Home » Notebook Game (N4G)

[Review] Creative Sound Blaster ARENA Surround

10 Nov 09 - By l

Creative Sound Blaster Arena Surrond Header

Introduction

หลังจากคราวที่แล้วทาง Notebook4Game ได้ Review Creative Fatal1ty Gaming Headset MK II กลับมาคราวนี้เราจะพาไปดูแฝดคนละฝากับ Creative Sound Blaster ARENA Surround อีกหนึ่งชุดหูฟังที่มีคุณสมบัติไม่ธรรมดาเลย ไม่ว่าจะเป็น X-Fi CMSS 3D, Creative Alchemy, Creative EAX Advanced HD, Silencer และ VoiceFX เมื่อดูจากคุณสมบัติเบื้องต้นแล้วจะเห็นได้ว่ามากมายเสียเหลือเกินสำหรับชุดหูฟังตัวนี้

ช่วงนี้ทาง Creative ดูเหมือนจะออกหูฟังรุ่นต่างๆออกมามากมาย แถมยังออกมาเอาใจบรรดาเกมเมอร์มากมายหลายรุ่น ต้องไปดูกันครับว่าประสิทธิภาพของ Creative Sound Blaster ARENA Surround USB Gaming Headset ตัวนี้จะสมราคาและน่าใช้งานขนาดไหนกัน

Creative Sound Blaster Arena Surrond (1)

Package ของ Creative Sound Blaster ARENA Surround เป็นกระดาษแข็งและพลาสติกใสเป็นหลัก ทำให้สามารถมองเห็นชุดหูฟังที่อยู่ภายในได้อย่างชัดเจน แถมยังได้รับการการันตีจาก Fatal1ty Gaming Gear แสดงให้เห็นว่าชุดหูฟังตัวนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติเด่นๆ อาทิ X-Fi CMSS 3D, Silencer, VoiceFX บ่งบอกไว้หน้า Package อย่างชัดเจน

Creative Sound Blaster Arena Surrond (2)

ส่วนด้านหลังนั้นก็เป็นการระบุคุณสมบัติพื้นฐานต่างๆเอาไว้ อาทิเช่น ไมโครโฟนที่สามารถถอดแยกได้อย่างอิสระ, การเชื่อมต่อด้วยพอร์ต USB 2.0, Ear Cups ที่นุ่มและสวมใส่ได้อย่างสบายหู, เทคโนโลยี Sound Blaster X-Fi ที่ถูกนำมาใช้กับหูฟังตัวนี้ เป็นต้น

Specification

Headphones
Driver Units: 40mm Neodymium Magnet
Frequency Response: 20Hz ~ 20kHz
Impedance: 32 ohms
Sensitivity (1kHz): 105dB/mW
Microphone
Microphone Type: Noise-Cancelling Condenser
Frequency Response: 80Hz ~ 16kHz
Impedance: <2.2kohms
Interface
Connector: USB Type-A
Cord Length: 8-foot/2.5m Oxygen-Free Copper cable

product

Creative Sound Blaster Arena Surrond (3)

ภายใน Package นั้นประกอบไปด้วยชุดหูฟัง Creative Sound Blaster ARENA Surround, ไมโครโฟน, แผ่น Software Creative, คู่มือการใช้งานและเอกสารต่างๆ

Creative Sound Blaster ARENA Surround นั้นเป็นชุดหูฟังขนาด Full-Size มาในโทนสีดำตัดขาว ทำจากพลาสติกทำให้มีน้ำหนักเบา งานประกอบและวัสดุที่ใช้ถือได้ว่าดีมากเลยทีเดียวเมื่อเทียบกันกับหูฟังที่ผมมีหลายๆรุ่น

Creative Sound Blaster Arena Surrond (4)

บริเวณ Ear Cups ทั้ง 2 ข้างจะมีโลโก้ Sound Blaster บ่งบอกไว้อย่างชัดเจน แถมการออกแบบที่ดูดีหรูมีสไตล์ ด้วยสีโทนขาวตัดกับดำ อีกทั้งข้อต่อต่างๆ ยังสามารถปรับมุมและหมุนได้อิสระ เพื่อรองรับกับใบหูและศีรษะของแต่ละคนที่มีขนาดแตกต่างกันออกไปนั่นเอง

Creative Sound Blaster Arena Surrond (7)

ส่วน Ear Cup ด้านซ้ายนั้นจะมีช่องสำหรับเสียบไมโครโฟน ซึ่งจะแตกต่างจากด้านขวาที่เรียบๆ บริเวณก้านหูฟังด้านซ้ายนั้นจะมีโลโก้ Silencer ที่เป็นคุณสมบัติของไมโครโฟนในการตัดเสียงรบกวนรอบข้าง

Creative Sound Blaster Arena Surrond (5)

ด้านขวาเองก็เช่นกัน ด้านนี้จะมีการสกรีนคำว่า ARENA Surround เพื่อบ่งบอกถึงคุณสมบัติและความเป็นเอกลักษณ์ของชุดหูฟังนี้

Creative Sound Blaster Arena Surrond (6)

ส่วนที่คาดศีรษะด้านบนนั้นจะเป็นหนังเทียมสีดำที่หุ้มฟองน้ำไว้อย่างดี ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ ความนุ่มของที่คาดศีรษะอยู่ในระดับกลางๆครับ ไม่ถึงกับนุ่มนิ่มมากมายนัก

Creative Sound Blaster Arena Surrond (9)

ซึ่งจะแตกต่างจากฟองน้ำบริเวณ Ear Cups ที่นุ่มสบายยามสวมใส่มากๆ (เท่าที่ทดลองสวมใส่พบว่าไม่หนีบกดใบหูเหมือนกับชุดหูฟังบางรุ่น) การสวมใส่ที่สบายและครอบใบหูได้อย่างพอดี สามารถตัดเสียงรบกวนในระดับหนึ่ง เท่าที่ทดลองใช้งานพบว่าเสียงภายนอกยังสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้บ้างเล็กน้อย (น้อยมากๆ) ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียวครับ

Creative Sound Blaster Arena Surrond (10)

ส่วนไมโครโฟนนั้นทำจากวัสดุประเภทยาง สามารถหมุนบิดได้อย่างอิสระ การถอดประกอบกับชุดหูฟังก็ทำได่สะดวกและแน่นหนา

Creative Sound Blaster Arena Surrond (8)

เมื่อประกอบเข้ากับชุดหูฟังตัวไมโครโฟนสามารถปรับได้ประมาณ 65-70 องศาเพื่อให้พอดีกับตำแหน่งของปาก และด้วยคุณสมบัติของไมโครโฟนที่สามารถดัดงอได้อย่างอิสระ ทำให้สามารถปรับได้อย่างอิสระตามความต้องการของผู้ใช้จะ ดัดให้ใกล้ปากหรือไกล ก็สามารถทำได้อย่างสะดวก

Creative Sound Blaster Arena Surrond (11)

ชุดหูฟัง Creative Sound Blaster ARENA Surround นั้นยังมีรีโมทบริเวณสาย พร้อมไฟ LED สีแดงแสดงสถานะการทำงานของชุดหูฟัง

Creative Sound Blaster Arena Surrond (12)

รีโมทบริเวณสายนั้นสามารถกดปรับระดับความดังของเสียง (Volume Control), และสามารถเปิด-ปิดไมโครโฟนได้จากตำแหน่งนี้ เมื่อผู้ใช้กดปิดไมโครโฟน ไฟ LED ที่แสดงสถานะการทำงานจะกระพริบ (จากเดิมที่เป็นไฟ LED สีแดงแสดงผลค้างตลอด) เพื่อช่วยบ่งบอกว่าขณะนี้ไมโครโฟนถูกปิดอยู่นั่นเองครับ

Creative Sound Blaster Arena Surrond (13)

การเชื่อมต่อของ Creative Sound Blaster ARENA Surround นั้นเป็นแบบ USB 2.0 ที่มาพร้อม Sound Card ในตัวเอง ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบนี้คือคุณภาพเสียงที่ได้จะเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสำหรับ Sound Blaster แล้วถือว่าดีทีเดียว เมื่อเทียบกับเสียงของ Realtek หรือ Sound Card แบบ On-Board แต่ข้อด้อยของมันก็มีคือไม่สามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ชนิดอื่นได้ นอกจากจะใช้กับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB เท่านั้น



© Copyright - Notebookspec.com All Rights