Notebook หลายรุ่น ส่วนการพกพาเองก็ถือว่า Dell G7 15 7590 มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมากถึง 2.5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อหน้าจะเห็นว่าเบากว่าเดิม แถมมิติตัวเครื่องยังบางกว่าเดิม ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่พัฒนาดียิ่งขึ้น ซึ่งถ้ารวมอแดปเตอร์แล้วจะมีน้ำหนักประมาณ 2.8 กิโลกรัม ไม่ลำบากในการพกพามากนัก

Performance / Software

  

โดย Dell G7 15 7590 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen อย่าง Intel Core i7-8750H (ว่าที่รุ่นยอดนิยมประจำปี 2019) ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.20 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.10 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads

ที่แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Intel Core i7-7700HQ พอตัว มาพร้อมแรมภายในขนาด 16GB DDR4 แบบ 1 แถว รองรับการใส่เพิ่มอีก 1 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

  

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน

โดยมีกราฟิกการ์ดจอแยกตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 2070 Max-Q ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ แรงกว่า GTX 1070 แบบรู้สึกได้ (เป็นรองแค่ GTX1080) เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว เรียกว่าสำหรับเกมออนไลน์สามารถทำได้ลื่นไหลแน่นอน แต่ยังไงไปดูผลทดสอบอีกทีดีกว่าด้านล่าง

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe ระดับสูง แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 1468MB/s และเขียนที่ 377MB/s ซึ่งถ้าใส่ NVMe ที่เร็วระดับ 3xxx MB/s มาจะดีมากๆ หรือความเร็วในการเขียนที่มากกว่านี้ ส่วนตัวคิดว่าน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับราคาค่าตัว

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 5,176คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยกอย่าง RTX 2070 Max-Q  แต่ถ้าเทียบจริงๆ จะเห็นถึงคะแนนที่ต่ำกว่า Gaming Notebook ในสเปกที่ใกล้เคียงกัน

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce RTX 2070 Max-Q ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 16GB DDR4 รวมไปถึง SSD NVMe ก็ส่งผลช่วยด้วย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Battlefield V/ FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว โดย Battlefield V เปิดฟีเจอร์เต็มที่ทั้ง DX12 / DLSS / Ray Tracing ทำให้ภาพสวยงามแบบสุดๆ ไปเลย แต่ก็กินทรัพยากรเครื่องพอตัวอยู่

เกมออนไลน์กินสเปกเบาๆ หน่อยอย่าง DOTA 2 / Overwatch รวมไปถึง PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 100 ขึ้นไปตลอด (PUBG ได้ 91) ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ แต่ถ้าเทียบกับ Gaming Notebook รุ่นอื่นที่สเปกใกล้เคียงกัน ถือว่าประสิทธิภาพการเล่นที่ได้ต่ำกว่า

ที่สำคัญด้วยหน้าจอ พาเนล IPS แบบ 144Hz ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ 144Hz อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล หรือเอาจริงๆ สำหรับเกมสไตล์ MOBA แค่ 60 FPS นิ่งๆ ก็เอาอยู่ หรือถ้าอยากให้วิ่ง 144Hz ก็จะปรับกราฟิกของเกมลงมากลางๆ หน่อย

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Dell G7 15 7590 Gaming Notebook ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง Dell SupportAssistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

รวมไปถึงซอฟต์แวร์ Dell Power Manager ที่คอยเป็นตัวช่วยในการจัดการพลังงาน การชาร์จไฟ สถานะแบตเตอรี่ รวมไปถึงระบบระบายความร้อน ที่เราสามารถเลือกการจัดการได้ ว่าจะใช้งานทั่วไป อัตโนมัติ หรือเร่งรอบพัดลม เพื่อให้ระบายความร้อนได้สูงสุด ตามแต่ลักษณะการใช้งานของเรา

     

นอกเหนือจากนี้ทาง Dell ยังมีซอฟต์แวร์ Utility อย่าง Alienware Command Center โดยเป็นลักษณะของแอพพลิเคชั่นต่างๆ มากมาย ที่ช่วยเอื้ออำนวยในการปรับแต่งเพื่อการเล่นหรือทำงานโดยเฉพาะ อาทิเช่น โหมดการใช้งานต่างๆ โปรไฟล์เกมที่มีอยู่ AlienFX ไว้ปรับไฟทั้งตัวเครื่อง ไว้จัดการเกี่ยวประประสิทธิภาพ รวมไปถึงหน้าตาโปรแกรมว่าเป็นโทนสว่างโทนมืด หรือกราฟิกต่างๆ เรียกได้ว่าเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ Gaming Notebook ระดับสูงของทาง Dell ที่มีการพัฒนาต่อยอดมาจาก Alienware เท่านั้น

ปิดท้ายด้วย Dell Mobile Connect ซอฟต์แวร์ที่คอยเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องแยกการใช้งานระหว่างพีซีและสมาร์ทโฟน  โดยเชื่อมต่อกันผ่านสัญญาณ Bluetooth ซึ่งทำให้การแจ้งเตือนต่างๆ ข้อมความ เบอร์โทร รวมไปถึงการโทรศัพท์ติดต่อ สามารถทำผ่านโน้ตบุ๊คของ Dell ได้เลย สำหรับ Dell G7 15 7590 ก็มีซอฟต์แวร์ตัวนี้ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน เรียกได้ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปากทีเดียว

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน Dell G7 15 7590 เครื่องนี้มีความจุแบตเตอรี่อยู่ที่ 6870 mAh แต่ด้วยที่เป็นชิปประมวลผลแบบประหยัดพลังงานจึงมีการใช้พลังงานค่อนข้างน้อย ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับต่ำที่สุดแล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราว 3:30 ชั่วโมงโดยประมาณ ดังนั้นเวลาใช้งานจริงโดยปรับความสว่างหน้าจอและเสียงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะทำให้แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานยาวนานกว่านี้แน่นอน (หรือใช้งานหนักๆ ก็ลดลงไปอีก)

สำหรับอุณหภูมิเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 40 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติหนักๆ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผลอยู่ที่ไม่เกิน 93 – 100 องศาเซลเซียส และการ์ดจอไม่เกิน 63 – 70 องศาเซลเซียส ส่วนเสียงพัดลมก็ถือว่าเสียงไม่ดังเลยเมื่อใช้งานหนักๆ ถือว่าไม่รบกวนอะไรมากมายสำหรับคนที่เล่นเกม

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับ Dell G7 15 7590 ที่เป็นโน้ตบุ๊คสายเล่นเกมที่มีความแตกต่างจากทาง Dell ที่ต่อยอดความสำเร็จจาก G7 รุ่นก่อนหน้า โดดเด่นด้วยความบางเบากว่ารุ่นเดิม ได้เป็นอย่างดีด้วยประสิทธิภาพที่แรงเหนือชั้นยิ่งกว่า ส่วนดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ ยังคงสมบูรณ์เหมือนเดิม ส่งผลได้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอดยิ่งกว่า เรียกได้ว่าใครเป็นแฟน Dell ต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

ที่แม้ว่าอาจจะข้อสังเกตในเรื่องการระบายความร้อนที่อุณหภูมิสูงไประดับร้อนสุดที่ 100 องศา รวมไปถึงมีประสิทธิภาพในการเล่นเกมหรือทดสอบต่ำกว่าเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ อีกทั้งแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานมาประมาณ 3:30 ชั่วโมงเท่านั้น ส่วนหน้าจอก็ให้ค่า sRGB ที่ต่ำกว่าในรุ่นสเปกใกล้เคียงกัน แต่ถ้าดูราคา งานประกอบ สเปก และการมีพอร์ต Thunderbolt 3 มาให้แล้ว ก็ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่น่าซื้อที่สุดอีกรุ่นนึงช่วงปลายปี 2019 นี้ก็ว่าได้

Dell G7 15 7590 เป็นโน้ตบุ๊คที่จัดได้ว่ามีความครบครันในการใช้งานหลายๆ ด้าน ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในกลุ่มที่เป็นผู้ใช้งานที่เน้นเล่นเกมเป็นหลักด้วยดีไซน์การออกแบบและสเปกเกมมิ่ง หรือผู้ที่รักความบันเทิงและมัลติมีเดีย ส่วนทำงานทั่วๆ ไปนั้นสบายๆ อยู่แล้ว ด้วยสเปคภายในที่แรงตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น แถมยังให้การรับประกันถึง 2 ปีอีกด้วย ที่สำคัญคือ Dell Premium Support คือมารับมาส่งถึงบ้านเลย อันนี้เจ๋งกว่าแบบเหนือชั้นจริงๆ ยังไงก็จัดได้ว่ามีความน่าซื้ออยู่ไม่น้อยเช่นกัน สำหรับการโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมจาก Dell

เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊คที่เน้นความแรง งานประกอบ ดีไซน์ที่ดุดัน และการรับประกันเทพๆ แล้วล่ะก็ Dell G7 15 7590 น่าจะตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีทีเดียว ส่วนข้อมูล Dell รุ่นอื่นๆ สามารถตามดูต่อได้ที่ https://www.facebook.com/DellThailand ได้เลย ส่วนการมาของ Dell G7 15 7590 ทำให้ Alienware รุ่นปัจจุบันดูเก่าไปเลยทีเดียว คงต้องรอดู Alienware m15, Alienware m17 รุ่นใหม่ปี 2019 อีกที

สรุปคือ ถ้าเป็นแฟน Dell อยู่แล้ว และรับได้ในเรื่องของความร้อนรวมไปถึงราคาค่าตัวที่สูงกว่ารุ่นอื่น
ก็จัด Dell G7 15 7590 ที่เป็น Gaming Notebook รุ่นแรกของ Dell ที่มาพร้อมการ์ดจอ RTX 20 Series และดีไซน์ใหม่ล่าสุดกันได้เลย 

จุดเด่น

  • เป็น Gaming Notebook ดีไซน์ใหม่ บางเบากว่ารุ่นก่อน
  • งานประกอบแน่นๆ วัสดุอะลูมิเนียมและพลาสติก เกรดดี มาตราฐาน Dell
  • ประสิทธิภาพดีด้วยชิปประมวลผล Core i7 Gen 8 และการ์ดจอ RTX 2070 Max-Q
  • สเปกแรมได้มา 16GB และ SSD 512GB ไม่ต้องอัพเกรดแล้ว
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS แบบ 144Hz คุณภาพดีระดับนึง
  • คีย์บอร์ดได้เป็นแบบไฟ RGB สี่โซนปรับแต่งได้
  • เป็นโน้ตบุ๊คมาพร้อมพอร์ต Thunderbolt 3 ความเร็วสูง
  • มี Finger Print เข้าใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • ซอฟต์แวร์ติดเครื่องมีมาให้อย่างจัดเต็ม ใช้ได้จริง
  • ประกันถึง 2 ปี มาพร้อม Dell Premium Support (On-site Sevice)

ข้อสังเกต

  • แป้นคีย์บอร์ดไม่มีภาษาไทย
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานเพียง 3:30 ชั่วโมง
  • ราคาสูงกว่าโน้ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกัน
  • ประสิทธิภาพเป็นรอง Gaming Notebook สเปกใกล้เคียงกัน
  • ความเร็ว SSD ในการเขียนน้อยเกินไป
  • การระบายความร้อนมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Dell G7 15 7590 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Dell Gaming โน้ตบุ๊คสายคเล่นเกม ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Dell G7 15 7590 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกัน ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

award_use_2_create_12

Best Performance

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i7 ตัวล่าสุด ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 8GB แบบ DDR4 และกราฟิกการ์ดยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2070 Max-Q ขนาด 8GB DDR6 รวมไปถึง SSD M.2 ความเร็วสูงก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ รวมไปถึงการเล่นเกมในปัจจุบัน

© Copyright - Notebookspec.com All Rights