Home » dell review

Review – Dell G7 15 7588 Gaming Notebook รุ่นท็อปรองจาก Alienware ดีไซน์หรู สเปก i7 + GTX 1060

12 Nov 18 - By l

Gaming Notebook รุ่นใหม่ตัวรองจากตระกูล Alienware จาก Dell อย่าง G7 15 7588 หลังจากที่ทำตลาดบนด้วย Alienware มาอย่างยาวนาน และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาทำตลาด Gaming Notebook ราคาคุ้มค่าไม่แพงด้วย Inspiron 15 7000 Series แต่ล่าสุดต้อนรับการมาของชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง Core i Gen 8 ที่เป็นตระกูล H ก็ได้มีการเปิดตัวรุ่นใหม่ออกมาแล้ว โดยในบทความนี้จะเป็นการีวิว Dell G7 15 7588 ที่เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนสนใจแน่นอน

Dell G7 15 7588 ที่จัดได้ว่าเป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีการอัพเกรดดีไซน์การออกแบบ รวมไปถึงมีพอร์ต Thunderbolt 3 โดยเป็นรุ่นที่ต่อยอดมาจาก Dell Inspiron 7577 ก็ว่าได้ แน่นอนว่านั่นก็มาจากการที่ Dell มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมกับมาตรฐานของ Dell ที่มีแฟนๆ เชื่อมั่นอยู่เสมอมา ที่สำคัญด้วยบริการ Dell Premium Support ซ่อมตรงถึงที่ ทุกที่ ในอีก วันทำการ (On-site Sevice) ระยะเวลา 2 ปีเต็มด้วย ทำให้มั่นใจได้เลย บริการหลังการขายของ Dell นั้นยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน 

Specification

Dell G7 15 7588 ใช้ชิประมวลผลรุ่นล่าสุดจากทาง Intel อย่าง Core i7-8750H และการ์ดจอระดับสูงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1050Ti หรือ GTX 1060 Max-Q แรมมาตรฐานเป็น DDR4 ขนาด 8 – 16GB พร้อม SSD อีก 128 – 256GB มีหน้าจอความละเอียดสูงระดับ 1920 x 1080 พิกเซล Full HD พาเนล IPS แบบด้าน ส่งผลให้เราได้พบประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม ใครจะเอาไปทำงานหรือเล่นเกมอันนี้ไม่ว่ากัน สนนราคาเริ่มต้นที่ 34,990 บาท ไปจนถึง 49,990 บาท ซึ่งจากสเปกหลักตรงนี้ทำให้รอรับการเล่นเกมในปัจจุบันลื่นๆ ได้ทุกเกมแน่นอน

พร้อมด้วยกล้องเว็บแคม HD (720p) และมีไมค์ดิจิตอลในตัว ส่วนการเชื่อมต่อก็มีมาอย่างครบถ้วน ทั้ง Thunderbolt 3 (40 Gbps), HDMI, 3 x USB 3.1 Gen 1 (5 Gbps) with PowerShare , Kensington lock slot , 2-in-1 SD (UHS50)/MMC, RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 4.2 และ Wi-Fi มาตรฐาน 802.11a/b/g/n/ac ที่สำคัญยังโดดเด่นกว่ารุ่นอื่นด้วยการติดตั้ง Finger Print ไว้ทำหน้าที่สแกนลายนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งานอีกด้วย

หน้าสเปกราคาของ Dell G7 15 7588

Hardware / Design

การออกแบบต่างๆ ของ Dell G7 15 7588  ดูแปลกตาไปมากกว่า Dell Inspiron 7577 หรือ Dell G3 15 3579 และ Dell G5 15 5587 แม้ว่าเค้าโครงเหลี่ยมมุมได้ DNA มาจาก Dell รุ่นก่อนหน้านี้ แต่เปลี่ยนในเรื่องของพื้นผิวและดีไซน์บางอย่างบางตำแหน่งไม่เหมือนเดิม แต่แง่ของดีไซน์โดยรวมแล้ว ก็ยังแฝงความดุดันรวมไปถึงงานประกอบที่ต้องบอกว่าแน่นหนา ยังคงมีความเยี่ยมยอดตามมาตรฐาน Dell

Dell G7 15 7588  บอกได้เลยว่ามีโครงสร้างโดยรวมเป็นโน้ตบุ๊คที่มาพร้อมสีสันแนวเย็นๆ สีน้ำเงินกรมท่าเข้มที่แซมด้วยสีฟ้าสดใส และสีขาวสะอาดที่แซมด้วยสีฟ้าเช่นเดียว เชื่อว่าน่าจะถูกใจหลายๆ คนทีเดียว วัสดุก็จะเป็นพลาสติกคุณภาพสูงให้สัมผัสที่ดีตลอดทั้งตัวเครื่อง โดยมีน้ำหนักอยู่ที่ 2.63 กิโลกรัม และมีความบางของตัวเครื่องอยู่ที่ 25 มิลลิเมตร ที่สำคัญคือติดตั้ง Thunderbolt 3 พอร์ตการเชื่อมต่อความเร็วสูง มาในโน้ตบุ๊คระดับนี้ด้วย

หน้าจอของ Dell G7 15 7588 จะเป็นแบบบานพับเดียวดูแล้วแข็งทนทานกางหน้าจอได้ประมาณนึง พร้อมมีโลโก้ G7 ติดตั้งเอาไว้  มีกล้อง Web Cam และไมค์ อยู่ขอบด้านบนด้านหลังด้วยช่องระบายความร้อนขนาดใหญ่แบบคู่สองพัดลม ครีบฟินที่ฟ้าดูโดดเด่น โดยสามารถทำหน้าที่ช่วยลดความอุณหภูมิจากชิปประมวลผลและกราฟิการ์ดได้อย่างน่าประทับใจ ส่งผลให้ไม่มีความร้อนสะสมจากสองช่องแยกจากกัน พร้อมร่องช่องแนวยาวพาดผ่านตัวเครื่อง ที่ดูแล้วมีความเรียบหรูมากๆ

ส่วนด้านฐานของตัวเครื่องมียางรองกันลื่นสองเส้นพาดยาวยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ยกตัวเครื่องให้อากาศเย็นผ่าน โดยมีช่องดูดลมเย็นอีก 2 ช่องด้านล่างด้วย ที่เราสามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจน ส่วนถ้าจะอัพเกรดก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ขันน็อตตัวเดียว รวมๆ แล้วต้องยอมรับว่าทาง Dell นั้นใส่ใจในการออกแบบมาจริงๆ นอกจากที่อัพเกรดได้ไม่ยากแล้ว ยังทำความสะอาดได้สะดวกสบายอีกด้วย เป็นข้อดีที่หาได้ยากในหลายๆ แบรนด์

สรุปโดยรวมการออกแบบดีไซน์ภายนอกและวัสดุนั้น ทำได้ดีตามมาตรฐานของ Dell ที่ทุกคนไว้ใจและมั่นใจจริงๆ ตอบโจทย์ของคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงในดีไซน์เรียบๆ แต่แอบแฝงความแรงและเรียบหรูเอาไว้ อย่างไรก็ตามแม้ Dell G7 15 7588 จะอยู่บนพื้นฐานการออกแบบของ Dell ที่เน้นสายเกมเมอร์เป็นหลัก แต่ใครจะเอาไปทำงานเบาๆ หรือทำงานหนักๆ อะไรก็แล้วแต่เลย อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าราคาสูงกว่าแบรนด์คู่แข่ง ในขณะที่ไม่มี Windows 10 มาด้วย

Keyboard / Touchpad

ส่วนของคีย์บอร์ด Dell G7 15 7588 นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำสกรีนตัวอักษรสีขาว มีการออกแบบตามสไตล์โน้ตบุ๊ค Dell ปกติ ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น ก็ถือว่าทำไว้ดีอยู่แล้วเช่นกันตามสไตล์ของ Dell กับคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size พร้อม Numpad อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด รวมทั้งแป้นก็เด้งกับนิ้วเมื่อกดลงไปอย่างพอดี ในส่วนของไฟ LED Backlit ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว โดยเป็นไฟสีขาวดูแล้วสวยงาม ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมขวาบน สีกลืนไปกับเครื่อง

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ขอบเป็นฟ้า ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบไม่มีปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน้ตบุ๊คปัจจุบันหลายๆ รุ่น มีเส้นแบ่งเป็นสีฟ้า การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี โดยมีการจับความเคลื่อนไหวว่าผู้ใช้กำลังพิมพ์ข้อความอยู่หรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้เคอร์เซอร์ไม่เลื่อนไปจากตำแหน่งเก่า ถ้าผู้ใช้เผลอนำมือไปโดนทัชแพดเข้า

Screen / Speaker

Dell G7 15 7588 มีหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920×1080 พิกเซล) ตามมาตรฐานของ Gaming Notebook ปี 2018 พาเนลเป็น IPS คุณภาพดี มุมมองกว้าง พื้นผิวจอแบบด้าน Anti-Glare รวมๆ ทั้งสีสันความคมชัดแล้วจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปหรือการเล่นเกมก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Dell G7 15 7588 ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 63% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันแค่พอใช้เท่านั้น ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 235 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กราคาระดับนี้ คือเพียงพอต่อการใช้งานทั่วๆ ไป แต่ถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่ 235 cd/m2 แต่สำหรับช่องขอบจอบนตรงกลางด้านบนเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปถึงระดับ 13% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ตัวเครื่องมีช่องลำโพงคู่หน้าระบบเสียง Waves MaxxAudio Pro ให้เสียงคมชัด เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้ถึงใจยิ่งขึ้น ด้วยความที่เป็น 2 ชาแนล อยู่ข้างใต้ตัวเครื่องทางซ้ายและขวา ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากว่าคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไป คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีเพียงพอแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Connector / Thin And Weight

ส่วนในการเชื่อมต่อและการบันทึกข้อมูลต่างๆ Dell G7 15 7588 รองรับการเชื่อมต่อที่ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 3 (40 Gbps) รวมไปถึง HDMI V.2 with 4K Display support , 3 x USB 3.1 Gen 1 (5 Gbps) with PowerShare, Kensington lock slot , 2-in-1 SD(UHS50)/MMC , RJ-45 , Headset พร้อมยังรองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายอย่าง Bluetooth 4.2 และอินเตอร์เน็ตไวเลสผ่าน 802.11a/b/g/n/ac ถือว่ารองรับได้ดีตามมาตรฐาน

Dell G7 15 7588 เลือกติดตั้ง Thunderbolt 3 (40 Gbps) มาให้ด้วย ซึ่งหน้าตาจะเหมือนกับ USB Type-C แต่ว่าสามารถโอนถ่ายข้อมูลได้รวดเร็วกว่า รวมไปถึงต่อจอแยก หรือต่อการ์ดจอแยกก็ยังได้ ต่างจาก Dell Vostro 7570 ที่ติดตั้ง VGA มาให้ คาดว่าเป็น ส่วนการพกพาเองก็ถือว่า Dell G7 15 7588 มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมากถึง 2.65 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ค 15.6 นิ้วตัวอื่นๆ สเปกใกล้เคียงกัน ที่ถึงแม้ว่าจะหนักซักหน่อย ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ แม้ว่าถ้ารวมอแดปเตอร์แล้วจะมีน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัมทีเดียว

Performance / Software

 

โดย Dell G7 15 7588 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i Gen อย่าง Intel Core i7-8750H (ว่าที่รุ่นยอดนิยมประจำปี 2018) ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.20 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.10 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads

ที่แรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปมากๆ หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลจริงจังก็รองรับได้อย่างสบายๆ เรียกได้ว่าแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Intel Core i7-7700HQ พอตัว หรือ i5-8300H ก็ตาม มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR4 แบบ 1 แถว ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

  

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน

อีกทั้งยังมีกราฟิกการ์ดจอแยกรุ่นใหม่ล่าสุดตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 Max-Q(6GB) ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ และแรงกว่า GTX 970M และแรงกว่า GTX 1050/1050Ti แบบรู้สึกได้ เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 256GB แบบ M.2 SATA 3 ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 554MB/s และเขียนที่ 478MB/s แม้อาจจะไม่ได้เร็วมาก

ทดสอบการทำงานฮาร์ดดิสก์ ความจุอยู่ที่ 1TB แบบความเร็วรอบ 5400 ที่ติดตั้งมาให้ ด้วยโปรแกรม HD Tune แล้วพบว่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลน้อยสุดที่เป็น 18.1MB/s เข้าใจว่าด้วยความเป็นไฮบริดฮาร์ดดิสก์ และสูงสุดที่ 137.9MB/s ทำให้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 101.6MB/s ด้วยกัน มีอัตราการเข้าถึงข้อมูลที่ 18.1 ms ซึ่งนับได้ว่าผลทดสอบที่ออกมานั้นมีความน่าประทับใจทีเดียว ยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับ SSD SATA 3 แล้ว การใช้งานโดยรวมก็ลื่นไหลน่าประทับใจมากๆ

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,984 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยก ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 7 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-8750H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce GTX 1060 Max-Q ออกมาได้อย่างเต็มที่ ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 รวมไปถึง SSD NVMe ก็ส่งผลช่วยด้วย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง GTA V / FarCry 5 / Tomb Raider 3 ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว

เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 90 ขึ้นไปตลอด แต่ในส่วนของเกม PUBG อาจจะมีเฟรมเรทตกไปต่ำกว่า 60 บ้าง ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเป็นเกมออนไลน์ที่กินทรัพยากรพอตัวเหมือนกัน ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ Dell G7 15 7588 Gaming Notebook ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง Dell SupportAssistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน Dell G7 15 7588 เครื่องนี้มีความจุแบตเตอรี่อยู่ที่ 3300 mAh แต่ด้วยที่เป็นชิปประมวลผลแบบประหยัดพลังงานจึงมีการใช้พลังงานค่อนข้างน้อย ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับต่ำที่สุดแล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราว 7 ชั่วโมงโดยประมาณ ดังนั้นเวลาใช้งานจริงโดยปรับความสว่างหน้าจอและเสียงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะทำให้แบตเตอรี่มีระยะเวลาใช้งานยาวนานกว่านี้แน่นอน (หรือใช้งานหนักๆ ก็ลดลงไปอีก)

สำหรับอุณหภูมิเมื่อใช้งานแบบปกติจะอยู่ที่ประมาณ 40 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 28 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัด ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผลอยู่ที่ไม่เกิน 85 – 95 องศาเซลเซียส และการ์ดจอไม่เกิน 63 – 73 องศาเซลเซียส ส่วนเสียงพัดลมก็ถือว่าเสียงไม่ดังเลยเมื่อใช้งานหนักๆ ถือว่าไม่รบกวนอะไรมากมายสำหรับคนที่เล่นเกม

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับ Dell G7 15 7588 ที่เป็นโน้ตบุ๊คสายเล่นเกมที่มีความแตกต่างจากทาง Dell ที่ต่อยอดความสำเร็จจาก Inspiron รุ่นก่อนหน้า ได้เป็นอย่างดีด้วยประสิทธิภาพที่แรงเหนือชั้นยิ่งกว่า ส่วนดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ ยังคงสมบูรณ์เหมือนเดิม แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 7 ชั่วโมงส่งผลได้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอดยิ่งกว่า

ที่แม้ว่าอาจจะข้อสังเกตในเรื่องการระบายความร้อนที่อุณหภูมิสูงไปเล็กน้อย รวมไปถึงมีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ในรุ่นสเปกใกล้เคียงกัน แต่ถ้าดูราคา งานประกอบ สเปก และการมีพอร์ต Thunderbolt 3 มาให้แล้ว ก็ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่น่าซื้อที่สุดอีกรุ่นนึงช่วงปลายปี 2018 นี้ก็ว่าได้ (แต่ Dell Vostro 7570 ได้สเปกเหมือนกัน ได้ราคาที่ถูกกว่า 5,000 บาท)

Dell G7 15 7588 เป็นโน้ตบุ๊คที่จัดได้ว่ามีความครบครันในการใช้งานหลายๆ ด้าน ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานทั้งในกลุ่มที่เป็นผู้ใช้งานที่เน้นเล่นเกมเป็นหลักด้วยดีไซน์การออกแบบและสเปกเกมมิ่ง หรือผู้ที่รักความบันเทิงและมัลติมีเดีย ส่วนทำงานทั่วๆ ไปนั้นสบายๆ อยู่แล้ว ด้วยสเปคภายในที่แรงตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น แถมยังให้การรับประกันถึง 2 ปีอีกด้วย ที่สำคัญคือ Dell Premium Support คือมารับมาส่งถึงบ้านเลย อันนี้เจ๋งกว่าแบบเหนือชั้นจริงๆ ยังไงก็จัดได้ว่ามีความน่าซื้ออยู่ไม่น้อยเช่นกัน สำหรับการโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมจาก Dell

เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊คที่เน้นความแรง งานประกอบ ดีไซน์ที่ดุดัน และการรับประกันเทพๆ แล้วล่ะก็ Dell G7 15 7588 น่าจะตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีทีเดียว ส่วนข้อมูล Dell รุ่นอื่นๆ สามารถตามดูต่อได้ที่ https://www.facebook.com/DellThailand ได้เลย ซึ่งถ้าใครเน้นเล่นเกมและต้องการประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอดแบบสุดๆ ล่ะก็ แนะนำให้ดูเป็น Alienware ไปเลยก็ได้ครับ

จุดเด่น

  • เป็น Gaming Notebook ดีไซน์ใหม่ งานประกอบแน่นๆ มาตราฐาน Dell
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Core i7 Gen 8 และการ์ดจอ GTX 1060 Max-Q
  • ติดตั้ง SSD M.2 SATA 3 (รองรับการอัพเกรดเป็น SSD NVMe ได้ภายหลัง)
  • ได้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพดีระดับนึง
  • การอัพเกรดทำได้ง่ายมากๆ ด้วยฝาใต้เครื่องมีน็อตตัวเดียว
  • เป็นโน้ตบุ๊คราคาไม่แพง มาพร้อมพอร์ต Thunderbolt 3 ความเร็วสูง
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 7 ชั่วโมง
  • ประกันถึง 2 ปี มาพร้อม Dell Premium Support  ซ่อมตรงถึงที่ ในอีก วันทำการ (On-site Sevice)

ข้อสังเกต

  • ราคาสูงกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปเล็กน้อยในสเปกใกล้เคียงกัน
  • ตัวเครื่องค่อนข้างหนัก ถ้าเทียบกับโน้ตบุ๊ครุ่นใกล้เคียงกัน
  • การระบายความร้อนมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง Dell G7 15 7588 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Dell Gaming โน้ตบุ๊คสายคเล่นเกม ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน Dell G7 15 7588 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกัน ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

award_use_2_create_12

Best Performance

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i7 ตัวล่าสุด ที่มาพร้อมกับแรมขนาด 8GB แบบ DDR4 และกราฟิกการ์ดยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1060 ขนาด 3GB DDR5 รวมไปถึง SSD M.2 ความเร็วสูงก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในสเปกโน้ตบุ๊คเครื่องอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน ผลคะแนนที่ออกมานั้นทำได้อยู่ในช่วงเดียวกัน หรือบางจุดก็มากกว่าซะด้วย

© Copyright - Notebookspec.com All Rights